ตอนที่ 5 โดนดุ
ภริตาเลือกมาทานข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆ คอนโดของเธอ เพราะใจห่วงงานที่รออยู่ ร้านนี้เธอมาทานกับพี่ภีมบ่อยๆ รสชาติอาหารก็ใช้ได้ อาหารถูกยกมาเสริฟในเวลาไม่นาน
“เอาอะไรเพิ่มอีกไหม พี่สั่งของโปรดเรามาเยอะเลย วันนี้ทานเยอะ ๆ นะ”เขาตักอาหารใส่ที่จานหญิงสาวอย่างเอาใจ
“อื่อ...”ผิงผิงพยักหน้ารับ
“ทานข้าวก่อน...กำลังร้อน ๆเลย” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“อื่อ...”ผิงผิง ก้มหน้าก้มตาอยู่กับจอโทรศัพท์ไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
“ผิงผิง ! ทานข้าว !”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงต่ำออกมา
“ค่ะ...ขอผิงผิงดูเมล์นี้ก่อนนะ แป๊บเดียว”เสียงเอ่ยตอบออกมาทั้ง ๆที่ไม่เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอโทรศัพท์
ภีมพลวางช้อนลงที่จานข้าวของตัวเอง
“ผิงผิง!!! วางโทรศัพท์ลงเดี๋ยวนี้ !!!”
เสียงเข้มเอ่ยออกมา
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นยิ้มให้พี่ภีมแป๊บเดียว “ขอ...ขอผิงผิงอีก 3 นาทีนะ”เธอก้มหน้าก้มตาดูโทรศัพท์ต่อ โดยไม่สนใจชายหนุ่มที่หน้าบึ้งเป็ั์วัดแจ้งไปแล้ว
“ภริตา !!!"
"...."
เงียบไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว
"...พี่บอกให้วางโทรศัพท์ลง แล้วทานข้าว !!!”ชายหนุ่มพูดเสียงดังขึ้น ยกมือขึ้นกอดอก ใบหน้าเรียบเฉย
ผิงผิงยิ้มหน้าจ๋อย ได้ยินเรียกชื่อ"ภริตา"ทีไร เธอมีหนาวทุกที รีบวางโทรศัพท์ลงข้าง ๆตัว
“แค่นี้...ทำเป็เสียงดังไปได้...ตาดุยังกับจะกินผิงผิงไปทั้งตัว...กินข้าวก็ด้ายย...”เสียงใสยังต่อล้อต่อเถียงไม่หยุด ทำปากขมุบขมิบ ยิ้มเผล่ให้คนหน้าั์ตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ
เขาส่ายหน้า “พี่ไม่สนุกด้วยเลยนะ...บอกว่าหิวข้าว พี่ก็รีบพามาทานข้าว พอมาถึงก็เอาแต่ดูโทรศัพท์ ั้แ่เช้าก็เอาแต่ทำงาน ๆ ไม่ยอมดูแลตัวเอง ไม่ยอมทานข้าว พี่ต้องคอยโทรถาม โทรบอกแทบทุกวันเื่ทานข้าว ชอบทำตัวเป็เด็ก ๆ อีกนานแค่ไหนถึงจะโตเป็ผู้ใหญ่สักที พี่เหนื่อยกับเราแล้วนะ”เขาถอนหายใจออกมาเบา ๆ สีหน้าเขาเรียบตึง ไม่มีรอยยิ้มยิ่งทำให้ใบหน้าเข้มดูน่ากลัวมากขึ้น
ภริตาหยุดเคี้ยวข้าวที่อยู่ในปากเต็มสองแก้ม ตาสวยมองหน้าพี่ภีม มือถือช้อนค้างเอาไว้ วันนี้เธอได้ยินพี่ภีมว่าเธอเป็เด็กไม่รู้จักโตสองครั้งแล้ว หรือว่าเธอทำให้พี่ภีมเหนื่อยที่ต้องมาคอยดูแลเธอ
ติ๊ง !
เสียงเตือนโทรศัพท์ของผิงผิงดังขึ้น มื้อเรียววางช้อนลง จับโทรศัพท์ขึ้นมาดู รีบกดอ่านอย่างเร็ว
“เอาโทรศัพท์มานี่ ! ”
มือยาว ๆเอื้อมข้ามไปอีกฝั่งคว้าโทรศัพท์มาเก็บไว้กับตัวเอง
“....”
ผิงผิงมองหน้าพี่ภีมด้วยสายตาอ้อนวอนขอโทรศัพท์คืน ปากยังขยับไม่ได้เพราะข้าวยังเต็มกระพุ้งแก้ม
“เคี้ยวข้าวในปากให้หมด ถ้าอาหารบนโต๊ะไม่หมด ก็ไม่ต้องกลับห้อง ! ”ภีมพลเหลืออดกับหญิงสาว เขาเป็ห่วงเธอมากแค่ไหนที่ทั้งวันยังไม่ได้ทานข้าว ตอนนี้ก็ห่วงแต่งาน ชอบอมข้าวเอาไว้ในปากแล้วกดโทรศัพท์ดูๆๆ ดื้อไม่มีใครเกิน เขาไม่รู้จะทำยังไงดี
“....”
มือเล็กจับช้อนขึ้นมาถือเอาไว้ แต่ไม่ยอมตักข้าวอีก เคี้ยวข้าวในปากช้า ๆ ก้มหน้าเขี่ยข้าวในจานไปมา
“เอ้า ! เป็ไก่หรือไง ! เขี่ยข้าวในจานจนจะหกหมดแล้ว”น้ำเสียงยังคงเข้มเหมือนเดิม
“....”
หญิงสาวช้อนตาขึ้นมามองเขา ท่าทางเอาจริงของพี่ภีมตอนนี้เธอไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก รีบตักข้าวเข้าปากเคี้ยวอย่างเร็ว ความน้อยใจแล่นขึ้นมาจนจุกอยู่ที่คอคอย จนเคี้ยวจะข้าวต่อไม่ไหว ในสายตาของเขา คงเห็นเธอเป็เด็กตลอดเวลา
...ใช่สิ ! ที่ผ่านมาเธอทำตัวเป็เด็กกับพี่ภีมมาั้แ่สมัยอยู่ที่เชียงราย ทั้ง ๆที่เธออายุมากกว่าเขาตั้งหลายปี แต่กลับชอบทำตัวงี่เง่า! เล่นเป็เด็ก ๆให้เขาต้องคอยดุด่าว่ากล่าวไม่หยุด แทนที่จะทำตัวเป็พี่คอยดูแลน้อง ๆ กลับไม่ได้เื่ เรียนก็ไม่เอาไหน สอบก็ตก ทำงานก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง ต้องพึ่งเขามาตลอด กี่ปี ๆ เธอก็ยังทำตัวอย่างนี้ สมควรโดนพี่ภีมดุ ยัยภริตา !
ภีมพลเห็นหน้าหงอย ๆของผิงผิงก็อดใจอ่อนไม่ได้ “ผิงผิงคร้าบ...ถ้าพ่อเมธรู้ว่าทำงานจนไม่ทานข้าวทานปลาแบบนี้ พี่ภีมโดนลุงเมธว่าเอาแน่ ๆ เลย พ่อเมธเป็ห่วงผิงผิงมากนะ พี่รับปากพ่อเมธว่าจะดูแลผิงผิงแทนท่าน ถึงได้คอยจ้ำจี้จำไชอย่างนี้”น้ำเสียงของเขาที่เอ่ยออกมาเจือด้วยความห่วงใย
“.....”
พี่ภีมมาดูแลเธอห่วงเธอก็เพราะพ่อเมธฝากให้เขาคอยดูแล พี่ภีมคงจะอึดอัดใจกับเธอหลายๆ เื่ จะปฏิเสธพ่อเมธก็ไม่ได้ ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเธอ
“ทานข้าวนะคะ พี่ภีมตักกับข้าวให้อีก”เขาเอ่ยเสียงทุ้มออกมา ใบหน้าคลี่ยิ้ม มือตักกับข้าวใส่จาน “ผิงผิง...น้อยใจพี่ภีมเหรอคะ...หืมม์”เขาสังเกตเห็นน้ำใสๆ ที่กลอกกลิ้งอยู่ในดวงตากลม
“.....”
เธอส่ายหน้าเบา ๆ ก้มหน้าตักข้าวเข้าปาก ไม่พูดไม่จา
ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปนั่งข้าง ๆ “บอกว่าไม่น้อยใจพี่ภีม แต่...ไม่ยอมคุยกับพี่เลย” มือใหญ่โอบที่เอวหลวม ๆ
“.....”
เธออยากจะพูดออกมานะ แต่...กลัวน้ำตาจะแตกออกมาอีก จึงได้แต่นั่งเงียบๆ จะน้อยใจพี่ภีมไปหาพระแสงอะไรวะ ยัยภริตา !!! พ่อเมธฝากพี่ภีมช่วยดูแลเธอก็แค่นั้น...
“ทำไม... เอ่อ...พี่ภีมถึงดูแลผิงผิงแทนพ่อเมธล่ะ”เธอเอ่ยขึ้นด้วยความอยากรู้ ตากลมกระพริบสองสามครั้งไล่ความรู้สึกน้อยใจออกไป
“พูดได้แล้วเหรอ...”เขายิ้ม หยิบจานข้าวตัวเองมาวางตรงหน้า ตักข้าวทานไปด้วย เขาเองก็ยังไม่ได้ทานข้าวั้แ่เช้าเหมือนกัน
“ตอนนั้น...แม่เอยไปทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล พี่ภีมยังอยู่ในท้องของแม่เอย ลุงเมธคอยดูแลแม่เอย ดูแลยาย พอมีพี่ภีมกับน้องพายลุงเมธก็เลี้ยงพี่ภีมกับน้องพายเหมือนลูกของท่าน พี่ยังจำได้ดี... ลุงเมธมักจะอุ้มพี่ขึ้นขี่คอ เดินไปทั่วโรงพยาบาล เวลาที่น้องพายไม่สบายลุงเมธก็ช่วยแม่เอยดูแล”เขาตักกับข้าวใส่จานคนตัวเล็ก
“... สิ่งไหนที่พี่สามารถตอบแทนลุงเมธได้ พี่ภีมทำได้หมด ครอบครัวของเราติดหนี้บุญคุณลุงเมธเอาไว้มาก”
ผิงผิงยิ้มออกมา นึกถึงใบหน้าของพ่อเมธที่ห่วงเธอนักหนา“เพราะ...เพราะพ่อเมธนี่เอง...”เธอเอ่ยเหมือนรำพึง
“อืม...ใช่เลยล่ะ ผิงผิงมีแต่คนคอยรักคอยห่วง พ่อภูก็คอยถามถึงแต่น้องผิงๆ กลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อน กลัวจะเหงากลัวจะไม่สบาย พี่ต้องกระเตงตัวเองจากที่โน่น...ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพั้แ่ ม.1 เพราะลุงเมธกับพ่อภูเป็ห่วงกลัวผิงผิงจะไม่มีเพื่อน น้องพายโวยวายใหญ่เลย ที่ตัวเองไม่ได้มาเรียนที่กรุงเทพพร้อมกับพี่ภีม”เสียงหัวเราะของเขาดังออกมา ทำให้หญิงสาวมีสีหน้าดีขึ้น
“ตอน ม.1 ที่พี่ภีมมาเรียนที่นี่ เพราะต้องมาดูแลผิงผิงใช่ไหม”หญิงสาวหันหน้ามาถามพี่ภีม
“คร้าบ...เด็กนักเรียนหญิง ม.4 แต่ตัวเล็กนิดเดียว เดินไปไหนกับพี่ภีม เขาก็บอกว่าเป็น้องสาวพี่ภีม แล้วยังเรียนจะตกแหล่ไม่ตกแหล่ ลำบากพี่ภีมต้องมานั่งอ่านหนังสือเรียนของม.4 เพื่อติวให้เด็กนักเรียนบางคน”เขายิ้มละมุน เมื่อนึกถึงเื่เก่า ๆ เขากลายเป็พี่ของผิงผิงไปแล้ว แม้อายุจะน้อยกว่ามาก แต่เพราะมีสายเืผสมทางยุโรป จึงทำให้สรีระทางร่างกายเขาสูงใหญ่เกินเด็กทั่วไป จึงดูไม่ออกว่าอายุน้อยกว่า เขาเองก็รู้สึกดีที่ผิงผิงเรียกว่าพี่ภีมมาตลอด
ผิงผิงมองพี่ภีมตาคว่ำ “ก็...ผิงผิงหัวไม่ดี...ใครจะเก่งเหมือนพี่ภีมล่ะ...”เธอเริ่มยิ้มได้ เมื่อเขาสรรหาเื่ราวมาพูดคุยให้สบายใจ
“หายน้อยใจพี่ภีมแล้วใช่ไหมคะ...”เสียงทุ้มเอ่ยถาม
“อื่อ...”เธอพยักหน้ารับเก้อๆ
“รู้ไหม ? ที่พี่ภีมดุผิงผิง ว่าผิงผิง เพราะพี่ภีมเป็ห่วงมาก”สายตาของความห่วงใยเต็มไปทั้งใบหน้าและแววตา
“....”
เธอช้อนตามองหน้าคมที่อยู่ข้าง ๆ ทำไมเธอจะไม่รู้.. แค่...อดน้อยใจไม่ได้เท่านั้นเองอารมณ์มันพาไป...
“ผิงผิง...อย่าทำให้พี่ภีมเป็ห่วงอีกนะคะ ถ้าพี่มาไม่ได้วันนี้ ผิงผิงจะเป็ยังไง..”
“ทำไมรู้ว่า ผิงผิง อยู่ที่ทำงาน”
“เฮ้อ ! ต้องโดนพี่ตีก้นให้เจ็บ โทรมาก็ไม่ยอมรับสาย พี่โทรเข้าเบอร์โรงพยาบาล ต่อสายหาพี่วิ”
“อ้อ...อย่างนี้เอง พี่วิคงเล่าให้ฟังพี่ภีมฟังหมดแล้ว”
“คร้าบผม...มีปัญหาั้แ่เช้า ทำไมไม่รีบบอกพี่ภีม”เขาวางช้อนลง
“มัน...มันยุ่ง ๆ ...”เธอตอบเสียงอ้อมแอ้มๆ
“ไม่ใช่มั้ง... ตอนกลางวันน้อยใจพี่ใช่ไหม ถึงเดินหนีพี่ออกมาจากห้อง”เขาพูดกลั้วเสียงหัวเราะ
“ก็...นิดหน่อยค่ะ ตอนนั้น ผิงผิงเพิ่งประชุมกับบอร์ดเสร็จ มันเครียดๆด้วย ก็เลย...อ่า...งอแงกับพี่ภีม”เธอยิ้มแห้ง ๆ
มือใหญ่ลูบผมหญิงสาวเบา ๆ
“ทานข้าวเยอะ ๆ เื่งานไม่ต้องคิดอะไรแล้ว คืนนี้พี่ภีมจะช่วยดูเอกสารให้เอง”
หญิงสาวพยักหน้า ยิ้มให้พี่ภีม อาหารที่อยู่ตรงหน้าเริ่มอร่อยทุกอย่าง เพราะอย่างนี้เธอถึงไม่อยากอยู่ห่างพี่ภีม ถ้าพี่ภีมแต่งงานไป ใครจะมาช่วยเธอล่ะ...
.............................
คอนโด JN
ภีมพลยกเอกสารในกล่องมาไว้ในห้องผิงผิง เห็นทำงานหนักอย่างนี้ก็อดห่วงไม่ได้ ตัวก็เล็กนิดเดียว ทำงานแทบไม่มีเวลาพัก เสร็จจากงานตอนเย็น หรือวันหยุดก็ต้องไปร่วมงานสังสรรค์ งานเลี้ยง งานการกุศล งานปาร์ตี้ จะปฏิเสธก็ยาก เพราะเกี่ยวข้องกับธุรกิจ
หลายครั้งที่เขาต้องลุกขึ้นจากเตียงนอนกลางดึกไปรับหญิงสาวที่งานเลี้ยงกลับมาห้อง เพราะดื่มแล้วเมากลับไม่ได้ เขาไม่อยากให้นั่งแท็กซี่มาคนเดียว หรือมากับรถของคนอื่น ห้ามไม่ให้ดื่มก็ไม่ได้ ดื้อมาก...
“พี่ภีมจะไปอาบน้ำก่อน เสื้อพี่แข็งเป็กาวแล้ว มีแต่ขี้มูกของเด็ก เหนียวตัวไปหมด”มือจับปลายจมูกหญิงสาวบีบเบา ๆ
ผิงผิงกอดแขนพี่ภีม“อย่านานนะ...งานเยอะมากกก...แล้วก็ด่วนๆ ทั้งน้านน...ผิงผิงจะนั่งอ่านเอกสารรอ...”เสียงที่เอ่ยออกมาลากยาวอ้อนพี่ภีม
“คร้าบ...ผิงผิงก็รีบไปอาบน้ำไป๊...”
เขาปิดประตูห้อง เดินออกไปที่ห้องของเขา ซึ่งอยู่ชั้นเดียวกัน แต่ถัดจากห้องของผิงผิง 1 ห้อง ข้าง ๆห้องของผิงผิงเป็ห้องของน้องพาย นานๆจะกลับมา น้องพายชอบอยู่ที่หอพักแพทย์ เพราะสะดวกเื่การเดินทาง ตอนนี้เรียนหนัก เข้าเวรด้วยจึงไม่อยากขับรถกลับมาดึก ๆ
คอนโดนี้เป็ของป้ากุ้งแม่ของผิงผิงตั้งอยู่ริมแม่น้ำเ้าพระยา โอนเป็ชื่อของผิงผิงแล้ว พ่อภูขอซื้อสองห้องนี้เอาไว้ให้เขากับน้องพายพักเวลามาเรียนที่กรุงเทพ ตอนแรกทางคุณตาผิงผิงจะไม่ขาย จะให้เลย เพราะรู้ว่าพ่อภูดูแลหลานสาวมาั้แ่เด็ก ๆ แต่พ่อภูไม่ยอมขอให้ขายในราคาปกติ ถ้าไม่ตกลงจะไปซื้อที่อื่น คุณตาจึงต้องยอม
เขาอาบน้ำเสร็จก็เดินกลับมาที่ห้องของผิงผิง เปิดประตูเข้าไปเห็นกองเอกสารวางอยู่เต็มพื้น
ห้องนี้เป็ห้องชุดที่ใหญ่ที่สุด มีห้องนอน 2ห้อง ห้องรับแขก ห้องครัวแยกจากกัน ตรงกลางจะเป็ห้องโถงใหญ่ ผิงผิงจัดเป็ห้องทำงาน โต๊ะใหญ่ตั้งอยู่ริมระเบียงที่มองออกไปเห็นวิวแม่น้ำเ้าพระยา ตรงกลางห้องโถงจะมีโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่สีครีม โต๊ะกลาง พื้นห้องปูด้วยพรมเปอร์เซียสีขาวนุ่มเต็มห้อง
ตอนนี้เ้าของห้องอยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวลายการ์ตูน ใบหน้าขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาเหมือนเด็กน้อย นั่งอยู่ที่พื้น มือจับเอกสารเอาไว้ในมือเล็ก ใบหน้าสวยพิงอยู่ขอบโซฟา หลับสนิท เสียงหายใจดังสม่ำเสมอ คงจะเหนื่อยมาทั้งวันถึงได้หลับง่ายอย่างนี้
“ผิงผิง...ผิงผิงคร้าบ...”ภีมพลจับแขนปลุกเบา ๆ
“อืออ...”มีเสียงร้องออกมา อือ ๆ ... ตายังปิด ไม่ขยับตัว
เขาดึงเอกสารในมือออกมาเก็บ
“เด็กน้อย...ลุกไปนอนในห้องนะ...”ชายหนุ่มยังปลุกผิงผิงต่อ
หญิงสาวขยับตัวพิงโซฟาหลับต่อไม่มีวี่แววว่าจะตื่น เขานั่งลงข้าง ๆมองหน้าหญิงสาวแล้วยิ้มขันกับชุดนอนลายการ์ตูน เฮ้อ!โตเป็สาวแล้วยังใส่ชุดนอนแบบเด็กๆอยู่ได้ เมื่อไรจะโตล่ะ..
“วันนี้คงจะเหนื่อยจริงๆ...หลับคาเอกสารเลย...เฮ้อ !” มือใหญ่วางลงที่ผมสั้นของหญิงสาวลูบผมนุ่มอย่างอ่อนโยน เขายิ้มน้อย ๆ ออกมา นิ้วเรียวไล้ที่แก้มใสอย่างเบามือ
“เวลาหลับ ดูน่ารักจัง ปากก็เล็ก ๆ จมูกรั้น ๆ แก้มสีแดงเชียว อืม... ”
ภีมพลคลี่ยิ้ม ใบหน้าคมก้มลงใกล้ๆแก้มนวล