ท่านหญิงผิงอันคนนั้น เขาเคยเห็นนางไกลๆ เมื่อนางมากับบิดาและอาจารย์ของเขา เขาเคยเห็นชายามรกตตอนงานพิธี ใบหน้างามเหมือนหินอ่อนสลักและดูเหมือนท่านหญิงเองก็ถอดแบบจากมารดาไม่ผิดเพี้ยน แต่ท่านหญิงนั้นมีผมสีดำขลับเงางาม แต่อันดากลับมีผมสีน้ำตาลอ่อน
พวกนางจะใช่คนคนเดียวกันจริงหรือไม่เขาไม่อาจรู้ได้เลย แต่ท่าทางการเดินของอันดานั้นคุ้นตา นางเดินได้สง่างามบุคลิกสง่าผ่าเผยไม่เหมือนคนที่ไม่ผ่านการอบรมจากราชสำนักมาเลย มีเพียงกิริยาเท่านั้นเช่นการกระโดดโลดเต้นหรือยิ้มเต็มหน้า เหล่านี้ยังทำให้เขาไม่แน่แม้นางจะมีความทรงจำของคืนนั้น
แต่คืนนั้นไม่มีใครบอกได้ว่าเด็กที่เขาพบคือท่านหญิงผิงอันเพราะคืนนั้นมือมากจนเขาไม่สามารถเห็นสีตาของเด็กคนนั้นได้ถนัด
“อั่ก” จู่ๆ เขาก็สำลักออกมาเป็นของเหลวสีดำ
“พิษออกมาแล้วเหรอ” อันดามาทันเวลา
“พิษ อย่างนั้นหรือ?” เขาคิดว่าพิษออกไปหมดแล้ว
“ใช่พิษยาสั่ง ท่านไปกินอะไรจากคนอื่นหรือไม่ พิษนี้หลบซ่อนตัวเก่งทำตัวเป็นกาฝาก แต่มันจะขัดขวางท่านเมื่อใดก็ตามที่ท่านต้องเดินพลัง เมื่อพลังถูกกักไว้ไม่ไหลเวียนจึงทำให้ท่านตัวร้อน ท่านจึงคิดว่าธาตุไฟมีปัญหา” อันดาตอบ
“ยาสั่งหรือ ข้าไม่เคยกินจากไหนนอกจาก” ไม่จริงน่า
“นอกจากยาที่ไทเฮาฝากอาจารย์มาให้ข้า นางบอกเป็นยาแก้ลมชัก ตอนเด็กข้าเคยเป็นลมชัก หลังจากนั้นก็ต้องกินยาตลอดแต่เมื่อมาฝึกทหาร ร่างกายดีขึ้นก็ไม่เป็นอีกแต่มีครั้งหนึ่งข้าอาการกำเริบ เสด็จแม่จึงให้หมอปรุงยาควบคุมอาการให้ทุกๆ สามเดือน เรื่องนี้ถูกปิดเป็นความลับมีแค่ข้าและอาจารย์ที่เป็นคนส่งยามาให้" แม่ทัพหยางรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจ
“ตอนนี้ท่านยังมียานั่นอยู่หรือไม่” อันดาถาม สิ่งที่เธอทำคือหยดน้ำอมฤตลงในมิลค์เช็กเพราะต้องการค่อยๆ ขจัดพิษ อย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่อแม่ทัพยอมเข้ามาเดินพลังในมิติ เธอจึงปล่อยให้เขาเดินพลังไปเลยเพื่อขับพิษออกมาทีเดียว
“มี นี่ไง” แม่ทัพหยิบยาออกมาจากเสื้อของเขา เขาจำเป็นต้องพกยานี้ติดตัวไว้
“หากท่านไม่กินยานี่อาการท่านจะกำเริบเลยใช่หรือไม่” อันดาถาม
“ใช่” แม่ทัพหยางไม่อยากเชื่อเลยว่าแม่แท้ๆ ของเขาจะทำกับเขาอย่างนี้
“ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นไทเฮา” อันดาถาม
“เพราะอาจารย์ข้าบอกอย่างนั้น แล้วมันก็เป็นยาเดียวกันกับตอนที่ข้ายังอยู่ในวัง ดังนั้นก็เป็นนางนั่นล่ะที่วางยาข้า” แม่ทัพหยางถึงกับหมดแรง
อันดาเดินไปเช็ดปาก เพราะที่แม่ทัพหยางสำลักออกมาก็ถูกปราณในมิติขจัดทิ้งไปหมดแล้ว เธอสงสารเขาใจแทบขาด แค่เธอคิดว่าแม่ทิ้งเธอก็ร้ายพอแล้ว แต่นึกไม่ออกเลยว่าถ้าแม่พยายามทำร้ายเธออย่างที่ไทเฮาทำกับเขานั้นจะเป็นอย่างไร
“อย่าเพิ่งตัดใจเชื่ออย่างนั้น เราต้องพิสูจน์ให้ได้จริงๆ ว่าเป็นท่านแม่ของท่าน เรื่องที่ท่านถอนพิษออกแล้วอย่าเพิ่งบอกใครได้หรือไม่” อันดาถาม
“เจ้าสงสัยอาจารย์ข้าอย่างนั้นรึ” ไม่ว่าจะเป็นมารดาหรืออาจารย์ที่เปรียบเสมือนบิดา เขาก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน
“ใช่แต่ท่านจะได้ระวังตัวถูกคน” อันดาปลอบเขา ไม่ว่าจะเป็นใครก็ทำให้เขาเจ็บปวด
“ข้าเหนื่อยจังอันดา” แม่ทัพหยางแสดงความอ่อนแอครั้งแรกต่อหน้าเธอ
“ท่านไปนอนพักนะ ร่างกายท่านต้องการฟื้นฟู ท่านนอนในห้องของข้านะ ข้าจะทำโจ๊กให้กิน” อันดาปลอบใจเขา
“ไม่ไปได้หรือไม่” แม่ทัพหยาง
“ได้ ข้านั่งอยู่เป็นเพื่อนแต่ท่านจะหิวนะ” อันดาลูบคางที่หนวดขึ้นเป็นเงาเขียวแล้ว
“หนวดท่านขึ้นแล้ว เดี๋ยวตื่นมาข้าจะโกนให้ท่านนะ” อันดายิ้ม
“ได้ข้าให้เจ้าโกนให้คนเดียว” ร่างกายที่กรำศึกมานานยังคงยืนอยู่ได้ทั้งที่มีพิษนี้คอยโจมตีเขาจากภายใน ไม่ทำให้เขารู้สึกหมดแรงเท่ากับการที่พิษนี้ถูกส่งมาจากคนที่เขารัก ไม่ว่าจะเป็นท่านแม่หรืออาจารย์ คนที่เขาคิดไม่ถึงว่าจะทำร้ายเขา ตอนนี้มีแค่คนที่เพิ่งได้พบอย่างอันดาที่ดูเหมือนจะเป็นลมใต้ปีกของเขา
นางไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ตั้งแต่ที่พบกันนางทำอะไรให้เขาตั้งหลายอย่าง นางกางปีกเพื่อปกป้องเขาตอนแรกที่เขาลังเลเพราะคิดว่านางเป็นผู้ชาย ตอนนี้เขาลังเลเพราะเขาคู่ควรที่จะรักนางหรือไม่นะ คนที่ไม่มีใครรัก จะถูกรักได้จริงๆ หรือ เขาไม่รู้อะไรแล้ว รู้แต่ว่าเขารักนางสุดหัวใจ แม้นางจะไม่รักเขาก็ไม่เป็นไรแล้วขอแค่รักนางก็พอ อย่างน้อยมีเพียงนาง….
แม่ทัพหยางมีความคิดที่สับสนวุ่นวายหลับไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ได้แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็ได้กลิ่นหอมซุปที่น่าอร่อย
“ท่านตื่นแล้วข้าทำโจ๊กให้ค่อยๆ กินนะร้อนมาก เพิ่งลงจากเตา” อันดาเดินเอาถาดเข้ามาให้
“ทำไมเจ้าบอกว่าเจ้าจะอยู่เป็นเพื่อนข้ายังไงล่ะ” แม่ทัพหยางหงุดหงิด
“อ้าปาก” อันดาไม่สนใจยัดเอายาเม็ดเข้าปากเขา ฤทธิ์ของยาสั่งยังไม่หมดจริงๆ เขาตื่นมาก็แสดงอาการทันทีการถอนพิษและยังอยู่ในที่ที่ ปราณเข้มข้น อีกทั้งเมื่อเขาได้พักผ่อนร่างกายแข็งแรงขึ้นจึงดันกาฝากที่ซ่อนอยู่ให้เผยตัวออกมา ตอนนี้อาศัยแม่ทัพหยางที่จิตใจอ่อนแอลงเข้าครอบงำเพื่อเอาตัวรอดจึงพยายามไล่อันดาออกไป
“เจ้า เจ้าคิดจะฆ่าข้า!” แม่ทัพหยางชี้หน้าด่าเธอ
“ใช่เจ้ากาฝากจะออกมาดีๆ หรือจะให้ข้าเผาเจ้าเดี๋ยวนี้” อันดาตวาด
“งี๊ดดดดดด” แม่ทัพหยางตอนนี้หน้าตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดสีดำ แม้แต่ตามร่างกายก็ขึ้นมาเป็นเส้นเหมือนรากไม้ที่คลุมเขาไปทั้งตัวเหมือนกาฝากที่กอดร่างของเขาเอาไว้
เพราะยาที่อันดาจับใส่ปากของเขานั้นเป็นยาแรงแต่กาฝากที่อยู่ในร่างกายของแม่ทัพหยางมาหลายปีสูบกินพลังชีวิตของเขามานานจึงแข็งแกร่งกว่าที่เธอคิด ตอนนี้มันสู้สุดฤทธิ์เอื้อมมือมาบีบคอเธอแล้วยกตัวเธอจนลอย
“หยางเจียจุ้น หยางเจียจุ้น เจ้าสัญญาแล้ว เจ้าสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายข้า” อันดาพูดก่อนที่จะหมดลมหายใจ ดูเหมือนเสียงของเธอจะทำให้เขารู้สึกตัว
“ไม่นะ อันดาหนีไป” หยางเจียจุ้นที่มีสติกลับมา
“ไม่หนีท่านกลืนยาเม็ดนี้” อันดายื่นยาอีกเม็ดนึงให้เขา แต่เมื่อจะถึงมือเขากลับปัด
“หยางเจียจุ้นแข็งใจไว้ไม่อย่างนั้นท่านจะไม่ได้พบข้าอีก!” อันดาตะโกนเรียกชื่อเขาอีกครั้ง
“อันดาเอายามาเร็ว” หยางเจียจุ้นกัดฟันเรียกเอายา
พออันดาส่งยาให้เข้าเขาก็รีบกลืนยานั้น ไม่นานเขาก็ร้องเจ็บปวด การต่อสู้กันระหว่างเขากับกาฝากนั้นรุนแรงแล้วจู่ๆ หยางเจียจุ้นก็รวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายดึงรากไม้ที่เกาะเป็นกาฝากออกจากร่างของเขา
“ขอลองดาบเลเซอร์หน่อยนะ” อันดาหยิบแท่งโลหะอันใหญ่เท่าด้ามดาบ กดเอาแสงเลเซอร์ตัดออกมาแล้วฟันไปที่สายใยระหว่างร่างนั้นกับหยางเจียจุ้นออกขาดจากกันอย่างสิ้นเชิง
“พวกเจ้า พวกเจ้า” ร่างนั้นหลังจากถูกตัดสายสัมพันธ์กับร่างของหยางเจียจุ้นแล้วก็ค่อยๆ แห้งลงไปแล้วกลายเป็นกิ่งไม้แห้ง อันดาเอาโหลมาใส่ไว้เพื่อเก็บไว้ให้อาจารย์ของเธอ
“หยางเจียจุ้น” หลังจากเก็บเจ้ากาฝากเข้าขวดโหล หันมาทางเขาแล้วเขาก็ล้มลง อวัยวะภายในบอบช้ำมาก ลมหายใจของเขากำลังจะขาดไป
__________________________
เอามาให้อยากแล้วจากไป แม่ทัพหยางของเราแย่แล้ว เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ แฮ่