เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา ผทก็ได้ฆ่าวิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมไปมากกว่าหนึ่งร้อยตัว และอัตราการดรอปนับว่าไม่เลวเลย นอกจากนี้ยังเปลี่ยนอุปกรณ์ให้พวกซูซีหรานกับหลินเฉอเป็นระดับเหล็กดำไปหลายชิ้นอีกด้วย ในขณะที่แสงโปรยปรายลงมา ผมก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังไปทั่วทั้งร่างกาย ผมได้พัฒนาขึ้นอีกขั้น ในที่สุดก็ขยับขึ้นไปที่เลเวล 32 ผมรีบสวมชุดเกราะที่ถูกลืมอย่างรวดเร็ว จากนั้นเกราะบนหน้าอกผมก็พลันเปลี่ยนไป แสงสีเงินสดใสส่องประกายออกมา ทำให้ผมดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญไม่น้อย
【จินซีเหอซี 】(อัศวิน)
เลเวล:32
พลังโจมตี :266-416(+10%)
พลังป้องกัน :361(+12%)
ค่า HP:4,004
พลังปราณ :100/100
ค่าความโชคดี :3
ค่าความสำเร็จพิเศษ :5
ค่าชื่อเสียง :35
กำลังสู้รบ:1,385
……
ค่าพลังเลือดของผมทะลุ 4,000 แต้มแล้ว ขณะที่พลังโจมตีก็พุ่งสูงเกิน 400 แต้มแล้วเช่นกัน ส่วนกำลังสู้รบก็ใกล้แตะ 1,400 แต้มแล้ว อีกทั้งขณะนี้ผมยังคงครองตำแหน่งอันดับ 1 ในการจัดอันดับรายการพลังต่อสู้ และตามมาติดๆกับนักดาบ “ไป๋อี้กงจื้อ” ที่มีกำลังสู้รบมากถึง 1,326 แต้ม ระดับของอุปกรณ์ก็ไม่น้อยหน้าผม หากเลเวลหรือกำลังสู้รบเท่ากัน ใครจะเป็นฝ่ายเพลี้ยงพล้ำไปก่อนนั้นก็บอกได้ยาก
ค่าสเตตัสโดยรวมของผมถือว่าค่อนข้างดี เพียงแต่พลังโจมตีต่ำไปเล็กน้อย อันที่จริงอาวุธของผมก็เป็นแค่อุปกรณ์ระดับทองแดงเลเวล 12 เท่านั้น แต่ก็ไม่มีทางเลือก นั่นเพราะอัตราการดรอปอาวุธต่ำเกินไป อีกทั้งโดยปกติแล้วอาวุธคือรากฐานในการเก็บเลเวล และแม้ว่าจะดรอปอาวุธออกมาจากการฆ่าคนอื่น ส่วนใหญ่ก็จะเก็บไว้ใช้เองทั้งนั้น คนที่จะนำมาขายก็มีน้อยอีกด้วย เพราะฉะนั้นผมคงทำได้แค่รอโอกาสของตัวเองเท่านั้น
ล่ามอนสเตอร์ต่อไป ในขณะเดียวกันก็รวบรวมโสมโลหิตไปด้วย และยิ่งลึกเข้าไปในป่าโบราณมากเท่าไหร่ การกระจายของโสมโลหิตก็หนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น ขณะนี้พวกเรามาถึงจุดที่การกระจายตัวของโสมโลหิตหนาแน่นที่สุดแล้ว อีกทั้งการที่มีโสมโลหิตอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งประมาณ 3-5 ต้นก็เป็นเรื่องปกติ
พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปกว่า 3 ชั่วโมงแล้ว และขณะนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี
เวลานี้ในกระเป๋าของผมมีโสมโลหิตอยู่จำนวนมาก โชคดีมากที่ผมมีกระเป๋าที่สามารถจุของได้มากมาย ส่วนซูซีหรานที่ออฟไลน์ออกไปครู่นึงและกลับมาออนไลน์อีกครั้งแล้วนั้นก็พูดขึ้นว่า “ฉันสั่งอาหารกลางวันมาให้แล้วนะ อีก 20 นาทีออฟไลน์!”
“อื้ม!”
กระทั่ง 20 นาทีต่อมา ขณะที่ผมกำลังจะออฟไลน์นั้น
“ชิ้งง!”
ขณะที่ดาบทองแดงตวัดไปยังลำคอของวิญญาณแห่งสงครามนั้น ฉับพลันขณะที่ลำแสงสีเงินส่องสว่างขึ้น มอนสเตอร์ตัวนั้นจึงดรอปคทาที่ส่องแสงระยิบระยับออกมาทันที อีกทั้ง เมื่อมองไปยังความมันวาวนั้นแล้วผมก็รู้ได้ทันทีว่ามันคือ……อุปกรณ์ระดับเงิน!
ไม่รอช้าเมื่อผมหยิบมันขึ้นมาแล้วจึงแชร์คุณสมบัติเข้าไปในช่องแชททีมทันที และทันใดนั้นทุกคนก็ออกอาการปลื้มปิติดีใจกันยกใหญ่——
【คทาวิญญาณ】(อุปกรณ์ระดับเงิน)
พลังโจมตีทางจิตวิญญาณ:35-70
พลังจิตวิญญาณ:+17
ความอดทน :+14
เอฟเฟกต์พิเศษ:พลังเวทไฟ +5%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :32
……
“ให้ตายเถอะ……”
หลินเฉอที่หายใจเข้าปอดลึกๆจึงพูดขึ้นว่า “สุดยอดคทาเลยนี่พี่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษพลังเวทไฟมาให้ด้วย คทานี้... มันต้องขายได้ราคาอย่างน้อย 2,000 หยวนแน่ๆ”
“ใช่ สุดยอดไปเลยล่ะ”
ผมที่มองไปยังซูซีหรานจึงพูดขึ้นว่า “ซีหราน ให้เธอแล้วกัน พลังโจมตีทางจิตวิญญาณที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มผลการฮีลได้ในระดับหนึ่ง”
“ไม่ล่ะ ”
ซูซีหรานส่ายหน้ายิ้มๆ “ของดีขนาดนี้ยกให้ฉันก็น่าเสียดายแย่ ทำไมไม่ขายมันล่ะ เวลานี้สตูดิโอเราก็ยังขาดเงินทุนในการดำเนินการอยู่ ถึงเราจะมีรายได้ แต่ว่าก็ยังให้จ่ายค่าจ้างให้กับทุกคนไม่ได้ ดังนั้น……เรื่องการหาเงินเข้าสตูดิโอควรมีความสำคัญเป็นอันดับแรก บอสติง นายนำคทานี้กลับไปฝากขายที่เมืองก่อนแล้วค่อยกลับมา นายเคลื่อนไหวได้เร็ว มีแค่นายที่เรียกใช้แผนที่ได้ พอดีเลย พวกเราก็จะได้กินข้าวสักหน่อยเหมือนกัน”
“โอเคได้”
ผมพยักหน้า และทันทีที่หยิบม้วนตำรากลับเมืองออกมาจึงบดขยี้กลับเมืองไปพร้อมกับคทาวิญญาณทันที
“แว่บบ!”
เมื่อกลับมาถึงเมืองจิ่นโจวแล้วผมจึงตรงไปยังจัตุรัสที่ประตูเมืองทิศตะวันออกทันที และเหลือบมองที่โรงประมูล เวลานี้อัตราส่วนของเหรียญทองมีค่าเท่ากับ 1: 1 โดยเหรียญทอง 1 เหรียญสามารถแลกเงินได้เพียง 1 หยวนเท่านั้น ดังนั้นผมจึงจัดการขายคทาวิญญาณเล่มนี้ในราคา 3,000 เหรียญทอง หลังจากนี้ผู้เล่นที่สนใจก็จะเดินเข้ามาหาเราเอง ทว่าคทาเลเวล 32 ในขณะนี้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถใช้งานมันได้ เพราะฉะนั้นมูลค่าที่แท้จริงของคทาเล่มนี้จะสะท้อนให้เห็นหลังจากนี้ประมาณสี่หรือห้าวัน
เวลานี้ซูซีหรานกับคนอื่นๆออฟไลน์ไปกินข้าวกันแล้ว และในขณะที่ผมกำลังเรียกภูติสาวใช้ออกมาเพื่อเตรียมตัวจะออฟไลน์ตามออกไปนั้น
“ติ๊งงง” เสียงแจ้งเตือนข้อความจากคนแปลกหน้าคนหนึ่งก็ดังขึ้นมา... ผู้เล่นหญิงคนนี้มีชื่อว่า “เสี่ยวมู่ซือ” และเธอส่งข้อความมาหาผมว่า “สวัสดี จินซีเหอซี ฉันต้องการคทาวิญญาณที่นายเพิ่งจะวางขายไปเมื่อสักครู่นี้ นายสามารถถอดมันออกจากชั้นวางขณะนี้ได้เลยไหม ฉันยินดีที่จะแลกเปลี่ยนอาวุธชิ้นอื่นกับนาย!”
“เอ่อ อาวุธชิ้นไหนเหรอ?” ผมตอบกลับด้วยความประหลาดใจ
“รอเดี๋ยวนะ กำลังจะส่งไปเดี๋ยวนี้”
หลังเธอแอดผมเป็นเพื่อนแล้ว ตัวอักษรสีเขียวบรรทัดหนึ่งจึงถูกส่งมาหาผมทันทีว่า “ดาบพิรุณดารา” และทันทีที่ผมกดเข้าไปดูนั้น..….คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นดาบระดับสูง——
【ดาบพิรุณดารา】(อาวุธระดับเงิน)
พลังโจมตี :40-85
ความแข็งแกร่ง :+18
ความอดทน :+17
เอฟเฟกต์พิเศษ:พลังโจมตี +7%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :32
……
พลังโจมตีสูงมาก! นอกจากนี้ยังเพิ่มพลังโจมตีทั้งหมดมาให้อีก 7% มูลค่าของดาบเล่มนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าคทาวิญญาณเลย ทว่าสิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือ “เสี่ยวมู่ซือ” คนนี้เป็นใคร และเธอดรอปไอเทมที่ทรงพลังขนาดนี้มาจากไหน? น่าเหลือเชื่อ......
“เป็นไงบ้าง แลกไหม?” เธอถามขึ้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“รอฉันแป๊บนะ” ผมบอก
“อื้ม นายเอาคทาวิญญาณออกจากชั้นวางก่อนเถอะ ฉันกลัวว่าจะมีใครมาซื้อไป……”
“ได้”
ไม่รอช้าผมจึงรีบเอาคทาวิญญาณออกจากการวางขายทันที และจากนั้นจึงออฟไลน์ลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหันไปพูดกับซูซีหรานที่นั่งอยู่ไม่ไกลทันทีว่า “ซีหราน ตอนนี้มีเรื่องนิดหน่อย ทุกคนมาช่วยกันตัดสินใจหน่อยสิ”
“ว่ามาสิ” ซูซีหรานที่กำลังจัดเตรียมอาหารจึงพูดขึ้น
ผมจึงพูดขึ้นว่า “หลังจากที่ฉันฝากขายคทาวิญญาณไปได้ไม่นานก็มีคนติดต่อเข้ามา บอกว่าต้องการเอาดาบไอเทมระดับเงินเลเวล 32 มาแลกกับคทาวิญญาณ ตอนนี้ฉันกำลังขาดพลังในการโจมตี ทุกครั้งที่โจมตีก็จะสู้เสี่ยวเฉอกับต้าไห่ไม่ได้ และถ้าหากวางสกิลยั่วยุได้ไม่ดี ความเกลียดชังก็จะถูกถ่ายโอนกลับมาได้ง่าย ดาบดีๆวางอยู่ตรงหน้านี้แค่นี้ ฉันแลกมันได้ไหม?”
หลินเฉอจึงพูดขึ้นว่า “งั้นก็ต้องดูว่าดาบเล่มนี้มีพลังโจมตีขนาดไหน”
“พลังในการโจมตี 40-85 แต้ม แล้วก็มีเอฟเฟกต์พิเศษเพิ่มพลังในการโจมตีมาให้อีก 7% พอไหม?”
“ให้ตายสิ สูงขนาดนั้นเลยเหรอ? ” หลินเฉอประหลาดใจ “ถ้าอย่างนั้นก็แลกเลยพี่ ติดอาวุธให้พี่ ก็เหมือนติดอาวุธให้ทีมเทียนเสวี่ยนเรานั่นล่ะ ยังไงก็ตามอุปกรณ์ก็ยังใช้ได้ ถึงมันจะเป็นแค่อาวุธระดับเงิน ไม่แน่ต่อไปพวกเราอาจจะเป็นคนสร้างอาวุธระดับวิญญาณ หรืออาวุธระดับเซียนเลยก็ได้นะ”
ซูซีหรานพยักหน้าและยิ้มรับ “อื้ม รีบไปแลกเถอะ เสร็จแล้วก็รีบมากินข้าว”
“โอเค”
ไม่รอช้าผมจึงรีบออนไลน์กลับเข้าไปอีกครั้ง และแน่นอนว่าเสี่ยวมู่ซือยังคงออนไลน์อยู่ จากนั้นผมจึงส่งข้อความไปหาเธอว่า “แลกสิ เจอกันที่สะพานประตูทิศตะวันออก”
“รอฉันหนึ่งนาที”
“อื้ม”
ไม่รอช้าผมจึงรีบมุ่งหน้าไปยังสะพานประตูทิศตะวันออกทันที และด้วยความมีมารยาทผมจึงเก็บสัตว์ขี่เอาไว้ก่อน จากนั้นจึงยืนรออยู่บนสะพานตรงประตูทิศตะวันออก และไม่นานหลังจากนั้นเงาร่างของสาวงามคนหนึ่งก็ปรากฎตัวขึ้น
【เสี่ยวมู่ซือ】(นางฟ้าพเนจร)
เลเวล:30
……
นี่คือสาวสวยคนหนึ่งที่ดูแล้วอายุประมาณ 20 หรือมากกว่านั้น และผมขอให้คะแนนความสวยของเธอ 8 คะแนนซึ่งน้อยกว่าซูซีหรานนิดหน่อย ทว่าลมหายใจที่เอ่อล้นไปด้วยความอ่อนเยาว์นั้นกลับทำให้คนรู้สึกได้ถึงความเป็นกันเองจริงๆ
“รอนานไหม!”
เมื่อเธอเดินเข้ามาหาผมด้วยก้าวเล็กๆนั้นแล้วจึงรีบเปิดอินเทอร์เฟซการซื้อขายขึ้นมาและทำการแลกเปลี่ยนดาบเล่มนั้นกับผมทันที จากนั้นเธอที่ส่งยิ้มให้ผมจึงพูดขึ้นว่า “ขอบคุณนายมาก! จินซีเหอซี สู้เข้าล่ะ เอาชนะพวกคนเลวอย่างปู้ฝู๋จิ้วก้านกับหวังเฉาป้าเยว่ให้ได้ พวกเราทุกคนสนับสนุนนาย!”
“เอ่อ ด้วยความยินดี……”
ขณะที่ผมวางหน้าไม่ถูกนั้น เธอจึงโบกมือให้ผมและพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันออฟไลน์ไปทานข้าวก่อนนะ แล้วเจอกันใหม่”
“อื้ม”
ผมรีบทำการติดตั้งดาบพิรุณดาราทันที และทันใดนั้นพลังโจมตีของผมก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถึง 286-489 แต้มหรือประมาณ 17% เวลานี้หากผมโจมตีผู้เล่นหรือมอนสเตอร์หรือผู้เล่นเกราะบางก็น่าจะโจมตีได้ถึงตัวเลขหลักพันขึ้นไปเลยล่ะ และหากผมเผชิญหน้ากับจอมเวทตัวฉกาจก็จะสามารถสังหารพวกเขาได้ภายใน 2 ดาบทันที หรือแม้แต่กระทั่งอัศวินหรือนักพรตเองผมก็สามารถใช้เซ็ตสกิลคอมโบฆ่าพวกเขาได้ในไม่กี่วินาที
ผมที่มองไปยังเงาด้านหลังของเสี่ยวมู่ซือก็ได้แต่ขมวดคิ้วยุ่ง แปลกมาก นางฟ้าพเนจรคนหนึ่งใช้คทาดีขนาดนี้เลยเหรอ และแม้จะบอกว่ามันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาได้ในระดับหนึ่ง ทว่ามันก็สิ้นเปลืองเกินไป ผู้หญิงคนนี้คงจะเป็นคุณหนูที่รวยขนาดที่ว่าจะใช้เงินยังไงก็ใช้ไม่หมดคนหนึ่งแน่ๆ ไม่งั้นก็คงไม่สิ้นเปลืองขนาดนี้และก็คงไม่เอาอาวุธที่ยอดเยี่ยมอย่างดาบพิรุณดารามาแลกแบบนี้ได้
ออฟไลน์และไปกินข้าวดีกว่า
……
“เรียบร้อยไหม” ซูซีหรานถามผมด้วยรอยยิ้มขณะที่กำลังส่งข้าวมาให้
“แน่นอน”
ผมที่ยิ้มในหน้าจึงพูดขึ้นว่า “ตอนนี้พลังโจมตีสูงสุดก็มากถึง 572 แต้มแล้ว นี่ไม่ต้องพูดถึงอาชีพอัศวินเลย ตอนนี้แม้แต่อาชีพสายดาเมจกายภาพที่มีการโจมตีสูงแบบนี้ได้ก็มีอยู่แค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง”
“น้อยจริงๆนั่นแหละ”
และจากนั้นหวังจินไห่ที่ถือข้าวกล่องอยู่ในมือก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นมัวว่า “ทั่วตัวของผมมีอุปกรณ์ระดับเหล็กดำ 4 ชิ้น ปืนก็เป็นอุปกรณ์ระดับเหล็กดำ ค่าพลังโจมตีสูงสุดก็แค่ 394 แต้ม ลูกพี่ พี่ไม่รู้หรอกว่าค่าสเตตัสของพี่มันสูงขนาดไหน”
ผมหัวเราะให้กับหวังจินไห่ และจากนั้นเมื่อผมเปิดข้าวกล่องออกมา กลิ่นอาหารก็ลอยฟุ้งขึ้นมาแตะกับจมูกผมทันที……มันฝรั่งผัดพริกหยวก ผัดถั่วฝักยาว อีกทั้งยังมีข้าวสวยจานใหญ่อีก 1 จาน ในช่วงเวลาแบบนี้การได้กินอาหารกล่องที่แสนอร่อยก็นับว่ามีความสุขมากแล้วล่ะ ไม่รอช้าผมจึงหยิบตะเกียบขึ้นมาและจัดการข้าวตรงหน้าด้วยความรวดเร็วราวกับวาตภัยที่พัดพาทุกสิ่งอย่างหายวับไปกับตาทันที กระทั่งหลังจากที่คน 5 คนล้อมวงตั้งโต๊ะกินข้าวกันเสร็จแล้วจึงได้ต่างคนต่างก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเองครึ่งชั่วโมงและหลังจากนั้นจึงค่อยกลับมาที่ล็อบบี้ออนไลน์เกมต่ออีกครั้ง
ออนไลน์
“แว้บบ!”
หลังจากที่ผมปรากฏตัวขึ้นในเมืองแล้วจึงไปซ่อมแซมอาวุธ และจากนั้นจึงมุ่งหน้าออกจากเมืองไปด้วยความเร็วสูงสุดทันที ขณะที่ผมเดินทางผ่านป่าผีเสื้อไปนั่นเอง ทันใดนั้นที่พงหญ้าด้านหลังก็ปรากฏเสียง “ซ่า ซ่า” ดังขึ้น กระทั่งเมื่อผมหันกลับไปมอง อากาศระหว่างพงหญ้าก็ดูเหมือนว่าจะมีร่องรอยบางอย่างอยู่ มันเป็นสถานะที่ผู้เล่นมือสังหารกำลังพรางตัวอยู่ เวลานี้ดูเหมือนว่าจะมีมือสังหารจ้องมองมาที่ผมจริงๆ ทว่าไม่เป็นไร ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเจ้าลาป่า 25% ไม่ใช่ของปลอม อีกทั้งในขณะที่มือสังหารออกจากการซ่อนตัว ความเร็วในการเคลื่อนที่ก็จะลดลงด้วย อยากจะไล่ตามงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้ที่จะตามทัน!
ทว่าก็มีนักลอบสังหารเลเวล 27 คนหนึ่งที่นับว่าใจกล้าและตาไม่ขาวทีเดียวถึงได้เปิดโกสต์เสต็ปและใช้ความเร็วไล่ล่า
ผมขมวดคิ้วยุ่ง และหันกลับไป ผมจึงใช้ทหารม้าเหล็กพุ่งชน ชาร์จเข้าใส่ทันที!
“ปังง!”
มือสังหารที่ถูกพุ่งชนอย่างรุนแรงจึงตกอยู่ในสภาวะมึนงงทันที ขณะที่เหนือศีรษะก็ปรากฎความเสียหายที่มากถึง 746 แต้ม และทันทีที่ดาบพิรุณดาราระเบิดความโกรธออกมา “วิ้งงง” ลำแสงของคมดาบที่ส่องสว่างออกมาจึงลดระดับลงไปอยู่ที่ลำคอของมือสังหารคนนั้นทันที และเพียงแค่ผมกระตุกมือเบาๆเท่านั้น นักลอบสังหารคนนี้ก็จะถูกผมฆ่าตายทันที พริบตาเดียวใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลง ทว่าผมก็ไม่ได้ทำอะไรเขา เพียงแต่ก็แค่เอ่ยปากไล่เขาไปเท่านั้นเอง “ไสหัวไป และอยู่ให้ห่างจากฉัน ไม่งั้นครั้งหน้าอย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ”
“ขะ ขอโทษครับ ขอโทษที่รบกวนครับพี่!”
เวลานี้ใบหน้าของเขาน่าเกลียดมาก เขาหันหลังกลับและจากไปทันที
ผมหันหลังกลับและจึงใช้ความเร็วสูงสุดออกจากที่นี่ทันที หายเข้าไปในป่าผีเสื้อ อีกทั้งวิ่งไปอีกเส้นทาง หลังจากสลัดพวกมือสังหารทั้งหมด ก็กลับไปยังเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง ผมไม่สามารถไปที่ป่าโบราณโดยที่มีคนพวกนี้ตามเกาะแกะไม่เลิกได้ ไม่เช่นนั้นแล้ว มันอาจจะทำอันตรายต่อซูซีหราน หลินเฉอและคนอื่นๆ
10 นาทีต่อมา ผมกลับมาที่ป่าโบราณอีกครั้งก็พบว่าทุกคนกำลังรอผมอยู่ อันที่จริงหากไม่มีโล่เนื้อก็ไม่สามารถฆ่าวิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมได้ และด้วยค่าสเตตัสของจางเหว่ยนั้นที่จริงเพียงพอแล้ว ทว่าการทำดาเมจของเขายังไม่เพียงพอ หากดึงค่าความเกลียดชังไม่ได้ล่ะก็ วิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมก็จะหันมาโจมตีต้าไห่กับหลินเฉอผู้ที่ทำดาเมจหลักจากทางด้านหลังแทนทันที อีกทั้งความสูญเสียนี้ก็ยังเกิดขึ้นได้ง่าย
ในขณะที่ผมสังหารวิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมต่อไป ผมก็รุกคืบผืนป่าต่อไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน
ขณะที่โสมโลหิตในกระเป๋ามีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆนั้น จนกระทั่งเวลาประมาณบ่าย 3 วิญญาณแห่งสงครามผู้ถูกลืมที่อยู่ในป่าโบราณก็ถูกกวาดล้างไปจนหมดสิ้น ขณะที่ของมีประโยชน์ก็แห้งเหี่ยวไปหมด และตามกฎของสกายโร้ดนั้น บอสและมอนสเตอร์ที่ฆ่าตายในครั้งแรกแล้วจะซ่อนอัตราการรีเฟรชครั้งที่สองเอาไว้ ซึ่งนั่นหมายความว่าบอสหรือมอนสเตอร์จะรีเฟรชอีกครั้ง ตอนไหนนั้นก็ไม่อาจทราบได้ เพราะฉะนั้นพวกเราจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าไปกวาดล้างป่าโบราณรอบ 2 อีกแล้ว…… และกำหนดเป้าหมายต่อไป “ป่าหมอก”