ตอนที่89 ห้ามให้มันเข้าด้านใน
แอรีสฟันดาบพิฆาตเหล็ก T1 สวนเข้าที่ข้อมือของซอมบี้กล้ามเนื้อตัวหนึ่งจนแขนของมันขาดครึ่งเขาหมุนตัวหลบกำปั้นอีกหมัดที่หวดสวนกลับมาจากนั้นแทงดาบเข้าเบ้าตามันจนสุดปลายดาบ
ร่างมหึมาสั่นกระตุกแล้วทรุดลงคุกเข่าก่อนจะถูกหอกสามเล่มจากด้านหลังเสียบซ้ำจนล้มตึงไปกับพื้น แต่ศัตรูไม่ได้มีแค่นั้นข้างหลังฝูงซอมบี้กล้ามเนื้อ แอรีสเห็นร่างประหลาดขนาดใหญ่กำลังโผล่ออกมา
มันอ้วนจนดูเหมือนจะระเบิดได้ทุกเมื่อท้องและหน้าอกบวมเป่ง เนื้อหนังซีดขาวเป็นมันเงาราวกับถูกเคลือบด้วยน้ำเมือกสีเขียวข้นไหลซึมออกมาตามรอยแตกของผิวหนังและหยดลงพื้นเป็นทาง
ทุกก้าวที่มันเดินเนื้อบนร่างจะสั่นไหวเหมือนถุงหนังที่อัดของเหลวเน่าเสียไว้จนล้น
แอรีสหรี่ตา “นั่นตัวอะไรวะ…”แม้แต่แอรีสที่เป็นซอมบี้ก็ยังตกใจกับรูปร่างนั้น
ซอมบี้ตัวนั้นไม่ได้วิ่งแต่ดันฝูงด้านหน้าให้แหวกออกมาอย่างช้าๆ ช้าแบบน่าขนลุกเหมือนกับมันมั่นใจว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะแค่ได้เข้าใกล้เป้าหมายได้ผลลัพธ์จากความเสียหายที่มันสร้างได้ก็จะเลวร้ายพออยู่แล้ว ติดหนึ่งในสิบความเสียหายที่ซอมบี้ทำได้แน่นอน
เสียงของลิชดังขึ้นจากวิทยุทันทีราวกับสมองอีกก้อนของค่ายกำลังทำงานคู่ขนานกับสนามรบตลอดเวลา
“ห้ามให้มันเข้าด้านใน! ซอมบี้ชีวภาพ!มันมีความสามารถในการระเบิดตัวเองได้ เมือกพวกนั้นมีพิษซอมบี้ ถ้าค่ายโดนเข้าไปได้อันตรายแน่แถมร่างกายของมันก็พร้อมจะระเบิดตัวเองแล้ว พอมันเข้ามาถึงระยะรีบฆ่ามันเลย”
“ไอ้อ้วนนี่คิดจะแพร่เชื้อใส่ค่ายนายท่าน”แอรีสด่า ก่อนตะโกนออกไปเต็มเสียง
“ฆ่ามันข้างนอก! ห้ามให้มันถึงกำแพง!”
ราวกับตอบรับคำสั่งนั้น ซอมบี้ชีวภาพตัวแรกอ้าปากกว้างจนมุมปากฉีกถึงใบหูน้ำเมือกสีเขียวไหลย้อยออกมาราวกับน้ำลายของสัตว์ป่วยก่อนมันจะเร่งฝีเท้าขึ้นอย่างกะทันหัน
พร้อมกันนั้นเองเสียงแหลมคมอีกแบบก็ดังขึ้นจากฝั่งซอมบี้
ฉึก! ฉึก! ฉึก!เงาหลายร่างยกแขนขึ้นเล็งมายังแนวทหารมืด แอรีสมองตามอย่างรวดเร็วแล้วเห็นต้นตอซอมบี้อีกชนิดหนึ่งกำลังยืนคุกเข่าอยู่หลังกลุ่มซอมบี้ธรรมดา
แขนของพวกมันผิดรูปจนดูเหมือนกระบอกปืนที่สร้างจากกระดูกทั้งท่อนกระดูกซี่เล็กๆ งอกเรียงอยู่ตามข้อศอกและไหล่ ร่างผอมกว่าแบบอื่นแต่แขนขวาซึ่งใช้ยิงกลับใหญ่และบวมผิดสัดส่วน
“หมอบ!” แอรีสตะโกนเกือบจะพร้อมกับที่กระสุนกระดูกพุ่งออกมาเป็นสาย
กระดูกแหลมสีขาวพุ่งฉีกอากาศด้วยความเร็วรุนแรงทหารมืดนายหนึ่งที่หลบไม่ทันโดนยิงเข้ากลางไหล่จนร่างหมุนเลือดสีดำคล้ำกระเซ็นออกมา
อีกคนยกโล่ขึ้นรับ เสียงกระแทกดังปัก! ปัก!ปัก! กระดูกสามท่อนฝังลึกอยู่บนโล่จนเกือบทะลุ ซอมบี้ปืนกระดูกแอรีสไม่เคยเห็นมันมาก่อน แต่เขาไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อก็รู้ว่ามันอันตราย
“ทหารโล่ คุมบน! หอกคุมหน้า!ธนูเก็บพวกยิงไกลก่อน!” คำสั่งของเขาหลั่งออกมาแทบไม่ต้องคิด
พวกทหารมืดขยับตามทันทีราวกับเครื่องจักรที่ถูกขึ้นรูปมาเพื่อสงครามโดยเฉพาะแนวโล่ยกสูงขึ้นเพื่อรับกระสุนกระดูกขณะที่พลธนูด้านหน้าซึ่งยังเหลืออยู่รีบเปลี่ยนเป้าหมายไปยังซอมบี้ปืนกระดูกด้านหลัง
ลูกศรล่าพยัคฆ์ T1 พุ่งไปปักร่างผอมแห้งพวกนั้นทีละตัวมีตัวหนึ่งที่โดนยิงเข้าหน้าอกแต่ยังฝืนยกแขนยิงต่อ กระดูกในแขนของมันดูเหมือนจะงอกออกมาจากโครงสร้างของตัวเองได้แน่นอนว่ากระสุนมันมีจำกัดแต่นั่นก็ยิ่งทำให้มันต้องยิงให้แม่นยำจึงอันตรายกว่าเดิมมาก
ฉึก! ทหารมืดอีกนายโดนกระดูกยิงทะลุต้นขาล้มลงคุกเข่า
ซอมบี้ธรรมดาสามตัวพุ่งเข้าจะรุมกัดแต่ทหารมืดนายนั้นกลับคำรามต่ำแล้วใช้หอกสั้นในมือแทงทะลุปากตัวแรกก่อนคว้าคออีกตัวกระแทกลงพื้นอย่างดุร้าย ราวกับพวกเขาไม่ใช่ทหารหากแต่เป็นสัตว์สงครามในร่างมนุษย์
เหนือหัวพวกเขาไปเสียงกระพือปีกยังดังเป็นระยะ ซอมบี้ค้างคาวยังคงโฉบลงมารบกวนทั่วค่ายบางตัวหลบธนูได้ บางตัวโดนยิงทะลุปีกแล้วหมุนร่วงลงมา แต่จำนวนยังไม่พอจะหยุดอันตรายจากบนฟ้าได้
แล้วทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังก้องขึ้นอีกระลอก
ปัง! ปัง! ปัง!พลปืนของค่ายมิดไนท์เริ่มเข้ามาสู้ด้วย
กระสุนจากปืนพกเหยี่ยว T1 พุ่งขึ้นฟ้าราวกับสายฝนเหล็ก ซอมบี้ค้างคาวตัวหนึ่งกำลังโฉบต่ำเพื่อคว้าทหารบนกำแพงแต่ทันทีที่โดนกระสุนเข้า ปีกซีกซ้ายของมันก็ระเบิดเป็นเศษเนื้อร่างยักษ์เสียหลักทันทีแล้วพุ่งกระแทกพื้นดังโครม
มันยังไม่ตาย... ซอมบี้ค้างคาวตัวนั้นดิ้นและคำรามเสียงแหลมบาดหู กรงเล็บยาวตะกุยพื้นคอนกรีตขณะที่พยายามลุกขึ้นร่างของมันสูงเกือบเท่าคนยืน ปีกที่ฉีกขาดครึ่งหนึ่งยังตวัดได้เหมือนแขนอีกคู่ทหารมืดสามนายกรูกันเข้าไปพร้อมดาบและหอก
ตัวแรกฟันเข้าใส่คอมัน แต่ซอมบี้ค้างคาวตวัดปีกสวนกลับเหมือนมีดงอฟันเกราะอกจนเกิดเสียงครูดแสบหู ชายคนนั้นเซไปด้านข้าง
อีกคนฉวยจังหวะแทงหอกเข้าช่องท้องทว่ามันยังใช้กรงเล็บคว้าก้านหอกไว้แล้วกระชากจนปลายหอกหลุดมือ
“กดมันลง!” ทหารมืดนายที่สามพุ่งเข้าจากด้านหลังใช้โล่กระแทกเข้าหัวมันเต็มแรงจนร่างประหลาดเสียจังหวะคว่ำลงกับพื้นเพียงวินาทีนั้นเอง หอกสองเล่มก็เสียบซ้ำเข้าที่ปากและเบ้าตาดาบอีกเล่มฟันลงกลางคอจนหัวแทบขาด
ซอมบี้ค้างคาวกระตุกแรงสองครั้งก่อนสงบนิ่งซอมบี้ชีวภาพตัวแรกใกล้เข้ามาแล้ว
มันอ้วนจนดูเหมือนผิวหนังเป็นเพียงถุงบางๆที่ห่อสิ่งสกปรกไว้ข้างในทุกย่างก้าวมีเมือกสีเขียวหยดลงพื้นและทำให้คอนกรีตเกิดควันบางๆเหมือนน้ำเสียที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
แอรีสกัดฟันแน่น “หอกหนักเตรียม! ฆ่ามันก่อนถึงระยะ!”
ทหารมืดพุ่งเข้าไปไม่กลัวการระเบิดของมันแม้แต่น้อยสงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องใครฆ่าใครได้มากกว่าอีกต่อไป
มันคือการแข่งขันระหว่างความดุร้ายกระหายเลือดใครจะฆ่าอีกฝ่ายได้ก่อนกันแน่โดยเฉพาะเมื่อทหารมืดและซอมบี้มีต้นกำเนิดเหมือนกัน
ตอนนี้บนสนามรบหน้าค่ายมิดไนท์ตัวแปรใหม่ของพวกซอมบี้กำลังเปิดหน้าออกมาทีละตัวราวกับอีกฝ่ายตั้งใจจะใช้ทุกชิ้นหมากบีบให้พวกเขาพลาดเพียงครั้งเดียว
เพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็อาจจะทำให้ค่ายระดับสองทั้งค่ายกลายเป็นนรกบนดินได้ทันที
แน่นอนว่านั่นมันสำหรับค่ายระดับสองค่ายอื่นแต่ไม่ใช่กับค่ายมิดไนท์
“นายท่านเจอซอมบี้จอมบงการแล้วแต่ว่าด้านข้างมีซอมบี้อีกตัวด้วย มันคือบอสซอมบี้” เสียงของลิชดังขึ้นมา
“บารอนไปรับคำสั่งจากลิชสั่งให้พลปืนทั้งหมด ยิงไม่ต้องยั้งมือ ฆ่าซอมบี้จอมบงการให้ได้” กัสสั่งการทันที
“ขอรับนายท่าน” กัสลุกขึ้นยืนเตรียมจะลงไปข้างล่าง
เขาหยิบหมวกเกราะสิงโตทารัส T1 ของตัวเองขึ้นมาใส่ พร้อมกับปืนพกเหยี่ยว T1สองกระบอกเสียบไว้ที่ซองปืนพกที่ขอให้ผู้รอดชีวิตทำให้ ดาบพิฆาตเหล็ก T1 และหอกเกลียววายุ T1 อีกด้ามขึ้นมา
“ไปกันเถอะ ฮันนา ได้เวลาล่าบอสแล้ว”
“ค่ะนายท่าน” ฮันนาขานรับเธอและทหารองครักษ์อีกสองเดินตามหลังกัสไป
...
ผ่านมาแล้วเกือบสองชั่วโมงในด่านทดสอบแนวสิ่งกีดขวางด้านหน้าค่ายมิดไนท์พังทลายลงเกือบทั้งหมดลวดหนามเหล็กที่เคยเกี่ยวเนื้อซอมบี้ไว้จนเป็นกองตอนนี้ถูกซอมบี้กล้ามเนื้อฉีกกระชากกระจัดกระจายหลุมหนามบางส่วนถูกซากศพถมจนแทบกลายเป็นสะพานข้าม ฝุ่นคอนกรีตและกลิ่นเน่าเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ
สนามรบด้านหน้าค่ายกลายเป็นภาพวุ่นวายเหมือนนรกที่ถูกเปิดออกแต่ถึงอย่างนั้น แนวกำแพงของค่ายก็ยังไม่ถูกทะลวง ทหารมืดยังคงตรึงแนวไว้ได้
ซอมบี้ระดับธรรมดาที่เหลืออยู่มีเพียงไม่กี่ร้อยตัวเท่านั้นส่วนซอมบี้ระดับดุร้ายจำนวนมากล้มตายเกลื่อนพื้น เหลือเพียงร่างเน่าๆที่ถูกหอกเสียบคาไว้หรือถูกดาบฟันแยกเป็นสองท่อน
เสียงหายใจหนักแน่นของทหารมืดที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยดังแทรกกับเสียงคำรามของซอมบี้ที่ยังเหลืออยู่
ในจังหวะนั้นเองฝูงซอมบี้ด้านหน้าก็เริ่มแหวกออกจากกันอย่างช้าๆเงาขนาดใหญ่ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากฝูง มันมีขนาดใหญ่และตัวสูงมากร่างของมันใหญ่กว่าซอมบี้กล้ามเนื้อทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
ความสูงเกือบสามเมตรครึ่งทำให้มันดูเหมือนยักษ์ที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพกล้ามเนื้อทั่วร่างพองตัวจนผิวหนังปริแตกเป็นรอยลึกเลือดดำข้นไหลซึมออกมาตามเส้นใยเนื้อ ซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้าย
โฮก!มันคำรามลั่นเสียงนั้นหนักและก้องเหมือนสัตว์ร้ายจากใต้พิภพทหารมืดหลายนายถึงกับหยุดชะงัก แต่ก่อนที่จะมีใครได้ตอบสนองก็มีบางคนเดินออกมาจากกองกำลังทหารมืด
แอรีส... ร่างยักษ์สูงเกือบสองเมตรก้าวออกมาพร้อมดาบในมือ เกราะสิงโตทารัส T1ที่สวมอยู่ทำให้รูปร่างของเขาดูบึกบึนราวกับนักรบเหล็ก
เมื่อยืนประจันหน้ากับซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายแม้จะยังเล็กกว่าเล็กน้อย แต่แรงกดดันที่ปล่อยออกมากลับไม่ด้อยไปกว่าเลยดวงตาของแอรีสนิ่งและเยือกเย็น
“ถอยออกไป” เขาพูดสั้นๆกับทหารมืดด้านหลัง
ทหารเหล่านั้นไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวพวกเขาถอยเปิดพื้นที่ออกทันที เพราะทุกคนรู้ดีว่าเมื่อผู้บัญชาการแนวหน้าลงมือสนามรบตรงนี้จะกลายเป็นของเขา
ซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายจ้องมองแอรีสอย่างดุร้าย
“ว้าก...” มันคำรามด้วยความท้าทายจากนั้นมันก้มลงคว้าร่างซอมบี้ธรรมดาที่อยู่ข้างเท้าขึ้นมามือยักษ์กำร่างเน่าเหมือนกำก้อนหิน แล้วเหวี่ยงออกไปเต็มแรง
ฟึ่บ! ร่างของซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายพุ่งเข้าหาแอรีสด้วยความเร็วสูงแอรีสขยับเพียงก้าวเดียว ก่อนที่ดาบในมือสะบัดออกไป
ฉัวะ! ร่างซอมบี้ถูกผ่าครึ่งกลางอากาศทำให้เศษเนื้อกระเด็นตกลงพื้นเหมือนกองขยะ แต่ซอมบี้ฝันร้ายไม่หยุดมันก้มลงคว้าแผ่นคอนกรีตที่แตกจากพื้นขึ้นมาแผ่นหนาหนักหลายสิบกิโลกรัมถูกยกขึ้นราวกับเป็นเพียงเศษไม้จากนั้นก็ฟาดเข้าใส่แอรีสตรงๆ
โครม! แรงกระแทกทำให้พื้นคอนกรีตแตกกระจายแต่แอรีสหลบออกด้านข้างได้ก่อนเสี้ยววินาที แล้วก้าวเข้าใกล้ทันทีดาบในมือแอรีสฟันเฉียงขึ้น
ฉึก! ใบมีดฝังเข้าที่ท่อนแขนของซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายลึกจนกระดูกโผล่เลือดสาดกระเซ็นสามเมตร แต่ซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายแทบไม่รู้สึก
“ว้าก...” มันคำรามแล้วเหวี่ยงหมัดสวนกลับทันทีแอรีสยกดาบรับ
ปัง! แรงกระแทกมหาศาลทำให้เขาถอยไปหนึ่งก้าวพื้นคอนกรีตบริเวณใต้เท้าแตกร้าว แต่ดวงตาของแอรีสกลับนิ่งขึ้น
“แรงดีนี่…” แอรีสพึมพำเบาๆ
การต่อสู้แบบตัวต่อตัวเริ่มขึ้นอีกครั้งซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายโจมตีอย่างดุร้าย มันใช้ทั้งหมัด กรงเล็บและเศษคอนกรีตที่หยิบขึ้นมาเป็นอาวุธ ทุกครั้งที่มันเหวี่ยงแขนอากาศรอบตัวเหมือนจะสั่นสะเทือน
แอรีสกลับเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงดาบฟันเป็นจังหวะที่เรียบง่ายแต่แม่นยำ
นี่คือ
[วิชาดาบเก้าท่าพื้นฐาน]
ที่นายท่านเคยสอน
“ท่าฟันขวาง”
“ท่าแทงทะลวง”
“ท่าปัดสวน”
ทุกการเคลื่อนไหวใช้พลังน้อยที่สุดแต่ได้ผลสูงสุดไม่นานซอมบี้ฝันร้ายก็เริ่มมีรอยแผลหลายแห่ง ทั้งแขนขาและลำตัว
แต่แอรีสยังไม่รีบจบการต่อสู้กำลังรอจังหวะที่ซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายคำรามแล้วพุ่งเข้ามาอีกครั้งหมัดยักษ์ของซอมบี้กล้ามเนื้อระดับฝันร้ายพุ่งเข้าหาศีรษะของแอรีส
ในเสี้ยววินาทีแอรีสก็ได้ก้าวหลบแล้วหมุนตัวพร้อมกับดาบในมือยกขึ้นเหนือศีรษะกล้ามเนื้อทั้งร่างเกร็งแน่น นี่ไม่ใช่ท่าจากวิชาดาบเก้าท่าพื้นฐานอีกต่อไป
แต่มันคือ [วิชาดาบสะบั้นเหล็ก(สมบูรณ์)]เป็นวิชาที่แอรีสเรียนรู้มาด้วยตัวเอง แล้วพัฒนาจนมันมีระดับสมบูรณ์แอรีสได้เปลี่ยนชื่อของมันจากดาบเถื่อนให้เป็นแบบที่ตัวเองชอบดาบที่ใช้พละกำลังทำลายคู่ต่อสู้ตรงๆ เหมือนกับการสะบั้นเหล็ก
แอรีสฟันลง
ฉัวะ! แรงฟันมหาศาลผ่าลงตรงกลางไหล่ของซอมบี้ฝันร้ายเสียงกระดูกแตกดังลั่น ใบดาบฝังลึกลงไปเกือบถึงอกทำให้ร่างยักษ์นั้นชะงักงันไปชั่วขณะ
จากนั้นร่างใหญ่โตของมันก็สั่นไหวก่อนจะทรุดลงกับพื้นอย่างช้าๆ
โครม! ฝุ่นคอนกรีตกระจายขึ้นอีกครั้งทำให้สนามรบเงียบงันลงชั่วครู่
แอรีสดึงดาบออกจากร่างศัตรูเลือดดำหยดลงพื้นเป็นสาย ก่อนจะกวาดสายตามองรอบสนามรบ ขณะเดียวกันซอมบี้ธรรมดาที่เหลืออยู่ก็ถูกทหารมืดไล่สังหารทีละตัวจนแทบไม่เหลือภัยคุกคามใดอีก เขาหมุนดาบในมือเบาๆ แล้วก้าวเดินต่อไปท่ามกลางซากศพ
“ยังไม่จบ…” เขาพึมพำ
ดาบก็ฟันลงใส่ซอมบี้อีกตัวที่พุ่งเข้ามาสำหรับแอรีสสนามรบที่เต็มไปด้วยเลือดนี้จะจบลงได้ก็ต่อเมื่อ ซอมบี้ที่เป็นศัตรูกับนายท่านต้องตายทั้งหมดเท่านั้น