ราเชนที่ผ่านมาก็เจอแต่เรื่องราวหนักอึ้งมามากมาย พอเห็นหญิงสาวแสนงามมาเปลือยเปล่ารุกเร้าเขาเช่นนี้ ฮอร์โมนในร่างกายก็ถูกกระตุ้นถึงขีดสุด ระเบิดพลังดำกฤษณาออกไป อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยังใช้วิธีกดสลับจุดกระสันรัญจวน ไปทั้งหมด 8 จุดและยังใช้ชิวหามหาเสน่ห์ นิ้วสวรรค์ทั้งสิบ ร่วมกับอาวุธมหาประลัยของเขา ปรนเปรอความสุขให้กับ องค์หญิงเจี้ยนหนิงจนต้องส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมา ไม่หลงเหลือ สภาพองค์หญิงผู้สูงสง่าอีกต่อไป กลายเป็นลูกแมวร่านสวาท ยอมทำทุกอย่างราวกับสตรีในหอคณิกา จนกระทั่งนางเข้าถึงสวรรค์ชั้นเจ็ดไปแล้วไม่ต่ำกว่า สี่ครั้ง ....
“ เฟยหลง ท่านแต่งให้กับ หนิงเอ๋อเถอะนะ”
องค์หญิงเจี้ยนหนิงซบอยู่บนอกของราเชนแล้วเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจัง ราเชนใช้มือลูบเส้นผมอันนุ่มสลวยของนางเข้าใจความคิดของสตรี ที่ไม่เคยเจอชายอย่างเขามาก่อน
“ องค์หญิงเกิดมาสูงศักดิ์ ข้าเองไม่ใช่องค์ชายหรือผู้สูงศักดิ์ที่ไหน อีกทั้งยังมีฐานะกบฏที่หนีคดีอีก อย่าว่าองค์หญิงเลย ต่อให้เป็นชาวบ้านธรรมดา ก็ไม่มีใครเขาอยากได้ข้าไปเป็นเขยอย่างแน่นอน”
องค์หญิงเจี้ยนหนิง คล้ายกับสู่สภาพความเป็นจริง ได้แต่น้ำตาคลอ เพราะรู้ว่าที่พูดออกไปก็เพื่ออยากให้ ราเชนนั้นมีความสุขเท่านั้น
“ หนิงเอ๋อทราบดี เราสอง คงไม่มีวันนั้นแน่ แต่อยากให้เฟยหลงรู้ว่าหนิงเอ๋ออยากครองคู่ อยู่กับท่านจริงๆ”
ราเชนดึงองค์หญิงเจี้ยนหนิงเข้ามาหอมแก้ม แล้วเอ่ยออกไปอย่างแผ่วเบาว่า
“ ข้ามีเรื่องอยากบอกท่าน”
“ เรื่อง?”
“ ก่อนที่องค์ชายสามจะสิ้นลม เขาสั่งเสียให้ข้าแก้แค้นให้กับเขา และหากว่าข้าพบหยกราชลัญจกร ให้นำมามอบให้กับท่าน แต่น่าเสียดาย ตอนนั้นเหตุการณ์บีบบังคับ จึงมอบให้องค์ชายรองไปแล้ว แต่ว่าข้าแก้แค้นคนที่ฆ่าเขาตายไปจนหมดสิ้นแล้ว นี่คือสัญญาและ ป้ายประจำตัวขององค์ชายสาม”
ราเชนมอบหนังสือสัญญาระหว่างเขากับองค์ชายสามให้กับ องค์หญิงเจี้ยนหนิง
“ เสด็จพี่สามช่างน่าสงสารนัก เรื่องนี้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังต้องเป็น เสด็จพี่สี่อย่างแน่นอน”
“ ข้าก็สงสัยเรื่องนี้ องค์ชายรองก็รู้ว่า องค์ชายสี่บงการ แต่ทำไมจักรพรรดิถึงไม่ลงโทษองค์ชายสี่?”
“ ท่านเป็นคนนอก ยังไม่เข้าใจ การต่อสู้ของราชวงศ์หลี่เรา เสด็จพ่อนั้นรู้ดีทุกอย่าง แต่ว่า ท่านไม่ใส่ใจในเรื่องนี้ เพราะนั่นคือกฏของ ราชวงศ์ การต่อสู้แย่งชิง เพื่อเอาตัวรอดนั้น ต่อให้เป็นพี่น้องคลานตามกันมา ก็ไม่มีทางละเว้น เสด็จพ่อเอง ก็สังหารพี่น้อง ตายมาแล้วมากมาย กว่ามาจะขึ้นครองบัลลังก์นี้ ดังนั้น คนที่เข้มแข็งกว่า จะกลายเป็นผู้ชนะ หากเฟยหลงนำสัญญาฉบับนี้ออกมาเปิดเผยต่อผู้อื่นท่านจะถูกกล่าวหาว่า สังหารเสด็จพี่สาม ต้องโทษประหารแน่นอน โดยที่ท่านจะไม่มีโอกาสแก้ต่างเลยแม้แต่คำเดียว”
หยางเฟยหลงถึงกับตกใจ ที่ได้ยินเรื่องนี้ ดีที่เขาไม่บอกใครก่อน มิเช่นนั้นชีวิตเขาคงกลายเป็นนักโทษประหารไปแล้วแน่ๆ เสียดายเงิน 10 ล้านเหรียญทอง
“ เฟยหลง ท่านต้องการเงินทองอีกเท่าไร หนิงเอ๋อ ยังพอมีอยู่บ้าง 10 ล้านเหรียญทอง พอหรือไม่”
ราเชนได้ยินเช่นนั้น ก็ส่ายหัวทันที เขาแม้นจะเป็นนักฆ่า แต่เขาไม่ใช่ขอทาน หรือรับเงินโดยที่ไม่ได้ทำอะไรจากใครเปล่าๆ
“ ข้าไม่ได้ร้อนเงินขนาดนั้น เสร็จศึกกลับมา องค์ชายรองจะต้องใช้หนี้ข้าอีก 30 ล้านเหรียญทอง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องนี้”
องค์หญิงเจี้ยนหนิงขมวดคิ้ว ในใจคิดว่า องค์ชายรองจะเอาเงินทองจากไหนมาคืนให้หยางเฟยหลง ตั้ง 30 ล้านเหรียญทอง ลำพังตัวเขา รายได้ยังไม่เพียงพอกับการที่จะใช้ จ่ายในแต่ละเดือนเลย แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมา กลัวว่าหยางเฟยหลงรู้แล้ว จะไปอาละวาดกับพี่ชายของนาง
“ เฟยหลงออกศึกคราวนี้ ท่านต้องระวังตัวให้ดี คนในกองทัพล้วนแล้วเป็นคนของพี่สี่ ท่านไม่เพียงเป็นคนนอก ยังได้สังหารว่าที่รองผู้บัญชาการทหารจ้าวซื่อ คนตระกูลจ้าว หมายหัวท่านเป็นศัตรูอันดับ 1 หากมีโอกาสพวกเขาไม่ปล่อยท่านแน่ๆ”
“ ข้าจะระวังตัวเอาไว้”
“ ไม่ใช่แค่นั้น เมื่อท่านกลับมาแล้ว ก็อย่าอยู่ที่เมืองซีหยางนาน ให้รีบไปเสียจากที่นี่ซะ”
“ ทำไม?”
“ หนิงเอ๋อ มีข่าวกรองเชื่อถือได้ว่า มีนักฆ่าจากสำนักฟ้าดิน กำลังเดินทางมาเพื่อสังหารท่าน”
“ สำนักฟ้าดิน ท่านรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”
ราเชนจำพวกนักฆ่าจากสำนักฟ้าดินที่ล้วนตายด้วย ฝีมือของมารโลหิตในป่าลับแลได้ ไม่รู้ว่า พวกมันรู้ได้อย่างไร ว่าเราเป็นคนฆ่าพวกของมัน สงสัยกลับมาแก้แค้นแน่ แต่ยิ่งสงสัยยิ่ง องค์หญิงเจี้ยนหนิงไปรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร
“ บอกตามตรง หนิงเอ๋อ จะถูกส่งตัวไปเป็นชายาของ องค์รัชทายาทจางอี้ แห่งอาณาจักรมัจฉิมา คาดว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับนักฆ่าจากสำนักฟ้าดินแน่ๆ เพราะก่อนที่จะเข้าไปในป่าลับแล มีการพบปะพูดคุยกัน ระหว่างพี่สี่กับรัชทายาทจางอี้่ ข่าวนี้เสด็จพ่อเป็นคนเล่าเรื่องนี้ให้กับหนิงเอ๋อฟังเอง”
“ อะไรนะ อย่างนี้ ฮองเฮากับจักรพรรดิยังส่งท่านไปเป็นชายาของมันอีกเร๊อะ?”
ราเชนไม่สนใจเรื่องอื่น แต่สนใจเรื่องที่หนิงเอ๋อจะไปเป็นชายาของรัชทายาทจางอี้แทน
“ เหล่าองค์ชายสามารถเลือกคู่ครองเองได้ แต่กับ สตรีในราชวงศ์หลี่แล้ว หาทำได้ไม่ ต้องแต่งออกไปนอกอาณาจักรสถานเดียว เสด็จแม่เองก็เช่นกัน ท่านเป็นคนของอาณาจักรมัชฉิมา เสด็จแม่บอกว่า แม้องค์ชายจางอี้จะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด แต่เขาก็เป็นถึงรัชทายาทว่าที่จักรพรรดิอาณาจักรมัจฉิมาคนต่อไป คนที่จะเป็นใหญ่ มักจะต้องทำเรื่องโหดเหี้ยมเด็ดขาด เพื่อคงอำนาจของตัวเองเอาไว้ ให้หนิงเอ๋อทำใจเสียแต่เนิ่นๆ ที่สำคัญเสด็จพ่อให้หนิงเอ๋ออภิเษกไป ก็เพื่อเป็นประโยชน์ของ อาณาจักรปัจจิมของเราในภายภาคหน้า”
ราเชนส่ายหัวเริ่มสงสารเห็นใจ ในตัวขององค์หญิงเจี้ยนหนิงเป็นอย่างยิ่ง ทำเช่นนี้เท่ากับส่งลูกไปเป็นสายลับชัดๆ ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของลูกตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“ เฟยหลง อย่าเศร้าเพราะหนิงเอ๋อเลย นี่เป็นเรื่องธรรมดาขององค์หญิงทุกๆ คนอยู่แล้ว หนิงเอ๋อยอมรับชะตากรรมนี้ หวังเพียงแต่พบหน้าท่านอีกครั้งก่อนไปอาณาจักรมัชฉิมาเท่านั้น”
“ ข้าสัญญา จะรีบทำศึก ให้จบโดยเร็ว เพื่อจะกลับมาพบกับท่านอีกครั้ง”
“ จริงๆ นะ”
“ อย่ากังวล แม้กลับมาไม่ทัน ข้าก็จะไปหาท่านที่อาณาจักรมัชฉิมาให้ได้”
“ เฟยหลง” องค์หญิงเจี้ยนหนิงน้ำตาไหลพรากโผเข้าจูบราเชนอย่างหนักหน่วง เพลิงรักไฟสวาทลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เสียงหรีดเรไรขับขาน ราวกับทำนองเพลงรัก แสงจันทราเริ่มจะจางหาย มีแสงแห่งสุริยาสาดส่องเข้ามาแทนที่ ราเชนก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา พบว่าบนเตียงของเขานั้นหาได้มีองค์หญิงเจี้ยนหนิงไม่ นางคงจากไปตอนที่เขาหลับ หยางเฟยหลงลุกจากเตียงมายืนริมหน้าต่าง จ้องมองดวงอาฑิตย์ที่กำลังเริ่มสาดส่องแสงขึ้นจากท้องฟ้า ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ช่างสับสนยิ่งนัก ไม่รู้ทำไมถึงได้เริ่มอ่อนไหว ไปกับสตรีได้เช่นนี้
ทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาไม่เคยมีความรู้สึกกับสตรีใด ที่เขาเคยร่วมหลับนอนมาก่อน เขาไม่อยากมีพันธะ ไม่อยากมีลึกซึ้งกับผู้ใด เพราะมันจะทำให้นักฆ่าอย่างเขามีจุดอ่อนในใจ แต่บัดนี้เขารู้สึกแปลกๆ หลายอย่าง ตั้งแต่มารดาที่หายสาบสูญไป ได้ข่าวน้องสาวที่ยังไม่ตาย และยังมีองค์หญิงเจี้ยนหนิงที่ต้องไปอภิเษกเป็นชายารัชทายาทจางอี้
ราเชนคิดไม่ตกว่าเพราะอะไร จนกระทั่งประตูห้องนอนของเขาเปิดออก โดยเจ้าโมโม่ มันรีบพุ่งเข้ามาใช้สองขา กอดเขา ราวกับจากกันมานานแสนนาน โดยมี องค์ชายรองหลี่คัง มาพร้อมกับองครักษ์ และช่างตัดเสื้อที่ตัดชุดของราเชนเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ รีบแต่งตัว ได้เวลาเดินทางแล้ว”
ราเชนรีบอาบน้ำใส่เสื้อผ้าชุดผู้บัญชาการอันดับที่ 4 โดยที่เขามองตัวเองในกระจก
รู้สึกเทห์ไม่น้อย เนื้อผ้าชั้นใน ล้วนเป็นเนื้อผ้าที่ทออย่างปราณีต ใส่แล้วเคลื่อนไหวได้ไม่ติดขัด เสื้อเกราะอ่อนที่สวม ก็สามารถป้องกันอาวุธประเภทของมีคมได้ระดับหนึ่ง แต่ว่าหากเจอดาบง้าว หรือไม่ก็ทวนแทงเข้ามา ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถทนทานได้
ราเชนยังได้ดาบเล่มหนึ่งเป็นอาวุธประจำตำแหน่ง เป็นดาบที่มีเครื่องประดับเพชรตกแต่งเอาไว้ สวยงามยิ่ง หากนำไปขาย น่าจะได้หลายเงิน
ราเชนชักดาบออกมาควงไปมา ประกายดาบก็คมระดับหนึ่ง แต่ไม่อาจเทียบเท่า มีดนิรนามของเขาได้ ราเชนแต่งกายเรียบร้อย ก็พาร่างอ้วนพลุ้ยออกจากห้อง ทหารหลายคน ต่างลอบยิ้มไม่กล้าสบตาเขา ราเชนไม่สนใจ องค์ชายรองหลี่คังดึงแขนของราเชนไปขึ้นรถม้า โดยมีเจ้าโมโม่ กระโดดขึ้นไปนั่งด้วย ขบวนรถม้าออกเดินทางมาที่ถนนใหญ่ ก็พบกับ กองทหารมากมายยืนเรียงรายกันเต็มถนนไปหมด
ราเชนเองก็ไม่อาจคำนวนได้ ว่ามีจำนวนเท่าใด จนกระทั่งขบวนมาถึงประตูทางออก ก็พบกับ จักรพรรดิหลี่เอี้ยนและฮองเฮา ยืนอยู่ด้านบนกำแพงสูง คอยส่งกองทหารไปทำศึก ราเชนมองเห็นองค์หญิงเจี้ยนหนิงที่ยกมือน้อยๆ โบกมาที่รถม้าของเขา
ทุกๆ คนคิดว่า นางคงโบกมือให้กับ องค์ชายรองหลี่คัง แต่หารู้ไม่ นางโบกมือให้กับราเชนต่างหาก
ทหารยืนนิ่งอยู่หน้าประตู รอให้จักรพรรดิหลี่เอี้ยนตรัสอวยพรจนจบ หลังจากนั้น ขบวนกองทหารก็ออกจากเมืองซีหยางไป ราเชนหันหลังไปมองเห็นทหารม้า และทหารราบมากมายนับหมื่นคน ถึงกับตื่นเต้นไปกับกองทัพขนาดนี้
นี่เราคือผู้บัญชาการทหารอันดับที่ 4 เชียวหรือนี่ ราเชนยังแปลกใจกับตัวเองคิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ตัวเองจะใหญ่โตขนาดนี้
ในรถม้ามีองค์ชายหลี่คัง หยางเฟยหลง กุนซือขององค์ชายหลี่คังนามว่าฉีกุ้ย เป็นชายวัยกลางคนหนวดเคราสีขาว อีกคนเป็นเด็กหนุ่มวัย 23 ปี หน้าตาหล่อเหลาคมคาย นามว่า ฉีอี้ แต่งกายชุดทหารสวมเสื้อเกราะเคยถูกวางตำแหน่งเป็น รองผู้บัญชาการอันดับที่สี่เช่นกัน แต่พอหยางเฟยหลงมา เขาจึงถูกผลักดันขึ้นมาแทนที่
องค์ชายหลี่คัง พยักหน้าเพื่อปล่อยโอกาสให้ กุนซือฉีกุ้ยพูดเรื่องสำคัญออกมา
“ หลังจากเข้าเมืองเปี้ยนเฉิน จะมีการประชุมเหล่าแม่ทัพ นายกองทั้งหมด เพื่อรับทราบราชโองการแต่งตั้งตำแหน่งของแต่ละคน จากนั้น จะมีการแบ่งหน้าที่ของรองผู้บัญชาการทหารทั้งสี่ โดยมีท่านแม่ทัพเยว่ไค เป็นที่ปรึกษาในครั้งนี้ พวกเราต้องการให้รองผู้บัญชาการหยางคุมกำลังเสบียงของกองทัพทั้งหมด แต่ว่าตอนประชุม พวกที่ปรึกษากองทัพ และ รองผู้บัญชาการทั้งสามจะต้องสอบถามความรู้เกี่ยวกับเรื่องกองทัพกับท่าน ข้าเกรงว่า รองผู้บัญชาการหยางจะตอบไม่ตรงประเด็น อาจทำให้หน้าที่ควบคุมเสบียงของกองทัพเปลี่ยนมือไป ดังนั้นเมื่อถึงเวลาตอบคำถามของทุกๆ คน ขอให้ท่านรองผู้บัญชาการหยางไม่ต้องตอบคำถามใดๆ มอบหน้าที่ตอบคำถามให้กับ ฉีอี้บุตรชายของข้า เป็นผู้ตอบคำถามเหล่านั้นแทน”
“ ไม่มีปัญหา” ราเชนตอบทันที เพราะเขาก็ไม่รู้เรื่องอะไรของกองทัพเลยแม้แต่น้อย
“ ต่อไปให้ฉีอี้ เป็นทหารคนสนิทของ เฟยหลง ต่อไปจะได้ให้ความช่วยเหลือเขาในทุกๆ เรื่อง” ฉีอี้ประสานมือรับคำสั่ง ราเชนได้แต่พยักหน้า
“ วันนั้น ข้าเห็นวิธีการฆ่าจ้าวซื่อของท่าน ข้ายอมรับท่านรองผู้บัญชาการทั้งกายและใจ แม้นตัวข้าเอง ก็ยังไม่กล้าทำเช่นนั้น ครั้งนี้มีโอกาสรับใช้ท่าน ข้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง” ฉีอี้รีบเอ่ยประจบหยางเฟยหลง
“ ยินดีเช่นกัน” ราเชนกล่าวตามน้ำไป เพราะเขารู้ดีว่า สายตาของฉีอี้นั้น มันยังเปี่ยมไปด้วยแววตาที่ริษยา อาฆาต ที่เขาแย่งตำแหน่งของมันไป.....