และแล้วก็เข้าสู่วันที่สาม ตามที่นัดเอาไว้กับเชียสต้าเื่ขอป้ายฐานะ ครั้งนี้ผู้รับใช้โบสถ์ซึ่งเป็เด็กชายอายุประมาณแปดขวบ ได้มาหาแลนซ์และแอนนาถึงที่พัก เพื่อแจ้งเปลี่ยนกำหนดการนัดพบกับเชียสต้า
“ให้ไปพบที่โบสถ์หรือจ๊ะ” แอนนาเอ่ยถามเด็กน้อยในชุดคลุมสีน้ำตาลอย่างเอ็นดู พลางมอบขนมปังกรอบเคลือบน้ำตาลให้ เด็กรับใช้โบสถ์รับขนมปังไปแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อยทันที
“ครับพี่สาว” เด็กน้อยกล่าวพลางเคี้ยวขนมปังกรอบ “หากผมกล่อมให้พวกพี่ไปที่โบสถ์เพื่อพบท่านไอช่าได้ จะถือว่าสำเร็จหนึ่งในพันภารกิจ เพื่อเลื่อนระดับไปเป็ พอสจุเลนท์ (Postulant) หรือพระหน้าใหม่ครับ”
“ที่นัดไว้คือกิลด์นักผจญภัยไม่ใช่หรือคะ” วาเนสซ่ากล่าวแย้ง “แค่เื่ป้ายฐานะกับใบประวัติไม่จำเป็ต้องไปถึงโบสถ์ก็ได้ค่ะ เพราะพวกเราไม่ใช่ผู้ศรัทธา ไม่ได้นับถือศาสนามาริก้า”
“ถ้าไปถึงโบสถ์คงไม่จบแค่รับป้ายฐานะตามที่ตกลงไว้เฉยๆ แต่ต้องมีอะไรยุ่งยากกว่านั้นแน่ๆ” แลนซ์กล่าวพลางถอนใจ “หรือจะปฏิเสธป้ายของศาสนจักรดีนะ ถึงจะแอบเสียดายที่ต้องเสียสิทธิแลกตั๋วเงินก็เถอะ”
คำกล่าวของวาเนสซ่าและแลนซ์ทำเอาเด็กรับใช้โบสถ์ซึมทันที จนแอนนาต้องรีบปลอบ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ พี่วาเนสซ่า แลนซ์” แอนนากล่าว “พวกเราสามคนจะไปพบท่านอาร์คบิชอบล่ะกัน อยากรู้ด้วยว่าจะคุยเื่อะไร ถ้ามันยุ่งยากจริงๆก็แค่ปฏิเสธการรับป้ายฐานะก็แค่นั้น”
“ขอบคุณมากครับ” เด็กรับใช้โบสถ์กล่าวพลางก้มหัวขอบคุณ “ภารกิจของผมไม่ล้มเหลวแล้ว”
เพื่อป้องกันคนมาบวชในศาสนาได้โดยง่าย ศาสนจักรมาริก้าจะให้ผู้อยากบวชเป็พระหน้าใหม่ ทำภารกิจทั้งหมดหนึ่งพันภารกิจก่อน ซึ่งภารกิจที่จะนับได้นั้นต้องเป็ภารกิจที่เกี่ยวกับการทำความดีความชอบ การบำเพ็ญประโยชน์ การบริการ และการช่วยชีวิต การทำภารกิจจะต้องมีพยานรู้เห็น มีหลักฐาน หรือได้รับคำสั่งจากพระชั้นสูงในระดับ พรีส (Priest) ขึ้นไป
แต่ทว่าภายหลังการทำภารกิจหนึ่งพันภารกิจ สามารถชดเชยได้ด้วยเงินจำนวนหนึ่งพันเหรียญทองแดง หรือหนึ่งแสนเหรียญหิน เรียกได้ว่าเป็การซื้อตำแหน่งนั่นเอง แต่ทว่านั่นเป็เื่ของโบสถ์สาขาแม่ที่จักรวรรดิเอเธียน่า เท่าที่แลนซ์เคยได้ยินมา
ซึ่งในอนาคตโบสถ์สาขาแม่ที่จักรวรรดิเอเธียน่า กับโบสถ์ที่สาธารณรัฐไวท์โฮปของคาร์ดินัลแม็กซิมัส จะแตกคอกันจนแยกออกเป็สองนิกายในที่สุด เพราะความเห็นต่างเื่ซื้อตำแหน่งกับขายใบไถ่บาป หลังจากนั้นก็จะก่อาเพื่อแย่งชิงตัวผู้กล้าอาม่อน ซึ่งแลนซ์ไม่รู้ว่าผู้กล้าอาม่อนเลือกข้างใคร เขารู้แต่ว่าผู้กล้าอาม่อนเสียชีวิตที่ทวีปของคนตายในเวลาต่อมา
เพราะเหตุนี้แลนซ์จึงไม่อยากติดหนี้อะไรจากโบสถ์มากนัก เพราะเขากลัวว่าจะถูกลากไปยังาของโบสถ์ในอนาคตนั่นเอง
“ให้พบท่านไอช่า ไม่ใช่ท่านเชียสต้าหรือ” แลนซ์กล่าวด้วยความสงสัย เพราะอันที่จริงเขาต้องรับป้ายฐานะจากเชียสต้า “แสดงว่าเื่ที่เราไหว้วานท่านเชียสต้าถึงหูท่านอาร์คบิชอบแล้วสินะ”
“ตรงนี้ผมไม่ทราบเลยน่ะครับ” เด็กน้อยรับใช้โบสถ์กล่าว “แต่ยังไงถ้าพบกับท่านไอช่า ท่านเชียสต้าก็ต้องอยู่ด้วยแน่นอน”
“ถ้างั้นนำทางพวกเราด้วยค่ะ” แอนนากล่าวก่อนจะเอามือขยี้หัวเด็กน้อย เด็กมีสีหน้าแดงระเรื่อทันที ก่อนที่เขาจะหันไปหาแลนซ์ซึ่งกำลังมองตาขวาง ทำเอาเด็กน้อยสยองต้องถอยห่างทันที
…………………………….
โบสถ์ประจำอาณาจักรเร้ดกราวน์นั้นยิ่งใหญ่พอๆกับพระราชวัง ผู้เฝ้าประตูรั้วนั้นเป็ผู้รับใช้โบสถ์วัยรุ่นอายุประมาณสิบแปดปีประมาณห้าคน ด้านหลังของพวกเขาติดอาวุธกระบองเหล็กและโล่ทรงกลม
วัยรุ่นกลุ่มนี้เป็ประเภทเดียวกับเด็กที่มานำทางแลนซ์และแอนนา พวกเขากำลังทำภารกิจเพือเลื่อนระดับเป็พระหน้าใหม่ แต่ดีหน่อยตรงที่ภารกิจของพวกเขาได้รายได้ตอบแทนรายวัน รวมทั้งอาหารสามมื้อ เพื่อที่ทางโบสถ์จะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าหลอกมาทำงาน หากพวกเขาถอดใจไปซะก่อน
เมื่อเด็กนำทางมาถึงหน้าประตู ผู้รับใช้โบสถ์ก็เปิดทางให้แต่โดยดี หนึ่งในนั้นถามหาสัมภาระเพื่อที่จะช่วยแบกด้วย เพราะเขา้าเพิ่มภารกิจในการเลื่อนระดับ
“ทำไมถึงมีคนสนใจจะเป็นักบวชกันเยอะจัง” แลนซ์กล่าวขึ้นด้วยความสงสัย “คนพวกนั้นก็กำลังทำภารกิจเลื่อนระดับเหมือนนนายสินะ”
“ครับ” เด็กนำทางกล่าว “พวกเขากำลังทำภารกิจเพื่อเลื่อนระดับ แต่บางคนไม่ได้อยากเป็พระหรอก หากใกล้ถึงกำหนดพิจารณาเลื่อนระดับ พวกเขาบางคนก็จะขอผ่อนผันหรือยกเลิกการทำภารกิจ แล้วมาสมัครใหม่ เพื่อให้ได้รับเงินในการเฝ้ายามและอาหารสามมื้อ”
“ถึงจะเป็พระหน้าใหม่ก็รับหน้าที่ต่อได้ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเข้าๆออกๆ” แลนซ์กล่าว “ทำมาขนาดนี้เเป็พระไปเลยยังดีกว่า”
“ถ้าเป็นักบวชแล้วจะถูกส่งตัวไปยังสังกัดต่างๆ ไม่มีอิสระในการเดินทาง แถมยังห้ามดื่มสุราหรือของมึนเมา ห้ามประพฤติผิดในกาม ห้ามลักขโมย ห้ามพูดชั่วร้าย ห้ามฆ่ามนุษย์” เด็กน้อยกล่าว “พวกพี่บางคนเขาว่ามาแบบนี้น่ะครับ เขาบอกว่าถ้าให้เป็ขอตายดีกว่า เพราะศีลห้ามันยากเกินไปสำหรับพวกเขา”
“อย่างนี้นี่เอง สำหรับบางคน โบสถ์คือที่หางานประจำที่ยั่งยืนสินะ” แลนซ์กล่าว “และทางโบสถ์ก็ใจดีพอที่จะไม่ว่าอะไร และยังจ้างซ้ำอีกด้วย ก็นะ สมกับเป็ไอช่าจริงๆ”
“อ้าว เดวิด กลับมาแล้วหรือจ๊ะ”
ผู้ที่เรียกเด็กนำทางแลนซ์และแอนนา คือหญิงสาววัยรุ่นผมน้ำตาลอ่อนยาวประบ่า ดวงตาสีฟ้าใส เธอกำลังทำความสะอาดรูปเคารพทูต์อยู่ เธออยู่ในชุดนักบวชสีขาวบริสุทธิ มีเพียงกางเขนที่ประดับลวดลายในชุดเท่านั้น ที่ปักด้วยด้ายแดง
“ครับซิสเตอร์ (Sister) เมย์” เดวิดกล่าวชื่อตำแหน่งของเธอ พลางพนมมือนมัสการ “ผมนำคนสำคัญของท่านอาร์คบิชอบมาพบครับ ตอนนี้ท่านอาร์คบิชอบอยู่ในห้องประชุมหรือเปล่า”
“ใช่จ๊ะ ท่านกำลังพูดคุยกับท่านบิชอบทั้งสามอยู่น่ะ เพื่อเตรียมรอต้อนรับคนสำคัญ...คงเป็สามคนที่เธอพามาสินะ”
เมย์กล่าวพลางมองไปยังกลุ่มของแลนซ์ที่ยืนเฉย ทั้งสามไม่ได้ทำความเคารพเธอ ทำให้เธอเข้าใจว่าทั้งสามเป็คนนอกที่ไม่ได้นับถือศาสนา เพราะศาสนิกหรือพวกพระใหม่ต้องทำความเคารพเธอ
ในศาสนจักรมาริก้า ตำแหน่งซิสเตอร์ จะเทียบเท่ากับพระในชั้นยศ อโคไลท์ (Acolyte) หรือเหนือกว่าพระหน้าใหม่หนึ่งขั้น แต่ซิสเตอร์ต่างกับอโคไลท์ตรงที่พวกเธอไม่มีอำนาจบริหารในโบสถ์ แต่มีหน้าที่ธุรการและครัวเรือน แน่นอนว่าพวกเธอสามารถเลื่อนยศไปเป็พระชั้นสูงเหมือนกับอโคไลท์ได้ หากพวกเธอไม่แต่งงานมีครอบครัวออกไปเสียก่อน
หลังจากนั้นซิสเตอร์เมย์ก็นำกลุ่มของแลนซ์ไปยังห้องประชุมแทนเด็กรับใช้เดวิด โดยซิสเตอร์เมย์สั่งให้เดวิดทำความสะอาดรูปปั้นต่อจากเธอ
เมื่อเข้าไปในห้องประชุม แลนซ์เห็นไอช่าในชุดนักบวชสีแดงนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุม ส่วนบิชอบอีกสามคนนั้นแต่งกายคล้ายๆกับเธอ แต่สีแดงในชุดน้อยกว่าเพราะแซมขาว คงเป็การบอกระดับยศอะไรบางอย่าง
บิชอบที่นั่งถัดมาเป็หญิงสอง ชายหนึ่ง โดยผู้หญิงหนึ่งในสองคนคือเชียสต้า ที่แลนซ์และแอนนาคุยกับเธอเพื่อให้ทำประวัติทะเบียนและป้ายฐานะให้ เชียสต้าซ่อนผมบลอนด์ทองของเธอในผ้าคลุมหัว พลางส่งสายตาสีเขียวใสมองมายังทั้งสองคน
ส่วนบิชอบหญิงอีกคนที่นั่งข้างๆนั้นเป็สาวผมน้ำตาลทรงผักกาด ดวงตาสีเขียวใส ผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาดูเรียบไม่มีอะไรโดดเด่น อายุของเธอประมาณยี่สิบห้าปี ซึ่งถือว่ามากที่สุดในกลุ่มที่นั่งประชุม
ส่วนบิชอบชายที่นั่งฝั่งตรงข้าม เป็เด็กอายุราวๆสิบสองถึงสิบสามปี รุ่นเดียวกับแลนซ์และแอนนา เขามีผมสีขาวขุ่น และดวงตาสีเขียวเข้ม เขามองแลนซ์และแอนนาด้วยท่าทีไม่ค่อยเป็มิตรเท่าไหร่ ก่อนจะหลบตาไปทางอื่น จุดเด่นของเขาคือคฑาทองคำหัวกางเขนที่ตั้งตระหง่านด้วยตัวเองบนพื้นข้างๆตัวของเขา รัศมีเวทที่แผ่ออกจากคฑานั้น บ่งบอกว่าเป็อาวุธเวทที่ทัดเทียมกับอาวุธระดับราชวงศ์ของแอนนาและวาเนสซ่า
ซิสเตอร์เมย์คุกเข่าทำความเคารพตามศาสนพิธี ในขณะที่กลุ่มของแลนซ์นั้นค้อมหัวให้พอเป็มารยาทเท่านั้น
“สวัสดีค่ะ ท่านแลนซ์ เ้าหญิงแอนนา และท่านวาเนสซ่า” ไอช่ากล่าว “ยินดีต้อนรับทั้งสามท่านสู่โบสถ์ที่ดิฉันปกครองค่ะ...ส่วนซิสเตอร์เมย์ เธอยืนขึ้นได้ค่ะ และก็เตรียมชาให้กับทั้งสามท่านที่จะมานั่งร่วมโต๊ะด้วย”
“เชิญทั้งสามท่านไปนั่งโต๊ะค่ะ” เมย์กล่าว “เดี๋ยวดิฉันจะนำชามาให้ตามคำสั่งท่านไอช่า”
แอนนาและวาเนสซ่านั่งฝั่งเชียสต้า ส่วนแลนซ์นั่งข้างบิชอบชาย แลนซ์สังเกตุว่าคนที่เขานั่งข้างๆมีทีท่าไม่พอใจ แต่เขาเลือกจะเงียบเฉย เพราะว่าอีกไม่นานเขาจะไม่ได้เจอคนๆนี้อีกแล้ว
“รู้จักดิฉันด้วยหรือคะ” วาเนสว่ากล่าวทันทีที่นั่งโต๊ะ “ทั้งที่เราไม่เคยพบกันมาก่อน ท่านอาร์คบิชอบไอช่า”
“เกรงว่าดิฉันจะเคยพบท่านนะคะ” ไอช่ากล่าว “นักผจญภัยที่รับภารกิจกำจัดหมีโลหิตที่มาทำร้ายชาวบ้านในเขตปกครองโบสถ์เมื่อหกเดือนก่อน ดิฉันมอบเหรียญเงินหนึ่งถุงให้ท่านเองกับมือเลยนะคะ จำได้หรือเปล่า”
“งั้นหรือคะ” วาเนสซ่ากล่าว “ท่านนี่ความจำดีจัง ข้าละลืมไปแล้ว”
“กับองครักษ์หลวงของบลูสกายที่ปลอมตัวมาเป็นักผจญภัยในเขตของดิฉัน ดิฉันไม่ลืมหรอกค่ะ จำได้ขึ้นใจเชียว”
ไอช่ากล่าวพลางยิ้มหวาน ในขณะที่วาเนสซ่ามีสีหน้าเครียด ทางโบสถ์นั้นมีหน่วยข่าวกรองขนาดที่ว่าระบุตัวเธอได้ทั้งที่เธอไม่ค่อยปรากฏสู่สายตาใครเท่าไหร่ หากเป็แบบนี้ไม่แน่ว่าในวังของบลูสกายหรือเมืองบลูฟิช ก็อาจมีคนของศาสนจักรอยู่
“ก่อนจะเริ่มพูดคุย ดิฉันขอแนะนำบรรดาบิชอบของโบสถ์แห่งเร้ดกราวน์นะคะ” ไอช่ากล่าวต่อทันที “พวกเธอทั้งสามแนะนำตัวสิจ๊ะ”
เชียสต้าลุกขึ้นคนแรก ก่อนจะเริ่มแนะนำตัวทันที
“ดิฉันชื่อเชียสต้าค่ะ ทำหน้าที่เป็เลขาคอยช่วยงานท่านไอช่า อยู่ที่โบสถ์นี้ั้แ่อายุเจ็ดขวบ เรียกได้ว่าเป็บิชอบที่อยู่มานานที่สุด ฝากตัวด้วยนะคะ”
กลุ่มแลนซ์พยักหน้ารับ ก่อนที่คนต่อไปจะลุกขึ้นยืน เธอเป็หญิงสาวอายุเยอะสุดในกลุ่ม
“ดิฉันชื่อพริม่าค่ะ มาจากจักรวรรดิเอเธียน่า พระสังฆราชมีคำสั่งให้มาช่วยท่านไอช่าดูแลด้านงบประมาณของโบสถ์ รวมทั้งพิจารณาแต่งตั้งพระหน้าใหม่ด้วย”
หลังจากเธอนั่งลง ไอช่าจึงมองไปยังคนสุดท้าย เด็กหนุ่มบิชอบเบ้ปากด้วยความไม่พอใจทันที
“ทำไมผมต้องแนะนำตัวกับพวกที่ไม่ศรัทธาในโบสถ์” เด็กหนุ่มบิชอบกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่น “พวกนี้ไม่รู้ว่านั่งอยู่ต่อหน้าใคร ไม่ทำการนมัสการพวกเราด้วยซ้ำ ทำตัวตีเสมอ ทำไมเราต้องให้ราคาคนพวกนี้ด้วย”
ดูท่าว่าเด็กน้อยบิชอบจะภาคภูมิใจในตำแหน่งของตนมาก และคงรู้ว่าผู้ศรัทธาปฏิบัติต่อเขาเช่นไร เมื่อเจอคนที่ไม่รู้จักความภาคภูมิของตน จึงเกิดอาการหงุดหงิด
“สโนว์ เธอน่ะไม่รู้อะไร” เชียสต้ากล่าวค้านทันที “แลนซ์น่ะ เขาเป็ผู้กล้าที่บลูสกายอัญเชิญมายังไงล่ะ และในอนาคตจะเป็กำลังของโบสถ์ช่วยจัดการพวกหายนะสีดำด้วยนะ ดีๆกันไว้เถอะ”
“ผู้กล้าเหรอ” บิชอบสโนว์กล่าวพลางพ่นลมทางจมูก “ไม่เหมือนผู้กล้าเลยสักนิด ตอนเข้าร่วมงานกับผู้กล้าอาม่อน หมอนั่นมันทำความเคารพตามศาสนพิธีตลอด เป็สาวกตัวอย่างที่คู่ควรให้รู้ว่าจะปฏิบัติกับพระอย่างเรายังไง”
กลุ่มของแลนซ์ไม่กล่าวอะไร มีเพียงวาเนสซ่าที่แสดงอาการหงุดหงิด ไอช่ากระแอมเบาๆก่อนที่เธอจะกล่าวเพื่อเปลี่ยนเื่
“นี่คือป้ายฐานะของทั้งสองคนค่ะ กรุณารับไว้ด้วย”
ป้ายทองแดงที่มีตราของศาสนจักร บ่งบอกว่าทั้งสองเป็พลเมืองในการปกครองของศาสนจักรถูกนำมาวางไว้ข้างหน้า โดยป้ายทองแดงนี้มีความพิเศษตรงที่มันเคลือบกรอบเงินเอาไว้
“ป้ายนี้แสดงถึงว่าพวกท่านเป็สมาชิกกิตติมศักดิ์ของโบสถ์ เพื่อที่พวกท่านจะสามารถใช้ธนาคารและห้องพักรับรองของโบสถ์ได้ทุกที่ สามารถใช้ยืนยันตนได้เหมือนป้ายฐานะปกติทุกประการ” ไอช่ากล่าว “ดีกว่าการเปลี่ยนประวัติตัวเองให้เป็เด็กกำพร้าของโบสถ์เยอะ จริงมั้ยคะ”
เชียสต้ายิ้มแห้งๆพลางก้มหน้า ดูเหมือนการที่เธอรับปากแลนซ์เอาไว้จะถูกไอช่าตำหนิเสียแล้ว
“ส่วนท่านเชียสต้า การกระทำของท่านนั้นผิดศีลนะคะ” ไอช่ากล่าว “หากดิฉันไม่แก้ไขให้ ป่านนี้ท่านคงต้องถูกขับออกจากศาสนาไปแล้ว”
“ขอโทษค่ะ” เชียสต้ากล่าวเสียงเศร้า “ดิฉันแค่อยากช่วยผู้กล้าและเ้าหญิง เพื่อความสัมพันธ์อันดีในอนาคตเท่านั้นเอง”
“มีแค่นี้ล่ะค่ะ” ไอช่ากล่าว “เชิญพวกท่านรับป้ายฐานะได้...ที่ดิฉันเชิญมาโบสถ์ ก็เพื่อจะแจ้งว่าทำไมพวกท่านถึงได้ป้ายกิตติมศักดิ์แทนก็เท่านั้นเองค่ะ รวมถึงต้องขอโทษที่ไม่อาจปลอมประวัติให้ได้”
แลนซ์และแอนนาทำท่าจะรับป้าย แต่ทว่าสโนว์กับตบโต๊ะเสียงดัง พลางเอามือขวางทั้งสอง
“ถึงอาร์คบิชอบจะยอมรับพวกแก...แต่ฉันไม่ยอมรับหรอกนะ” สโนว์กล่าว “ป้ายฐานะกิตติมศักดิ์ มีไว้ให้ผู้ที่ศรัทธาในโบสถ์เท่านั้น ถ้าหากพวกแกอยากจะได้ป้ายจริงๆล่ะก็ ต้องทำพิธีสาบานตนเข้าศาสนาของพวกเราก่อน พร้อมบริจาคหนึ่งเหรียญทอง หรือไม่ก็บริจาคมาคนละสิบเหรียญทอง ถ้าไม่อยากสาบานตน”
ที่สโนว์กล่าวมา คือกฏของโบสถ์ใหญ่แห่งจักรวรรดิเอเธียน่า ดังนั้นไอช่าที่ทำท่าจะตำหนิจึงถูกพริม่าและเชียสต้าห้ามเอาไว้
“เลือกมาสิ ว่าพวกแกจะเอายังไง...ไอ้พวกนอกรีต”