ในคืนนั้น อนาเธอร์ที่เพิ่งกลับมาจากสนามประลองยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าจากการชมการแข่งขันตลอดทั้งวัน เขาอาบน้ำอย่างผ่อนคลาย และปล่อยให้ละอองน้ำเย็นๆชำระล้างความเหนื่อยล้าออกไป ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงที่นุ่มนวล
“นอนดีกว่า.. ”
“พรุ่งนี้ฉันจะได้บดขยี้นักเรียนทุกคน”
เขาไม่รู้เลยว่าท่ามกลางความเงียบสงบของหอพักส่วนตัวที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างไกลจากหอพักของนักเรียนคนอื่นๆ
ตอนนี้ได้มีบางอย่างเกิดขึ้น บางอย่างที่เต็มไปด้วยความมืดมนและความอันตรายกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายนอกอาณาเขตหอพักของเขา
【ผู้เล่นที่มีอาชีพนักฆ่าเหรอ?】
ระบบผู้สืบทอดเองก็สัมผัสได้ในทันที แต่ในเมื่อเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่โฮสต์ ระบบจึงไม่ได้ปลุกอนาเธอร์ให้ขึ้นมาปกป้องตนเอง
ในอาณาเขตหอพัก เงาร่างในชุดคลุมสีดำซึ่งเคลื่อนไหวไปมาท่ามกลางเงามืด ดูคล่องแคล่วและไร้เสียงในทุกย่างก้าว รูปร่างของพวกเขาปราดเปรียว มือที่ถืออาวุธมีดดาบแวววาวซึ่งสะท้อนแสงจันทร์แวบวาบตลอดเวลา
นักฆ่ากลุ่มหนึ่งซึ่งมีเลเวลสูงเคลื่อนไหวเงียบเชียบราวกับเป็นส่วนหนึ่งของเงา ราวกับว่าพวกเขาไร้ตัวตนในโลกนี้ ทุกครั้งที่พวกเขาขยับตัวจะทิ้งเพียงประกายแสงบางๆ และเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบของสายลม
“พวกแกเป็นใคร?!!”
แต่ในเวลาเดียวกัน กลุ่มนักฆ่าอีกกลุ่มหนึ่งก็กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน
กลุ่มนี้มีร่างที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย ทว่าความคล่องแคล่วของพวกเขาไม่ด้อยไปกว่ากัน ทั้งสองกลุ่มปะทะกันอย่างรวดเร็วและรุนแรง
“เกร็ง!เกร็ง!เกร็ง!”
พวกเขาใช้มีดดาบ อาวุธเล่มเล็กแทงและฟาดฟันกันอย่างไร้ปรานี
ประกายแสงจากการปะทะกันของคมมีดสะท้อนเป็นประกายวูบวาบ ราวกับแสงไฟอันเยือกเย็นในความมืดมิด การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งเต็มไปด้วยเทคนิคการต่อสู้ของนักฆ่าที่ชำนาญ
การใช้ประโยชน์จากเงาและมุมอับทำให้พวกเขาเป็นเหมือนปีศาจที่ไร้เสียงและไร้ร่องรอย
【ทักษะสกิล คมมีดสังหาร】
นักฆ่าคนหนึ่งจากกลุ่มแรกโจมตีด้วยความรวดเร็ว พุ่งตัวข้ามกำแพงหินเตี้ยๆ และใช้มีดสั้นสองเล่มในมือกวาดเข้าใส่คู่ต่อสู้ในชุดดำที่รออยู่เบื้องหน้า คมมีดตวัดแหวกอากาศด้วยความรวดเร็วจนไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
“อึก? ฝีมือสูงมาก!”
คู่ต่อสู้รับการโจมตีได้เพียงครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือทะลวงผ่านการป้องกันเข้าไปถึงตัว ทำให้เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยังไม่หยุดยั้ง ความเจ็บปวดนี้เหมือนกับเชื้อไฟที่เพิ่มความดุดันในการต่อสู้ให้รุนแรงยิ่งขึ้น
เสียงลมหายใจแผ่วเบาท่ามกลางเสียงฝีเท้าที่ย้ำหนักลงบนพื้นสลับไปมาดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองกลุ่มยังคงโจมตีอย่างไม่หยุดยั้ง
เป้าหมายของพวกเขาชัดเจนมาก—พวกเขาต่างต้องการเอาชีวิตของกันและกัน ไม่มีการลังเลและไม่มีผู้ใดถอยหลังกลับ
ในความมืดมิดที่ปกคลุมบรรยากาศรอบหอพัก เงาเหล่านั้นพลิ้วไหวไปตามกำแพงและซอกซอยเล็กๆ นักฆ่าจากทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันในรูปแบบการต่อสู้เฉพาะตัว
เน้นการสังหารอย่างรวดเร็วและไร้ซึ่งร่องรอย การโจมตีส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่จุดตาย ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หัวใจ หรือหน้าท้อง
ทุกการเคลื่อนไหวล้วนมีจุดประสงค์เพื่อล้มฝ่ายตรงข้ามให้ได้ในเวลาอันสั้นที่สุด
【ทักษะสกิล ทะลวงจุดสังหาร】
มีเงาหนึ่งกระโจนขึ้นจากพื้นหญ้าพร้อมกับมีดสั้นในมือ พุ่งตรงเข้าไปยังนักฆ่าฝ่ายตรงข้ามที่ยืนอยู่ห่างไปไม่กี่ก้าว เขาแทงมีดเข้าไปใกล้จุดตายด้วยความมั่นใจ แต่คู่ต่อสู้ที่เชี่ยวชาญไม่น้อยกว่าก็หลบหลีกอย่างรวดเร็ว และทันทีที่หลบพ้น
【ทักษะสกิล ทะลวงจุดสังหาร】
เขาก็ตอบโต้กลับด้วยการแทงอาวุธเล่มหนึ่งกลับเข้าที่ร่างของผู้โจมตีเช่นกัน เลือดกระเซ็นเป็นสายสั้นๆในอากาศ ก่อนที่นักฆ่าคนนั้นจะผละตัวออกไปตามสัญชาตญาณ
นักฆ่าทั้งสองกลุ่มโจมตี ตอบโต้กันด้วยความดุดันและความชำนาญที่แสดงถึงการฝึกฝนที่เข้มงวด การต่อสู้อันดุเดือดนี้ดำเนินไปอย่างไร้เสียงที่น่าจะบ่งบอกถึงความโกลาหลของสถานการณ์ภายนอก
แต่ละเงาเคลื่อนไหวไปอย่างราบรื่นและรุนแรง ทุกคนในพื้นที่นั้นต่างทำตามหน้าที่ของตนเองด้วยความมุ่งมั่นและเยือกเย็น
ไม่มีใครในกลุ่มใดถอยออกจากการต่อสู้ ทั้งที่รู้ดีว่าการพ่ายแพ้หมายถึงความตาย
ในขณะที่การต่อสู้อันดุเดือดกำลังดำเนินไปอย่างไม่มีใครยอมใคร หนึ่งในนักฆ่าฝ่ายที่โจมตีก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“พวกแกมีเป้าหมายอะไร ทำไมถึงได้มุ่งเป้ามาที่นายน้อยอนาเธอร์?”
คำถามนี้ทำให้กลุ่มนักฆ่าฝ่ายตรงข้ามที่เคลื่อนไหวอยู่ถึงกับหยุดชะงักเล็กน้อย
นักฆ่าทั้งหมดหันมองหน้ากันด้วยสายตาที่แฝงความลังเลและสับสนชั่วขณะ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“พวกเราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสังหารนายน้อย.. แต่พวกเราเป็นนักฆ่าที่ถูกส่งมาเพื่อปกป้องเขาโดยเฉพาะ.. และนี่คือคำสั่งจากคุณชายไคล์”
คำตอบที่ได้รับทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบสงัดชั่วขณะ นักฆ่าทั้งสองฝ่ายต่างจับจ้องกันด้วยแววตาแข็งกร้าวและระแวดระวัง ความตึงเครียดในบรรยากาศเข้มข้นขึ้น
เพราะความไม่แน่ใจที่เกิดขึ้นจากการเปิดเผยนี้ นักฆ่าฝ่ายแรกซึ่งเดิมคิดว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่หมายจะมุ่งร้ายต่ออนาเธอร์ มองกลับไปยังกลุ่มนักฆ่าเงาที่เพิ่งเอ่ยออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“พวกแกคิดว่าเราจะเชื่อหรือ?”
“ใครจะไปรู้ว่าแกอาจแค่ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อปกปิดจุดประสงค์ที่แท้จริง?”
หนึ่งในนักฆ่าฝ่ายแรกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยที่ซ่อนอยู่ในความระแวง
“งั้นพวกแกดูนี่ซะก่อน..”
แต่ในขณะนั้นเอง นักฆ่าคนหนึ่งจากกลุ่มนักฆ่าเงาที่ถูกส่งมาจากไคล์ตัดสินใจหยิบบางอย่างออกมาจากเสื้อคลุม
มันเป็นตราสัญลักษณ์สีดำอันประณีตและแฝงความสง่างาม ซึ่งมีลวดลายรูปเคียวยมทูตที่คมกริบ รายล้อมด้วยเงาของมังกรที่สลักไว้อย่างงดงาม การเห็นตราสัญลักษณ์นี้ทำให้นักฆ่าฝ่ายแรกถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เพราะสัญลักษณ์นี้ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถหาได้จากที่ไหน
มันเป็นตราประจำตัวของไคล์ ซิกฟรีด หนึ่งในทายาทตระกูลซิกฟรีดที่ทรงอำนาจและมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านการวางแผน
นักฆ่าคนหนึ่งในฝ่ายแรกกัดฟันและพูดเสียงเบาแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด
“ที่แท้ก็เป็นคำสั่งของคุณชายไคล์..”
“แต่นี่หมายความว่าอย่างไร? ทำไมคุณชายถึงต้องส่งนักฆ่ามาปกป้องนายน้อยอนาเธอร์?”
นักฆ่าจากกลุ่มเงาเงยหน้ามองเขาและตอบอย่างราบเรียบ
“เรื่องนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องรู้”
“หน้าที่ของเราคือปกป้องเขาให้ปลอดภัยจากการคุกคามใดๆ หากพวกเจ้ามีจุดประสงค์เช่นเดียวกัน พวกเราก็ควรจะหลีกเลี่ยงการปะทะ ยังไงนายน้อยอนาเธอร์ก็ต้องมาก่อน”
บรรยากาศรอบข้างกลายเป็นความเงียบงันท่ามกลางความไม่แน่ใจและสงสัย แม้ฝ่ายนักฆ่าทั้งสองกลุ่มจะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการปกป้องนายน้อยอนาเธอร์ แต่ความระแวงยังคงแฝงอยู่ในทุกสายตาที่จับจ้องกันอย่างแข็งกร้าว
สรุปแล้ว นักฆ่าทั้งสองกลุ่มที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดในความมืดนี้มีหน้าที่เดียวกัน
นั่นคือการปกป้องนายน้อยอนาเธอร์ นักฆ่าทั้งสองฝ่ายยืนอยู่กลางเงามืด
และเริ่มรู้สึกถึงความสงบในบรรยากาศรอบข้างเมื่อความจริงนี้ถูกเปิดเผย แม้ในตอนแรกต่างฝ่ายต่างเข้าใจผิด คิดว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรูที่มุ่งร้ายต่ออนาเธอร์ แต่เมื่อการปะทะหยุดลง
ทั้งสองกลุ่มก็ยอมรับได้ว่าพวกเขาเป็นผู้คุ้มกันจากคนละสายที่ได้รับคำสั่งมาจากบุคคลสำคัญในตระกูลซิกฟรีด
เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลานกว้างอาคาเดีย เมื่อกิลด์อุโรโบรอสได้ส่งผู้เล่นบางส่วนมาสังหารอนาเธอร์
แม้เขาจะสามารถรับมือกับการโจมตีได้สำเร็จ แต่สถานการณ์นั้นได้จุดความกังวลใจในหลายฝ่าย รวมถึงคนในตระกูลซิกฟรีดเองที่เริ่มสงสัยว่าศัตรูในเงามืดอาจเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งเพื่อสังหารเขา การเผชิญหน้าและเหตุการณ์ลอบโจมตีครั้งนั้น สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย
ไม่เพียงแค่พันธมิตรที่สนับสนุนอนาเธอร์ แต่ยังรวมถึงพี่น้องบางคนในตระกูลซิกฟรีดเองด้วย
หนึ่งในนั้นคือ ไคล์ ซิกฟรีด พี่ชายลำดับที่สาม ผู้ซึ่งทั้งแข็งแกร่งและมีความชำนาญในด้านการควบคุมนักฆ่าเงา
ไคล์รู้ดีว่าความอันตรายที่มุ่งหมายจะเล่นงานอนาเธอร์นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การโจมตีจากศัตรูในที่แจ้งเท่านั้น แต่เป็นภัยจากเงามืดที่อาจซ่อนอยู่รอบกายอนาเธอร์ตลอดเวลา
เขาจึงตัดสินใจส่งนักฆ่าเงาออกมาปกป้องอนาเธอร์อย่างลับๆ แม้จะไม่มีใครในตระกูลได้ล่วงรู้แผนการนี้ของไคล์ รวมถึงอนาเธอร์เองก็ไม่รู้ว่าตัวของเขานั้นได้ถูกปกป้องอยู่ในทุกฝีก้าว
ขณะที่เงาสีดำจากทั้งสองฝ่ายต่างยืนหยัดอยู่ท่ามกลางความมืด พวกเขาก็เริ่มตระหนักถึงเป้าหมายเดียวกัน สายตาที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความระแวงแปรเปลี่ยนเป็นการยอมรับอย่างเงียบงัน พวกเขารู้ดีว่าตอนนี้ศัตรูที่แท้จริงนั้นไม่ใช่กันและกัน แต่คือศัตรูจากภายนอกที่หมายปองชีวิตของนายน้อยอนาเธอร์ต่างหาก
หนึ่งในนักฆ่าเงาจากฝ่ายของไคล์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบาแต่แฝงด้วยความมั่นใจ
“ในเมื่อพวกเราต่างมีเป้าหมายเดียวกัน ข้าคิดว่าเราควรทำงานร่วมกันและสื่อสารข้อมูลการเคลื่อนไหวของศัตรู”
“หากศัตรูตัวจริงมาโจมตี พวกเราจะสามารถจัดการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
นักฆ่าจากกลุ่มเดิมที่เคยโจมตีก็พยักหน้ารับเล็กน้อย เหมือนกำลังเห็นด้วยอยู่กร่ายๆ
“ข้าก็เห็นด้วยเช่นกัน การปกป้องนายน้อยอนาเธอร์คือสิ่งสำคัญที่สุด”
“ถ้าเราทำงานร่วมกันก็จะสามารถป้องกันศัตรูได้ดีกว่า”
ข้อตกลงที่ไม่เป็นทางการนี้กลายเป็นพันธมิตรเงียบๆระหว่างผู้เล่นสองกลุ่มที่มีอาชีพนักฆ่า จากนี้ไปพวกเขาจะคอยปกป้องอนาเธอร์จากทุกทิศทาง และเฝ้าดูแลอาณาเขตของหอพักส่วนตัวในเงามืดที่ไม่มีใครล่วงรู้
..
มันต้องแบบนี้แหละ
เป็นถึงทายาทผู้ยิ่งใหญ่ 555+