สงครามเริ่มมาได้ชั่วโมงกว่าแล้ว กงพิลดูยังคงสู้และสู้ต่อไปจำนวนสัตว์ประหลาดแทบไม่ลดลงเลย แต่ถึงอย่างไรก็ยังน่าทึ่งอยู่ดีสมแล้วที่กงพิลดูเป็นถึง ‘ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุด’ ในบรรดาสิบอสูร
“ตายซะไอ้พวกเวรตะไล!”
[เลเวล ‘เขตติดอาวุธ’ ของตัวละคร‘กงพิลดู’ เพิ่มสูงขึ้น!]
[เลเวล ‘พื้นที่ส่วนตัว’ของตัวละคร ‘กงพิลดู’ เพิ่มสูงขึ้น!]
[ตัวละคร ‘กงพิลดู’ ได้รับสกิล ‘กำแพงป้องกัน’]
เมื่อใช้งาน [เขตติดอาวุธ] ตลอดทั้งวันระดับความเร็วในการเลเวลอัปเองก็รวดเร็วมากตามไปด้วย ผู้สนับสนุนของกงพิลดูคงร้อนใจน่าดูถึงได้ทุ่มเทการสนับสนุนให้เข้ากับพัฒนาการของเขาถ้ารอดไปได้กงพิลดูจะต้องพัฒนาขึ้นอีกมากแน่
ถ้าเขารอดไปได้นะ
“อ๊ากกกกก...!”
ตามซีนาริโอแล้วกงพิลดูจะต้องอดทนต่อไปอีกเจ็ดชั่วโมง...อยากได้ป็อปคอร์นจัง น่าเสียดาย
อีจีฮเยที่นั่งอยู่ข้าง ๆหัวเราะคิกคักในขณะที่มองความวุ่นวายด้านล่าง
เมื่อครู่นี้ยังโวยวายตำหนิผมว่าต้องช่วยคนพวกนั้นอยู่เลย...สุดท้ายทัศนคติของเธอก็เปลี่ยนกลายไปเป็นลูกศิษย์ของยูจุงฮยอกจนได้
“ว่าแต่ทำไมยูจุงฮยอกยังไม่มาอีก”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงอาจารย์งานยุ่งตลอดแหละ”
ยุ่ง...ใช่ ก็คงจะยุ่งอยู่หรอกคนที่เดิมทีสามารถจัดการเรื่องพวกนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวก็มักจะงานรัดตัวอยู่แล้ว
ผมก้มลงมองกงพิลดูที่ใกล้จะหมดแรงขณะเดียวกันก็ลองถามดักทาง
“ยูจุงฮยอกเข้าไปใน ‘ดันเจี้ยน’ ตั้งแต่กี่โมง”
“ประมาณเก้าโมงครึ่ง”
อีจีฮเยหลุดพูดออกมาแล้วก็หันขวับมาจ้องหน้าผม
“...เดี๋ยวก่อนลุงรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์เข้าไปในดันเจี้ยน”
ผมเมินอีจีฮเยก่อนจะเริ่มคิดคำนวณเวลาในใจตอนนี้สองทุ่มตรง คำนวณคร่าว ๆก็ผ่านมาได้สิบเอ็ดชั่วโมงแล้วหลังจากที่ยูจุงฮยอกเข้าไปในดันเจี้ยนแต่การที่จนป่านนี้เขายังไม่กลับออกมา...
ให้ตายเถอะ ช่วยไม่ได้ ผมคงต้องลงมือเองแล้วผมเปิดช่องการสื่อสารโทแกบี
‘บีฮยอง’
บีฮยองที่กำลังยิ้มหวานอยู่กลางอากาศหันขวับมามองผม
— จู่ ๆ ก็เรียก มีอะไร
‘เปิดกระเป๋าสินค้าโทแกบีหน่อย’
— อะไรนะ เฮ้ย ไม่ได้!ตอนนี้ผู้ติดตามช่องกำลังเพิ่มขึ้นอยู่นะ!
พอจะเข้าใจได้การแทรกแซงของผมเมื่อครู่นี้ส่งผลให้ค่าตัวของกงพิลดูตกลงไม่เพียงแต่พวกนั้นจะโมโหเดือด พวกเขายังตกลงไปในกับดักของผมอีกต่างหากดังนั้นย่อมไม่มีทางที่พวกกลุ่มดาวหัวร้อนผู้ ‘แสวงหาความบันเทิง’ จะยังอ้อยอิ่งอยู่ในช่องของกงพิลดูอยู่แล้ว
ถ้าอย่างนั้นพวกกลุ่มดาวที่ออกจากช่องนั้นจะไปไหนได้ล่ะ
[กลุ่มดาวกลุ่มใหม่จำนวนมากเข้าสู่ช่อง!]
แน่นอนว่าก็ต้องย้ายมาที่ช่องของบีฮยองที่ผมอยู่
[ช่อง #BI-7623 เตรียมพร้อมสำหรับการขยายช่อง]
— หึ ๆ ๆ ๆ ดูสิ!ตอนนี้ช่องของข้า...!
ดังนั้นการที่บีฮยองจะตื่นเต้นขนาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องโอเวอร์อะไรแต่นี่ไม่ใช่เวลาที่ผมจะมายินดีไปกับเขา
‘ถ้าไม่อยากให้ช่องพังก็เปิดเร็วเข้าบอกไปว่าขอเปิดโฆษณาแป๊บเดียวเพราะกำลังเตรียมขยายช่องก็ได้ไม่ใช่เหรอไง’
— อา ไม่อยากเลยจริง ๆ...
ถึงจะบ่นกระปอดกระแปด แต่บีฮยองก็เปิดโฆษณาอย่างว่าง่ายแล้วยอมเปิดกระเป๋าสินค้าโทแกบีให้ผม ในที่สุดก็ได้เวลาใช้เหรียญที่เก็บออมมาสักที
‘ฉันจะจ่ายให้ห้าพันเหรียญช่วยอัปเกรดเป็นเมมเบอร์ระดับโกลด์ที’
บีฮยองจ้องหน้าผมอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา หลังจากนั้นข้อความจากระบบก็เด้งตามมา
[คุณใช้เงิน 5,000 เหรียญ]
[ยินดีด้วย!คุณกลายเป็นสมาชิกระดับโกลด์ของ ‘กระเป๋าสินค้าโทแกบี’แล้ว!]
เมื่อระดับเมมเบอร์เปลี่ยนไป ฉากหลังของ‘กระเป๋าสินค้าโทแกบี’ ก็เปลี่ยนไปด้วย เหรียญนี่มันดีจริง ๆผมมองเห็นรายการไอเท็มที่เพิ่มเข้ามาใหม่หลังจากนั้นจึงจัดการกดเลือกไอเท็มที่จำเป็นใส่ลงในตะกร้า
* สัญญาผู้สนับสนุน – 10,000เหรียญ
* โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทระดับกลาง Ö 10 – 5,000เหรียญ
ก่อนอื่นเอาเป็นสัญญาหนึ่งฉบับแล้วก็โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทระดับกลางสิบขวด...แค่นี้ก็น่าจะพอ ราคาที่ต้องจ่ายออกไปอาจจะมากสักหน่อยแต่อีกไม่นานช่องก็จะเลเวลอัปแล้ว เงินแค่นี้เดี๋ยวก็หาคืนมาใหม่ได้ไม่ยาก
บีฮยองกระวนกระวายใจหลังจากตรวจสอบสินค้าที่ผมเลือกใส่ตะกร้า
— ...เจ้าจะซื้อสัญญานั่นไปทำไมลืมเนื้อหาในสัญญาของพวกเราแล้วเหรอไหนตกลงกันแล้วนี่ว่าจะไม่ทำสัญญากับกลุ่มดาว!
‘พล่ามอะไรทำไมฉันต้องมาทำสัญญากับกลุ่มดาวเอาตอนนี้ด้วย’
และต่อให้ทำจริงทำไมผมต้องจ่ายเหรียญซื้อหนังสือสัญญาด้วยล่ะ แต่บีฮยองก็ยังกระวนกระวายใจอยู่ดี
[คุณใช้เงินจำนวน 15,000 เหรียญ]
[คุณได้รับ ‘สัญญาผู้สนับสนุน’]
[คุณได้รับ ‘โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทระดับกลาง’10 ขวด]
ทันทีที่ไอเท็มพวกนั้นลอยลงมาจากอากาศยูซังอาก็มองดูด้วยความสนใจ
“อะไรเหรอคะพวกนี้”
“หนังสือสัญญาที่จะเปลี่ยน ‘ผู้ร่างสัญญา’ เป็น ‘ผู้รับสัญญา’ น่ะครับ”
หลังจากเขียนสัญญาอย่างละเอียดถี่ถ้วนผมก็เขียนชื่อตัวเองลงไปในช่อง‘ผู้ร่างสัญญา’ แล้วเฝ้ารออยู่เงียบๆ ตอนนี้คงใกล้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองจาก‘ผู้รับสัญญา’ แล้ว
[กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของตัวละคร‘กงพิลดู’ ร้องขอความช่วยเหลือจากกลุ่มดาวรอบ ๆ]
ในที่สุดกลุ่มดาวผู้สนับสนุนของกงพิลดูที่เริ่มถึงขีดจำกัดก็ส่งข้อความมายังช่องอื่นๆ เพราะตั้งแต่แรกกลุ่มดาวผู้สนับสนุนของเขาก็ไม่ได้มีเหรียญในครอบครองมากมายอะไรจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกลายเป็นแบบนี้ ต่อให้เป็นกลุ่มดาวก็เถอะแต่ก็ใช่ว่าจะร่ำรวยกันหมดเสียที่ไหน
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ พ่นลมหายใจเสียงดังหึทางจมูก]
เพราะเรื่องน่าหงุดหงิดที่กงพิลดูเป็นคนก่อขึ้นมาเองทำให้กลุ่มดาวอื่นๆ ในช่องต่างก็พากันเลิกสนับสนุนอวตารเพียงคนเดียวของเขากำลังจะตาย...ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของผม
บีฮยองพึมพำเสียงแผ่วเมื่อสังเกตได้ถึงอะไรบางอย่าง
— เดี๋ยวนะ หรือว่าเจ้า...
ผมพูดไปทางกงพิลดูที่ตกอยู่ในสภาวะตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง
“เฮ้ ตรงนั้นน่ะ”
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
กงพิลดูยังคงสาดกระสุนอย่างบ้าคลั่งเขาเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างยากลำบาก
“จะตายไปแบบนี้หรือจะทำสัญญากับฉันดีล่ะ”
“อะ...อะไรนะ...”
“ฉันไม่ใช่กลุ่มดาว เลยเป็น ‘กลุ่มดาวผู้สนับสนุน’ให้ไม่ได้ แต่ถ้าต้องการละก็ ฉันสามารถเป็น ‘ผู้สนับสนุน’ เฉย ๆ ได้นะ ว่าไง”
“พล่ามบ้าอะไร ไอ้เวรนี่...!”
“กงพิลดู นายเงียบไปเลยไปฉันไม่ได้พูดกับนาย”
“ว่าไงนะ...”
ผมถามในขณะที่มือข้างหนึ่งโบก ‘หนังสือสัญญา’ส่วนอีกข้างก็เขย่า ‘โพชั่นฟื้นฟูพลังเวทระดับกลาง’ ไปด้วย
“ฉันจะมอบของพวกนี้ให้ทั้งหมดถ้านายทำสัญญากับฉันรีบ ๆ ตอบล่ะ”
ข้อความปรากฏขึ้นตรงหน้า
[กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของ ‘กงพิลดู’ ได้ทำการเปิดเผยนิยามของตน]
[กลุ่มดาว‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ มองคุณราวกับจะบอกว่านี่มันเรื่องไร้สาระอะไร]
งั้นเหรอ คงยังเตรียมใจเป็น ‘ผู้รับสัญญา’ ไม่ได้สินะแต่ผมไม่กังวลหรอกอย่างไรเสีย ยิ่งเวลาผ่านไปคนที่ต้องเป็นฝ่ายร้อนใจก็คือทางฝั่งนั้นอยู่แล้ว
บีฮยองมองมาที่ผม
— เจ้า...นี่เจ้าเป็นคนบ้าหรือไง
‘ทำไมอีก’
— เกิดมาข้าเพิ่งเคยเห็นคนบอกจะสนับสนุนกลุ่มดาวอย่างเจ้าเป็นครั้งแรก
‘มีอะไรเป็นไปไม่ได้กัน’
— ฝ่ายนั้นเป็นถึงกลุ่มดาวเชียวนะ!ไม่มีทางยอมทำสัญญากับมนุษย์ชั้นต่ำอยู่แล้วไม่ใช่เหรอไง
‘นั่นมันความคิดของแก’
กลุ่มดาวปรมาจารย์แห่งการป้องกันถือว่ามีระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับความสามารถ
โลกที่เขาเคยใช้ชีวิตได้ประสบกับ ‘ซีนาริโอ’และล่มสลายไปตั้งแต่เมื่อเนิ่นนานมาแล้วเพราะฉะนั้นเรื่องเล่าของปรมาจารย์แห่งการป้องกันจึงไม่เป็นที่กล่าวขานเล่าลืออีกต่อไปกลุ่มดาวที่เรื่องเล่าเลือนหายไปย่อมไม่อาจหาเหรียญได้กระทั่งตัวตนของพวกเขาก็จะหายไปในสักวัน
เหตุผลที่กลุ่มดาวส่วนหนึ่งรวมถึงปรมาจารย์แห่งการป้องกันยึดติดอยู่กับ‘การตามหาอวตาร’ ก็เป็นเพราะเหตุนี้
เพราะกลุ่มดาวเหล่านี้อยากให้โลกจดจำการมีตัวตนของพวกเขาผ่าน‘อวตาร’ ที่เลือก
‘เจ้านั่นไม่มีเหรียญเหลืออีกแล้ว’
— ว่าไงนะ
พลังของกงพิลดูลดฮวบอย่างรวดเร็วมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้แล้วปรมาจารย์แห่งการป้องกันไม่เหมือนกับ ‘ประมุขของเหล่าแมลงตัวจ้อย’เขาเป็นกลุ่มดาวที่ห่วงใยในอวตารของตัวเองดังนั้นการที่กงพิลดูกำลังจะตายย่อมหมายความว่าเหรียญของเขาแทบไม่เหลือแล้วจริง ๆ
แน่นอนว่าถ้าไม่มีเหรียญก็ไม่อาจ ‘ทำสัญญาผู้สนับสนุน’ กับอวตารคนใหม่ได้ถ้าอย่างนั้นกลุ่มดาวที่ไม่สามารถสร้างอวตารคนใหม่ขึ้นมาได้จะกลายเป็นยังไง
‘ถ้ากงพิลดูตายเรื่องเล่าของกลุ่มดาวนั่นจะถูกลืม’
สำหรับกลุ่มดาวแล้วการถูกลืมนั้นย่อมหมายถึงความตาย
ความหวาดกลัวราง ๆ ปรากฏขึ้นในนัยน์ตาของบีฮยอง
— เจ้ามัน...?
ไม่มีไพ่ใบไหนดีเท่ากับการใช้กงพิลดูเป็นแขนขาของผมขนาด ‘ยูจุงฮยอก’ในการย้อนกลับจำนวนนับไม่ถ้วนยังพยายามทำให้กงพิลดูยอมติดตามเขาอยู่หลายครั้งและแน่นอนว่าไม่เคยทำสำเร็จเลยสักครั้ง
ยูซังอาพูดขึ้น
“...คุณดกจาปล่อยไว้แบบนั้นเขาได้ตายแน่เลยค่ะ”
กงพิลดูกัดริมฝีปากแน่นจนเลือดไหลซิบ ตอนนี้ใน[เขตติดอาวุธ] เหลือแค่ป้อมปืนเล็กสองอันเท่านั้น ได้เวลาจบการวิ่งเล่นแล้ว
[กลุ่มดาว‘ปรมาจารย์แห่งการป้องกัน’ อยากทราบเนื้อหาของสัญญา]
มาแล้วสินะ บีฮยองที่เฝ้ามองภาพนั้นอยู่ข้าง ๆกะพริบตาปริบ ๆ
— ...จริงหรือเนี่ย...ไม่สิ เอาจริงน่ะ?