เจียงเฉินนั่งอยู่ริมทะเลสาปพร้อมกับกำลังฝึกวาดรูปแบบอาคมอยู่ ในขณะนั้นเขาก็มองไปที่ทะเลสาปและพบว่ามีบางสิ่งหายไปนั่นก็คือปลาหิมะที่เจียงเฉินเคยปล่อยเอาไว้ในทะเลสาปตอนนี้มันได้หายไปจากทะเลสาปโดยที่ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอยเอาไว้เลยทำให้เจียงเฉินรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย
''ข้าซื้อพวกเจ้ามาตั้งหลายพันเหรียญทอง พวกเจ้ากะจะหายก็หายไปงั้นเหรอ ? อย่างน้อยก็ทิ้งเศษซากเหลือไว้ให้หน่อยสิ''
เจียงเฉินกุมขมับพร้อมกับเดินสำรวจบริเวณใกล้ ๆ ทะเลเผื่อจะเจอสาเหตุที่ปลาหิมะทั้งสองตัวนั้นหายไป ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังคิดถึงสาเหตุที่ปลาหายไปเขาก็นึกถึงคำพูดของพี่สาวชีหลินแห่งโรงเตี้ยมแสงจันทร์ขึ้นมาได้เจียงเฉินจึงตัดสินใจเดินไปยังต้นสายของแม่น้ำที่เชื่อมต่อทะเลสาปเพราะเจียงเฉินคาดว่าแม่น้ำนั้นจะเชื่อมต่อกับภูเขาน้ำแข็งที่เจียงเฉินเคยเห็น
เจียงเฉินเดินย้อนไปตามแม่น้ำยิ่งเจียงเฉินเดินไปไกลเท่าไหร่เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่เพิ่มขึ้น 3วันต่อมาเจียงเฉินก็เดินมาถึงตีนเขาของภูเขาน้ำแข็งเจียงเฉินตกใจเล็กน้อยกับความยิ่งใหญ่ของมันเพราะเขาไม่คิดว่าภูเขาน้ำแข็งขนาดใหญ่ขนาดนี้จะมาข้างในตัวของเขา จากสายตาเจียงเฉินคาดว่าภูเขาแห่งนี้สูงไม่ต่ำกว่าห้าร้อยเมตร
ตัวของเจียงเฉินสั่นเพราะความหนาวเย็นเล็กน้อยพร้อมกับลมหายใจที่ปล่อยออกมาเป็นหมอกควันก่อนจะเดินไปเรื่อย ๆ ตามแม้น้ำเจียงเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่แม้แต่อากาศจะหนาวเย็นขนาดนี้แต่แม่น้ำสายน้ำกลับไม่กลายเป็นน้ำแข็ง
ในขณะที่เจียงเฉินกำลังเดินไปตามแม่น้ำเจียงเฉินก็สังเกตุเห็นลูกปลาตัวเล็ก ๆ กำลังแหวกว่ายอยู่ในแม่น้ำเมื่อเจียงเฉินเห็นเขาหยุดเดินพร้อมกับเฝ้าดูมันเจียงเฉินพบว่ามันคล้ายคลึงกับปลาหิมะที่เขาเคยพบแต่มันแตกต่างกันตรงที่มันมีเกล็ดสีขาวใสและลวดลายที่สวยงาม
ตลอดทางเจียงเฉินพบลูกปลาอยู่มากมายประมาณ 30 ตัวไม่นานนักเจียงเฉินก็เดินมาถึงต้นแม่น้ำซึ่งก็คือทะเลสาปขนาดไม่ใหญ่มากที่อยู่ด้านหน้าของภูเขาน้ำแข็งนั่นเอง เจียงเฉินสำรวจทะเลสาปก็พบว่ามีปลาประเภทเดียวกันกับที่เจียงเฉินพบเจอก่อนหน้านี้ขนาดโตเต็มวัยอยู่ 6-7 ตัวเจียงเฉินคาดว่าปลาพวกนี้คงเป็นพ่อแม่ของเจ้าลูกปลาที่เขาเจอก่อนหน้า
เจียงเฉินลองจับปลาขึ้นมาตัวนึงและตรวจดูก็พบว่ามันคล้ายคลึงกับปลาหิมะแต่ดูเหมือนมันจะพัฒนาไปเป็นปลาเกล็ดหิมะ ในสัตว์อสูรนั้นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วเจียงเฉินจึงไม่ตกเท่าไหร่แต่เจียงเฉินไม่คิดว่าปลาหิมะธรรมดา ๆ จะกลายพันธ์เป็นปลาเกล็ดหิมะได้ไป
ในระหว่างที่เจียงเฉินกำลังจ้องมองปลาเกล็ดหิมะที่กำลังแหวกว่ายอยู่ภายในทะเลสาปหิมะที่เจียงเฉินเรียกตามบรรยากาศรอบข้างที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและบรรยากาศอันหนาวเย็นสายตาของเจียงเฉินก็หันไปสังเกตุเห็นบางสิ่งบางอย่างที่สะดุดตาและไม่คาดว่ามันจะมีอยู่
ไกลออกไปบนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ณ ที่แห่งนั้นกลับมีคฤหาสน์หลังหนึ่งตั้งอยู่เจียงเฉินอยู่สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่ากลางดินแดนอันหนาวเย็นแบบนี้จะมีคฤหาสน์ตั้งอยู่
เจียงเฉินตัดสินใจจะไปสำรวจคฤหาสน์หลังนั้นเพราะตนคิดว่าที่แห่งนั้นน่าจะเหมือนกับคฤหาสน์พฤกษาของเขา เมื่อเจียงเฉินเดินขึ้นไปไม่นานเขาก็พบกับทางเดินหินที่เป็นศิลาขาวเจียงเฉินตกใจมากเพราะไม่คิดว่าเขานั้นจะพบศิลาขาวที่นี่ ศิลาขาวนั้นถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในแร่หายากที่เหมาะที่สุดจะไว้ใช้สำหรับหลอมเครื่องประดับและเครื่องประดับที่ถูกหลอมหรือถูกสร้างโดยศิลาขาวนั้นถูกขายกันในราคามหาศาล
เจียงเฉินเดินตามขึ้นมาตามทางเดินศิลาขาวไม่นานเจียงเฉินก็มาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของคฤหาสน์ เจียงเฉินตกตะลึงเล็กน้อยกับความงดงามที่ไม่ด้อยไปกว่าคฤหาสน์พฤกษาเลยแม้แต่น้อย ทั่วทั้งคฤหาสน์มีแต่สีขาวบริสุทธิ์เจียงเฉินราวกับว่าคฤหาสน์แห่งนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะมายาวนานนับร้อยนับพันปี
เมื่อเจียงเฉินเดินเข้ามาด้านในก็พบว่าด้านในก็ยังถูกฉาบไปด้วยสีขาวเจียงเฉินเลยคาดเดาว่าคฤหาสน์ทั้งหลังนี้ถูกทำขึ้นด้วยศิลาขาวทั้งหลัง เจียงเฉินเดินสำรวจคฤหาสน์ก็พบว่าคฤหาสน์นี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยเป็นเพียงคฤหาสน์ธรรมดาเท่านั้น
เจียงเฉินเดินสำรวจไปเรื่อย ๆ จนมาถึงห้องนั่งเล่นเมื่อเจียงเฉินเข้ามาเขาก็ต้องถึงกับหยุดชะงักเพราะเขาไม่คิดว่าจะภาพตรงหน้าของเขาจะเป็นความจริง ตรงหน้าของเจียงเฉินนั้นเป็นชายหนุ่มผมสีขาวคนหนึ่งอายุราว 30ปีกำลังนั่งจิบชาอยู่ด้วยใบหน้าที่สงบ เมื่อเขาสัมผัสได้ว่าเจียงเฉินเข้ามาให้ภายในห้องนั่งเล่นชายคนนั้นก็วางแก้วชาลงพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันอ่อนนุ่ม
''ยินดีต้อนรับ เด็กหนุ่มผู้ครอบครองหัวใจพฤกษา''
----------------------------------------------------------------------------------
- 30 ปี นี่มันเรียกหนุ่ม หรือ กลางคนหว่า ?