ไลท์และคนอื่นๆหันมองรอบๆก็พบว่าห่างออกไปไม่ไกลมีฝูงหมาป่าสีเทากว่าห้าสิบตัวกำลังล้อมรอบพวกเขาอยู่
หมาป่าสีเทาแต่ละตัวสูงกว่าสองเมตรและยาวกว่าสี่เมตร ลำตัวสีเทาคล้ายๆกับควันบุหรี่ เท้าของมันมีสีเขียวอ่อนๆเป็นจุดวงกลมที่ขาของมันทั้งสี่ขา นอกจากนี้หลังของมันก็มีแผงคอของม้ายาวมาถึงกลางหลัง
หมาป่าสีเทาแต่ละตัวมีความแข็งแกร่งในระดับCและยังมีระดับBอีกกว่าสิบตัวนอกจากนี้ยังมีระดับAในฝูงอยู่สามตัว
“ เป็นหมาน้อยที่น่ารักจริงๆ ” เฮลเฟลชพูดด้วยรอยยิ้มและมองดูหมาป่าสีเทารอบๆตัว
“ นั้นสิเป็นหมาน้อยที่น่ารักจริงๆ ” ไลท์พยักหน้าเห็นด้วย
ฝูงหมาป่ากำลังแยกเขี้ยวด้วยพร้อมกับมองมาที่พวกไลท์ด้วยแววตาแห่งการล่าเหยื่อ พร้อมกับเสียงขู่ในลำคอดังออกมาอย่างต่อเนื่อง
คนอื่นๆพากันลุกขึ้นยืนและหยิบอาวุธออกมาพร้อมสู้ แต่ทว่าไลท์ห้ามเอาไว้ก่อนที่จะหยิบศพของสัตว์เวทย์ออกมาและโยนให้กับฝูงหมาป่า
ฝูงหมาป่าเทาดมกลิ่นจากเนื้อสัตว์เวทย์ที่ไลท์โยนมาก่อนที่จะคำรามออกมาเบาๆ ก่อนที่จ่าฝูงของฝูงหมาป่าเทาจะมาดมกลิ่นเนื้อของสัตว์เวทย์ด้วยตัวเอง
ไม่นานจ่าฝูงก็กัดลงไปที่เนื้อของสัตว์เวทย์และกลืนลงคอ
เมื่อเห็นว่าไม่มีพิษมันก็คำรามขึ้นและให้หมาป่าในฝูงกินเนื้อสัตว์เวทย์ทันที
แน่นอนว่าไลท์โยนเพิ่มให้อีกหลายศพ
หงิมๆๆๆ
จ่าฝูงหมาป่าเทาส่งเสียงร้องออกมาพร้อมกับเดินมาหาไลท์พร้อมกับเอาหัวถูตัวไลท์
“ ดูเหมือนว่ามันจะชอบนายนะไลท์ ” เบเรียลที่อยู่ข้างๆพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
ไลท์ยิ้มและเอามือมาลูบหัวของจ่าฝูงหมาป่าเทา
“ เอาละๆพวกเรากินข้าวกันต่อเถอะ ส่วนพวกหมาป่าเทาพวกนี้ก็ปล่อยให้มันกินอาหารของตัวเองไป ” ไลท์พูดขึ้น
คนอื่นๆก็กลับไปกินอาหารของตัวเอง ส่วนฝูงหมาป่าก็กินสัตว์เวทย์ที่ไลท์ให้อย่างเพลิดเพลิน
หลังจากที่กินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกไลท์ก็นั่งเล่นที่ที่พักของตัวเอง ส่วนทางด้านฝูงหมาป่าสีเทาก็วิ่งเล่นรอบๆที่พักของไลท์โดยที่ไม่คิดที่จะกลับไป
ตอนนี้จ่าฝูงหมาป่าเทาได้นอนเล่นกับไลท์ราวกับเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมานาน
จากนั้นจ่าฝูงหมาป่าเทากัดแขนเสื้อของไลท์เบาๆพร้อมกับออกแรงลากไปยังทิศทางหนึ่ง
“ นายต้องการให้ฉันตามนายไปงั้นหรอ? ” ไลท์ถามขึ้น
จ่าฝูงหมาป่าร้องหงิมๆก่อนที่จะพยักหน้ารับเบาๆ
“ งั้นก็ไปกันเถอะ ”ไลท์ยิ้มและบอกให้จ่าฝูงหมาป่านำทางไป
ไม่นานจ่าฝูงหมาป่าเทาก็พาไลท์มายังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นถ้ำของฝูงหมาป่าเทา
“ พาฉันมาที่บ้านของพวกแกงั้นหรอ? ” ไลท์สงสัย
จ่าฝูงหมาป่าเทาพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะเดินนำไลท์เข้าไปในถ้ำ
ไลท์สร้างดาบสีทองเพื่อให้มองเห็นทางเดิน
ทางเดินภายในถ้ำมีความกว้างกว่าห้าถึงหกเมตรและยังสูงกว่าสี่เมตร ทำให้ไลท์ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาเดินในถ้ำแห่งนี้
ภายในถ้ำก็มีหมาป่าเทาอยู่หลายตัว เมื่อพวกมันเห็นไลท์ก็พากันส่งเสียงขู่ออกมาแต่พวกมันก็ถูกจ่าฝูงหมาป่าเทาเห่าใส่จนพวกมันพากันหนีไปทันที
“ ไม่ต้องดุขนาดนั้นก็ได้ ” ไลท์หัวเราะ
ไม่นานไลท์ก็เดินมาถึงห้องขนาดใหญ่ที่กว้างกว่าห้าสิบถึงหกสิบเมตรและยังสูงกว่าสิบเมตร
ภายในห้องขนาดใหญ่มีโครงกระดูกของมนุษย์และสัตว์จำนวนมากอยู่ภายในห้องแห่งนี้
นอกจากนี้ยังมีหมาป่าเทาอีกห้าตัวที่กำลังนอนอยู่ เมื่อพวกมันมองมาที่ไลท์และเตรียมที่จะขู่แต่พวกมันก็ถูกจ่าฝูงหมาป่าขู่ก่อน พวกมันจึงกลับไปนอนตามเดิม
จ่าฝูงหมาป่าเทาพาไลท์ไปยังสมบัติที่มันเก็บเอาไว้หลายปี
ไลท์มองดูพวกชุดเกาะ อาวุธและอุปกรณ์มิติจำนวนมาก และยังมีแก้วแหวนเงินทองอีกมากมายนับไม่ถ้วน
“ นายเรียกฉันมาเพื่อให้ฉันเอาของพวกนี้ไปงั้นหรอ? ” ไลท์สงสัยและถามขึ้น
จ่าฝูงหมาป่าเทาพยักหน้าน้อยๆให้กับไลท์
“ ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันไม่ได้ต้องการของของพวกนายหรอก ” ไลท์ส่ายหน้า
แต่ทว่าจ่าฝูงหมาป่าดูเหมือนว่าจะพยายามให้ไลท์นำสมบัติเหล่านี้ไปให้ได้
ไลท์จึงได้แต่ถอนหายใจและหยิบอุปกรณ์มิติมาตรวจสอบดู
ซึ่งอุปกรณ์มิติส่วนมากได้เสียหายจนไม่สามารถใช้การได้
อุปกรณ์มิติกว่าสองถึงสามร้อยชิ้นใช้งานได้เพียงแค่สามสิบกว่าชิ้นเท่านั้น และภายในอุปกรณ์มิติเหล่านั้นก็ไม่ค่อยมีของมีค่าสักเท่าไหร่ ส่วนมากก็จะเป็นสมุนไพรและเหรียญทอง
เนื่องจากที่นี้เป็นที่อยู่ของเผ่าเอลฟ์ แน่นอนว่าของภายในอุปกรณ์มิติก็น่าจะเป็นพวกสมุนไพรและเหรียญทอง รวมไปถึงสมบัติอีกเล็กน้อยที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่กับไลท์หรือสมาชิกเดธปาร์ตี้
ไลท์ย้ายสิ่งของต่างๆภายในอุปกรณ์มิติมารวมไว้ในแหวนมิติของตัวเอง ส่วนอุปกรณ์มิติที่ว่างๆเขาจะเก็บเอาไว้ใช้งานในอนาคตหรือไม่ก็นำไปขายเอาเงิน
ส่วนพวกชุดเกาะหรืออาวุธ ไลท์คิดว่าจะปล่อยเอาไว้ที่นี้แหละเพราะพวกมันขึ้นสนิมไปเกือบหมดแล้วหรือไม่ก็อาจจะเอาไปทำลายทิ้งให้หมด
“ แกอยากให้ฉันนำของพวกนี้ไปทำลายทิ้งให้ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
จ่าฝูงหมาป่าเทามองดูสมบัติต่างๆก่อนที่จะตอบตกลง
ไลท์ที่เห็นจ่าฝูงหมาป่าตอบตกลงแล้วเขาก็นำสมบัติต่างๆเก็บเข้าไปในแหวนมิติก่อนที่จะเดินออกมาด้านนอกและวางเอาไว้กับพื้นก่อนที่จะใช้ลมปราณในการทำลายอุปกรณ์มิติชิ้นนั้นทิ้งทันที
“ กลับกันเถอะ ” ไลท์พูดขึ้น เพียงแต่จ่าฝูงหมาป่าเทาส่ายหน้าก่อนที่ลากไลท์ไปอีกที่หนึ่ง
“ นี้ยังไม่หมดอีกหรอ? ” ไลท์ประหลาดใจแต่ก็ยังวิ่งตามจ่าฝูงหมาป่าเทาไป
ไม่นานจ่าฝูงหมาป่าเทาก็พาไลท์มาถึงภูเขาลูกหนึ่ง ก่อนที่มันจะวิ่งขึ้นภูเขาลูกนี้ไป
หลังจากผ่านไปกว่าสิบห้านาทีจ่าฝูงหมาป่าเทาก็มาหยุดอยู่ในพื้นที่แห่งหนึ่งที่เป็นพื้นที่กว้าง
ไลท์เดินตามหมาป่าเทาไปจนกระทั้งมาถึงต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง
ไลท์มองดูต้นไม้ต้นนี้ก่อนที่จะพบว่ามีกลิ่นหอมๆลอยมาจากต้นไม้ต้นนี้
บนต้นไม้มีผลไม้อยู่สามผลซึ่งมันกำลังจะสุกเต็มที่
จ่าฝูงหมาป่าเทามองไปที่ผลไม้ด้วยแววตาต้องการ มันคำรามเบาๆและเดินไปอย่างช้าๆ
เพียงแต่จู่ๆด้านหลังต้นไม้ก็มีเสียงคำรามดังขึ้น ไม่นานเจ้าของเสียงก็โผล่ออกมา ซึ่งก็คือหมียักษ์ที่สูงกว่าห้าเมตร ลำตัวสีแดงเพลิง ส่งเสียงคำรามดังไปทั่วพื้นที่ นอกจากนี้ออร่าของมันยังอยู่ในระดับSอีกด้วย
จ่าฝูงหมาป่าเทาดันร่างของไลท์ให้เดินไปด้านหน้าพร้อมกับส่งเสียงร้องไปด้วย
ไลท์รู้ได้ทันทีว่าเขาถูกจ่าฝูงหมาป่าเทาหลอกเข้าแล้ว
ที่แท้เจ้าจ่าฝูงหมาป่าเทาตัวนี้ต้องการให้เขามาสู้กับหมียักษ์ตัวนี้โดยที่มันจะรอเก็บผลไม้บนต้น โดยที่มันแลกกับสมบัติอันน้อยนิดที่อยู่ในถ้ำของมัน
“ ฉลาดไม่เบาเลยนิหว่า ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้
“ ในเมื่อรับของๆแกมาแล้วงั้นฉันก็จะช่วยแกหน่อยแล้วกัน ” ไลท์ยิ้มขึ้นก่อนที่จะฆ่าหมียักษ์ในพริบตา
จ่าฝูงหมาป่าเทาดันร่างหมียักษ์ให้กับไลท์ก่อนที่มันจะจ้องมองไปที่ผลไม้บนต้นไม้ด้วยแววตาเปร่งประกาย
ครึ่งชั่วโมงต่อมาจ่าฝูงหมาป่าเทาก็กระโดดคาบผลไม้และกลืนมันลงคอทันที
เสียงเรอดังขึ้นมาจากจ่าฝูงหมาป่าเทาก่อนที่มันจะส่งสัญญาณให้ไลท์เก็บผลไม้อีกสองลูก
ไลท์เก็บผลไม้ทั้งสองผลใส่แหวนมิติทันที
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วจ่าฝูงหมาป่าเทาก็พาไลท์กลับไปยังที่พักของไลท์
เมื่อไลท์มาถึงคนอื่นๆก็พากันถามว่าไลท์ไปทำอะไรมา
ไลท์ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กับทุกๆคนฟัง
“ เจ้าหมาป่านี้ฉลาดเป็นบ้าเลยว่ะ แม้แต่ลูกพี่ก็ยังถูกมันหลอกใช้ได้ ”ไลก้ามองไปที่จ่าฝูงหมาป่าด้วยแววตาเหลือเชื่อ ส่วนคนอื่นๆเองก็หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ เพราะพวกเขาคงนึกไม่ถึงแน่ๆว่าวันหนึ่งไลท์จะถูกหมาป่าหลอกใช้งานแบบนี้
“ เอาน่าๆอย่างน้อยๆมันก็จ่ายเงินค่าจ้างมาแล้ว ” เบเรียลหัวเราะพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยแววตาหยอกล้อเบาๆ
“ เอากันเข้าไปเจ้าพวกนี้ ” ไลท์หัวเราะออกมาเหมือนกันก่อนที่จะลูบหัวจ่าฝูงหมาป่าเทาด้วยความเอ็นดู
“ จริงสิท่านไลท์นำผลไม้เมื่อครู่มาให้ผมดูหน่อยได้ไหมครับ? ” องค์ชายอัสลอนพูดขึ้น
ส่วนคนอื่นๆเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผลไม้นั้นคือผลไม้อะไร
ไลท์หยิบผลไม้ลูกหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ
เป็นผลไม้สีส้มดูน่ากินพร้อมกับส่งกลิ่นหอมออกมา ขนาดผลไม้มีขนาดเท่ากับแคนตาลูป นอกจากนี้ยังมีพลังเวทย์ปล่อยออกมาอย่างรุนแรง
อัสลอนมองดูครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดขึ้นอย่างประหลาดใจว่า “ นี้มันผลออร์ลัคกี้!! ”
“ ผลออร์ลัคกี้ ” ไลท์และคนอื่นๆพากันสงสัย
“ ใช่ครับท่านไลท์ ผลออร์ลัคกี้เป็นผลไม้ที่มีพลังเวทย์หนาแน่นมากๆ ผลไม้นี้เป็นที่ต้องการของสัตว์เวทย์มากเพราะถ้าหากสัตว์เวทย์ระดับAกินเข้าไปก็อาจจะทะลวงเข้าสู่ระดับSได้ แต่ต้องเป็นสัตว์เวทย์ที่อยู่ในระดับAมานานแล้ว นอกจากนี้มันก็ยังมีประโยชน์ต่อสัตว์เวทย์ระดับSมากพอกัน จึงไม่แปลกที่จะมีสัตว์เวทย์ระดับSเฝ้าต้นออร์ลัคกี้ และถ้าหากที่ท่านไลท์เล่ามาเมื่อกี้จ่าฝูงหมาป่าเทากินมันเข้าไปแสดงว่าอีกไม่นานจ่าฝูงหมาป่าเทาก็จะอาจจะทะลวงสู่ระดับSได้ในอนาคต แต่ทั้งนี้ก็อยู่กับว่าตัวมันเองด้วยว่าจะสามารถทะลวงผ่านไปได้หรือไม่ ” อัสลอนพูดขึ้น
“ ที่แท้ก็แบบนี้นิเอง ” ไลท์เข้าใจได้ทันทีว่าทำไมเจ้าจ่าฝูงหมาป่าเทาจึงให้เขาฆ่าหมียักษ์ตัวนั้นเพื่อที่มันจะได้กินผลออร์ลัคกี้และเมื่อไหร่ที่มันเข้าสู่ระดับSมันก็จะกลายเป็นเจ้าถิ่นที่นี้แทนที่เจ้าหมียักษ์
“ เจ้าเล่ห์ไม่เบาเลยเจ้านี้ ” ไลท์เขกหัวจ่าฝูงหมาป่าเทาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ตอนกลางคืนไลท์นั่งดูดาวกับเบเรียลโดยที่มีเจ้าจ่าฝูงหมาป่าเทานอนอยู่ข้างๆด้วย
“ นายคิดว่าเผ่าโบราณยังมีอยู่อีกไหม? ” เบเรียลถามขึ้น
“ ฉันก็ไม่แน่ใจว่ามีอยู่หรือไม่เพราะว่าเวลามันก็ผ่านมานานกว่าหลายแสนปีแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังมีเผ่าโบราณหลงเหลืออยู่ไหม ถ้าหากมีเหลืออยู่พวกเขาจะอาศัยอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ แต่ฉันว่าพวกเราอาจจะมีสายเลือดของเผ่าโบราณไหลเวียนอยู่ในร่างกายก็ได้ใครจะไปรู้ ” ไลท์พูดขึ้น
“ ก็นั้นสินะ ไม่แน่ว่าเผ่าพันธุ์ทั้งหมดบนโลกอาจจะมีเชื้อสายของสายพันธุ์โบราณอยู่จริงๆ ” เบเรียลเองก็เห็นด้วย
เช้าวันต่อมาพวกไลท์ก็เก็บของเรียบร้อยและออกเดินทางกันต่อ
จ่าฝูงหมาป่าเทาส่งเสียงหอนอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการจากลา
ผ่านไปแปดวัน
ในที่สุดพวกไลท์ก็มาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรโวลาส
เมืองหลวงโวลาสเป็นเมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่พอๆกับเมืองหลวงของอาณาจักรเฟลรอส
ความจริงแล้วพวกไลท์สามารถบินผ่านเมืองหลวงโวลาสไปได้เลยแต่ทว่าอัสลอนมีธุระที่เมืองหลวงแห่งนี้จึงทำให้พวกไลท์ต้องแวะที่เมืองหลวงโวลาส
พวกไลท์สวมชุดคลุมเดินบนท้องถนน ก่อนที่จะสังเกตุได้ว่าก็ยังมีเอลฟ์อีกจำนวนมากที่สวมชุดคลุมเหมือนกับพวกเขา
เอลฟ์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีผมอยู่สองสีก็คือสีเงินและสีทอง ส่วนสีอื่นๆจะมีได้ก็ต้องเป็นพวกสายเลือดผสม เพราะฉะนั้นเวลาที่ลูกผสมส่วนมากเดินไปไหนมาไหนในเมืองก็จะสวมชุดคลุมเพื่อปกปิดความเป็นเลือดผสมของตัวเอง
อัสลอนไปทำธุระของตัวเอง ส่วนเดธปาร์ตี้คนอื่นๆไลท์ก็ให้แยกย้ายกันไปเดินเที่ยวเล่น ถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ให้หนีออกมาก่อนแล้วค่อยติดต่อมาว่าจะทำอย่างไรต่อดี
ไลท์และเบเรียลเดินเล่นรอบเมืองหลวงโวลาสก่อนที่จะมานั่งพักอยู่แถวๆน้ำพุกลางเมืองหลวง
ไลท์มองดูเอลฟ์ตามท้องถนนพบว่าส่วนมากจะเป็นเอลฟ์ที่สายเลือดบริสุทธิ์มีน้อยมากที่จะมีเอลฟ์ที่สวมชุดคลุมแบบเดียวกับพวกเขา
หลังจากที่พวกไลท์นั่งพักได้สักพักหนึ่งก็มีเอลฟ์หลายคนเดินมาพร้อมกับแววตาเหยียดหยาม
“ ไอพวกเลือดผสมอย่างพวกแกควรออกไปจากตรงนี้ซะ ” เอลฟ์หนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ นั้นสิ นี้มันที่นั่งของพวกเราสายเลือดบริสุทธิ์ ส่วนที่นั่งของพวกแกก็อยู่แถวนอกเมืองนู้น ” เอลฟ์หญิงอีกคนพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ จริงสิก่อนที่พวกแกจะไปก็จ่ายเงินค่าทำความสะอาดเก้าอี้นี้ด้วย เอาเป็นสักหนึ่งหมื่นจีเซลเป็นอย่างไร? ” เอลฟ์หนุ่มอีกคนพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะออกมาดังๆ
เอลฟ์คนอื่นๆเองก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
ไลท์และเบเรียลมองหน้ากันก่อนที่จะลุกขึ้นเดินจากไปทันที
แต่ทว่าพวกเอลฟ์ทั้งหมดก็ล้อมพวกไลท์เอาไว้ไม่ให้เดินออกไปได้
“ พวกแกจะไปได้ก็ต่อเนื่องจ่ายค่าทำความสะอาดเก้าอี้มาก่อน” เอลฟ์หนุ่มพูดขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“ แต่พวกแกจะไม่จ่ายก็ได้นะแต่ถึงตอนนั้นก็คงจะมาว่าอะไรพวกเราไม่ได้หรอก” เอลฟ์สาวพูดเสริมและแสยะยิ้มออกมาอย่างยินดี
“ พวกแกนี้ทำตัวเป็นอัธพาลจังเลยน้า สงสัยยังไม่เคยโดนอัดแทนใช่ไหมล่ะ? ” ไลท์พูดขึ้นด้วยซึ่งน้ำเสียงของไลท์เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“ เห้ยๆพวกนายได้ยินไหมว่าเจ้าสวะเลือดผสมบอกจะอัดพวกเราว่ะ ” เอลฟ์คนหนึ่งตะโกนพร้อมกับหัวเราะจนต้องเอามือมากุมท้อง
“ นั้นสิ นี้มันก็นานมากแล้วนะที่ไม่มีพวกสวะเลือดผสมมาหาเรื่องพวกเรา ครั้งล่าสุดก็น่าจะสักสิบปีก่อนได้ตอนนี้หญ้าคงขึ้นเต็มหลุมศพของพวกมันไปแล้ว” เอลฟ์หญิงหัวเราะ
ไลท์มองไปที่เบเรียลก่อนที่เบเรียลจะเข้าใจได้ทันที
พริบตาเดียวเอลฟ์ห้าคนก็กลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งโดยที่ไม่มีใครคาดคิด
ไลท์และเบเรียลก็เดินจากไปอย่างรวดเร็วจนไม่มีใครมองเห็นได้ทัน