บทที่ 4 Start
ท่าอากาศยานเชียงใหม่
‘ถึงสักที!’
หลังจากที่นั่งฟังเบลพร่ำเพ้อถึงนักแสดงหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านหน้าไม่หยุดมาตลอดการเดินทาง จนวารัญเกือบจะต้องตรวจเช็กหูดูแล้วว่ายังใช้งานได้ดีอยู่หรือเปล่า
"เราจองโรงแรมที่ไหนนะคะพี่วา"
"ใกล้ ๆ ที่จัดงานครับ เดี๋ยวเอากระเป๋าไปเก็บแล้วกลับออกมางานกัน"
วารัญจัดการมองหารถรับจ้างที่ทำการจองเอาไว้ เพื่อจะไปที่โรงแรม เพราะจะให้แบกกระเป๋าไปที่งานเลยก็ไม่สะดวก อีกอย่างงานก็เริ่มตั้งบ่ายสอง ตอนนี้ยังไม่เที่ยงมีเวลาอีกตั้งนาน
"เราแบกกระเป๋าไปที่งานเลยดีกว่าพี่วา คนมาเยอะ ต้องไปจองที่อีกเดี๋ยวไม่ทัน"
"ห๊ะ! แบกกระเป๋าไป"
วารัญก้มมองกระเป๋าสองใบในมือทั้งของตัวเองและของเบล เขามีความคิดว่ามันไม่ควรแบกไปให้หนัก แล้วอีกตั้งหลายชั่วโมงกว่างานจะเริ่ม จะรีบอะไรขนาดนั้น
"โถ่..พี่วา นี่งานมายซันนะคะ ฉายามายซันห้างแตกไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ นะ"
เบลดูหงุดหงิดกับความเงอะ ๆ งะ ๆ ของวารัญเต็มที ที่ดูเหมือนไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง
‘ก็คนมันไม่เคยมาทำอะไรแบบนี้นี่น่า’
ชายหนุ่มทำได้เพียงะโบอกอยู่ในใจ
"งั้นเอาแบบนี้ เบลเอากระเป๋ามาเดี๋ยวพี่ไปโรงแรมเก็บของแล้วพี่ค่อยตามไปที่งานโอเคไหม"
วารัญตัดปัญหาด้วยการคว้ากระเป๋าของเบลขึ้นมาสะพาย
กระเป๋าตั้งหลายใบ แถมมีพวกของสำคัญอีก ใครจะแบกไปวางกองไว้ที่ห้างท่ามกลางฝูงชน เกิดของหายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ
เขาคิดว่าไม่ควรเสี่ยงกับเื่อะไรแบบนี้
สู้ยอมเสียเวลานั่งรถวนไปโรงแรมแล้วค่อยไปที่งานดีกว่า สบายใจกว่ากันเยอะ
"ได้ค่ะ งั้นพี่วาไปถึงงานโทรหาเบลอีกทีนะคะ ตอนนี้คนอื่น ๆ ไปถึงหมดแล้ว เจอกันนะคะพี่วา"
เบลรีบวิ่งไปที่รถโดยสารสาธารณะ ที่จอดอยู่ไม่ไกล เพื่อติดต่อถามหาเส้นทางที่จะเดินทางไปยังที่จัดงาน ส่วนวารัญเดินไปขึ้นรถตู้ที่ติดต่อเอาไว้ก่อนหน้านี้เพื่อที่จะเดินทางไปยังโรงแรม
เขาใช้เวลาไม่นานในการจัดการห้องพักทั้งในส่วนของตัวเองและของเบลจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นก็ถึงเวลาเรียกรถจากหน้าที่พักไปส่งยังจุดหมายปลายทาง
ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองเชียงใหม่
วารัญยกมือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออกหาเบลอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครรับสาย เลยคิดว่าเดี๋ยวจะลอง ๆ เดิน ๆ วนในห้างดู น่าจะหาบริเวณจัดงานได้ไม่ยาก เพราะห้างไม่ใหญ่โตเหมือนอย่างในกรุงเทพ
เสียงเครื่องขยายเสียง ดังลั่นไปทั่วบริเวณโถงของห้าง เรียกให้วารัญสาวเท้าเดินเข้าไป จนพบกับบริเวณจัดงานพร้อมด้วยฝูงชนจำนวนอาจจะเป็หลักหลายร้อยคน กำลังเดินไปเดินมาจับจองหาที่นั่ง เพื่อที่จะเตรียมตัวรอดูศิลปินที่พวกเขาคลั่งไคล้
มายซันห้างแตก แบบนี้เองสินะ
"พี่วา ๆ ทางนี้ค่ะ”
เสียงเบลดังมาจากด้านหนึ่งของเวที
"พี่โทรหาไม่รับ"
"พอดีเสียงดังค่ะ เลยไม่ค่อยได้ยิน นี่พี่แพรว กับ พี่มายด์ ที่นัดกันไว้ค่ะ"
วารัญพยักหน้าทักทายอีกสองคนเล็กน้อย เหลือบมองไปด้านหลังเห็นกระเป๋าเดินทางวางเอาไว้
‘นี่สองคนคือแบกกันมางานก่อนค่อยไปโรงแรมที่พักจริง ๆ เหรอมันจะอะไรขนาดนั้น’
วารัญคิดในใจ
แต่ถึงเขาจะสงสัยแค่ไหนก็ไม่ได้ถามอะไรออกไปเพราะอย่างไรมันก็ถือว่าเป็เื่ส่วนตัว
"ฟิล์มมาด้วยนะคะมึง"
"ก็นางเคยพลาดที่ไหน โวยวายน่าดูที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องลำเดียวกับมายซันอะ"
เสียงสองสาวด้านหลังคุยกัน ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของวารัญก็ดันทำงานได้ดี จนเขาได้ยินชัดเจนทุกประโยค
คนที่แพรว กับมายด์พูดถึง ก็คงหนีไม่พ้นคู่แข่งทางการเงินของเขาอย่างฟิล์ม ที่เดินเข้ามานั่งในบริเวณงาน
"มีอะไรกันหรือเปล่าครับ"
วารัญลองแกล้งถามอย่างไม่ใส่ใจ ทั้ง ๆ ที่ในใจอยากรู้อยู่ไม่น้อย เกี่ยวเื่ของผู้หญิงคนนั้น
"อ๋อ แฟนคลับสายเปย์นิสัยเสียค่ะ คนไม่ชอบเยอะแต่ไม่กล้าพูดอะไร เพราะเวลามีงานของซันเธอก็จะทุ่มเต็มที่ คนกลัวว่าถ้าเธอไม่พอใจแล้วไม่ตามน้องยอดน้องจะตก"
แพรวเป็ฝ่ายอธิบายให้ฟัง
"ขนาดนั้นเลยเหรอครับ"
วารัญถามกลับไปด้วยความสงสัยที่เพิ่มขึ้น
กำลังซื้อจากแฟนคลับแค่คนเดียวทำไมมันถึงมีผลมากขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่จำนวนแฟนคลับมายซันเองก็ไม่ใช่น้อย ๆ
ทำไมต้องแคร์แค่แฟนคลับคนเดียว
ยิ่งถ้านิสัยไม่ดีอย่างที่บอก ก็ควรตักเตือนกันมากกว่า ถึงอย่างไรทุกคนก็อยู่ในฐานะที่ทุกคนตรงนี้ก็เป็แฟนคลับเหมือน ๆ กัน
นี่คงเป็โลกใหม่ ๆ ที่วารัญได้มาเห็นว่าแฟนคลับศิลปินดารา เขาก็มีแบ่งชนชั้นวรรณะกันด้วยเหมือนกัน อย่างกับนิยายน้ำเน่า หรือละครจักร ๆ วงศ์ ๆ ในทีวีสมัยก่อนไม่มีผิด
"ก็ขนาดนั้นแหละค่ะ"
"เธอเคยหายไปรอบหนึ่ง คนในด้อมก็ไม่ได้มีกำลังทรัพย์อย่างเธอกันทุกคน ถึงยอดสนับสนุนซันจะไม่ได้ตกมาก แต่เวลามีกิจกรรมท็อปยอดสูง ๆ มันน้อยลง ก็เลยมีคนไปง้อให้เธอกลับมา"
"พอกลับมาคราวนี้ลงไม่เป็แล้วค่ะ อีโก้ค้ำคอ"
สาว ๆ สาธาธยายออกมาให้ฟังเป็ฉาก ๆ สีหน้าดูไม่พอใจกับคนที่พูดถึงเป็อย่างมาก จนเหมือนเขารู้สึกว่ากำลังนั่งฟังพล็อตนิยายจากที่ไหนสักที่
มันคือเื่ราวของคุณแฟนคลับสายเปย์ กับแฟนคลับสายลุย ตีกันไปตีกันมาเพียงเพราะรักศิลปินคนเดียวกันแต่มีมุมมองและการแสดงออกในความรักทำได้ต่างกัน
กลุ่มหนึ่งคือใช้เงินทุ่มซื้อทุกอย่างเพียงเพื่อให้ทุกคนสนใจ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มแฟนคลับทั่วไปที่สามารถให้ได้เท่าที่เขามี
ที่มันน่าขำคือ สองกลุ่มนี้กลับถูกเลือกปฏิบัติต่างกัน ทั้ง ๆ ที่เป็แฟนคลับเหมือนกัน
ส่วนตัวของวารัญเองเขาคิดแค่ว่าเขาขออยู่ตรงที่สบายใจก็พอ ที่สำคัญขอไม่เดือดร้อนใคร และอย่าให้ใครมาสร้างความเดือดร้อนให้ ต่างคนต่างอยู่คือดีที่สุด
หลังจากที่วารัญฟังแพรวเล่าเื่ของฟิล์ม เขาก็เริ่มจะไม่แปลกใจที่วันนั้นในงานฟิล์มถึงมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น คงเพราะยอดซื้อของเขา ดันไปตัดหน้ายอดสูงสุดของเธอ
อารมณ์คงเหมือนวารัญไปทำให้เธอเสียหน้าเ้าแม่สายเปย์แห่งบ้านมายซันอะไรทำนองนั้น
ถ้าถามว่าสนใจไหม…วารัญก็คงตอบว่า 'ก็ไม่'
เพราะนี่มันเงินของเขาเอง เขาจ่ายเพราะสามารถจ่ายไหว ถ้าฟิล์มจะจ่ายได้มากกว่าแล้วเขาได้สิทธิพิเศษอะไรไป อันนั้นมันก็เื่ของเขา
เพราะตอนที่วารัญตัดสินใจซื้อเขาก็ไม่ได้สนใจว่ายอดมันต้องเท่าไหร่ หรือมากกว่าใครคนใดคนหนึ่ง เขาแค่ซื้อในปริมาณที่คิดว่าสามารถให้ตัวเองเข้าไปอยู่ในงานได้ตามคำสอนของมะเขียกเพื่อนรักก็เท่านั้น
"พี่ฟิล์มมองพี่วาตลอดเลยค่ะ"
เสียงดนตรีเปิดงานดังขึ้น เขาเลยไม่ได้หันไปตอบอะไรกับเบล นอกจากเหลือบมองไปตามที่เธอบอก แล้วหันกลับมาสนใจพิธีการบนเวทีที่กำลังจะเกิดขึ้น
'ตาจะหลุดแล้วแม่คุณ'
งานนี้เหมือนจะเป็งานเดินแบบ แฟชั่นเสื้อผ้าของแบรนด์ดังสักแบรนด์หนึ่ง
รันเวย์เรียบง่าย ยาวจากหน้าเวทีไปสุดทาง มีจุดพัก สามจุดสำหรับนายแบบทั้งหลาย ด้านข้างเต็มไปด้วยกลุ่มแฟนคลับของมายซัน ร่วมถึงผู้สนใจในแฟชั่น (ที่มีเพียงเล็กน้อย) กำลังนั่งรองานเริ่มกันอย่างใจจดใจจ่อ
"มีคนบอกว่าพี่ซันเปลี่ยนเที่ยวบินขากลับเหรอ"
เสียงจอแจคุยกันของเหล่าแฟนคลับดังมาจากด้านหลังที่เป็กลุ่มเดียวกับซาแซงบนเครื่อง
"มีอะไรกันเหรอ"
วารัญหันไปถามเพื่อนร่วมทริป เมื่อรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังตกข่าวอะไรไปอีกครั้ง
"อ๋อ...มีคนบอกว่าพี่ซันไม่ได้บินกลับวันนี้ค่ะพี่วา เห็นว่าน้องจะอยู่เที่ยวต่อ"
สำหรับวารัญ เขามองว่ามันอาจจะเป็เื่ปกติที่จู่ ๆ คนเราจะมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินอะไรแบบนี้ เขาอาจจะเหนื่อย อยากอยู่เที่ยวต่อ หรืออาจจะมีธุระจำเป็ที่จะต้องทำให้เรียบร้อย ซึ่งมันไม่ทันเที่ยวบินที่จองไว้ ก็เลยต้องเลื่อนเป็ธรรมดา
แต่ดูเหมือนว่าการกระทำของมายซันคงเป็เื่ที่สร้างความวุ่นวายใจให้กับแฟนคลับบางกลุ่มพอสมควร
"แล้วมันทำไมเหรอ ทำไมทุกคนดูตื่นเต้นจัง"
วารัญยังคงสงสัยไม่หาย
"ก็ทุกคนกำลังรอดูว่าที่ซันอยู่เที่ยวต่อเพราะว่านัดใครไว้หรือเปล่า เพราะเมื่อเช้าเห็นมีคนลงภาพว่าแบล็กก็มาเชียงใหม่เหมือนกัน"
แพรวหันมาช่วยอธิบายอีกแรง
ในตอนนี้บนเวทีเพิ่งเริ่มแฟชั่นโชว์ชุดแรก แล้วถ้าจะให้เดามายซันคงจะออกเป็คนท้าย ๆ
จนถึงตอนนี้รอบ ๆ ตัวเหล่าแฟนคลับยังคงพูดคุยกันเื่การเปลี่ยนเที่ยวบินของมายซันกับคนที่ชื่อ แบล็ก อย่างต่อเนื่อง
เสื้อผ้าแบรนด์นี้วารัญเองก็เคยเห็นวางขายผ่านตาบ่อย ๆ ดูไม่ค่อยมีดีเทลที่มันแตกต่างจนน่าสะดุดตาเท่าไร เขาก็เลยไม่ได้ให้ความสนใจ
อีกอย่างเื่ ชื่อของแบล็กที่โผล่เข้ามาในหัวกลับดูน่าสนใจกว่ากันเยอะ
"แบล็กเหรอ"
ทำไมยิ่งถามลึกลงไปทุกคนก็ยิ่งทำหน้าเหมือนคำถามของเขามันเป็เื่ประหลาด
"อ๋อ..พี่วาเพิ่งเข้าด้อมมาเลยไม่รู้ใช่ไหมคะ ว่าซันเขามีคู่จิ้นที่ชื่อแบล็ก เห็นเขาว่าสองคนนี้สนิทกันมาก สนิทแบบเกินเพื่อนอะค่ะ ก็มีแฟนคลับบางคนแอบจิ้นเขาสองคนอยู่ ่นี้กระแสวายมันมาแรง"
วารัญพยักหน้าทำความเข้าใจถึงสิ่งที่ทุก ๆ คนพยายามอธิบาย แม้จะมีงง ๆ ไปบ้าง แต่เดี๋ยวค่อยไปตามอ่านข่าวย้อนหลังหรือไปถามเพื่อนรักเขาก็น่าจะได้อะไรเพิ่มขึ้น
เพราะตอนนี้บนเวที บุคคลสำคัญที่คนเกือบทั้งงานรอคอยเดินมาหยุดยืนอยู่กลางเวทีแล้ว
เซตที่มายซันเดินแบบเป็เซตของกางเกงยีน
ทั้ง ๆ ที่ดีไซน์ก็ดูไม่ต่างจากแบรนด์ทั่วไป แต่พอมาอยู่บนร่างสูง หุ่นนายแบบ บวกกับออราที่ส่องสะท้อนยามสปอตไลต์ส่องลงมา มันกลับทำให้เขาดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ที่เขาบอกว่าเสื้อผ้าจะสวยไม่สวย มันขึ้นอยู่กับไม่แขวนเป็แบบนี้นี่เอง
เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกปลดกระดุมจนเห็นแผ่นอกเล็กน้อยพอให้สาว ๆ ในงานได้ใจเต้น
ท่วงท่าการเดินราวกับเ้าชายที่หลุดออกมาจากโลกของนิยายสักเล่มที่เขาเคยอ่าน
และนั่นมันส่งผลให้วารัญเหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง
แววตาสวยคมกวาดมองไปทั่วบริเวณงาน ยามที่กะพริบตาทำให้เห็นขนตาสีดำสนิทที่เรียงตัวกันไว้อย่างสวยงาม แทบไม่ต้องแต่งแต้มอะไรลงไปที่ใบหน้าของเขาเลย ...เพราะสำหรับสิ่งที่มายซันมีอยู่ในตอนนี้ มันสมบูรณ์แบบมากแล้วจริง ๆ
และแค่่ระยะเวลาสั้น ๆ ของการปรากฏตัวกลับเรียกเสียงกรี๊ดดังสนั่นจนวารัญต้องยกมือปิดหู หากแต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่คนคนนั้น จนเขาเดินลับหายไปด้านหลังเวที
"ไม่ต้องในะครับสำหรับแฟนคลับน้องมายซัน เดี๋ยววันนี้ทางเราจะมีโชว์สุดพิเศษของน้องมาฝากแฟนคลับทุก ๆ คน อดใจรอกันสักครู่นะครับ"
ต้องขอบคุณเสียงพิธีกรผู้รับหน้าที่ดำเนินงานในวันนี้ประกาศขึ้นทำให้เขารวมถึงหลาย ๆ คนในงานได้สติแล้วหันมาโฟกัสกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้ต่อ
ผู้ชายคนนี้กำลังจะทำให้วารัญเสียความเป็ตัวเองในทุก ๆ ครั้งที่ได้เจอ และมันก็ดูมากขึ้นทุกที
ไม่นานวารัญจึงจำเป็ขอตัวจากกลุ่มสาว ๆ เพื่อนใหม่ เดินออกมาสูดอากาศด้านนอก หลังจากที่อยู่ตรงนั้นแล้วรู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออก ไม่รู้ว่าเพราะปริมาณคนที่เยอะจนเกินไป หรือเพราะคนบนเวทีที่เพิ่งเดินลงไปกันแน่
ปึก!
"อ่ะ...ขอโทษครับ"
ด้วยความที่มัวแต่มองซ้ายขวาอย่างไม่มีจุดหมาย ก็เลยเผลอไปชนกับลูกค้าของห้างที่เดินสวนมา
ผู้ชายรูปร่างหน้าตาดี สวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงสีดำใส่แว่นตากันแดดทั้ง ๆ ที่อยู่ในตัวอาคารแล้วแท้ ๆ แต่ภายใต้แว่นตาที่ปกปิดใบหน้าเอาไว้ กลับไม่ได้ทำให้ความดูดีบนใบหน้านั้นลดลงไปได้เลย
"จะรีบอะไรขนาดนั้นนะ" วารัญอุทานออกมาเบา ๆ
เขามองผู้ชายคนนั้นเดินหายไปอีกด้านของตัวห้าง ก่อนที่สายตาจะสังเกตเห็น ผู้จัดการส่วนตัวของมายซัน เดินออกมาจากบริเวณงานแล้วเดินหายไปในจุดเดียวกันกับผู้ชายคนเมื่อสักครู่..
'ซันเขามีคู่จิ้นที่ชื่อแบล็ก เห็นเขาว่าสองคนนี้สนิทกันมาก สนิทแบบเกินเพื่อนอะค่ะ'
'เมื่อเช้าเห็นมีคนลงภาพว่าแบล็กก็มาเที่ยวเชียงใหม่เหมือนกัน'
คำพูดของสองสาวเพื่อนใหม่ตรงหน้าเวที ทำให้วารัญฉุกคิดขึ้นมาได้
หรือผู้ชายคนนั้นจะเป็เพื่อนของมายซันที่ชื่อแบล็กจริง ๆ แล้วการที่มายซันอยู่เชียงใหม่ต่ออีกคืนก็เพราะเพื่อนคนนี้งั้นเหรอ
งั้นก็หมายความว่า ข่าวที่แฟนคลับลือกันว่ามายซันมีความสัมพันธ์อะไรที่มันเกินเพื่อนกับคนชื่อแบล็กก็อาจจะมีเค้าโครงว่ามันเป็ความจริงหรือเปล่า
ความอยากรู้อยากเห็นไวกว่าความคิด วารัญเองมั่นใจว่าสัญชาตญาณที่มีไม่น่าผิดพลาด คนคนนั้นต้องเป็แบล็กแน่นอน
คิดได้แบบนั้นเขาจึงรีบหมุนตัวอย่างรวดเร็ว เดินตามไปยังทางเดินที่ด้านขวาของตัวห้างตามผู้ชายเสื้อขาวและผู้จัดการของมายซันไป
"เป็ไง่นี้ยุ่ง ๆ ไหม"
"นิดหน่อยครับ"
เสียงผู้ชายสองคนยืนคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่งซึ่งไร้ผู้คนรบกวน
ตรงนี้เป็ทางเดินไปห้องน้ำ มีมุมเล็ก ๆ ข้างตู้เอทีเอ็ม ที่ค่อนข้างสงบ บวกกับตอนนี้ทุกคนมัวแต่ให้ความสนใจงานที่จัดอยู่ใจกลางของห้าง เลยไม่มีคนเดินพลุกพล่านเท่าไหร่ เหมาะแก่การแอบมาคุยเื่ราวอะไรสักอย่าง ที่ไม่้าให้คนอื่นมารับรู้
"งั้นเดี๋ยวแบล็กเดินตามพี่มานะ พี่จ้องที่นั่งด้านหน้าไว้ให้แล้ว"
เป็แบล็กอย่างที่คิดไว้จริง ๆ
ผู้จัดการของมายซันพูดคุยกับแบล็กอย่างสนิทสนม มือยังโอบไหล่ประคองพาแบล็กไปที่หน้างาน
"แหม มาถึงพี่ก็รีบให้ผมขายจิ้นเลยนะครับ"
"ช่วยไม่ได้เบื้องบนเขาสั่งลงมานี่น่า"
"ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว"
ดูเหมือนประโยคสนทนาจะสิ้นสุดแค่ตรงนั้น แบล็กเดินตามผู้จัดการของมายซันไป วารัญเองก็เดินกลับมาที่ยืนสำหรับแฟนคลับ
"พี่วามาพอดีเลย เมื่อกี้แบล็กมาหามายซันด้วยนะ แฟนคลับแตกตื่นกันใหญ่เลยค่ะ"
“อ่อเหรอ” วารัญมองไปด้านหน้าเวทีก็เห็นแบล็กที่ถอนหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดดออกไปแล้ว ยิ้มบาง ๆ ให้คน้าเวที ส่งผลให้แฟนคลับด้านล่างกริ๊ดกร๊าดกันอย่างล้วนหน้า
"นั่นมายซันกำลังจะโชว์อะไรเหรอ"
วารัญเปลี่ยนเื่ถามเมื่อได้ยินเสียงดนตรีเพลงฮิตที่เคยฟังบ่อย ๆ ถูกเปิดขึ้นเหมือนเป็สัญญาณให้บุคคลที่อยู่รอบ ๆ บริเวณงานเงียบเสียงลงเพื่อรอดูการแสดงจากคนบนเวทีอย่างตั้งใจ
"ร้องเพลงค่ะ คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ตามมาถึงนี่"
มายซันมาในชุดเสื้อยืดสีขาว สกรีนโลโก้แบรนด์ พร้อมด้วยกางเกงยีนสีดำแฟชั่นขาดตรงหัวเข่า ที่ดูแสนจะธรรมดา แต่กลับเป็ความเรียบง่ายที่ดูดีจนละสายตาไม่ได้สักวินาทีเดียว
แสงไฟสีขาว สลับชมพูฟ้า สาดส่องขึ้นไปบนเวที มายซันหลับตาลงช้า ๆ เพื่อััอารมณ์ไปตามบทเพลงที่ตัวเองกำลังจะร้อง ก่อนที่เปล่งเสียงออกมาขับกล่อมคนในงานให้ตกอยู่ในห้วงบางอย่าง ที่หาทางออกไม่ได้
กระทั่งเสียงโน๊ตตัวสุดท้ายจบลงท่ามกลางเสียงกรี๊ดและเสียงปรบมือจากเหล่าบรรดาแฟนคลับ ส่วนวารัญยังคงจ้องเขาอยู่แบบนั้นโดยไม่ละสายตา
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนถูกเบลสะกิดบอกว่าตอนนี้งานจบลงแล้ว และกำลังคิดว่าจะไปตระเวนหาอะไรกินกันก่อนจะกลับเข้าที่พัก ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย
“เมื่อกี้เห็นรึเปล่าสายตาที่น้องมายซันมองแบล็กอะ โอ๊ยยฉันฟินจะแย่แล้ว เหมือนหมาเด็กมองพี่คนสวยเลย”
“ใครมันจะไปคิดว่าแบล็กจะมาจริง ๆ อะ นี้มันคู่ชิปหรือว่าคู่จริงอะเรียลเกิ๊น”
“เชียงใหม่ก็แค่หน้าปากซอยป่ะ”
ในวันนั้นแฮชแท็กซันแบล็กได้ขึ้นเทรนแอปดำอีกครั้ง
วารัญเม้มปากอยากบอกสาววายว่าพวกเธอกำลังโดนหลอกแล้วล่ะ แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
“พี่วา เย็นนี้เราไปเดินหาอะไรกินกันที่ท่าช้างกันเถอะค่ะ”
“อืมไปสิ”
"เออนี่ แล้วมีใครรู้บ้างว่าซันไปพักโรงแรมไหน"
บทสนทนาบนรถแท็กซี่ท้องถิ่นของพวกเราทั้งสี่คนก็ยังไม่พ้นเื่ของมายซัน ซึ่งจริง ๆ แล้ววารัญคงมีหน้าที่แค่รับฟังพวกเธอพูดมากกว่า
"ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าเป็โรงแรมเดียวกับพวกเรานี่ช็อกเลยนะ"
"เห้ย! แต่มันก็น่าคิดนะ โรงแรมใกล้ที่จัดงาน แถมเดินทางไปสนามบินก็สะดวก”
"แบบนี้ถ้าเกิดเราบังเอิญมีแต้มบุญได้เจอมายซันก็ดีน่ะซิ"
"ถ้าเจอนะ แม่จะรำแก้บนถวายเลย"
สาว ๆ ยังคงจินตนาการถึงดาราที่ตัวเองคลั่งไคล้ไม่หยุดหย่อนส่วนเขากำลังพิมพ์หามะเขียกเพื่อนเลิฟ เพื่อให้ช่วยหาข่าวของแบล็กกับมายซันให้
ต่อมอยากรู้อยากเห็นมันไม่เข้าใครออกใคร
หลังจากนั้น ทั้งหมดพากันตระเวนกินของดี ของดังขึ้นชื่อกันแทบจะรอบเมือง ก่อนพระอาทิตย์จะตกดินถึงได้กลับมาเหยียบพื้นโรงแรมสักที
"ทั้งอิ่มทั้งเหนื่อย เจอกันพรุ่งนี้เก้าโมงนะทุกคน"
"เจอกันนะคะคุณวา"
"ฝันดีนะคะพี่วา"
"ครับฝันดี"
ทั้งสี่คนพากันแยกย้าย เพราะห้องที่จองกันมาอยู่กันคนละชั้น
ก็อย่างที่บอกโรงแรมนี้ใกล้สนามบินที่สุด เดินทางก็สะดวก คนก็เลยมาเข้าพักกันเยอะพอสมควร ที่ได้โรงแรมเดียวกัน ก็คือว่าโชคดีมากแล้ว
และเท่าที่ฟังสาว ๆ พูดมาตลอดทั้งวัน แฟนคลับมายซันพักอยู่โรงแรมนี้กันหลายชีวิต บางคนยอมเปิดห้องเมื่อเช้าแบบกะทันหันเมื่อรู้ว่ามายซันไม่ได้เดินทางกลับวันนี้ตามแพลนที่วางไว้ตอนแรก
เรียกว่าตามให้สุดแล้วหยุดตรงไหนไม่รู้กันเลยทีเดียว
ส่วนวารัญในตอนนี้พลังงานหมดแล้ววันนี้ขอพักก่อน ขนาดมะเขียกส่งข่าวแบล็กกับมายซันมาให้อ่านั้แ่เมื่อเย็น จนตอนนี้เขายังไม่มีอารมณ์จะกดเปิดดูด้วยซ้ำ
ว่าแล้ววารัญก็กดลิฟต์จากอีกฝั่งเพื่อกลับขึ้นไปชั้นที่พัก
ห้อง 608
วารัญเงยหน้าเช็กความถูกต้องของหมายเลขหน้าห้อง ก่อนจะทาบคีย์การ์ดลงที่จุดเซนเซอร์เพื่อเปิดประตู
ติ๊ด ๆ
สัญญาณไฟสีเขียวแสดงขึ้นตรงที่จับประตูแปลว่าการทำงานเสร็จสมบูรณ์
เขาค่อย ๆ ดันประตูให้เปิดออกก่อนจะต้องสะดุ้งโหยงเมื่อข้อมือบางถูกใครบางคนจับเอาไว้ดัง หมับ!
"เฮ้ย!”
"ขอเข้าไปหน่อย"
ยังไม่ทันได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น ร่างสูงก็ดันตัวเองเข้ามาในพื้นที่ห้อง แถมยังคว้าประตูปิดจนดังสนั่นลั่นโรงแรม
ส่วนมือข้างหนึ่งยกขึ้นปิดปากวารัญเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาส่งเสียง
ลำตัวสองคนเบียดแนบชิดจนวารัญต้องถอยติดผนังอย่างช่วยไม่ได้
เสียงเดิน เสียงวิ่งตรงทางเดินด้านนอกค่อย ๆ ไกลออกไป
วารัญเงยหน้ามองใบหน้าของผู้บุกรุกอยู่นานจนเขาก้มมองลงมาแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก
"ไงคุณแฟนบอย...บังเอิญอีกแล้วเนอะ"
จนตอนนี้วารัญคิดว่าตัวเขาเองชักจะเริ่มเกลียดความบังเอิญพวกนี้ขึ้นมาแล้วเหมือนกัน
