ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 146 คัมภีร์ไร้กำเนิด เก้าเคล็ดวิชาลับ ทองคำโลหิตหงส์

            มู่อวี่เซิงได้รับความทรงจำของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดรุ่นที่สี่มากมาย

            ในอดีตกาล ไม่รู้ว่ามีจักรพรรดิผู้เก่งกาจราชันย์โบราณ และจ้าวสวรรค์ถือกำเนิดขึ้นมากเท่าใดแต่ผู้ที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงสองชาติภพนั้นแทบจะนับนิ้วได้

            และกระดูกที่ดำทะมึนกับหนังมนุษย์ที่เหี่ยวแห้งเหล่านี้ดูเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าถูกดูดซับกฎแห่งราชันย์และแก่นโลหิตไปโดยทารกวิญญาณที่เพิ่งถือกำเนิดใหม่

            พิสูจน์ได้ว่าการคาดเดาของเขาไม่ผิดพลาด

            เมื่อได้ยินเช่นนี้เหล่าอัจฉริยะของตระกูลมู่ก็รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

            จักรพรรดิอู๋สื่อมีชีวิตอยู่ถึงสองชาติภพแต่กลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ในห้าแคว้นใต้หล้า

            หรือว่าสำเร็จเป็นเซียนไปแล้วกัน?

            "..."

            "เฮ้อ อย่าเพิ่งสนใจเรื่องนี้เลย"

            "คนที่อยู่ข้างหลังกำลังจะมาถึงแล้วรีบหาสมบัติเร็ว"

            สายตาของมู่หลางกวาดไปทั่วโถงที่ว่างเปล่าพร้อมเร่งเร้า

            "อืมตอนนี้ไม่ใช่เวลามาถกเถียงเรื่องนี้"

            "ตำหนักนี้ไม่เล็กพวกเราแยกกันหาเถอะ"

            มู่เยว่เหยาพยักหน้าเบาๆร่างอรชรวูบไหวพุ่งไปยังที่อื่น

            จากนั้นพวกเขาก็เริ่มค้นหาไปทั่วตำหนักจิตสำนึกล่องลอยไปมา แม้แต่แผ่นกระเบื้องปูพื้นก็ไม่เว้น

            ผ่านไปครึ่งก้านธูป

            เหล่าอัจฉริยะทั้งห้าของตระกูลมู่ก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

            แต่ละคนต่างก็มีสมบัติที่ได้มาไม่น้อย!

            มู่ฮ่าวแบมือออกเผยให้เห็นแผ่นหนังสัตว์โบราณ ด้านบนสลักตัวอักษรเล็กๆ ถี่พืดส่วนหัวเรื่องเขียนด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัว

            "ข้าพบหนึ่งในวิชาลับอักษรทั้งเก้าเคล็ดวิชาอักษรคงกระพัน!!"

            "คล็ดวิชาอักษรคงกระพัน!"

            "นั่นมันเคล็ดวิชาที่สาบสูญไปนานแล้วนี่!"

            "..."

            "...แค่กๆข้าก็มีเคล็ดวิชาลับทั้งเก้าอย่างเหมือนกัน ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดวิชาอักษรผู้กล้า"

            มู่หลางกระแอมไอเบาๆ พร้อมหยิบแผ่นหนังสัตว์ซึ่งสลักไว้ด้วยเคล็ดวิชาลึกลับไร้ผู้เทียม

            "ซี้ด…" เหล่าอัจฉริยะของตระกูลมู่ต่างสูดลมหายใจเย็นๆเข้าปอด บนใบหน้าอดไม่ได้ที่จะเผยความยินดีออกมา

            ตระกูลมู่ของพวกเขาไปเสี่ยงโชคเคล็ดวิชาลับทั้งเก้ามาหรือไร?

            เมื่อนับรวมกับสองอย่างนี้พวกเขาควบคุมเคล็ดวิชาลับเก้าไปแล้วถึงสี่อย่าง!

            เรียกได้ว่าเป็นโชคยิ่งใหญ่หล่นทับ

            ส่วนสิ่งที่มู่อวี่เซิงได้มาก็ไม่น้อยเช่นกันเขาพบแผ่นหยกใสเท่าฝ่ามือ ด้านบนมีคลื่นพลังอันพิสดารไหลวนเห็นปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่สิ่งธรรมดา

            "สิ่งนี้มีชื่อว่าแท่นบูชาเสวียนเทียนเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียง สามารถเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของอักขระเป็นสมบัติสำหรับผู้สร้างค่ายกลโดยเฉพาะ!"

            "สิ่งนี้เหมาะกับเจ้ามาก"

            "มาดูของข้าบ้าง"

            มู่เยว่เหยายกมือขึ้นปิดปากหัวเราะเบาๆจากนั้นแผ่นคัมภีร์โบราณก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าด้านบนสลักตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัว ‘คัมภีร์ไร้กำเนิด’!

            "คัมภีร์ไร้กำเนิด!!"

            "นี่คือคัมภีร์โบราณที่จักรพรรดิอู๋สือเริ่มต้นสร้างขึ้นด้วยตนเอง!!"

            ดวงตาของมู่ฮ่าว มู่เฉินและมู่หลางจับจ้องอย่างพินิจ

            "แต่…ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไร"

            "เอ๊ะ ทำไมล่ะ?" มู่เยว่เหยาไม่เข้าใจ จึงเอ่ยถาม

            คนอื่นๆ อีกสามคนมองไปที่มู่อวี่เซิงเช่นกันพร้อมเผยสีหน้างุนงง

            มู่อวี่เซิงยักไหล่ กล่าวอย่างจนปัญญา"จักรพรรดิอู๋สือเดิมก็มีร่างกายเป็นทั้งกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดและครรภ์วิถีคัมภีร์โบราณม้วนนี้มีเพียงร่างกายแบบนั้นเท่านั้นที่ใช้ฝึกฝนได้"

            "เอากลับไปมากสุดก็แค่ศึกษาอ้างอิง..."

            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเด็กหนุ่มก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ พลันปรากฏสีหน้าประหลาดแล้วกระแอมไอเบาๆ

            "ดูเหมือนว่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง…เอากลับไปให้ท่านผู้นำตระกูลเถอะ"

            ทุกคนงงงวยแต่เมื่อเห็นว่ามู่อวี่เซิงไม่พูดอะไรต่อ พวกเขาจึงไม่ได้ซักไซ้

            พอถึงคนสุดท้าย มู่เฉินยิ้มเล็กน้อยแล้วนำโลหะประหลาดขนาดกำปั้นออกมา

            ด้านบนมีรัศมีศักดิ์สิทธิ์ไหลวนสีแดงชาดราวโลหิตหงส์ มีร่องรอยของเทพหงส์สอดประสานกันเผยให้เห็นกลิ่นอายอันร้อนแรงถึงขีดสุด

            "โลหะที่ข้าพบมานี้ไม่น่าจะใช่ของธรรมดาอย่างน้อยก็ต้องเป็นวัตถุสำหรับหลอมสร้างอาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์สินะ"

            ทันทีที่พูดจบทุกคนก็เบนสายตาไปยังมู่อวี่เซิงอีกครั้ง

            พวกเขาทราบดีว่ามู่อวี่เซิงได้รับความทรงจำของปรมาจารย์หยั่งรู้ต้นกำเนิดรุ่นที่สี่มา

            "ทองคำโลหิตหงส์!"

            "ขุมทรัพย์ระดับเซียนสามารถใช้สร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้!"

            มู่อวี่เซิงไม่ปิดบัง ดูดหายใจเข้าปอดพร้อมกล่าวอย่างจริงจัง

            "โห อีกแล้ว ของสำคัญอีกแล้ว!!"

            "ฮ่าๆ การมาครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวตระกูลมู่ของพวกเรากลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!"

            มู่หลางดีใจจนเนื้อเต้น มุมปากแทบจะฉีกถึงหู

            และในขณะนั้นเอง

            นอกห้องโถงใหญ่ จู่ๆก็มีเสียงเย็นเยียบดังขึ้น

            "หึ ข้าว่าไม่แน่เสมอไปหรอกกระมัง!"

            กายาศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงก้าวเข้ามารัศมีชวนตะลึง มองสำรวจวัตถุล้ำค่าในมือของแต่ละคนด้วยแววตาร้อนรุ่ม

            ด้านหลังของเขามีเหล่าอัจฉริยะของตระกูลเจียงตามมาอีกหลายคนถึงจะไม่ใช่ระดับแนวหน้า แต่ก็มีพลังบ่มเพาะในระดับไฟศักดิ์สิทธิ์ขั้นหกขั้นเจ็ด!

            ต่อจากนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกหลายครั้ง

            พระสงฆ์จากเวิ้งทรายหลายรูปย่างเท้าเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามสง่าพุทธรังสีทอประกายดั่งเปลวเพลิง

            เคล็ดวิชาพุทธรรมของพวกเขามีผลในการยับยั้งสิ่งชั่วร้ายเช่นกัน!

            ถึงแม้จะไม่มีเทพสวรรค์นำทางแต่ความเร็วก็ไม่ได้ช้าไปกว่าตระกูลเจียงมากนัก ตามหลังมาติดๆ

            "อย่างเจ้าเนี่ยนะ?"

            "เมื่อครั้งที่ข้าท้าประลองในเทียนตูเจ้ายังไม่มีความกล้าที่จะสู้กับข้าเลยด้วยซ้ำ!"

            "ยังกล้าพูดจาโอ้อวดอีก?"

            มู่ฮ่าวยืนออกมาสายตาดูถูกเหยียดหยามอย่างเย็นชา

            เห็นได้ชัดว่าเขารู้จักคนผู้นี้เป็นทายาทศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงที่มาร่วมงานเสวนาในเมืองเทียนตูครั้งก่อน!

            ทายาทศักดิ์สิทธิ์ของตระกูลเจียงหัวเราะเยาะ"หึ มู่ฮ่าว เจ้าคิดว่าตัวเองไร้เทียมทานแล้วหรือ?"

            "กายาศักดิ์สิทธิ์ของข้ายังไม่บรรลุขั้นสมบูรณ์ตอนนี้ข้าจึงไม่ประลองกับเจ้า"

            "แต่อย่าลืมว่าวันนี้ไม่ได้มีแค่ตระกูลเจียงของข้ามาที่นี่สำนักใหญ่ครึ่งหนึ่งของตงฮวงมากันหมดแล้ว!"

            "สมบัติที่จักรพรรดิอู๋สือทิ้งไว้ตระกูลมู่ของพวกเจ้า คิดหรือว่าจะฮุบเอาไปได้!"

            "หึ คนขี้ขลาดตาขาว!"

            "จะเอาไปได้หรือไม่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะมาตัดสิน!"

            "อยากสู้ก็เข้ามา!"

            คำพูดของมู่ฮ่าวนั้นแข็งกร้าวอย่างยิ่งแผ่บรรยากาศสะเทือนแม้อากาศ

            ในขณะเดียวกันเขาก็เห็นอยู่แล้วว่าคนของตระกูลเจียงกำลังประวิงเวลารอคอยให้อัจฉริยะที่ตามมาข้างหลังมาถึง

            แต่ถึงแม้จะสู้กันออกไปตอนนี้ก็จะต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาอยู่ดี!

            การต่อสู้ครั้งนี้ยากจะหลีกเลี่ยงได้แล้ว!

            และในขณะนั้นเองพระสงฆ์ที่ตามมาจากข้างหลังคนหนึ่งมองไปที่มู่หลาง ในดวงตาเผยร่องรอยประหลาดใจพร้อมเอ่ยออกมา

            "ผู้ให้ทานที่อยู่ข้างหน้าท่านนั้นใช่พุทธบุตรแห่งวัดอาหลันหรือ?"

            "อะไรนะ!"

            "โยมคือพุทธบุตรแห่งวัดอาหลัน?"

            "ทำไมพุทธบุตรถึงมาอยู่ที่ตงฮวงได้?"

            พระสงฆ์คนอื่นๆ เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ต่างเบนสายตาไปที่มู่หลาง

            "..."

            มู่หลางเกาหัวด้วยท่าทีกระอักกระอ่วนไม่คิดว่าเมื่อกลับมาที่ตงฮวงแล้ว จะยังมีคนรู้จักตนเองได้

            แต่คิดดูแล้วก็ถูกเขาตอนอยู่ที่เวิ้งทรายก็ชอบแสดงออก หากนับรวมพระอรหันต์ที่เคยพบมาก็คงมีหลายสิบล้าน จะจำได้หมดได้อย่างไร

            "อมิตาพุทธ ก็เป็นเช่นนั้นแล"มู่หลางยิ้ม ประสานมือทำความเคารพแบบชาวพุทธ

            มู่เยว่เหยาที่อยู่ข้างๆเห็นท่าทางเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ใบหน้างามราวต้องมนต์

            พระสงฆ์หลายรูปเมื่อเห็นเขานอบน้อมใบหน้าก็พลันเผยความยินดีออกมา แล้วรีบกล่าว

            "พุทธบุตรน้อยหลักธรรมแห่งพุทธมหายานที่ท่านเผยแพร่นั้นกำลังแผ่วงกว้างในเวิ้งทรายพวกอาตมาก็สัมผัสมันได้อย่างลึกซึ้ง"

            "สำนักของพวกข้าก็เป็นครอบครัวเดียวกันกับพุทธธรรมในใต้หล้า"

            "ไม่ทราบว่าจะขอยืมคัมภีร์โบราณในมือมาดูได้หรือไม่?"

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】 ที่คุณอ่าน