มู่อวี่เซิงได้รับความทรงจำของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดรุ่นที่สี่มากมาย
ในอดีตกาล ไม่รู้ว่ามีจักรพรรดิผู้เก่งกาจราชันย์โบราณ และจ้าวสวรรค์ถือกำเนิดขึ้นมากเท่าใดแต่ผู้ที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงสองชาติภพนั้นแทบจะนับนิ้วได้
และกระดูกที่ดำทะมึนกับหนังมนุษย์ที่เหี่ยวแห้งเหล่านี้ดูเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าถูกดูดซับกฎแห่งราชันย์และแก่นโลหิตไปโดยทารกวิญญาณที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่
พิสูจน์ได้ว่าการคาดเดาของเขาไม่ผิดพลาด
เมื่อได้ยินเช่นนี้เหล่าอัจฉริยะของตระกูลมู่ก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง
จักรพรรดิอู๋สื่อมีชีวิตอยู่ถึงสองชาติภพแต่กลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ในห้าแคว้นใต้หล้า
หรือว่าสำเร็จเป็นเซียนไปแล้วกัน?
"..."
"เฮ้อ อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้เลย"
"คนที่อยู่ข้างหลังกำลังจะมาถึงแล้วรีบหาสมบัติเร็ว"
สายตาของมู่หลางกวาดไปทั่วโถงที่ว่างเปล่าพร้อมเร่งเร้า
"อืมตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถกเถียงเรื่องนี้"
"ตำหนักนี้ไม่เล็กพวกเราแยกกันหาเถอะ"
มู่เยว่เหยาพยักหน้าเบาๆร่างอรชรวูบไหวพุ่งไปยังที่อื่น
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มค้นหาไปทั่วตำหนักจิตสำนึกล่องลอยไปมา แม้แต่แผ่นกระเบื้องปูพื้นก็ไม่เว้น
ผ่านไปครึ่งก้านธูป
เหล่าอัจฉริยะทั้งห้าของตระกูลมู่ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
แต่ละคนต่างก็มีสมบัติที่ได้มาไม่น้อย!
มู่ฮ่าวแบมือออกเผยให้เห็นแผ่นหนังสัตว์โบราณ ด้านบนสลักตัวอักษรเล็กๆ ถี่พืดส่วนหัวเรื่องเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัว
"ข้าพบหนึ่งในวิชาลับอักษรทั้งเก้าเคล็ดวิชาอักษรคงกระพัน!!"
"คล็ดวิชาอักษรคงกระพัน!"
"นั่นมันเคล็ดวิชาที่สาบสูญไปนานแล้วนี่!"
"..."
"...แค่กๆข้าก็มีเคล็ดวิชาลับทั้งเก้าอย่างเหมือนกัน ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดวิชาอักษรผู้กล้า"
มู่หลางกระแอมไอเบาๆ พร้อมหยิบแผ่นหนังสัตว์ซึ่งสลักไว้ด้วยเคล็ดวิชาลึกลับไร้ผู้เทียม
"ซี้ด…" เหล่าอัจฉริยะของตระกูลมู่ต่างสูดลมหายใจเย็นๆเข้าปอด บนใบหน้าอดไม่ได้ที่จะเผยความยินดีออกมา
ตระกูลมู่ของพวกเขาไปเสี่ยงโชคเคล็ดวิชาลับทั้งเก้ามาหรือไร?
เมื่อนับรวมกับสองอย่างนี้พวกเขาควบคุมเคล็ดวิชาลับเก้าไปแล้วถึงสี่อย่าง!
เรียกได้ว่าเป็นโชคยิ่งใหญ่หล่นทับ
ส่วนสิ่งที่มู่อวี่เซิงได้มาก็ไม่น้อยเช่นกันเขาพบแผ่นหยกใสเท่าฝ่ามือ ด้านบนมีคลื่นพลังอันพิสดารไหลวนเห็นปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งธรรมดา
"สิ่งนี้มีชื่อว่าแท่นบูชาเสวียนเทียนเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียง สามารถเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของอักขระเป็นสมบัติสำหรับผู้สร้างค่ายกลโดยเฉพาะ!"
"สิ่งนี้เหมาะกับเจ้ามาก"
"มาดูของข้าบ้าง"
มู่เยว่เหยายกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆจากนั้นแผ่นคัมภีร์โบราณก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าด้านบนสลักตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัว ‘คัมภีร์ไร้กำเนิด’!
"คัมภีร์ไร้กำเนิด!!"
"นี่คือคัมภีร์โบราณที่จักรพรรดิอู๋สือเริ่มต้นสร้างขึ้นด้วยตนเอง!!"
ดวงตาของมู่ฮ่าว มู่เฉินและมู่หลางจับจ้องอย่างพินิจ
"แต่…ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร"
"เอ๊ะ ทำไมล่ะ?" มู่เยว่เหยาไม่เข้าใจ จึงเอ่ยถาม
คนอื่นๆ อีกสามคนมองไปที่มู่อวี่เซิงเช่นกันพร้อมเผยสีหน้างุนงง
มู่อวี่เซิงยักไหล่ กล่าวอย่างจนปัญญา"จักรพรรดิอู๋สือเดิมก็มีร่างกายเป็นทั้งกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดและครรภ์วิถีคัมภีร์โบราณม้วนนี้มีเพียงร่างกายแบบนั้นเท่านั้นที่ใช้ฝึกฝนได้"
"เอากลับไปมากสุดก็แค่ศึกษาอ้างอิง..."
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเด็กหนุ่มก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ พลันปรากฏสีหน้าประหลาดแล้วกระแอมไอเบาๆ
"ดูเหมือนว่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง…เอากลับไปให้ท่านผู้นำตระกูลเถอะ"
ทุกคนงงงวยแต่เมื่อเห็นว่ามู่อวี่เซิงไม่พูดอะไรต่อ พวกเขาจึงไม่ได้ซักไซ้
พอถึงคนสุดท้าย มู่เฉินยิ้มเล็กน้อยแล้วนำโลหะประหลาดขนาดกำปั้นออกมา
ด้านบนมีรัศมีศักดิ์สิทธิ์ไหลวนสีแดงชาดราวโลหิตหงส์ มีร่องรอยของเทพหงส์สอดประสานกันเผยให้เห็นกลิ่นอายอันร้อนแรงถึงขีดสุด
"โลหะที่ข้าพบมานี้ไม่น่าจะใช่ของธรรมดาอย่างน้อยก็ต้องเป็นวัตถุสำหรับหลอมสร้างอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์สินะ"
ทันทีที่พูดจบทุกคนก็เบนสายตาไปยังมู่อวี่เซิงอีกครั้ง
พวกเขาทราบดีว่ามู่อวี่เซิงได้รับความทรงจำของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดรุ่นที่สี่มา
"ทองคำโลหิตหงส์!"
"ขุมทรัพย์ระดับเซียนสามารถใช้สร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้!"
มู่อวี่เซิงไม่ปิดบัง ดูดหายใจเข้าปอดพร้อมกล่าวอย่างจริงจัง
"โห อีกแล้ว ของสำคัญอีกแล้ว!!"
"ฮ่าๆ การมาครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวตระกูลมู่ของพวกเรากลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!"
มู่หลางดีใจจนเนื้อเต้น มุมปากแทบจะฉีกถึงหู
และในขณะนั้นเอง
นอกห้องโถงใหญ่ จู่ๆก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้น
"หึ ข้าว่าไม่แน่เสมอไปหรอกกระมัง!"
กายาศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงก้าวเข้ามารัศมีชวนตะลึง มองสำรวจวัตถุล้ำค่าในมือของแต่ละคนด้วยแววตาร้อนรุ่ม
ด้านหลังของเขามีเหล่าอัจฉริยะของตระกูลเจียงตามมาอีกหลายคนถึงจะไม่ใช่ระดับแนวหน้า แต่ก็มีพลังบ่มเพาะในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกขั้นเจ็ด!
ต่อจากนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกหลายครั้ง
พระสงฆ์จากเวิ้งทรายหลายรูปย่างเท้าเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามสง่าพุทธรังสีทอประกายดั่งเปลวเพลิง
เคล็ดวิชาพุทธรรมของพวกเขามีผลในการยับยั้งสิ่งชั่วร้ายเช่นกัน!
ถึงแม้จะไม่มีเทพสวรรค์นำทางแต่ความเร็วก็ไม่ได้ช้าไปกว่าตระกูลเจียงมากนัก ตามหลังมาติดๆ
"อย่างเจ้าเนี่ยนะ?"
"เมื่อครั้งที่ข้าท้าประลองในเทียนตูเจ้ายังไม่มีความกล้าที่จะสู้กับข้าเลยด้วยซ้ำ!"
"ยังกล้าพูดจาโอ้อวดอีก?"
มู่ฮ่าวยืนออกมาสายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเย็นชา
เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักคนผู้นี้เป็นทายาทศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงที่มาร่วมงานเสวนาในเมืองเทียนตูครั้งก่อน!
ทายาทศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงหัวเราะเยาะ"หึ มู่ฮ่าว เจ้าคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานแล้วหรือ?"
"กายาศักดิ์สิทธิ์ของข้ายังไม่บรรลุขั้นสมบูรณ์ตอนนี้ข้าจึงไม่ประลองกับเจ้า"
"แต่อย่าลืมว่าวันนี้ไม่ได้มีแค่ตระกูลเจียงของข้ามาที่นี่สำนักใหญ่ครึ่งหนึ่งของตงฮวงมากันหมดแล้ว!"
"สมบัติที่จักรพรรดิอู๋สือทิ้งไว้ตระกูลมู่ของพวกเจ้า คิดหรือว่าจะฮุบเอาไปได้!"
"หึ คนขี้ขลาดตาขาว!"
"จะเอาไปได้หรือไม่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะมาตัดสิน!"
"อยากสู้ก็เข้ามา!"
คำพูดของมู่ฮ่าวนั้นแข็งกร้าวอย่างยิ่งแผ่บรรยากาศสะเทือนแม้อากาศ
ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นอยู่แล้วว่าคนของตระกูลเจียงกำลังประวิงเวลารอคอยให้อัจฉริยะที่ตามมาข้างหลังมาถึง
แต่ถึงแม้จะสู้กันออกไปตอนนี้ก็จะต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่ดี!
การต่อสู้ครั้งนี้ยากจะหลีกเลี่ยงได้แล้ว!
และในขณะนั้นเองพระสงฆ์ที่ตามมาจากข้างหลังคนหนึ่งมองไปที่มู่หลาง ในดวงตาเผยร่องรอยประหลาดใจพร้อมเอ่ยออกมา
"ผู้ให้ทานที่อยู่ข้างหน้าท่านนั้นใช่พุทธบุตรแห่งวัดอาหลันหรือ?"
"อะไรนะ!"
"โยมคือพุทธบุตรแห่งวัดอาหลัน?"
"ทำไมพุทธบุตรถึงมาอยู่ที่ตงฮวงได้?"
พระสงฆ์คนอื่นๆ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ต่างเบนสายตาไปที่มู่หลาง
"..."
มู่หลางเกาหัวด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนไม่คิดว่าเมื่อกลับมาที่ตงฮวงแล้ว จะยังมีคนรู้จักตนเองได้
แต่คิดดูแล้วก็ถูกเขาตอนอยู่ที่เวิ้งทรายก็ชอบแสดงออก หากนับรวมพระอรหันต์ที่เคยพบมาก็คงมีหลายสิบล้าน จะจำได้หมดได้อย่างไร
"อมิตาพุทธ ก็เป็นเช่นนั้นแล"มู่หลางยิ้ม ประสานมือทำความเคารพแบบชาวพุทธ
มู่เยว่เหยาที่อยู่ข้างๆเห็นท่าทางเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ใบหน้างามราวต้องมนต์
พระสงฆ์หลายรูปเมื่อเห็นเขานอบน้อมใบหน้าก็พลันเผยความยินดีออกมา แล้วรีบกล่าว
"พุทธบุตรน้อยหลักธรรมแห่งพุทธมหายานที่ท่านเผยแพร่นั้นกำลังแผ่วงกว้างในเวิ้งทรายพวกอาตมาก็สัมผัสมันได้อย่างลึกซึ้ง"
"สำนักของพวกข้าก็เป็นครอบครัวเดียวกันกับพุทธธรรมในใต้หล้า"
"ไม่ทราบว่าจะขอยืมคัมภีร์โบราณในมือมาดูได้หรือไม่?"