“ ข้าอยากจะเชิญเจ้าไปงานเลี้ยงของเผ่าเทพ!! ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อต้อนรับใครบางคน ”
สตรีสาวเผ่าเทพเอ่ยพลางปริยิ้มอ่อนให้กับเด็กหนุ่ม..
“ งานเลี้ยง? ”
“ ใช่...ไม่มีเวลาแล้ววันนี้เที่ยงคืนเจ้ามารอตรงนี้ที่เดิม..ข้าจะมาพาเจ้าไปเอง ”
ไป๋หลงเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วแนบแน่น..
“ ไม่ใช่ว่างานเลี้ยงของเผ่าเทพต้องเป็นเผ่าเทพเท่านั้นหรือ? ที่จะมีสิทธิ์เข้าไปได้..แล้วอีกอย่างทำไมข้าต้องไป!! ”
สตรีเทพเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างมีเลศนัยบางอย่างหาได้โกรธเคืองไม่..
เด็กหนุ่มต้องการทราบถึงจุดประสงค์ของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จึงกล่าวถามขึ้น..หากมีบางอย่างแฝงอยู่จริงๆตนก็ยังสามารถใช้ทักษะเงาหลบหนีออกมาได้..
เพราะการเผชิญหน้ากับเหล่าเทพย่อมไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน..
“ หากคืนนี้เจ้าไม่ไปข้าก็มิอาจขัดหรือบังคับให้เจ้ามาร่วมงานเลี้ยงได้..แต่เจ้าจะต้องเสียใจตลอดชีวิต!! ”
เด็กหนุ่มเบิกตากว้างขึ้น..
“ ท่านหมายความว่ายังไง!!..เดี๋ยวก่อน ”
ฟุบ!!
สตรีเทพและศิษย์เผ่ามังกรหายไปจากการรับรู้ของไป๋หลงในทันทีแสดงให้เห็นถึงความต่างชั้นของพลังและประสบการณ์..และนั่นยิ่งเป็นการตอกย้ำเด็กหนุ่มขึ้นไปอีกขั้น..
หากสตรีเทพเมื่อครู่บังคับตนยังไงเด็กหนุ่มก็ไร้ทางขัดขืนหากไม่มีพลังแห่งเทพมารเข้ามาเกื้อหนุน..หรือแม้แต่สัญลักษณ์แห่งเทพเองก็ตาม..
“ เที่ยงคืนสินะ ”
เด็กหนุ่มกล่าวจบก็ทะยานร่างหายไปในความมืดมิดก่อนจะหาที่พักชั่วคราวให้เทียร์และมุ่งหน้ากลับกองกำลังปีกสวรรค์..สาเหตุหลักที่ไป๋หลงไม่ได้ให้เทียร์อยู่ภายในที่พักกองกำลังของตนเพราะ...แน่นอนหากเทียร์รู้ว่าไป๋หลงจะไปงานเลี้ยงของเผ่าเทพย่อมเกิดเรื่องอย่างแน่นอน...
หลังจากเรื่องนี้จบลงเทียร์ก็ต้องตามติดไป๋หลงเป็นปลิงแต่ๆ..และเว่ยเว่ยที่ยามนี้โชคดีออกไปทำภารกิจนอกสถาบันกับเหล่าอาจารย์..หากทั้งสองเจอกันคงจะ...
...............................................................
ณ ที่ตั้งกองกำลังปีกสวรรค์
หลังจากไป๋หลงมาถึงก็ก้าวเข้าผ่านประตูบานใหญ่ก่อนจะถูกดักซุ่มโจมตีหลังประตูบานยักษ์..
ตู้ม!!!!
“ ไม่เจอกันนานทักทายกันแบบนี้เลยเหรอเหิงฟู..จางลี่แล้วก็เจ้าอู้เฉียง..แต่เดี๋ยวนะกลิ่นอายของเจ้า!! ”
ไป๋หลงกล่าวขึ้นด้วยความตกตะลึงเพราะมันคือกลิ่นอายของอสูรชั้นสูงหาใช่กลิ่นอายของมนุษย์ไม่..
“ อู้เฉียงนี้เจ้า!! ”
“ ไป๋หลงดูรอบๆตัวเจ้าซะก่อนมันยังไม่จบสักหน่อย..ใช่ไหม? ”
อู้เฉียงเอ่ยพลางโบกสะบัดพัดในมือราวกับนักปราชญ์ที่กำชัยชนะไว้ใจมือ..
ศิษย์นับร้อยต่างรายล้อมไป๋หลงโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่เด็กหนุ่มนั่นเอง..
“ คาราวะพี่ใหญ่!! ”
“ คาราวะพี่ใหญ่!! ”
เสียงทั้งหมดถูกกล่าวขึ้นอย่างพร้อมเพรียงและทรงพลัง..บวกกับเรื่องที่หลุดออกมานอกสนามคือไป๋หลงหยุดการโจมตีและอาการคุ้มคลั่งของศิษย์สายในได้..
หรือจะพูดให้ถูกก็คือร่างเงาของไป๋หลงเมื่อก่อนหน้านี้นั่นเอง..ทำให้ความศรัทธาและความเชื่อมั่นพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
“ พี่ใหญ่พวกข้าขอเสียมารยาท..พวกเราบุก!! ”
“ เฮ!!!! ”
ลานกว้างขนาดใหญ่กลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม..โดยศิษย์ส่วนมากระดับขั้นพลังอยู่ราชันย์นักรบขั้นต้นถือว่าเป็นระดับที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี..
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าระดับพลังชนชั้นจักรพรรดิ์ย่อมไร้ความหมาย..
ตึง!!
คลื่นพลังของไป๋หลงถูกปลดปล่อยออกมาผลักดันให้ศิษย์โดยรอบต้องถอยหลังไปและรู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูกราวกับว่าสู้อย่างไรก็ไม่มีวันชนะบุคคลเบื้องหน้าได้..
เหล่าศิษย์ทั้งหมดต่างรับรู้ถึงความแข็งแกร่งของผู้นำ..แม้แต่เหิงฟูที่มีสายเลือดมังกรที่แท้จริงไหลเวียลอยู่ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน..
“ คาราวะพี่ใหญ่!!! ”
...............................................................
หลังจากศิษย์ทั้งหมดกลับที่พักของตนจางลี่เหิงฟูและทุกคนที่เหลือต่างแยกย้ายกันพักผ่อนเพราะพรุ้งนี้คือวันที่กองกำลังปีกสวรรค์จะลงสู่สนามการประลอง..
“ เป็นแบบนี้เองสินะ..ทั้งเรื่องกลิ่นอายและรูปลักษณที่เปลี่ยนไปของเจ้า..ร่างสถิตย์แห่งฟีนิกส์สินะ!! เจ้าจะบอกว่าทุกครั้งที่เจ้าตายเจ้าจะฟื้นกลับมาพร้อมกับความแข็งแกร่งที่ถูกยกระดับขึ้นเท่าตัวสินะ!! ”
“ ใช่ย่อมเป็นเช่นนั้นแต่ทุกครั้งที่ข้าฟื้นข้าจะละทิ้ง. ความเป็นมนุษย์ไปเรื่อยๆสุดท้ายก็...เจ้าก็น่ารู้ดีนิ ”
อู้เฉียงกล่าวอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ไป๋หลงได้รับฟัง..แน่นอนว่าไป๋หลงมิอาจกระทำสิ่งใดได้นอกเหนือจากการเชื่อมั่นในสหายของตน..
“ หลิงหลุน..ร่างสถิตย์คืออะไรผลเสียและผลดีของมันคืออะไรเจ้าช่วยอธิบายหน่อยได้ไหม? ”
เมื่อหลิงหลุนได้ยินไป๋หลงกล่าวเช่นนี้ก็ออกมาจากดวงจิตของไป๋หลงในทันที..พร้อมกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อย่างแรง..แม้แต่เฟิงหวงที่เกาะอยู่บนไหล่อู้เฉียงแทบจะอาเจียนออกมา..
“ เจ้าแมวโง่...นี้เจ้าไปตกบ่อขี้มารึไง!!! ”
จบ...