บทที่ 19 ภาพเป่าขลุ่ยดรุณี?
หลังจากนั้น เฉินอวี่ก็ยังคงทานบุฟเฟต์ต่อไป ทันใดนั้น เงาร่างที่คุ้นเคยสายหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจของเขา
ไม่ไกลออกไปนัก มีหญิงสาวหุ่นอรชรยืนเด่นเป็สง่า เธอกำลังพูดคุยหัวเราะกับกลุ่มคนอย่างคล่องแคล่ว สายตาของชายหนุ่มโดยรอบต่างพากันจับจ้องไปที่เธอเป็จุดเดียว
เธอคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ถังรั่วเซวียน แห่งตระกูลถังนั่นเอง
เฉินอวี่เหลือบมองเพียงแวบเดียวก็ละสายตาออกอย่างไม่ใส่ใจ และก้มหน้าก้มตาทานอาหารของเขาต่อไป
ดูเหมือนจะััได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ถังรั่วเซวียนหันขวับไปทันที สายตาของเธอหยุดลงที่ร่างของเฉินอวี่ซึ่งกำลังนั่งกินอยู่ไม่ไกล
แววตาคู่สวยพลันเปล่งประกายด้วยความยินดี ถังรั่วเซวียนรีบเดินตรงเข้าไปหา ถึงขนาดก้าวกึ่งวิ่งจนดูรีบร้อน ทำเอาบรรดาชายหญิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างทำหน้าเหวอด้วยความประหลาดใจ
"นายมาที่นี่ได้ยังไง ทำไมไม่บอกฉันสักคำล่ะ?" ถังรั่วเซวียนยิ้มหวานหยดย้อย น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยาก
เฉินอวี่มองไปที่ถังรั่วเซวียนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเ็า "เธอวุ่นวายเกินไปแล้ว"
สิ้นคำพูดนั้น หัวใจของถังรั่วเซวียนพลันบีบรัดด้วยความหวาดกลัว เธอรีบก้มหน้าลงอย่างนอบน้อม "คุณชายเฉิน... ฉันพูดมากไปเองค่ะ"
ภาพเหตุการณ์นี้ตกอยู่ในสายตาของ เย่ทงิ ที่ยืนอยู่ไม่ไกล เขาถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้างจนทำอะไรไม่ถูก
ครู่ต่อมา แววตาของเขาก็ถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้น มือทั้งสองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย
เขาคือคุณชายแห่งตระกูลเย่ในเสาโจว ทั้งคู่รู้จักกันมาั้แ่เด็กและเป็เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยเฉพาะใน่สมัยเรียน เขาถูกเสน่ห์และความงามของถังรั่วเซวียนสยบจนยอมศิโรราบ
ยิ่งเธอเป็คนของตระกูลถัง ยิ่งทำให้เขาคลั่งไคล้และตามจีบเธออย่างบ้าคลั่งมาตลอด
เขาเฝ้าเอาใจใส่ดูแลเธอทุกฝีก้าว แม้ถังรั่วเซวียนจะวางตัวห่างเหินเป็พันลี้เสมอมา แต่มันก็ยิ่งทำให้เขาถลำลึก
เดิมทีเขาคิดว่าเธอคงมีบุคลิกเ็าแบบนี้เป็ทุนเดิม ใครจะไปนึกว่าวันนี้เขาจะได้เห็นเธอเดินเข้าไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยท่าทางประหม่าและนอบน้อมราวกับลูกสะใภ้ตัวน้อย ๆ แบบนั้น
สิ่งนี้ทำให้ไฟริษยาในใจของเขาพลุ่งพล่านทันที
"ไอ้บ้าเอ๊ย!" เย่ทงิสบถเบา ๆ
จากนั้น เขาก็ฝืนปั้นยิ้มอย่างสุภาพเดินเข้าไปหาทั้งสองคน "รั่วเซวียน คนนี้เป็เพื่อนของเธอเหรอ?"
เมื่อเห็นผู้มาใหม่ สีหน้าของถังรั่วเซวียนก็เ็าลงไปหลายส่วน "ใช่"
แม้จะเห็นท่าทีห่างเหินของเธอ แต่เย่ทงิยังคงรักษาใบหน้าที่เปื้อนยิ้มไว้ "ในเมื่อเป็เพื่อนของเธอ ก็เท่ากับเป็เพื่อนของฉันด้วยเราไปนั่งฝั่งโน้นด้วยกันสิ ฉันจะได้แนะนำพี่ชายคนนี้ให้ทุกคนรู้จัก"
"ไม่ต้องหรอก เฉินอวี่เขาไม่ชอบที่คนเยอะ ๆ" ถังรั่วเซวียนไม่ได้ตั้งใจจะหักหน้าเขา แต่เป็เพราะเฉินอวี่นั้นอันตรายเกินไป
และเธอก็รู้ดีว่าเย่ทงิคิดอะไรอยู่ ถ้าหากเขาไปล่วงเกินเฉินอวี่เข้าถึงตอนนั้นคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองจะตายยังไง หากไม่เห็นแก่ที่เป็เพื่อนกันมาั้แ่เด็ก เธอก็คงไม่เสียเวลามาห่วงหรอก
ทว่า ความหวังดีของถังรั่วเซวียนกลับทำให้เย่ทงิเข้าใจผิด เขาอิจฉาจนแทบกระอักเื แต่ยังคงตีหน้ายิ้มแบบสุภาพบุรุษ "ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ไม่รบกวนแล้วล่ะ"
หลังจากเย่ทงิเดินจากไป ถังรั่วเซวียนก็ยิ้มอย่างออดอ้อน "ไปที่ห้องรับรองของฉันไหมคะ อยากได้ชิ้นไหนก็ประมูลได้เลย ไม่ต้องห่วงเื่เงิน"
เฉินอวี่ตอบด้วยสายตาเมินเฉย "เธอเริ่มจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ"
ได้ยินดังนั้น หัวใจของถังรั่วเซวียนก็สั่นสะท้านขึ้นมาทันที
เธอคิดถึงคำสั่งของปู่ที่กำชับให้เธอทำทุกวิถีทางเพื่อดึงตัวเฉินอวี่มาเป็พวก แต่ทุกครั้งที่เธอพยายามจะเข้าใกล้เฉินอวี่เขากลับวางตัวห่างเหินและเ็าเสมอ จนทำให้ใจที่หยิ่งทะนงของเธอรู้สึกโกรธเคืองไม่น้อย
"ก็แค่ยอดฝีมือพลังภายในระดับสูงสุดเอง มีอะไรน่าเก๊กนักหนา" ถังรั่วเซวียนบ่นในใจด้วยความไม่พอใจ
ไม้อ่อนไม่ได้ผล สงสัยต้องใช้ไม้แข็งหรือไง?
แต่เธอก็รู้ดีว่าช่องว่างระหว่างเธอกับเขานั้นกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ท่าทีของเธอจึงยิ่งต้องระมัดระวังมากขึ้น เพราะคนคนนี้สังหารคนได้โดยไม่กะพริบตา เธอเองก็ลึก ๆ แล้วรู้สึกหวาดกลัวเขาอยู่ไม่น้อย
…
หลังจากนั้น เฉินอวี่ก็เดินขึ้นไปยังห้องรับรองชั้นสองที่หยวนเทาหงเตรียมไว้ให้
ไม่นานนัก หญิงสาวในชุดกี่เพ้าที่เรียวขาสวมถุงน่องสีดำก็ค่อย ๆ เดินขึ้นมาบนเวที เธอมีอายุราว 28-29 ปี ซึ่งเป็่วัยที่ดูมีเสน่ห์เย้ายวนแบบผู้ใหญ่แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความสดใส
"เรียนแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉัน 'อันหราน' ผู้ดำเนินการประมูลในครั้งนี้ ยินดีเป็อย่างยิ่งที่ทุกท่านให้เกียรติมาร่วมงาน ณ โรงแรมฮุ่ยหวงแห่งนี้ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ขอเชิญพบกับสินค้าประมูลชิ้นแรกค่ะ"
ครู่ต่อมา พนักงานก็นำสินค้าขึ้นมาวางบนเวที
"นี่คือภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ย จากยุคมหาจักรวรรดิสุริยันจันทรา เป็ผลงานของจริงจากปลายพู่กันของ 'ถังป๋อหู่' ราคาเริ่มต้นที่ 10 ล้านหยวน และเพิ่มราคาต่อครั้งไม่ต่ำกว่า 1 ล้านหยวนค่ะ"
สิ้นเสียงประกาศ ก็มีคนขาน ราคาขึ้นมาทันที
"15 ล้านหยวน" เย่ทงิชูป้ายขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ภาพนี้เขาต้องเอามาให้ได้ เพราะท่านปู่ตระกูลถังชอบสะสมภาพวาด การซื้อภาพนี้ไปจึงเป็การเอาใจท่านปู่นั่นเอง
"มีใครให้ราคาสูงกว่า 15 ล้านหยวนไหมคะ?" อันหรานถามด้วยรอยยิ้ม
"16 ล้านหยวน"
เย่ทงิรู้ดีว่า 15 ล้านคงปิดดีลไม่ได้ เขาจึงชูป้ายต่อไป "20 ล้านหยวน!"
"21 ล้านหยวน!"
"50 ล้าน!" เย่ทงิยังคงชูป้ายสู้ไม่ถอย
เขารู้ข้อมูลของผลงานจริงจากถังป๋อหู่มาบ้างว่าถ้าไม่จ่ายเกิน 50 ล้านคงยากที่จะได้ครอบคลุม สู้ะโข่มราคาให้มันจบ ๆ ไปเลยดีกว่า จะได้ดูว่าใครยังกล้าเกทับอีก
"เชี่ย... โคตรโหด! เพิ่มทีเดียว 30 กว่าล้าน ตระกูลเย่นี่รวยล้นฟ้าจริง ๆ!"
คนทั้งฮอลล์ต่างมองไปที่เย่ทงิด้วยความตกตะลึง
เย่ทงิเองก็กำลังดื่มด่ำกับสายตาที่จับจ้องมา แต่ใบหน้ายังคงแสร้งทำเป็เรียบเฉย การแสดงความเหนือกว่าต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้ เขาเชี่ยวชาญเป็อย่างดี
"60 ล้าน" ทันใดนั้น เสียงเรียบ ๆ สายหนึ่งดังมาจากห้องรับรองชั้นสอง
เย่ทงิขมวดคิ้วทันที หากของที่เขาตั้งใจจะเอาให้ได้ถูกคนอื่นชิงตัดหน้าไป เขาคงเสียหน้าแย่ เขาจึงะโสวนไปว่า "70 ล้าน!"
"80 ล้าน" เสียงราบเรียบนั้นยังคงขานราคาต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน
สิ้นเสียงนั้น ทั่วทั้งงานตกอยู่ในความใ!
"โอ้โห 80 ล้าน! ใจถึงชะมัด!"
"เมื่อไหร่ฉันจะมีโอกาสไปนั่งในห้องรับรองชั้นสองแล้วะโเรียกราคา 80 ล้านแบบเท่ ๆ อย่างนั้นบ้างนะ!"
คราวนี้เย่ทงิเริ่มรู้สึกหน้าถอดสี เขาหันไปะโบอกห้องรับรองชั้นสองว่า "พี่ชาย ผมคือคนจากตระกูลเย่แห่งเสาโจว ผมถูกใจของชิ้นนี้มาก ไม่ทราบว่าจะพอเห็นแก่หน้ากันสละให้ผมได้ไหม?"
เฉินอวี่มีสีหน้าเฉยเมย ตอบกลับไปอย่างเ็า "เห็นแก่หน้านาย? นายยังไม่คู่ควร"
ฮือฮา!
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังไปทั่วงาน ทุกคนต่างคาดเดาว่าคนที่อยู่ในห้องรับรองชั้นสองคือใครกันแน่ ถึงได้กล้าประกาศศักดาข่มขวัญตระกูลเย่ขนาดนี้
"งานประมูลน่ะ ใครให้ราคาสูงกว่าก็ได้ไป จะไปโทษคนอื่นได้ยังไง" ถังรั่วเซวียนเอ่ยขึ้นเบา ๆ
"91 ล้าน!" เย่ทงิกัดฟันเพิ่มราคาต่อ
"100 ล้าน" เสียงนิ่ง ๆ ของเฉินอวี่ดังขึ้นอีกครั้ง
หนึ่งร้อยล้าน!
ในพริบตา เสียงสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บดังระงมไปทั่ว ภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยชิ้นนี้ ต่อให้เป็ของจริง ราคาสูงสุดก็ไม่น่าเกิน 60-70 ล้านหยวน แต่นี่ราคากลับพุ่งทะลุไปถึง 100 ล้าน
ในตอนนี้ อันหรานที่อยู่บนเวทีประมูลแอบยิ้มกริ่มในใจ ถ้าราคาพุ่งไปถึงร้อยล้าน ค่าคอมมิชชั่นที่เธอจะได้ก็คงจะ... เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็เฝ้ารอให้ทั้งสองฝ่ายสู้ราคากันต่อไป เพื่อที่เธอจะได้ฟันกำไรมากขึ้น
สีหน้าของเย่ทงิมืดมนลงเรื่อย ๆ "110 ล้าน!"
"200 ล้าน!" เสียงเฉยเมยดังมาจากห้องรับรองอีกครั้ง
คราวนี้ทั่วทั้งงานถึงกับแตกตื่น!
สองร้อยล้าน!
"พูดตรง ๆ นะ ถ้าฉันทุ่มเงินสองร้อยล้านซื้อไอ้ภาพวาดเก่า ๆ ที่มูลค่าจริงแค่ 60-70 ล้านเนี่ย พ่อฉันต้องตีฉันตายแน่ ๆ"
"ต่อให้มีเงินสองร้อยล้าน ฉันก็ไม่ซื้อภาพนี้หรอก เอามาดูเฉย ๆ ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรจริงจังเลย"
"อิจฉาพวกเศรษฐีรุ่นสองพวกนี้จริง ๆ เงินสองร้อยล้านพูดออกมาเหมือนเป็แค่ตัวเลข อยากมี่เวลาแบบนี้บ้างจังเว้ย!"
ผู้คนต่างซุบซิบด้วยความอิจฉาปนหมั่นไส้
"โง่ชัด ๆ ยอมจ่ายสองร้อยล้านซื้อภาพวาดผุ ๆ ใบเดียว" บางคนเอ่ยขึ้นอย่างอคติ
"ทุกคนน่ะด่าว่าพวกเศรษฐีรุ่นสองมันโง่ แต่ก็ทุกคนนั่นแหละที่อยากจะโง่แบบเศรษฐีรุ่นสองบ้าง" ผู้มีปัญญาคนหนึ่งในงานกล่าวเตือนสติ
คราวนี้ใบหน้าของเย่ทงิเขียวปัด เขาพูดจาถดถางประชดประชันว่า "สุภาพบุรุษย่อมไม่แย่งของรักของใคร ในเมื่อพี่ชายชื่นชอบขนาดนี้ ผมก็จะขอยกให้แล้วกัน"
ภายในห้องรับรองชั้นสอง
"คุณชายเฉิน ทุ่มเงินสองร้อยล้านซื้อภาพนี้ไป มันจะวู่วามไปหน่อยไหมครับ?" หยวนเทาหงถามด้วยความกังวล
เฉินอวี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย "สิ่งที่ตาเห็น ไม่จำเป็ต้องเป็อย่างที่คิดเสมอไปหรอก"
หยวนเทาหงมึนตึ้บ ไม่เข้าใจเลยว่าเฉินอวี่กำลังคิดอะไรอยู่
บนเวทีประมูล
ในขณะที่พนักงานกำลังจะนำภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยไปส่งให้ที่ห้องรับรองชั้นสอง เสียงะโอย่างร้อนรนสายหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมา
"ภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยใบนั้นล่ะ? อยู่ไหน! พวกคุณยังไม่ได้ขายมันออกไปใช่ไหม!?"
สายตาทุกคู่หันไปมองเป็ตาเดียวพร้อมกับเสียงอุทานด้วยความใ
"นั่นท่านปรมาจารย์หลี่หลงเหยียน!"
"นั่นมันเซียนนักอัญมณีและของสะสมชื่อดังจากทีวีนี่นา ว่ากันว่าของโบราณชิ้นไหนแค่ผ่านตาเขาแวบเดียว เขาก็รู้ทันทีว่าเป็ของจริงหรือของปลอม"
"์! คนระดับนี้มาที่นี่ได้ยังไง แถมดูท่าทางรีบร้อนมากด้วย"
ทุกคนต่างตื่นเต้นพากันวิจารณ์ แม้แต่ผู้นำการประมูลอย่างอันหรานยังยืนงง
เธอรีบกล่าวตอบ "ขอประทานโทษด้วยค่ะท่านปรมาจารย์หลี่ ภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยใบนั้นเพิ่งจะขายออกไปเมื่อครู่นี้เองค่ะ"
"ขายไปเท่าไหร่!?"
"200 ล้านค่ะ"
เปรี้ยง!
หลี่หลงเหยียนยืนตะลึงเหมือนถูกฟ้าผ่า ก่อนจะแผดเสียงด่าด้วยความโมโห "พวกแกมันไอ้พวกโง่เง่าเต่าตุ่น!"
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนงงเป็ไก่ตาแตก ทำไมท่านปรมาจารย์หลี่ถึงด่าคนล่ะเนี่ย?
"ท่านปรมาจารย์หลี่ เป็อะไรไปคะ? ก็แค่ภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยของจริงใบเดียว ราคาสองร้อยล้านก็ถือว่าสูงมากแล้วนะคะ ทำไมท่านถึงต้องด่าด้วยล่ะ?" ถังรั่วเซวียนถามด้วยความสงสัย
"ใช่ครับท่านปรมาจารย์ ของสะสมของท่านยังมีมูลค่าสูงกว่าภาพใบนี้ตั้งเยอะ"
"ภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยงั้นเหรอ?" หลี่หลงเหยียนหัวเราะเยาะด้วยความโกรธ "ภาพวาดสตรีเป่าขลุ่ยบ้านแกสิ! เอาภาพนั่นมาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้!"
เฉินอวี่ที่มองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านห้องรับรองพึมพำเบา ๆ
"ในที่สุด ก็มีคนที่ดูออกสักที"