ตอนที่ 18 ทะเบียนบ้าน (3)
เช้าวันรุ่งขึ้น สองแม่ลูกตระกูลชุยก็รีบมาทันที เคาะประตูบ้านของผู้ใหญ่บ้านดังปึงปัง เสียงดังสนั่นแต่เช้าตรู่ปลุกให้คนตื่นขึ้นมา
ซย่าเสี่ยวฉานค่อยๆ ลืมตา ได้ยินเสียงแม่เฒ่าชุยตะโกนมาจากข้างนอก
“ไม่ใช่ว่านางตัวดีนั่นหนีไปแล้วหรือ หากว่ากล้าหนีไปแบบนี้ ข้าจะตามไปฉีกปากนางเสีย!”
ซย่าเสี่ยวฉานยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาค่อยๆ หรี่ลง
ซย่าเสี่ยวหงที่อยู่ข้างๆ มองน้องสาวของตน ค่อยๆ หดตัวลง เอ่ยว่า “น้องสาว เจ้าไม่ต้องกลัว ต่อให้พี่เจ้าตายตรงนี้ก็จะไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายเจ้า!”
ซย่าเสี่ยวฉานได้ยินคำนี้ ในใจของนางรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
นางกอดซย่าเสี่ยวหงไว้ กล่าวว่า “พี่หญิง วางใจเถิด ข้าไม่ยอมให้พวกนั้นมารังแกท่านแน่ หลังจากนี้ข้าจะปกป้องท่านเอง”
หลังจากที่ทุกคนล้างหน้าล้างตาเสร็จ ผู้ใหญ่บ้านก็ตื่นพอดี
ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่บ้านออกไปคุยอะไรกับสองแม่ลูกที่หน้าประตู ถึงทำให้คนสองคนที่ใช้แรงเคาะหน้าประตูหยุดมือลง
หลังจากที่สองคนนั้นหยุดเคาะประตู ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านก็เชิญทั้งสามคนมากินข้าว อาหารเช้าวันนี้คือข้าวต้มหนึ่งชาม ไข่ต้มคนละฟองและหมั่นโถวลูกใหญ่คนละลูก
ในที่แบบนี้ อาหารมื้อนี้ถือว่าอู้ฟู่เป็นพิเศษเลย
ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านไล่หลานๆ ออกไปข้างนอก หลานๆ ที่ถูกไล่จึงทำได้เพียงแค่ดูพวกเขากินข้าว
ซย่าเสี่ยวหงรู้สึกละอายเป็นอย่างมาก จึงหยิบของกินจำนวนหนึ่งมอบให้เด็กๆ แต่ถูกซย่าเสี่ยวฉานรั้งไว้
ซย่าเสี่ยวฉานกินข้าวอย่างเงียบๆ จนหมดโดยไม่ส่งเสียง
เมื่อซย่าเสี่ยวหงที่อยู่ข้างๆ กินโจ๊กจนหมด ก็นำหมั่นโถวมาห่อไว้ในผ้าเช็ดหน้าแล้วนำไข่ใส่ไว้ในถุงผ้า ซย่าเสี่ยวฉานเห็นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
หลังจากที่กินข้าวเสร็จ เจ้าเด็กทึ่มก็ตัวติดกับซย่าเสี่ยวฉาน และทุกๆ คนก็เดินออกไปข้างนอก
ที่นอกประตู แม่ลูกตระกูลชุยมองเห็นคนเหล่านั้นเดินออกมา ก็มองซย่าเสี่ยวฉานด้วยสายตาประจบเอาใจ ซย่าเสี่ยวฉานค่อยๆ ยกยิ้ม เพียงเดินอยู่ข้างๆ ผู้ใหญ่บ้านอย่างเงียบๆ
ข้างๆ สองแม่ลูกตระกูลชุย เด็กน้อยวัยสามขวบผมแห้งกรังมองซย่าเสี่ยวหงและทั้งสามคนด้วยสายตาอาฆาต ในตอนที่มองมาที่ซย่าเสี่ยวฉาน ดวงตาคู่นั้นแฝงความชิงชังอยู่บางส่วน ซย่าเสี่ยวฉานมีความสุข อดไม่ได้ที่จะมีสีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งเมื่อได้มองเด็กคนนี้
เมื่อเด็กคนเดิมได้เห็นดวงตาของซย่าเสี่ยวฉาน ก็กลับกลายเป็นหวาดกลัว จึงหลบตาแล้วก้มหน้าลง
ซย่าเสี่ยวหงมองเด็กน้อยร่างกายซูบผอม ก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปหาพลันน้ำตาก็ไหลมาอีกครั้ง “ต้ายา ไปกับแม่เถอะลูก ขอร้องเถิด ไปกับแม่”
“นางสินค้ามีตำหนิ ไสหัวไป! นางตัวปัญหา ข้าไม่อยากเห็นหน้าเจ้าอีกแล้ว!”
น้ำตาของซย่าเสี่ยวหงไหลลงมา นางยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เช่นนั้น อย่าให้ต้องบอกเลยว่าน่าสงสารเพียงใด
อีกด้านหนึ่ง แม่ลูกตระกูลชุยมองซย่าเสี่ยวหงผู้เป็นแม่ราวกับมองเรื่องตลก
ขาของซย่าเสี่ยวหงหยุดเดินอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเอาร่างของตัวเองบังสายตาของสองแม่ลูกตระกูลชุย นำเด็กคนนั้นมาหลบไว้ข้างหลังตนเอง จนกระทั่งสองคนนั้นมองไม่เห็น นางก็ค่อยๆ หยิบไข่และหมั่นโถวในผ้าเช็ดหน้าออกมาอย่างเงียบๆ โดยไม่สนใจท่าทีของเด็กคนนั้น แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าที่อยู่ในเสื้อชั้นใน
เมื่อเด็กคนนี้เห็นไข่ น้ำลายก็แทบจะไหลออกมา คราวนี้นางไม่ได้ผลักไสซย่าเสี่ยวหง เพียงแต่ตอนที่มองไปที่ซย่าเสี่ยวหง สายตายังคงเหมือนรังเกียจมูลสุนัขอยู่เช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน
ครั้งนี้ คนกลุ่มนี้เดินทางไปที่ตำบล ได้นั่งรถเทียมลาของผู้ใหญ่บ้าน เมื่อมีลาลากไป พวกเขาจึงถึงตำบลได้อย่างความรวดเร็ว
เมื่อมาถึงในตำบล ผู้ใหญ่บ้านก็ไปทำธุระที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง หลังจากที่แม่ลูกตระกูลชุยแยกจากผู้ใหญ่บ้าน ก็มองไปที่ซย่าเสี่ยวฉานแล้วเอ่ยว่า “รีบพาข้าไปที่ที่มีเงินได้แล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้ซักไซ้ว่าสองแม่ลูกตระกูลชุยมาทำอะไรที่ตำบล เป็นเพราะเมื่อวานซย่าเสี่ยวฉานพลั้งปากบอกผู้ใหญ่บ้านไปโดยไม่ทันคิด สองแม่ลูกตระกูลชุยมาที่ตำบลเพราะต้องการซื้อสะใภ้คนใหม่ ซย่าเสี่ยวฉานจึงรับปากว่าจะพามาที่ตลาด คนเหล่านั้นเป็นคนชนบท กลัวจะถูกเขาโกง นี่เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ซย่าเสี่ยวฉานจะได้ไถ่ตัวซย่าเสี่ยวหงกลับไป เช่นนั้น ผู้ใหญ่บ้านจึงไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้
ซย่าเสี่ยวฉานพาสองแม่ลูกตระกูลชุยไปที่บ่อนพนัน ไม่ช้าก็มาถึง เมื่อสองแม่ลูกตระกูลชุยเห็นบ่อนพนันเข้า ได้ยินเสียงเงินกระทบกันแล้วก็รีบวิ่งเข้าไป
รอจนสองคนนั้นวิ่งเข้าไป ซย่าเสี่ยวหงจึงมองไปที่น้องสาวของตนแล้วถามว่า “น้องสาว เหตุใดเจ้า…เจ้าถึงพาพวกเขามาที่บ่อนพนันเล่า”