ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 4 บทที่ 92 จิ้งจอกมังกรเก้าหาง VS เทพสมุทร ลีไวอาธาน!

            กระเพาะของดอกไม้จอมมารคำสาปเหม็นแค่ไหน?

            ขึ้นอยู่กับว่าจนถึงตอนนี้มีสัตว์อสูรตายอยู่ในบ่อกรดสีดำที่กำลังเดือดปุดๆ นี้ไปแล้วกี่ตัว

            เซี่ยวซิงอวี่เป็นมนุษย์ธรรมดาร่างมนุษย์ของเขาไม่สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนของพิษได้

            ไต้ลู่ปล่อยเปลวเพลิงจิ้งจอกที่งดงามสร้างเป็นบาเรียไฟปกป้องเซี่ยวซิงอวี่เอาไว้

            เมดูซ่าไม่ต้องการความช่วยเหลือจากไต้ลู่ร่างกายของเธอคืออสรพิษปีศาจพิบัติสวรรค์ ซึ่งสามารถต้านทานพิษได้ทุกชนิดนี่คือพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์อสรพิษศักดิ์สิทธิ์

            แต่ในกระเพาะของดอกไม้จอมมารคำสาปไม่ได้มีแค่พิษที่มีกลิ่นเหม็นแต่ยังมีสัตว์ประหลาดรูปร่างประหลาดนับไม่ถ้วนอีกด้วย!

            ในความมืด เซี่ยวซิงอวี่เปิดใช้เนตรปีศาจพลังการรับรู้ของเขาสูงขึ้นถึงขีดสุดของร่างกายในปัจจุบัน

            เมื่อเซี่ยวซิงอวี่มองเห็นภาพตรงหน้าท้องของเขาก็ปั่นป่วนแทบจะอาเจียนอาหารที่กินไปเมื่อคืนออกมา

            ในความมืดที่หนาทึบและเยือกเย็นมีสัตว์ประหลาดรูปร่างคล้ายหนอนยักษ์จำนวนมากกำลังขดตัวพันกันอยู่

            สัตว์ประหลาดเหล่านี้ค่อยๆ รวมตัวกันรูปร่างของมันยากที่จะอธิบายด้วยคำพูด

            มันมีปากนับไม่ถ้วนและเขี้ยวแหลมคมเหมือนป่าดาบในสุสานจักรพรรดิโบราณ

            เซี่ยวซิงอวี่รู้สึกเวียนหัวสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์ที่รวมร่างกันนี้ทำให้จิตใจของเขาสับสน

            สายตาของเซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆ พร่ามัว

            เขามองเห็นว่าเนื้อหนังทุกส่วน ขนทุกเส้นหรือแม้แต่เซลล์ทุกเซลล์ของสัตว์ประหลาด...ล้วนอ้าปากกว้างราวกับนรก!

            ด้วยสติสัมปชัญญะสุดท้ายเซี่ยวซิงอวี่เบิกตากว้างจนแดงก่ำ เสียงของเขาแหบพร่า ตะโกนเสียงต่ำว่า“ลมหายใจมังกร!”

            เกาะเหมันต์อัคคี

            กองบัญชาการกองทัพเรือเป็นอาคารที่โอ่อ่าสูงกว่าร้อยเมตร

            แต่เมื่อเทียบกับดอกไม้จอมมารคำสาปที่มีขนาดเท่าภูเขาแล้วกองบัญชาการกองทัพเรือก็ดูเหมือนของเล่นชิ้นเล็กๆ เท่านั้น

            ตึง~

            ตึง~

            ตึง~

            ทุกครั้งที่เกสรของดอกไม้จอมมารคำสาปขยับตัวนั่นหมายถึงการหลั่งน้ำย่อยใหม่หนึ่งครั้งเพื่อรวมร่างสัตว์อสูรที่ตายไปแล้วและโจมตีเซี่ยวซิงอวี่

            มู่หรงจิ้นไม่กล้าประมาทศัตรูในครั้งนี้เขาถามด้วยความระมัดระวังว่า “เหล่าไป๋ ไหวไหม?”

            “หลังจากถูกดอกไม้จอมมารคำสาปกลืนเข้าไปก็ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการที่เนื้อและเลือดกลายเป็นน้ำ กระดูกหลุดออกจากร่าง”

            “ถึงแม้จิ้งจอกมังกรตัวนั้นจะมีฝีมืออยู่บ้างแต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่...”

            ไป๋อวี่พูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกเสียงระเบิดที่ดังสนั่นไปทั่วท้องฟ้ากลบจนหมด

            ภายใต้สายตาของทหารเรือทุกนายดอกไม้จอมมารคำสาป ระเบิดออกราวกับกระสุนปืนใหญ่ที่เก็บกดไว้นาน!

            ในชั่วพริบตากองบัญชาการกองทัพเรือกลายเป็นทะเลเพลิง ควันดำคละคลุ้ง เกาะทั้งเกาะสั่นสะเทือน!

            “เร็วเข้า! นั่นมันสัตว์อสูรตัวอะไรน่ะ?”

            “จิ้งจอกมังกรเก้าหาง?”

            “ไม่!สัตว์ประหลาดตัวนั้นมีเขามังกรงอกออกมาจากหัว!”

            “หน้าผากของมันมีเกล็ดมังกรจำนวนมากงอกออกมา!”

            ในเวลานี้มีจิ้งจอกขนาดยักษ์ปรากฏขึ้นบนเกาะเหมันต์อัคคี

            จิ้งจอกตัวนั้นมีเก้าหางปลายหางมีเปลวเพลิงสีม่วงทองลุกโชน

            จากจิ้งจอกตัวนี้สามารถเห็นลักษณะของเผ่าพันธุ์มังกรบริสุทธิ์ได้มากมาย!

            เกล็ดมังกร เขามังกรและดวงตามังกรที่น่าเกรงขามและไม่อาจต้านทานได้!

            มู่หรงจิ้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่เข้าใจ

            “ในโลกนี้มีจิ้งจอกมังกรเก้าหางอยู่จริงหรือนี่...”

            ไต้ลู่ที่หลอมรวมสายเลือดมังกรบริสุทธิ์เข้ากับตัวเองมีพลังที่น่าสะพรึงกลัว!

            ลมหายใจมังกรเพียงครั้งเดียวก็สามารถทะลวงผนังกระเพาะของดอกไม้จอมมารคำสาปจากภายในได้!

            “นี่มันจะเป็นไปได้ยังไงกันจิ้งจอกตัวนี้สามารถทะลวงกระเพาะของดอกไม้จอมมารคำสาปได้งั้นเหรอ?”

            “ไม่สมเหตุสมผลเลยจริงๆ ไม่สมเหตุสมผลเลย!”

            ไป๋อวี่มองด้วยสายตาเย็นชา พึมพำกับตัวเอง

            “เปลวเพลิงมังกร มีพลังที่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

            เปลวเพลิงของเผ่าพันธุ์มังกรสายเลือดบริสุทธิ์ถูกเรียกว่าเปลวเพลิงมังกร

            นี่คือเปลวเพลิงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกไม่มีเปลวเพลิงใดจะเทียบได้

            แม้ดอกไม้จอมมารคำสาปจะเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์พืชที่มีสายเลือดโบราณก็ยังไม่สามารถทนทานต่อการเผาผลาญของเปลวเพลิงมังกรได้

            มู่หรงจิ้นและไป๋อวี่เงยหน้าขึ้นพร้อมกันสายตาจับจ้องไปที่ศีรษะของจิ้งจอกมังกรเก้าหาง

            เซี่ยวซิงอวี่ในชุดคลุมสีดำยืนตระหง่านอยู่บนศีรษะของจิ้งจอกมังกรเก้าหางมองลงไปที่กองบัญชาการกองทัพเรือทั้งหมดจากมุมสูงราวกับเทพเจ้า

            ข้างกายเซี่ยวซิงอวี่มีเมดูซ่าที่ยังคงหายใจรวยรินอยู่

            “ขอโทษที่เสียมารยาท นายคือใครกันแน่?”

            การถามครั้งนี้ของมู่หรงจิ้นแตกต่างจากครั้งแรก

            เขารู้สึกว่าชายชุดดำอาจจะไม่ใช่คนของสมาพันธ์อัคคีเพลิง

            กองทัพเรือ กองทัพบกและกองทัพอากาศของหลงกั๋ว ภายใต้การนำของจักรพรรดินีซ่างกวนหลานได้ต่อสู้กับสมาพันธ์อัคคีเพลิงมานานนับร้อยปี

            มู่หรงจิ้นเคยปะมือกับสมาชิกหลักของสมาพันธ์อัคคีเพลิงมาหลายครั้งคู่ต่อสู้ของพวกเขาต่างก็รู้จักกันดี

            แต่เขาไม่เคยได้ยินว่าสมาพันธ์อัคคีเพลิงมีคนที่รับมือได้ยากขนาดนี้

            ก่อนหน้านี้จิ้งจอกมังกรเก้าหางไต้ลู่รอดชีวิตจากเงื้อมมือของซ่างกวนหลานมาได้อย่างหวุดหวิด

            ตอนนั้นไต้ลู่ได้รับบาดเจ็บสาหัสแทบจะตายอยู่รอมร่อ

            เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งเดือนกว่าๆ เท่านั้น

            ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว!

            ไต้ลู่ไม่เพียงแต่หายจากอาการบาดเจ็บสาหัสเท่านั้นแต่ยังทะลวงจากระดับจักรพรรดิอสูรสู่ระดับเทพอสูรอีกด้วย

            ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังหลอมรวมสายเลือดมังกรสายเลือดบริสุทธิ์เข้ากับตัวเองกลายเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์จิ้งจอกมังกรตัวแรกในประวัติศาสตร์อารยธรรมผู้ควบคุมสัตว์อสูร!

            ด้วยเหตุนี้ตำราเรียนของสถาบันผู้ควบคุมสัตว์อสูรหลายแห่งในอนาคตจะต้องได้รับการแก้ไขเพื่อเพิ่มสายพันธุ์ลึกลับนี้เข้าไป

            ชายชุดดำผู้มีภูมิหลังไม่ชัดเจนคือผู้ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้

            นี่คือสิ่งเดียวที่มู่หรงจิ้นและไป๋อวี่สามารถยืนยันได้

            ส่วนใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นเป็นอย่างไร?

            ความอยากรู้อยากเห็นของนายพลทั้งสองคนพุ่งถึงขีดสุดแล้ว

            “ถ้านายไม่ยอมเปิดเผยตัวตนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจับนายมาลงโทษ ขังไว้ในคุกใต้ทะเลแล้วค่อยๆ สอบสวนเอา!”

            มู่หรงจิ้นเผยแววตาอำมหิตปล่อยพลังวิญญาณอันมหาศาลออกมา

            ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับเก้าดาวไม่มีใครเป็นของปลอม!

            ทะเลปั่นป่วนคลื่นยักษ์ก้อนมหึมากระโจนขึ้นจากผืนน้ำ!

            นี่คือสัตว์อสูรขนาดยักษ์ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดมันมีรูปร่างเหมือนฉลาม แต่หางกลับเหมือนหนวดปลาหมึกยักษ์จำนวนนับไม่ถ้วน

            เซี่ยวซิงอวี่สีหน้าเคร่งขรึม

            “เทพสมุทร ลีไวอาธาน”

            สัตว์อสูรยักษ์ใต้ทะเลกระโจนขึ้นจากผืนน้ำพ่นคลื่นเสียงทำลายล้างทุกสิ่งออกมาจากปาก

            ถึงแม้จะมีไต้ลู่คอยปกป้องใบหูของเซี่ยวซิงอวี่ยังคงมีเลือดไหลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

            เทพสมุทร ลีไวอาธานเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์เทพสมุทรหายากในโลก

            เมื่อมันกระโจนขึ้นจากผืนน้ำร่างกายที่ใหญ่โตของมันสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้คนอย่างมาก

            ผิวหนังและเนื้อของลีไวอาธานเป็นสีโปร่งใสผู้คนสามารถมองเห็นหัวใจที่ใหญ่กว่าเกาะและกระดูกที่ยิ่งใหญ่กว่าภูเขาได้โดยตรงผ่านเนื้อหนังเหล่านั้น

            ภาพเหล่านี้ไม่สามารถอธิบายความน่าตกตะลึงด้วยคำพูดได้มีเพียงการได้เห็นด้วยตาตัวเองเท่านั้นที่จะสัมผัสได้ถึงความอัศจรรย์ของพระผู้สร้างได้อย่างแท้จริง

            ลีไวอาธานส่งเสียงคลื่นเสียงอันแหลมคมอีกครั้งสร้างคลื่นยักษ์ที่รุนแรง

            ไต้ลู่อ้าปากกว้าง พ่นเปลวเพลิงมังกรออกมา

            บนเกาะเหมันต์อัคคีสัตว์อสูรสองตัวกำลังต่อสู้กันราวกับเทพเซียน ทำให้เกิดบทเพลงแห่งไฟและน้ำแข็ง

            การปะทะกันครั้งแรก ทั้งสองฝ่ายเสมอกัน

            แต่เลือดเริ่มไหลออกจากตาและจมูกของเซี่ยวซิงอวี่แล้ว

            “ลู่ลู่ เราจะยื้อไม่ได้แล้วยาเหลือฤทธิ์แค่สามนาที”

            “เราต้องหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!”

            ไต้ลู่กำลังจะหนีแต่แขนขาของเธอกลับถูกเถาวัลย์สีดำหนาเตอะรัดไว้แน่น จนขยับไม่ได้

            บนเกาะเหมันต์อัคคีแม้ดอกไม้จอมมารคำสาปจะถูกเปลวเพลิงมังกรเผาไหม้แต่สัตว์อสูรสายพันธุ์พืชโดยกำเนิดไม่มีความเจ็บปวดจึงยังคงสามารถใช้ทักษะการต่อสู้ใดๆ ได้

            “หมื่นเถาวัลย์พิฆาต!”

            ไป๋อวี่ออกคำสั่งดอกไม้จอมมารคำสาปก็ปล่อยเถาวัลย์นับหมื่นต้นออกมา

            ปลายเถาวัลย์แต่ละเส้นมีลักษณะคล้ายน้ำแข็งแหลมคมพุ่งแทงใส่หลังของไต้ลู่พร้อมกัน

            คลื่นยักษ์ที่ลีไวอาธานสร้างขึ้นโอบล้อมศีรษะของไต้ลู่จากด้านหน้า

            ถูกโจมตีทั้งด้านหน้าและด้านหลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

            เซี่ยวซิงอวี่เจอเรื่องยุ่งแล้ว!

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน