เพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัยเจม่อนกับอัลดริชจึงตัดสินใจว่าจะให้ฮาร์ดี้มาเจอกันที่ริมชายหาดบริเวณที่เจม่อนนั่งอยู่ตอนเย็นเพราะแถวนี้เป็บริเวณที่อับสายตาและไม่มีผู้คนพลุกพล่านเหมือนที่อื่น
ตอนแรกอัลดริชเสนอให้ใช้ยานของตัวเองเป็ที่นัดเจอแต่เจม่อนปฏิเสธทันทีจนอัลดริชพูดหยอกเย้าว่ากลัวฮาร์ดี้รู้หรือว่าพวกตนทำอะไรกันมา ทำเอาเจม่อนอายจนกลายเป็โกรธทุบคนตรงหน้าไปหลายที
"" ที่นี่สวยมากเลยนะครับ " อัลดริชไกวชิงช้าเบาๆ ให้คนรักหมาดๆ นั่งอย่างอารมณ์ดี
" อืม ถ้าผมมีเงินผมจะสร้างบ้านพักไว้ที่นี่สักหลังเอาไว้เรามาพักผ่อนกันดีไหมครับ "
ดวงตาอัลดริชวาววับขึ้นมาทันทีก่อนตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม
รออยู่ไม่นานฮาร์ดี้ก็เดินอุ้มเ้าแมวอ้วนเข้ามาหาตามเส้นทางที่เจม่อนส่งไปให้ แต่พอผู้จัดการตัวเล็กของเขาเห็นว่าผู้ชายที่ไกวชิงช้าให้เจม่อนเป็ใครก็ยืนนิ่งแข็งค้างไปในทันที
" ท่านจอมพลอัลดริช มรุค!! "
" สวัสดีครับคุณฮาร์ดี้ ผมเป็แฟนของเจม่อน ยินดีที่ได้รู้จักครับ "
เหมือนสติรับรู้ของฮาร์ดี้ถูกชัตดาวน์ไปแล้วจึงไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจนเจม่อนต้องเขย่าตัวเพื่อเรียกสติอยู่นาน
" ดีดี้เธอเป็อะไรไป "
" เปล่าๆ ขอโทษด้วยๆ ฉันแค่ใไปหน่อย ขอโทษนะคะท่านจอมพล ยินดีที่ได้รู้จักค่ะฉันฮาร์ดี้ นีลออน เป็ผู้จัดการของเจค่ะ "
" เรียกผมว่าดริชเฉยๆ เถอะครับ "
ฮาร์ดี้เองก็เป็มืออาชีพพอเมื่อยอมรับเื่น่าใได้ก็ปรับอารมณ์ให้เป็ปกติอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่พูดคุยก็จริงจังมากขึ้นเล็กน้อย
" ได้ค่ะคุณดริช แต่ในฐานะที่ฉันเป็ผู้จัดการของเจฉันจำเป็ต้องพูดให้คุณเข้าใจสถานการณ์ของเจสักหน่อย "
" เชิญพูดมาได้เลยครับไม่ต้องเกรงใจผม "
อัลดริชลอบพยักหน้าอย่างพึงพอใจภายในใจกับท่าทีของฮาร์ดี้ที่มีต่อตนเอง ไม่นอบน้อมหรือประจบประแจงจนเกินไป ทั้งยังยึดเจม่อนเป็หลักถือว่าผู้จัดการคนนี้ใช้ได้เลยทีเดียว
" คุณน่าจะรู้ว่าเจอยู่ในสังกัดสตาร์เดรี่ ในสัญญานั้นระบุห้ามไม่ให้ศิลปินมีแฟนนอกจากจะเป็คนที่ทางบริษัทเห็นด้วยเท่านั้น ถ้าผิดสัญญาเจต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาล "
เมื่อเห็นว่าอัลดริชไม่มีท่าทีไม่พอใจฮาร์ดี้จึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจแล้วพูดต่อ
" แต่ฉันไม่ห้ามเื่ที่พวกคุณจะคบกัน เพียงแต่ต้องระวังอย่าให้ข่าวหลุดออกไปจนกว่าเจจะยกเลิกสัญญากับทางบริษัทได้นะคะ "
อัลดริชไม่คิดว่าจะได้ยินเื่นี้ก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อยจึงหันไปมองเจม่อนอย่างสงสัย
" คุณ้ายกเลิกสัญญาเหรอครับ "
เจม่อนพยักหน้ารับอย่างไม่ปิดบัง
" ใช่ครับ ผมอยากยกเลิกสัญญาทาสนั่น แต่คงต้องรอถ่ายซีรีส์เื่นี้จบก่อน "
" มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ " อัลดริชไม่ถามว่าเพราะอะไรแต่เมื่อเป็ความ้าของเจม่อนชายหนุ่มก็พร้อมจะช่วยโดยไม่มีข้อแม้
" ขอบคุณนะครับแต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร ถ้าเกิดปัญหาขึ้นผมจะบอกคุณเป็คนแรกเลย ดีไหมครับ "
" โอเคครับ "
ฮาร์ดี้เห็นความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็ไม่เป็ห่วงอีก ถ้าคนที่เจม่อนเลือกคบเป็คนอื่นหญิงสาวคงไม่วางใจได้มากขนาดนี้ แต่เพราะคนคนนั้นคือท่านจอมพลอัลดริช จอมพลสูงสุดแห่งกองกำลังตำรวจแห่งกาแล็กซีผู้ที่ได้รับขนานนามว่าเป็ตำรวจน้ำดีและซื่อตรงแห่งยุค เธอเชื่อว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นท่านจอมพลอัลดริชจะสามารถปกป้องเจม่อนได้อย่างแน่นอน
หลังจากพูดคุยกันอีกพักใหญ่ฮาร์ดี้ก็ยิ่งพึงพอใจในตัวอัลดริชมากขึ้นจนสุดท้ายเวลาพูดคุยกันก็ไม่เกร็งเหมือนคนแปลกหน้าอีก
" เอาล่ะๆ อย่าเพิ่งมาหวานกันตอนนี้เลยค่ะ นี่ก็ดึกมากแล้วพวกเราแยกย้ายกันก่อน เจยังอยู่ที่นี่ต่ออีก 2 วันเพราะไม่มีคิวงานอะไร ไว้พวกคุณค่อยไปเดตกันต่อก็ยังไม่สาย "
เจม่อนหัวเราะกับคำพูดแสนจะตรงประเด็นของฮาร์ดี้แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพราะนี่ก็ดึกมากแล้วจริงๆ และเขายังวางแผนว่าจะมอบยาที่ปรุงไว้ 2 ชนิดก่อนหน้าให้ชายหนุ่มด้วย
" ตกลงๆ ดริชไว้พบกันพรุ่งนี้นะครับ ผมยังไม่ได้เดินเที่ยวดูเลยว่าที่นี่มีอะไรบ้าง "
" ครับ เจอกันพรุ่งนี้ "
เจม่อนเห็นท่าทางเหมือนลูกหมาโดนทิ้งของอัลดริชก็อดที่จะสงสารไม่ได้จึงโอบลำคอของชายหนุ่มให้ก้มลงมาแล้วจูบที่ริมฝีปากหนาเบาๆ ไปหนึ่งทีเป็การปลอบประโลม
" ราตรีสวัสดิ์ครับคุณแฟน "
" ราตรีสวัสดิ์เหมือนกันครับคุณแฟน " อัลดริชคลี่ยิ้มตอบรับอย่างอบอุ่น
เมื่อลับร่างของพวกเจม่อน อัลดริชก็ตรงกลับยานของตนเองทันทีเพื่อส่งคนออกไปสืบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทสตาร์เดรี่อย่างละเอียด
แม้เจม่อนบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรแต่เขาไม่วางใจ รู้ข้อมูลของเป้าหมายมากเท่าไรก็มีโอกาสชนะสูงมากเท่านั้นไม่ใช่หรือ
ถึงเขาจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับวงการบันเทิงมากนักแต่ก็รู้ว่าในวงการนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากวงการอื่น คนประเภทไหนก็ล้วนมีทั้งสิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เจม่อนเสียเปรียบเขาจำเป็ต้องรู้ข้อมูลของคนพวกนี้ไว้ก่อน
ภายในห้องพักของเจม่อน
คิตตี้กับเจม่อนกำลังนั่งขมวดคิ้วอย่างงุนงงเมื่อเห็นหน้าจอโฮโลแกรมที่ว่างเปล่า
" นี่มันหมายความว่ายังไงกัน "
เจม่อนพยายามเลื่อนหาข้อมูล เพื่อนทางจดหมาย ที่เ้าของร่างเดิมติดต่อมาได้ครึ่งปีก่อนด้วยความงุนงง แต่ที่ค้นเจอกลับมีเพียงแค่หน้าจอว่างเปล่าอย่างที่เห็น
" ฉันมั่นใจนะว่าเ้าของร่างเก็บจดหมายทุกฉบับไว้ในไฟล์ลับเฉพาะตัวนี้ แล้วข้อมูลมันหายไปไหนหมดแล้วล่ะ "
จากความทรงจำที่เจม่อนเค้นสมองออกมาเ้าของร่างจะสแกนจดหมายที่ได้รับเป็ไฟล์เก็บไว้ในไฟล์ลับไฟล์หนึ่ง ส่วนตัวจริงจะเผาทิ้งตามคำบอกของเพื่อนคนนั้นที่อยากให้ทุกอย่างเป็ความลับ แต่ทำไมพอเขาเปิดไฟล์ดูกลับไม่มีข้อมูลอะไรเลยล่ะ แล้วแบบนี้เขาจะไปตามหาเพื่อนทางจดหมายคนนั้นได้จากที่ไหน
" คิตตี้ว่ามันแปลกๆ นะเ้านาย เพื่อนคนนี้นอกจากจะลึกลับแล้วยังดูเหมือนจะรู้ทุกความเคลื่อนไหวของเจม่อนคนนั้นด้วย แต่เจม่อนคนนั้นกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนคนนี้เลยสักอย่าง ประหลาดมาก "
" ใช่ มันประหลาดมาก แต่ทำไมเ้าของร่างถึงไม่เอะใจบ้างล่ะ แล้วไฟล์จดหมายพวกนั้นจะหายไปได้ยังไง ระบบซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสที่เ้าของร่างใช้เป็แบบล่าสุดเลยนะ ไม่มีทางที่จะถูกดูดข้อมูลหรือมีไวรัสเข้ามาทำลายไฟล์ได้แน่นอน "
" หรือเ้าของร่างจะเป็คนลบ? "
" เป็ไปไม่ได้ จากความทรงจำของฉันเขายังเก็บจดหมายไว้ในไฟล์จนถึงตอนที่ฉันมาเข้าร่างแทน แล้วในชาติก่อนเขาก็ยังเก็บไฟล์จดหมายไว้ตลอดไม่เคยลบทิ้งเลยสักฉบับเดียว "
" แล้วมันจะหายไปได้ยังไง จดหมายที่เป็กระดาษก็ถูกเผาไปแล้วด้วย " เ้าแมวอ้วนใช้อุ้งเท้าลูบคางอย่างใช้ความคิดก่อนพูดต่อด้วยความตื่นเต้น
" จริงสิเ้านาย เ้านายพอจำได้ไหมว่าเนื้อความในจดหมายพวกนั้นพูดถึงอะไรบ้าง "
" นี่ก็แปลกอีกเหมือนกัน ฉันจำได้แค่ว่าเ้าของร่างมีเพื่อนทางจดหมาย แต่จำข้อความในจดหมายไม่ได้เลยสักประโยคเดียวทั้งที่ความทรงจำเกี่ยวกับเื่อื่นๆ ฉันสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำมาก มันเหมือนกับว่าเพื่อนคนนั้นหายไปพร้อมกับเ้าของร่างยังไงยังงั้นเลย "
พูดจบเจม่อนและคิตตี้ก็หันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย
" เ้านายคิตตี้ว่าเื่นี้มันไม่ปกติแล้วล่ะ "
" ฉันก็คิดแบบนั้น "
คนทั้งคนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร เื่นี้ต้องมีเงื่อนงำอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ว่าเงื่อนงำที่ว่ามันคืออะไรกันแน่ล่ะ
แล้วเพื่อนทางจดหมายคนนี้แท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่
เช้าวันต่อมา
เจม่อนและอัลดริชได้รับอนุญาตให้ไปเดตกันตามลำพังได้โดยที่ฮาร์ดี้จะเป็คนดูแลคิตตี้ให้ วันนั้นคนทั้งสองจึงใช้เวลาครึ่งวันเช้าไปกับกิจกรรมเสียเหงื่ออยู่บนเตียงนอนภายในยานอวกาศของอัลดริช
หลังจากเสียเหงื่อไปหลายรอบเจม่อนจึงหยิบขวดยาเล็กๆ 2 ขวดยื่นให้อัลดริชพร้อมบอกสรรพคุณของยาแต่ละประเภทอย่างชัดเจนจนอัลดริชอดถามไม่ได้ว่าเจม่อนได้ยา 2 ชนิดนี้มาได้อย่างไร
เจม่อนเองก็ไม่ได้ปิดบังอะไรจึงบอกไปตามความจริงว่าตนเองเป็คนปรุงมันขึ้นมาเอง อีกอย่างเ้าของร่างเดิมส่งเสียตัวเองเล่าเรียนมหาลัยแพทย์สาขาย่อยจนสำเร็จการศึกษา การที่เจม่อนจะผลิตยาขึ้นมาด้วยตัวเองจึงไม่ใช่เื่แปลกอะไร
เมื่อรู้ที่มาอัลดริชไม่เพียงไม่สงสัยยังกินยาบำรุงฟื้นฟูสมรรถภาพลงไป 1 เม็ด จากนั้นก็กระโจนเข้าเคี่ยวกรำเจม่อนต่ออีกหลายรอบกว่าจะยอมปล่อยให้เ้าตัวได้พักผ่อน
หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มที่่ค่ำๆ ทั้งสองจึงหลบออกไปเดินเล่นย่านยอดนิยมของที่นี่ และเพราะเป็่โพล้เพล้บวกกับการปกปิดตัวตนจึงไม่มีใครจับได้ว่าคู่รักที่คลอเคลียกันอยู่คู่นี้เป็ถึงจอมพลผู้ยิ่งใหญ่กับนักแสดงตัวร้ายที่กำลังเป็ที่พูดถึงในโลกออนไลน์
ส่วนวันที่สองก็ไม่ต่างกันเท่าไร ่เช้าทั้งคู่หมดไปกับกิจกรรมเข้าจังหวะอันดุเดือดเืพล่าน ตอนบ่ายก็ออกเที่ยวเล่นไปตามประสา
แต่ทว่าวันนี้กลับต่างออกไปเล็กน้อยเพราะเป็วันสุดท้ายที่พวกเขาจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพังแบบนี้
อัลดริชนั้นลาพักร้อนมาโดยเฉพาะเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ส่วนเจม่อนเองก็ต้องกลับไปถ่ายทำซีรีส์ต่อ สัปดาห์หน้ายังต้องเข้าร่วมวาไรตี้ Running Star อีก 2 วัน 3 คืน กว่าจะได้เจอกันอีกทีก็คงเกือบสองสัปดาห์ ดังนั้นเมื่อทั้งคู่กลับจากเดินเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้าจึงยังไม่กลับโรงแรมที่เจม่อนพักอยู่ในทันที
" เราไปเดินเล่นแถวริมชายหาดกันดีไหมครับ "
" เอาสิ "
อัลดริชกระชับมือเล็กให้แน่นขึ้นรู้สึกอาลัยอาวรณ์่เวลาที่เหลืออยู่อย่างบอกไม่ถูก
เจม่อนเองก็รู้สึกไม่ต่างกันมากนักเพราะ่สองวันที่ผ่านมาทั้งคู่ตัวติดกันตลอดจึงอดที่จะใจหายไม่ได้
นี่คงเหมือนที่เขาเรียกกันว่า่ข้าวใหม่ปลามันใช่ไหมนะ
" อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เจอกันเลยซะเมื่อไร "
" แต่ผมกอดคุณไม่ได้ "
" อย่ามาทำปากหวานหน่อยเลย "
" ผมพูดจริงๆ นะ ผมอยากกอดคุณทุกวัน อยากอยู่กับคุณแบบนี้ตลอดไปเลย "
" นี่พ่อหนุ่มน้อย คุณชักจะปากหวานขึ้นทุกวันแล้วนะ "
" มันหวานได้มากกว่านี้อีกนะคุณอยากลองชิมดูไหมครับ ฮืม~~ "
เจม่อนดันใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงมาออกอย่างเหนื่อยใจ เ้าหนุ่มน้อยนี่เปิดโอกาสให้ไม่ได้เลยจริงๆ สิน่า
" เอาล่ะอย่าเพิ่งซน "
ในขณะที่เจม่อนกำลังหยอกล้อกับแฟนหนุ่มลูกหมาน้อยของตัวเองอยู่นั้นเสียงะโให้ช่วยพลันดังขึ้นมาจากด้านหลังอย่างกะทันหัน
" ขโมย!! ช่วยด้วยค่ะ จับเขาไว้ให้ที "
พอได้ยินว่าเป็ขโมยแขนขาของเจม่อนก็ขยับเองโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งพุ่งตรงมาทางตัวเอง ยังไม่ทันที่อัลดริชจะได้ทำอะไรวงขาเรียวยาวของเจม่อนก็ตวัดลงบนร่างของหัวขโมยที่ว่าอย่างจังจนตัวคนทรุดฮวบไปกองกับพื้นเรียบร้อยแล้ว
อัลดริชรีบเข้าไปล็อกตัวคนร้ายไว้หลังจากใส่กุญแจมือแล้วจึงหันมาส่งยิ้มให้เจม่อนคล้ายหยอกล้อ
" วันหลังผมต้องเชื่อฟังคุณมากๆ ซะแล้วล่ะ "
" ยังจะมาพูดเล่นอีก "
เจม่อนได้แต่ถลึงตามองอัลดริชที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างชอบอกชอบใจ
ช่วยไม่ได้นี่นาก็ขามันตวัดไปเองจะให้เขาทำยังไงล่ะ
เขาเองยังอยากจะเป็คนตัวเล็กตัวน้อยให้แฟนปกป้องอยู่นะ
ต้องโทษไอ้โจรนี่คนเดียวเลยที่ทำลายภาพลักษณ์แฟนตัวน้อยแสนบอบบางของเขาลง
เมื่อเห็นว่าแฟนตัวน้อยอารมณ์ไม่ดีอัลดริชจึงไม่แกล้งอีก พอค้นตัวแล้วก็พบของกลางอยู่หลายชิ้น ทั้งกล้องดิจิตอล กำไรอัญมณี สร้อยคอมรกต แต่ว่าทำไมของพวกนี้ถึงได้คุ้นตานักนะ?
" ขอบคุณนะคะที่ช่วยจับขโมยให้พวกเรา "
เสียงหวานติดหอบเล็กน้อยของเด็กสาวดังอยู่ด้านข้างยิ่งทำให้อัลดริชสงสัยมากขึ้น เมื่อเงยหน้ามองกลุ่มวัยรุ่นที่ยืนอยู่ไม่ไกลชายหนุ่มถึงได้เข้าใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกคุ้นตาของพวกนี้นัก
" คัทลีน กาดิ พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง "
เมื่อเห็นเต็มตาว่าใครที่กำลังจับขโมยให้ฝาแฝดชายหญิงคัทลีน มรุค และ กาดิ มรุค ก็อุทานด้วยความประหลาดใจไม่แพ้กัน
" พี่ใหญ่!! "
ไหนว่าพี่ใหญ่ไปธุระไม่ใช่เหรอแล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ
โลกมันจะกลมเกินไปหรือเปล่าเนี่ย!!
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)