ลู่เซียวและลู่เซิงสองพ่อลูกหลังจากจัดของใส่ตระกร้าคนละใบและออกจากบ้านแต่เช้าตรู่ อวิ๋นซีที่ตื่นมาทำขนมแต่เช้ารู้สึกเหนื่อยหลังจากกินอาหารเช้าที่มารดาทำไว้นางก็กลับไปพักที่ห้อง
เมื่อทั้งสองพ่อลูกเดินมาจนถึงตลาด ก็วางของ จัดแผงและะโเรียกลูกค้าด้วยความชำนาญเช่นเคย วันนี้พวกเขานำขนมมาเยอะเป็พิเศษเพราะเป็เริ่มมีคนทำเลียนแบบมาขายแข่งแล้วที่ ครั้งหน้าจะไม่ทำมาขายอีก ไส้ย่างก็เช่นกันต่อไปก็ไม่ทำมาขายแล้ว แน่นอนว่าอวิ๋นซีบอกว่าจะทำขนมชนิดใหม่ให้มาขายแทน
สองพ่อลูกเริ่มเรียกลูกค้า ชาวบ้านที่รออยู่ก่อนแล้วต่างก็ทยอยมาซื้อ เมื่อได้ยินว่าจะไม่ขายขนมบัวลอยเสียบไม้อีก ต่างก็รู้สึกประหลาดใจ
“เหตุใดถึงกล่าวว่าจะไม่ขายแล้วเล่า” ชายชราถามด้วยความสงสัยขณะที่ซื้อไส้ย่างสองชิ้น และบัวลอยไปสามไม้
“ท่านลุง ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แค่ที่บ้านบอกว่าจะทำขนมชนิดใหม่เลยจะเลิกทำบัวลอยแล้วกลัวพวกท่านเบื่อน่ะ อีกอย่างข้าก็ได้ยินมาว่า เริ่มมีคนทำขนมบัวลอยแบบนี้มาขายแล้ว ราคายังถูกกว่าด้วย” ลู่เซียวตอบชายชรา
“ก็จริงของเ้า เมื่อมีคู่แข่งก็ขายไม่ดีเท่าเดิมนั่นแหล่ะ แต่จะอร่ยสู้ของพวกเ้าได้อย่างไร” เขาจ่ายเงินแล้วเดินจากไป
ลูกค้าคนแล้วคนเล่ามาซื้อแล้วก็ทยอยจากไป จนเวลาเกือบจะเที่ยงพวกเขาจึงขายของหมด เริ่มเก็บแผงแล้วเข้าไปซื้อวัตถุดิบในตัวตำบล แล้วขึ้นเกวียนรอกลับหมู่บ้านพร้อมกับคนอื่นๆ
หลายวันมานี้ชาวบ้านที่เคยหยอกเย้า นินทาอวิ๋นซีและลู่เซิงต่างไม่กล้าว่ากล่าวอะไร เพราะเห็นกับตาว่าขนมที่พวกเขาทำมาขาย ขายหมดทุกวัน ซ้ำยังขายดีจนมีคนทำขึ้นมาเลียนแบบอีกต่างหาก
ทำให้ลู่เซิงที่เมื่อเจอพวกเขาต่างเดินยืดออกเชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ เวลาได้ยินพวกนางเอ่ยถาม.. เขาก็แค่ตอบไปจามมารยาทเท่านั้นไม่คุยเล่นกับพวกนาง
ในตระกร้าที่พวกเขาแบกกลับมานอกจากจะมีวัตถุดิบทำขนม ยังมีเนื้อหมู่ที่อวิ๋นสั่งให้ซื้อมาทำอาหารอีกด้วย เมื่อกลับมาถึงบ้านอวิ๋นซีที่รออยู่นานแล้วก็เรียกพวกเขามากินข้าวเที่ยง ลู่เซียวยื่นห่อเงินให้บุตรสาวพร้อมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
อวิ๋นซีรับห่อเงินมายื่นให้มารดาแล้วนำหมูที่บิดาซื้อมาไปล้างที่ลำธารกับมารดา หลังจากนั้น ก็หั่นเป็ชิ้นเท่าๆกัน แล้วคลุกกับเครื่องปรุงที่ผสมเตรียมไว้ มัดชิ้นเนื้อกับเถาว์วัลย์ แล้วนำไปห้อยกับไม้ที่แขวนไว้บนขื่อในห้องครัว
อวิ๋นซีจุดเตาไฟและเอาเศษหญ้าที่ตัดมาจากหลังบ้านกลบเล็กน้อยให้มีควันมากเพื่อทำการรมควันเนื้อหมูที่ห้อยอยู่ในห้องครัว หลังจากเสร็จแล้วนางก็ทิ้งเนื้อไว้แล้วพามารดาออกมาข้างนอก สองพ่อลูกที่เพิ่งกลับมาก็ทานข้าวอิ่มพอดี
อาหารที่มารดาทำไว้ให้คือ ยำไข่เส้น และพะโล้ไส้หมูที่อวิ๋นซีทำเผื่อไว้เมื่อเช้า ทั้งสองคนพ่อลูกจึงกินอย่างเอร็ดอร่อย
อวิ๋นซีบอกให้ทั้งสองคนไปนอนพักกลางวันก่อน ตอนบ่ายจึงค่อยมาคิดเมนูใหม่กัน สองพ่อลูกกลับไปนอนพักอย่างว่าง่าย
อวิ๋นซีกล่าวกับมารดาว่าตอนนี้นางมีเงินทุนบ้างแล้วอยากจะสั่งทำพิมพ์ขนมชนิดหนึ่งซึ่งเป็กะทะที่ทำจากเหล็ก มารดากล่าวว่ามีชาวบ้านในหมู่บ้านใกล้ๆเป็ช่างเหล็กเขาอาจจะช่วยทำให้ได้ ได้ยินดังนั้นอวิ๋นซีรีบร่างแบบที่้า แล้วตอนบ่ายจะให้บิดาไปสั่งทำให้
วัตถุดิบในการทำขนมชนิดนี้มีแป้งสาลี ไข่ไก่ นม และของส่วนใหญ่สามารถหาได้ในบ้าน มีเพียงไส้ข้างในเท่านั้นที่นางต้องหาเพิ่ม สิ่งที่นาง้าคือ ถั่วดำ และมันหวาน
ฮุ่ยเหนียงกล่าวว่าสามารถหาซื้อได้นางจึงหยิบเงินแล้วออกจากบ้านไป เมื่อลู่เซียวตื่นจึงรีบไปสั่งทำกะทะให้อวิ๋นซี ไม่นานนักเขาก็รีบวิ่งกลับมาด้วยสีหน้าทุกข์ใจ
“อวิ๋นซีกะทะที่เ้าสั่งดูเหมือนจะใช้เวลาไม่น้อยเลย เ้าจะรีบใช้หรือไม่” ลูกสาวสั่งกะทะรูปปลานั่นตั้งสามอัน จะทำเสร็จโดยง่ายได้อย่างไร
“ท่านพ่อ ข้าทราบแล้ว ให้ท่านลุงช่างตีเหล็กทำแค่อันเดียวก่อนได้ ที่เหลือค่อยไปรับวันหลังเ้าค่ะ”
“งั้นหรือ ได้พ่อจะไปบอกเขา” พูดเสร็จเขาก็วิ่งกลับไป
อวิ๋นซีรู้อยู่ก่อนแล้ว ของอย่างงานฝีมือหากจะทำก็ต้องใช้เวลาไม่น้อย ตอนนี้ก็เที่ยงวันไปแล้ว แค่กะทะ1ชิ้นไม่รู้ว่าตะวันตกดินแล้วยังจะเสร็จหรือไม่ หากไม่เสร็จนางจะย่างกับกระทะโดยตรงแล้วใส่ไส้ตรงกลาง หากว่าเสร็จก็จะทำใส่พิมพ์จะได้หน้าตาน่ากินสักหน่อย
ไม่นานฮุ่ยเหนียงก็ถือถั่วดำและมันหวานกลับมาถึงบ้าน อวิ๋นซีจึงให้นำไปล้างให้สะอาดก่อนจะนำไปต้มให้สุกแล้วพักทิ้งไว้ให้เย็นเก็บไว้ทำขนมพรุ่งนี้
ระหว่างนั้นอวิ๋นซีจึงพาลู่เซิงไปขุดเดินเหนียวที่ริมธารแล้วขนมายังข้างครัว นางมองรอบๆแล้วเริ่มวางแผนการก่อเตา ถ้ามีเงินมากกว่านี้จะปรับปรุงบ้านให้ใหญ่และแข็งแรงขึ้น ส่วนตอนนี้ปรับปรุงส่วนที่ไม่ต้องใช้แรงก่อน
นางคิดว่าขายขนมมันได้เงินไม่มาก และต้องทำนานกว่าจะมีเงินสร้างบ้าน นางจึงคิดทำสูตรอาหารขายบ้าง แต่ก่อนจะเอาสูตรไปขายต้องลองทำเองในบ้านก่อน
อวิ่นซีอยากทำเตาอบไว้มุมนี้ แล้วปลูกต้นพุทราต้นเล็กๆไว้ข้างๆ หลังจากตัดไม้ไผ่มาทำรั้วก็จะไปขุดกุหลาบป่าบนเขากับลู่เซิง พอกุหลาบโตและเลื้อยขึ้นบนกำแพงไม้ไผคงสวยน่าดู
ว่าแล้วสองพี่น้องก็เริ่มผสมดินเหนียวเพื่อทำเตาอบ ใช้เวลาเกือบตะวันตกดินก็ทำจนเสร็จอวิ๋นซีจะทิ้งเตาอบไว้ให้ดินเหนียวแห้งพรุ่งนี้ค่อยจุดไฟเผาเตาอบให้แข็งแรง เตาอบของอวิ๋นซีทำเป็รูปหัวแมว ช่าง..ดูแปลกตาจนลู่เซิงอดหัวเราะไม่ได้
“เ้ากล้าหัวเราะเตาอบหัวแมวของข้าหรือ?”
อวิ๋นซีมองเขาอย่างหมั่นไส้ แล้วเริ่มวิ่งไล่เตะก้นเขา ลู่เซิงที่เห็นอย่างนั้นก็รีบวิ่งหนีพร้อมทั้งหัวเราะไปด้วยจนน้ำตาเล็ด
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ยังไม่เห็นวี่แววของบิดา อวิ๋นซีจึงเข้าไปช่วยมารดาทำอาหารเย็นในครัว ลู่เซิงก็รับหน้าที่เลี้ยงไก่และหมูเช่นเคย
อาหารเย็นวันนี้ทำเมนูง่ายๆยำแตงกวา โจ๊กไข่ และผัดหมูรมควันที่พวกนางทำไม้เมื่อวาน เมื่อเห็นว่าท้องฟ้ามืดมากแล้วฮุ่ยเหนียงกับอวิ๋นซีก็เริ่มร้อนใจจนเดินออกมารอที่หน้าประตูรั้ว
ไม่นานนักลู่เซียวก็กลับมาพร้อมกับห่อกระดาษในอ้อมแขน
“ท่านพี่เหตุใดจึงช้านักเล่า?” ฮุ่ยเหนียงร้องถามสามี
“กะทะนี่ทำยากไม่น้อยเลยใช้เวลานานสักหน่อย แล้วก็..พอดีได้ยินคนที่หมู่บ้านโน้นเค้าพูดกันว่า …”
“ท่านพ่อ ท่านแม่ มีอะไรก็เข้าไปคุยกันในบ้านเถอะ ท่านพ่อคงจะคอแห้งแล้ว” พวกท่านไปจิบน้ำก่อนค่อยเล่าได้หรือไม่หากเล่าไปจิบน้ำไปข้าฟังไม่รู้เรื่อเ้าค่ะ
“อ้อ อือเข้าบ้านกันก่อน” ฮุ่ยเหนียงมองซ้ายมองขาที่ทางเดินหน้าบ้าน แม้บ้านของนางจะอยู่ไกลจากตัวหมู่บ้าน แต่ยามนี้ยังไม่มืดมากนักชาวบ้านที่ไปทำงานที่ไร่หรือกลับจากูเายังมีอยู่บ้าง เข้าไปคุยในบ้านจะดีกว่า ทั้งสี่คนจึงเดินเข้าบ้านไป
เื่บางเื่รู้กันแค่ในบ้านตัวเองจะเป็การดีที่สุด ..