ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 89 อู๋ฉิงรับศิษย์

           อาจารย์ใหญ่หญิงงามเห็นภาพประหลาดบนท้องฟ้า จึงกะพริบตาปริบๆ

            “ดอกไม้ไฟสวยนักเชียว! เจ้าหนูหลิ่วเทียนฉีน่าสนใจจริงๆ ไม่สร้างยันต์โจมตีที่ทรงพลังหาใดเปรียบ แต่กลับสร้างของสวยงามไร้ประโยชน์เช่นนี้ขึ้นมาแทน!”

            “เฮอะ หลอกลวงเอาใจผู้คน!” เหยาเยี่ยนเบ้ปากว่าอย่างดูแคลน

            “ไม่ ไม่ใช่เพื่อเอาใจผู้คน แต่เพื่อเอาใจเฉียวรุ่ยต่างหาก” อู๋ฉิงส่ายศีรษะ แก้คำพูด

            “ฮ่าๆๆ เจ้าหนูนี่ใส่ใจเอาเรื่องเลยนะ รู้จักเอาใจภรรยาเป็นอย่างดีเชียว!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะดังลั่น แลดูภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

            “ใช่แล้ว เฉียวรุ่ยของพวกเจ้าเสน่ห์ล้นเหลือเลยสินะ!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามมองอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนมีสีหน้าภาคภูมิใจ อดกลอกตาไม่ได้

            “ฮ่าๆๆ แน่นอนสิ ศิษย์ของวิทยาลัยยุทธ์ย่อมมีเสน่ห์อยู่แล้ว”

            “เจ้าอ้วนน่าตายนี่!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามมองอาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนพูดเหมือนถูกต้องนักก็กระทืบเท้าอ้วนๆ ของอีกฝ่ายทีหนึ่ง

            “โอ๊ย โอ๊ย หงหง อย่า อย่าโกรธข้าสิ!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนรีบวิงวอน

            “ฮ่าๆๆๆ...” ผู้คนที่เห็นพวกเขาสองคนทะเลาะกัน พากันยิ้มอย่างอ่อนโยน

            “ศิษย์น้องอู๋ฉิง ข้าว่ายันต์ดอกไม้ไฟของเจ้าก็สวยดีนะ! กระตุ้นได้แล้วนี่!” อาจารย์ใหญ่เคราแพะบอก

            โดยทั่วไป อักขระยันต์ต้องวาดลอกเลียนได้สำเร็จถึงจะกระตุ้นใช้ได้ และยันต์ของอู๋ฉิงใช้ได้ ย่อมบ่งบอกว่าสำเร็จแล้วสิ? แล้วทำไมศิษย์น้องอู๋ฉิงถึงยังบอกว่ามองไม่ทะลุเล่า?

            “ไม่ ข้ารู้สึกว่าที่ข้าวาดเอง ไม่ค่อยเหมือนที่หลิ่วเทียนฉีวาดเท่าไรนัก!” อู๋ฉิงส่ายศีรษะ รู้สึกบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่ก็บอกไม่ถูกว่าอยู่ที่ตรงไหน

            “ลองกระตุ้นยันต์ของหลิ่วเทียนฉีดูเถอะ หากไม่เปรียบเทียบ ย่อมไม่อาจหาความแตกต่างของยันต์ทั้งสองแผ่นได้”

            ได้ยินคำพูดของเฟิงกู่ อู๋ฉิงขมวดคิ้วฉับ “แต่...”

            อย่างไรยันต์นี่ก็เป็นของที่ยืมมา เขาใช้ไปคงไม่ดีกระมัง?

            “ไม่เป็นไร เจ้าค่อยมอบยันต์ขั้นสามอย่างอื่นสักแผ่นให้หลิ่วเทียนฉีก็พอ ข้าคิดว่าเขาไม่ถือสาหรอก?”

            ได้ยินอย่างนั้น อู๋ฉิงก็พยักหน้า ดูท่าคงต้องกระตุ้นเสียหน่อย อย่างมากก็แค่มอบยันต์ขั้นสามระดับกลางแผ่นหนึ่งชดใช้อีกฝ่าย หากไม่กระตุ้น เกรงว่าตนคงหาจุดแตกต่างไม่พบแน่

            อู๋ฉิงถือยันต์ที่หลิ่วเทียนฉีวาดไว้ในมือ กระตุ้นยันต์ในลานต่อหน้าผู้คน

            “ตูม...”

            ลูกไฟดวงหนึ่งพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง แตกกระจายกลางท้องฟ้ากลายเป็นดอกหมู่ตันหลากสีสันใหญ่โตดอกหนึ่ง ช่างงดงาม สะกดสายตาอย่างร้ายกาจ

            “ก็เหมือนยันต์ที่ศิษย์พี่อู๋ฉิงวาดอยู่นะ!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามกะพริบตาพลางบอก

            “ไม่ ไม่ค่อยเหมือนนัก!” อาจารย์ใหญ่ร่างอ้วนจ้องกลางท้องฟ้า สัมผัสได้ว่าเวลาที่ดอกไม้แย้มบานยาวนานกว่ายันต์ของอู๋ฉิงอยู่นิดหน่อย

            เวลาผ่านไป บุปผาค่อยๆ ร่วงโรย อักษรสีทองแถวหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้าทันที

            “รักเจ้าตราบชั่วชีวิต! ฮ่าๆ เจ้าหนูคนนี้นี่!” อาจารย์ใหญ่หญิงงามมองอักษรแถวนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ

            “มีอักษร? ถึงกับมีอักษรด้วยหรือ?” อู๋ฉิงจ้องตัวอักษรบนท้องฟ้า เบิกตาโตอย่างตะลึง พึมพำกับตนเอง

            “นี่อาจเป็นจุดที่ศิษย์น้องบอกว่าไม่เหมือนกระมัง!” เฟิงกู่มองตัวอักษรแถวนั้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าหลังดอกไม้ไฟจะมีตัวอักษรอยู่

            “ฮ่าๆๆ น่าขำจริงนะ คิดไม่ถึงเชียว ศิษย์พี่อู๋ฉิงสอนศิษย์ในวิทยาลัยยันต์มาร้อยปี ผลสุดท้าย กระทั่งยันต์ขั้นสามระดับล่างที่ศิษย์คนหนึ่งทำออกมามั่วๆ กลับวาดเลียนแบบออกมาไม่ได้ ช่างน่าสนใจเสียจริง!” เหยาเยี่ยนยกมุมปากขึ้นอย่างได้ใจ หัวเราะดังลั่นอย่างไม่ไว้หน้า

            “เดิมทีโลกแห่งการฝึกตนมีผู้มีความสามารถอยู่มากมาย เหนือคนมีคน เหนือฟ้ามีฟ้า และข้าอู๋ฉิงเป็นเพียงผู้ก้าวเริ่มศึกษาศาสตร์ยันต์มาร้อยปี ไม่ใช่คนที่ทำได้ทุกสิ่ง ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าข้าอยู่ ข้าย่อมขอคำชี้แนะ แลกเปลี่ยนวิชากับเขา ข้าไม่คิดว่านั่นเป็นเรื่องเลวร้ายอันใด!” อู๋ฉิงมองเหยาเยี่ยนมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นแล้วเอ่ยทีละคำทีอย่างจริงจัง

            “เฮอะ วิ่งไปขอคำชี้แนะจากศิษย์ ไม่กลัวถูกหัวเราะจนฟันร่วงหรือไง!”

            “ผู้บรรลุก่อนเป็นครู ไม่มีใครกำหนดว่าผู้อาวุโสไม่อาจขอคำชี้แนะจากผู้เยาว์ได้!” อู๋ฉิงบอกอย่างมีเหตุผล

            “เฮอะ!” เหยาเยี่ยนได้ยินจึงแค่นเสียงหยัน

            “ศิษย์พี่ ข้าอยากทำพิธีรับศิษย์ รับหลิ่วเทียนฉีเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ พรสวรรค์และความสำเร็จในศาสตร์ยันต์ของเด็กคนนี้ ประทับใจข้าอย่างลึกซึ้ง” อู๋ฉิงหันไปมองเฟิงกู่ กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง

            “ฮ่าๆๆ ได้สิ ธุระทั้งปวง ข้าจัดการแทนศิษย์น้องเอง” เฟิงกู่พยักหน้ารับปาก

            “ฮ่าๆๆ ข้ายังคิดอยู่เลยว่าทั้งชีวิต ศิษย์พี่อู๋ฉิงคงไม่รับหลิ่วเทียนฉีเป็นศิษย์แล้ว?” อาจารย์ใหญ่หญิงงามกะพริบตาปริบๆ หัวเราะเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น

            “ใช่แล้ว ข้าก็คิดว่าศิษย์น้องอู๋ฉิงคงไม่มีทางรับเด็กคนนั้นแล้วกระมัง?”

            “เฮอะ ข้าคิดว่า หากไม่ใช่เพราะหลิ่วเทียนฉีพลังหยางรั่วไหลเสียก่อน ศิษย์น้องอู๋ฉิงคงรับเขาเป็นศิษย์ไปแล้ว ไม่รอมาจนถึงตอนนี้หรอก” อาจารย์ใหญ่เคราแพะลูบหนวดก่อนเอ่ย

            “ศิษย์น้องอู๋ฉิง เจ้าทำถูกที่รับคนไว้เป็นศิษย์ ข้าจะได้ไม่ต้องครุ่นคิดอีก!” อาจารย์ใหญ่ร่างเตี้ยมองอู๋ฉิงพลางหัวเราะฮะๆ 

            “อู๋ฉิงเอ๋ย ครั้งนี้เจ้ารับศิษย์คนแรกในรอบร้อยปี ต้องการให้ศิษย์พี่เลือกฤกษ์งามยามดีให้เจ้าหรือไม่ หืม?” อาจารย์ใหญ่เฮยยิ้มน้อยๆ ก่อนถามขึ้น

            “ไม่ต้องหรอก เรื่องรับศิษย์ล้วนขึ้นอยู่กับวาสนา วันพรุ่งนี้ข้าจะลองไปถามดู หากเขาตกลง สามวันให้หลังข้าจะรับเขาเป็นศิษย์ทันที”

            “อืม ดี เช่นนั้นก็ดี!”

            “เขาน่ะ พนันเลยว่าต้องตกลง ศิษย์พี่อู๋ฉิงจะรับเป็นศิษย์เชียวนะ ใครจะไม่ตกลงกันเล่า?” อาจารย์ใหญ่หญิงงามบอก

            “ใช่แล้ว เจ้าพูดถูก!” ผู้คนพากันพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

            .........

            วันถัดมา ณ ที่พักของหลิ่วเทียนฉี

            หลังรับประทานอาหารเช้า ทั้งสองคนพากันเก็บกวาดบ้าน กวาดลานด้วยกัน วุ่นกับงานอย่างมีความสุข

            “เสี่ยวรุ่ย อีกเดี๋ยวพวกเราไปหอตำรากันเถอะ เจ้าบอกมิใช่หรือว่าอยากดูคัมภีร์วิชาฝึกฝนร่างกายจำนวนหนึ่ง?” หลังปัดกวาดเสร็จ หลิ่วเทียนฉีจึงถามคนรักที่อยู่ข้างกาย

            “ไปหอตำรา? ก็ต้องจ่ายศิลาทิพย์อีกแล้วน่ะสิ! พวกเรามาวิทยาลัยได้สองเดือนกว่า ต้องจ่ายศิลาทิพย์อยู่ตลอด หรือพวกเราไปทำภารกิจกันดีไหม?” คิดถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดในวิทยาลัยสำหรับสองคน เฉียวรุ่ยพลันปวดใจ

            “วางใจเถอะ ครั้งนี้ข้ากลับบ้านจะมอบยันต์ขั้นสองกับขั้นสามจำนวนหนึ่งที่วาดเสร็จให้ท่านพ่อ ท่านพ่อจะช่วยข้าขายให้ หลังขายไปพวกเราก็มีศิลาทิพย์กันแล้ว!”

            “แต่ ถ้าต้องเห็นเจ้าขายยันต์ ข้าก็ปวดใจนี่!” ทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายนั่งนิ่งวาดยันต์ไม่ขยับ เฉียวรุ่ยรู้สึกว่ายันต์ที่ตรากตรำวาดออกมาควรเก็บไว้ใช้เองสิ ขายทิ้งมันน่าเสียดายนัก!

            “ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอก แค่ยันต์ไม่กี่แผ่นเท่านั้นเอง” หลิ่วเทียนฉียิ้มเย้าคนรัก โอบเอวอีกฝ่ายก่อนดึงเข้ามาเบาๆ

            “เทียนฉี ข้า ข้าอยากไปรับภารกิจ!” ตอนนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดล้วนเป็นหลิ่วเทียนฉีออก ในใจเฉียวรุ่ยพลันมีรสชาติที่ยากจะหยั่งถึง

            “ไม่ได้ สามเดือน รออีกสามเดือนดีกว่า รอพลังของเจ้าคงที่ค่อยไปรับภารกิจ”

            “ก็ ก็ได้!” เฉียวรุ่ยได้ยินคนรักไม่ยินยอมก็ได้แต่ตกลง

            “ว่าง่ายฝึกฝนให้ดีเถอะ ถึงเวลาไปทำภารกิจได้ ข้าให้เจ้าไปแน่” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางจุมพิตใบหน้าน้อยทีหนึ่ง

            “อืม!” ถูกจูบเช่นนี้ ใบหน้าเฉียวรุ่ยจึงแดงก่ำ

            “อะแฮ่ม อะแฮ่ม อะแฮ่ม...”

            อู๋ฉิงยืนอยู่นอกค่ายกลป้องกัน เห็นสามีภรรยาอายุน้อยต่างคลอเคลีย กะหนุงกะหนิงกันอยู่ในลาน มุมปากพลันกระตุก ในใจคิด ‘หลิ่วเทียนฉี เจ้าเด็กสารเลว อยากได้พรสวรรค์ก็มีอยู่ อยากได้ปัญญาก็มีเช่นนี้ เป็นเด็กมีแววในการร่ำเรียนยันต์ก็จริง เสียแต่หมกมุ่นในกามเกินไปแล้ว!’

            ได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้น ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกัน พอเห็นว่าเป็นอู๋ฉิงถึงรีบแยกจากกันทันที

            พวกเขารีบก้าวเท้าเดินออกจากค่ายกล

            “คารวะอาจารย์ใหญ่อู๋ฉิง!” เมื่อมาถึงตรงหน้าอู๋ฉิง ทั้งสองคนรีบค้อมกายคำนับ

            “พวกเจ้าอยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยนักหรือ? ทำไมต้องวางค่ายกลป้องกันด้วยเล่า?” อู๋ฉิงมองหลิ่วเทียนฉีอย่างคลางแคลง เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

            “อ้อ แค่ป้องกันภัยก่อนจะเกิดเรื่องเท่านั้นขอรับ!”

            ได้ยินคำตอบ อู๋ฉิงก็พยักหน้า “เจ้าไปวิทยาลัยยันต์กับข้าสักหน่อย!”

            “ขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีขานรับ มองเฉียวรุ่ยที่อยู่ข้างกายทีหนึ่ง “เจ้าไปหอตำราเองนะ อีกประเดี๋ยวข้าไปหา”

            ‘จำไว้ ไม่ว่าผู้ใดถามถึงเรื่องศิษย์ทั้งห้าของวิทยาลัยควบคุมสัตว์อสูร อย่ายอมรับ ห้ามยอมรับเด็ดขาด’

            ได้ยินหลิ่วเทียนฉีส่งกระแสจิตบอก เฉียวรุ่ยพยักหน้าหงึกหงัก “อืม ข้ารู้แล้ว!”

            อยู่ดีๆ อาจารย์ใหญ่อู๋ฉิงมาเยือน เฉียวรุ่ยรู้สึกไม่ชอบมาพากลเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงกระแสจิตของหลิ่วเทียนฉี เขาตระหนักได้ทันทีว่าอาจท่าไม่ดี หรือว่า วิทยาลัยรู้ว่าห้าคนนั้นตายแล้วหรือ?

            .........

            เมื่อมาถึงวิทยาลัยยันต์ อู๋ฉิงไม่ได้พาเขาไปที่ห้องเรียน แต่กลับพาไปยังเรือนของตนโดยตรง

            “อาจารย์ใหญ่...” หลิ่วเทียนฉีมองอู๋ฉิงผู้สวมอาภรณ์สีขาว ใบหน้าเย็นชายืนอยู่ในลานจึงเรียกเสียงเบา

            “หลิ่วเทียนฉี เจ้ามีพรสวรรค์และศักยภาพในศาสตร์ยันต์เป็นอย่างยิ่ง สติปัญญาก็สูงอย่างที่สุด ข้าอยากรับเจ้าเป็นศิษย์ เจ้ายินดีหรือไม่?”

            หลิ่วเทียนฉีได้ยินพลันนิ่งอึ้ง ก่อนมองอีกฝ่ายด้วยความตะลึง

            เป็นไปได้อย่างไร? ทำไมถึงรับเขาเป็นศิษย์เล่า? ไม่ใช่นางเอก? ไม่ใช่หลิ่วซานหรอกหรือ? เป็นข้าไปได้อย่างไร? มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?

            หรือว่านี่คือปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีก เพราะข้าข้ามมิติมา เพราะการมีอยู่ของข้า จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางอื่นอย่างงั้นหรือ?

             “เจ้า???” อู๋ฉิงเห็นหลิ่วเทียนฉีตะลึงอยู่ที่เดิมก็เอ่ยปากจะถาม แต่ไม่รู้จะถามอย่างไรดี

            “ข้ายินดีขอรับ ศิษย์หลิ่วเทียนฉีคารวะอาจารย์!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางรีบคุกเข่าคำนับ

            อู๋ฉิงเป็นถึงผู้ใช้ยันต์ขั้นสี่เชียวนะ มีอาจารย์ดีเช่นนี้ เขาย่อมต้องการอยู่แล้ว

            “อืม ลุกขึ้นเถอะ ตอนนี้ยังไม่ต้องคารวะ อีกสามวันให้หลัง ข้าจะทำพิธีรับศิษย์ รับเจ้าเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ!”

            “ขอรับ ขอบพระคุณท่านอาจารย์!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า รีบลุกขึ้นยืนทันที

            .........

            ครึ่งชั่วยามให้หลัง หลิ่วเทียนฉีเดินไปหาเฉียวรุ่ยที่หอตำรา

            “เทียนฉี เจ้าไม่เป็นไรนะ?” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักกลับมาจึงถามอย่างเป็นกังวล

            “วางใจเถอะ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก เป็นเรื่องที่ดีเชียวล่ะ!” พูดถึงตรงนี้ก็ยกมุมปากนิดๆ

            เฉียวรุ่ยเห็นท่าทางเปรมปรีดิ์ของคนรักจึงกะพริบตาปริบๆ “เรื่องดี? เรื่องดีอะไรหรือ?”

            “อีกสามวันให้หลัง อาจารย์ใหญ่จะรับข้าเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการน่ะ!”

            ได้ยินเรื่องนี้ เฉียวรุ่ยตะลึงหนัก “หา? เรื่องจริงงั้นหรือ?”

            “ชู่ เบาเสียงหน่อยสิ!” เห็นศิษย์พี่ชายหญิงคนอื่นที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่มองมา หลิ่วเทียนฉีรีบทำมือให้เบาเสียง

            “อ้อ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าหลายหน ปากยิ้มไม่หุบ “เทียนฉี ช่างดีเหลือเกิน!”

            “อืม! ข้าก็คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าดีใจมากเหมือนกัน!” หลิ่วเทียนฉีจูงมือเฉียวรุ่ย เรื่องนี้ช่างดีงาม เป็นเรื่องที่น่ายินดีเหลือเกิน!

            พูดตามตรง แม้เขาจะคิดหาวิธีแย่งโชควาสนาของนางเอกอยู่ตลอด แต่เรื่องการรับศิษย์ไม่ได้อยู่ในแผนการของเขา ทว่ากลับผิดคาดนัก หากอู๋ฉิงรับตนเป็นศิษย์ เช่นนั้นนางเอกต้องเสียโชควาสนาครั้งใหญ่ล่ะสิ

            เสียหญ้าบรรณมาศ เสียน้ำพุบรรณมาศ เสียจิ้งจอกเทพลายทอง เสียการสั่งสอนและการสนับสนุนของบิดา หากต้องมาเสียอู๋ฉิงไปอีก กระแสโชคชะตาของนางคงร่วงครั้งใหญ่แล้วล่ะ!

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801