22
ความอิจฉาริษยา
วันนี้เป็วันที่เด็กปี1จะต้องเข้ารับการทดสอบจากรุ่นพี่เพื่อทำหน้าที่ในการคุ้มครองเหล่าคนสำคัญที่จะมาประชุมที่โรงเรียนในเร็วๆนี้ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเซริน่าในคืนนั้น ทุกคนก็ช่วยกันหาข้อมูลเกี่ยวกับคำสาปเมื่อ5,000 ปีก่อนที่แพนโดร่าได้เอ่ยคำสาปแช่งออกมา แต่พวกเขาก็กลับไม่พบข้อมูลที่สำคัญอะไรเลยเกี่ยวกับคำสาปนั้นแต่พวกเขากลับพบข้อมูลที่น่าสนใจไม่แพ้กับคำสาปนั้นเลยเกี่ยวกับภาพนิมิตที่เซริออสได้เห็น ชายหญิงที่ยืนกอดกันท่ามกลางานั้นก็คือเกลกาเรส เกรเอสก้าัหนุ่มผู้ซึ่งได้ขึ้นเป็าาของเหล่าัั้แ่ยังหนุ่มและเ้าหญิงแพนโดร่า วาเจสต้า หญิงสาวงามที่ไม่สามารถหาอะไรมาเปรียบเทียบได้แต่น่าเศร้าที่ทั้งคู่ไม่สามารถได้ครองคู่ร่วมกันได้แต่ดูเหมือนว่าส่วนที่เหลือจะถูกทำลายหลักฐานไปแล้วการค้นหาจึงยุติอยู่เพียงแค่นั้นแต่ทั้งเซริออสและเซริน่าก็พอจะรู้แล้วว่าพวกเขาทั้ง 2จะหาข้อมูลในส่วนที่เหลือได้จากที่ไหน…..
หลังจากการหาข้อมูลอย่างยากลำบากเพราะเอกสารบางส่วนถูกทำลายไปแล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องเข้ารับการทดสอบจากเหล่ารุ่นพี่แล้วพวกเขาทั้งหมดเดินทางไปที่ปราสาทสีขาวที่อยู่ติดกับหอประชุมใหญ่ สถานที่ซึ่งถูกเลือกให้เป็ที่จัดการประชุมครั้งใหญ่ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีก2อาทิตย์ที่กำลังจะมาถึงนี้
เมื่อเด็กนักเรียนชั้นปีที่1ทั้งหมดเดินทางไปถึงปราสาทสีขาวสถานที่จัดการประชุมในครั้งนี้แล้วพวกเขาทั้งหมดก็พบกับเหล่ารุ่นพี่ที่มารออยู่ก่อนแล้ว
“หวังว่าจะมากันครบแล้วนะครับ”รุ่นพี่ลอว์เรนซ์พูดขึ้นพร้อมๆกับกวาดสายตามองไปยังเหล่ารุ่นน้องที่ทยอยมากันจนครบแล้วแล้วลอว์เรนซ์จึงเสกกล่องที่มีฉลากอยู่ข้างในออกมาแล้วตั้งไว้ข้างๆตัวของเขา
“เอาละถ้ามากันครบแล้วเรามาจับฉลากกันดีกว่านะครับ ภายในกล่องนี้จะบรรจุไปด้วยฉลากหน้าที่ที่พวกคุณจะได้รับ โดยแบ่งเป็ ผู้บุกรุก ผู้ป้องกัน และหัวขโมยและพวกผมที่เป็รุ่นพี่จะทำหน้าที่เป็กรรมการ และตัวแทนบุคคลในการทดสอบครั้งนี้เองแล้วเมื่อจับฉลากกันครบแล้วผมจะมาอธิบายเพิ่มอีกครั้งให้ทุกคนตั้งแถวเรียงหนึ่งเดินมาจับฉลากกันได้เลยนะครับ” เมื่อลอว์เรนซ์พูดจบเด็กปี 1ทั้งหมดจึงตั้งแถวเรียงหนึ่งไปที่กล่องนั้นเพื่อทำการจับฉลากแบ่งหน้าที่ของแต่ละคน
การจับฉลากครั้งนี้กินเวลาไปราวๆครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้และเมื่อคนสุดท้ายของแถวจับฉลากและเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆเป็ที่เรียบร้อยแล้วลอว์เรนซ์จึงเริ่มพูดอีกครั้ง
“รุ่นน้องคนไหนที่ได้คำว่าบุกรุก พี่มีปืนที่บรรจุลูกบอลสีแดงเอาไว้ข้างใน หากเจอเป้าหมายที่เราต้องกำจัดก็ให้ใช้ปืนเหล่านี้ยิงลูกบอลสีออกมาทำให้เป้าหมายของเราเลอะสีแดงได้ก็จะถือว่าพวกน้องทำหน้าที่ได้ลุล่วงไปด้วยดี ส่วนใครที่ได้คำว่า ป้องกันพวกน้องจะต้องทำหน้าที่ป้องกันเหล่าผู้บุกรุกที่จะเข้ามาทำร้ายพวกพี่ถ้าหากว่าพวกพี่หรือตัวของน้องเปื้อนไปด้วยสี ก็จะถือว่าพวกน้องทำหน้าที่ไม่สำเร็จอ่อ แล้วพี่ก็จะมีปืนลูกบอลสีฟ้าให้ ถ้าหากน้องๆทำให้ผู้บุกรุกเปื้อนสีได้ก็จะถือว่าพวกน้องทำหน้าที่ได้สำเร็จ และสำหรับหัวขโมย คนที่ได้คำว่า ขโมยพวกน้องมีหน้าที่เพียงแค่อย่างเดียว คือขโมยของมีค่าที่พวกพี่เตรียมไว้ให้ออกมาถ้าหากขโมยได้สำเร็จก็คือหน้าที่สำเร็จลุล่วง สำหรับหัวขโมยพวกพี่เตรียมปืนสีเหลืองเอาไว้ให้หวังว่าทุกคนจะเข้าใจ เตรียมตัวกันให้พร้อม เราจะเริ่มกันทดสอบในอีก 10 นาที” ทันทีที่ลอว์เรนซ์พูดจบตัวเขาและเพื่อนๆที่ยืนอยู่ข้างหลังก็หายตัวไปปล่อยให้เหล่ารุ่นน้องเตรียมตัวรับการทดสอบในครั้งนี้ ว่าพวกเขาจะทำพลาดหรือทำสำเร็จหรือไม่และถือเป็การทดสอบฝีมือไปในตัวด้วยเลย
“พี่ออสได้อะไรอ่ะน้องได้ป้องกัน” เซริน่ากระซิบถามเซริออสผู้เป็พี่ชายด้วยน้ำเสียงที่แ่เบา
“พี่ได้บุกรุก”เซริออสกระซิบตอบ
“หวังว่าเราจะไม่ต้องมาสู้กันเองนะพี่ออสเพราะน้องจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แน่ๆ”เซริน่าตอบกลับด้วยแววตาที่วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างนึกสนุกเพราะไม่บ่อยนักหรอกที่พวกเขาทั้งสองจะมีโอกาสได้สู้ปะทะกำลังกันแบบนี้
“แล้วพี่จะจำคำพูดของเธอเอาไว้นะเซ”เซริออสตอบกลับด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ สองพี่น้องพูดคุยกันต่อด้วยความสนุกสนานโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาอีกคู่หนึ่งที่คอยจับตาการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา……
และแล้วเมื่อครบเวลา10 นาทีแต่ละคนก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่ของตน สำหรับผู้บุกรุกนั้นเริ่มต้นั้แ่บริเวณหน้าโรงเรียน ที่ต้องคอยหลบยามที่คอยสอดส่องอยู่ตลอดเวลาเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายของตนให้มากที่สุดสำหรับผู้ป้องกัน ให้ทำหน้าที่อยู่บริเวณในปราสาทสีขาวนี้คอยกันไม่ให้บุกรุกเข้าไปถึงตัวเป้าหมายให้ได้และต้องคอยป้องกันไม่ให้คนสำคัญโดนป้ายสีแดงเพราะไม่อย่างนั้นจะถือว่าพวกเขาทำภารกิจไม่สำหรับและสำหรับหัวขโมยที่ต้องเริ่มบริเวณรั่วของโรงเรียนเช่นเดียวกับผู้บุกรุกและต้องเงียบให้มากที่สุดสำหรับภารกิจในการขโมยของในครั้งนี้
เซริน่าที่ทำหน้าที่ป้องกันคนสำคัญอยู่ภายในปราสาทสีขาวนี้เธอเดินตรวจตราไปยังห้องต่างๆมากมายที่คนสำคัญจะต้องเข้ามาพักอยู่ใน่ระยะเวลาหนึ่งจนกระทั่งเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง ห้องหนึ่งที่มีรุ่นพี่สาวผมสีแดงและดวงตาสีนิลยืนอยู่ที่หน้าห้องนั้นรุ่นพี่สาวคนนี้มองมาทางเซริน่าอย่างไม่ชอบใจจนเห็นได้ชัดผ่านดวงตาสีนิลคู่นั้น
“รุ่นพี่ต้องเข้าไปอยู่ในห้องไม่ใช่เหรอคะ”เซริน่าเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น แต่รุ่นพี่สาวนั้นกลับแสยะยิ้มออกมาและเดินตรงมาทางเซริน่าด้วยท่าทีที่ดูไม่ค่อยจะเป็มิตรสักเท่าไหร่
“พี่ว่าเรามีเื่ที่จะต้องคุยกันหน่อยนะคะ”รุ่นพี่สาวตรงหน้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูหวานแต่สำหรับเซริน่านั้นกลับรู้สึกไม่เป็มิตรและท่าทางพร้อมจะหาเื่อยู่ตลอดเวลา
“แต่หนูว่าเราไม่มีอะไรที่จะต้องคุยกันนะคะ”เซริน่าตอบกลับพร้อมกับจ้องหน้ารุ่นพี่สาวตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
“แหมอย่าพูดห่างเหินกันแบบนี้สิคะ พี่ขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน พี่ชื่อ ไอรีน สกาเล็ตนะคะ เราคงเคยเจอกันแล้วนะคะ น้องเซริน่า”ไอรีนแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่ดูท่าทางจะเป็มิตรแต่รอยยิ้มนั้นเซริน่าดูออกว่าเป็รอยยิ้มที่ดูเสแสร้งที่สุด
“เหรอคะ แต่หนูว่าไม่นะคะแล้วรุ่นพี่ไอรีนมีอะไรรึเปล่าคะ เพราะถ้าไม่มีหนูขอตัวไปทำหน้าที่ของหนูต่อจะได้ไหมคะ”เซริน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแข็งขึ้นเรื่อยๆเพราะเธอเองก็เริ่มไม่พอใจรุ่นพี่สาวตรงหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ….
เพราะเธอเองก็จำได้ขึ้นใจในวันเปิดภาคเรียนวันแรก ทำไมเธอจะจำไม่ได้เธอจำได้ขึ้นใจเลยล่ะ รุ่นพี่ผมสีแดงดวงตาสีนิล ที่นินทาเธอและพี่ชาย แต่กลับไม่เคยมาขอโทษเธอเลยสักคำและที่สำคัญที่สุด ทุกครั้งที่มีการประชุมระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้องไอรีนก็จ้องมาทางเซริน่าด้วยแววตาที่ดูอิจฉาริษยาอย่างปิดไม่มิดจนเธอรู้สึกได้
“จริงๆพี่ก็ไม่ได้อะไรกับน้องหรอกนะคะแต่น้องช่วยอยู่ห่างๆเซริออสหน่อยจะได้ไหมคะ อย่าทำตัวเป็เด็กติดพี่ไปหน่อยเลย”ไอรีนพูดด้วยน้ำเสียงที่ยียวนแต่ก็ยังคงน้ำเสียงที่หวานจนแสบแก้วหูของคนฟังได้เป็อย่างดี
“แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับรุ่นพี่เหรอคะรุ่นพี่เป็แม่พวกเราเหรอคะ ถึงได้มาสั่งอะไรแบบนี้” เซริน่าตอบกลับพร้อมๆกับจ้องหน้าไปยังหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตาและพร้อมจะมีเื่ตลอดเวลาหากหญิงสาวตรงหน้า้า
แต่คำตอบและการกระทำที่พร้อมจะมีเื่ของรุ่นน้องสาวตรงหน้าทำให้ไอรีนหยุดชะงักลงไปครู่หนึ่งเพราะไม่คิดว่ารุ่นน้องตรงหน้าจะมีปฏิกิริยาตอบกลับมาเช่นนี้เพาะอย่างน้อยๆเธอก็ถือสิทธิ์ในการเป็รุ่นพี่อยู่ และท่าทางที่ไม่เกรงกลัวของรุ่นน้องตรงหน้าก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกโมโหขึ้นมาซะอย่างนั้น
“นี่น้องคะพี่ก็แค่หวังดีไม่อยากให้คนอื่นมาว่าน้องได้นะคะ ว่าเป็เด็กติดพี่”ไอรีนเริ่มขึ้นเสียงอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่และสาวเท้าเข้าไปใกล้รุ่นน้องสาวตรงหน้ามากยิ่งขึ้น
“แต่เท่าที่รู้ก็มีแต่รุ่นพี่ไอรีนนะคะที่คิดแบบนี้หนูว่ารุ่นพี่เอาเวลาที่มาคิดเื่ของหนูกับพี่ชายไปพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ดีขึ้นก่อนดีไหมคะอย่ามามัวสนใจอะไรกับเื่ของพวกเราเลยค่ะรุ่นพี่” เซริน่าตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า
และนั้นก็ทำให้อารมณ์ของไอรีนพุ่งขึ้นปรี๊ดเธอพุ่งตรงเข้าไปพร้อมที่จะโจมตีรุ่นน้องของเธอทันที ที่มาพูดจาดูถูกเธอเช่นนี้เธอยอมไม่ได้ !แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้โจมตีไปที่รุ่นน้องก็มีมือของใครบางคนมาคว้าที่ข้อมือของไอรีนเอาไว้ซะก่อน
“พอเถอะไอรีนเธอไปหาเื่รุ่นน้องก่อนนะ” รุ่นพี่ลอว์เรนซ์ผู้ซึ่งมาห้ามทัพได้ทันเวลาพูดขึ้น
“อย่ามายุ่งไม่เข้าเื่นะลอว์เรนซ์นายไม่เกี่ยว!” ไอรีนตะคอกกลับ
“นี่ฉันช่วยเธอเอาไว้นะไอรีนใจเย็นๆก่อนสิ”
“ช่วย? ช่วยยังไง นายจะช่วยนังนั้นน่ะสิ” ไอรีนตะคอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมกับชี้นิ้วไปทางเซริน่าที่ตอนนี้กำลังยืนนิ่งพยายามสงบอารมณ์อยู่
“เธอจะแพ้นะไอรีนเธอสู้รุ่นน้องคนนี้ไม่ได้หรอก” ลอว์เรนซ์พูดอย่างเหนื่อยใจเพราะตัวเขาเองก็รู้นิสัยของเพื่อนสาวตรงหน้าเป็อย่างดี ว่าไอรีนนั้นมีความอิจฉาริษยาในตัวของเซริน่าค่อนข้างสูงเลยทีเดียวและถ้าหากว่าใครก็ตามที่ไอรีนรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าหรือไม่ถูกชะตา ก็จะคอยตามรังควานคนคนนั้นอย่างไม่รามือ
“นี่นายคิดว่าฉันจะแพ้นังเด็กแบบนี้รึไง”ไอรีนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและดูถูกเซริน่าอย่างเปิดเผย ทำให้เซริน่าที่ยืนฟังอยู่นานแล้วได้แต่ถอดหายใจอย่างรู้สึกปลงที่รุ่นพี่ตรงหน้าเธอนั้นไม่รู้จักควบคุมอารมณ์หรือเหตุผลเอาซะเลยเซริน่าจึงตัดสินใจหยิบปืนที่บรรจุลูกบอลสีฟ้าเอาไว้และเหนี่ยวไกยิงมันออกไปทางไอรีนเปรี้ยง!!!