"อาจารย์ สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างครับ"เมื่อเห็นผู้เป็นอาจารย์กำลังนิ่งอึ้งไป๋ฉีจึงกล่าวถามเพื่อเรียกสติอีกฝ่าย
"อ๊ะ อ่า .......ตอนนี้มีอบิสหลายพันตัวอยู่ข้างๆหน้า แต่ตัวที่เป็นปัญหาจริงๆน่าจะเป็นเจ้าอบิสระดับเทพสงครามรูปร่างคล้ายกับเต่าผสมมังกร เกราะหลังของมันหนาจะหนาเอามากๆ แถมยังมีสติปัญญาที่เป็นเลิศ และตอนนี้มันกำลังควบคุมอบิสจำนวนมากเข้าโจมตีกำแพงเลเซอร์อยู่" อู่จินหยางบอกสถานการณ์ให้ไป๋ฉีได้รับรู้
ทว่าในตอนนั้นเองเครื่องบินรบนับสิบลำของดราก้อนเอ็มไพร์ก็มาถึง ขณะเดียวกันกำแพงเลเซอร์เองก็พังทะลาย ทั้งอู่จินหยางและไป๋ฉีไม่มีเวลามาสนทนากันอีกต่อไป
อู่จินหยางสั่งการให้ลูกน้องเริ่มปฏิบัติการในทันที ซึ่งตัวเขาเองก็พุ่งทะยานออกจากเครื่องบินไปเช่นเดียวกัน ส่วนทางด้านไป๋ฉีเขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และทิ้งตัวลงจากเครื่องบินไป
ชุดเกราะทไวไลท์ดร้าก้อนจากำไลข้อมือค่อยๆหอหุ้มร่างกาย ในมือถือดาบสีดำ ด้านหลังถือมีดจำนวนหลายสิบเล่มลอยวนเวียน ทำให้เขาในตอนนี้ราวกับเทพเจ้า
"เอาล่ะ สงครามเริ่มแล้ว ขอลองพลังที่พึ่งได้รับมาหน่อยก็แล้วกัน"ไป๋ฉียกยิ้ม ปีกแสงกระพือหนึ่งครั้ง ตัวของไป๋ฉีก็พุ่งเข้าไปยังด้านในฝูงของอบิสอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะหาคำมาบรรยายได้
"ระดับเทพสงคราม!"อู่จินหยางในชุดเกราะเมื่อเห็นลูกศิษย์ของตนเองแซงหน้าไปก็อุทานออกมา
ความผันผวนขนาดนี้ตัวเขาที่เกิดในตระกูลราชวงศ์และคลุกคลีกับผู้ทรงพลัง สามารถบอกได้ในทันทีว่าไป๋ฉีอยู่ในระดับเทพสงครามอย่างแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย
ในขณะนั้นเองด้านข้างของจิงจิง จางจิวลี่ในชุดนาโนเทคโนโลยีสีเขียวอ่อนระดับเพชร ก็ปลดปล่อยพลังออกมาและพุ่งตามไป๋ฉีไป
ด้วยที่เธอมีทั้งคอสมิคฟรอสธาตุลมและสายฟ้า ทำความในตอนนี้สามารถใช้คำว่าจ้าวแห่งความเร็วกับจางจิวลี่ได้เลยทีเดียว เพราะเธอเร็วมากจริงๆ หากไป๋ฉีไม่มีธาตุแสงเกรงว่าจะตามจับแฟนสาวคนนี้ไม่ได้
"เจ้าเด็กพวกนี้ไปทำอะไรกันมานะ ถึงได้พัฒนาเร็วขนาดนี้ กลับไปอาจารย์จะถามให้ละเอียดเลยคอยดู"จิงจิงกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่ใบหน้าก็ยังมีรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจประดับเอาไว้
ขณะเดียวกัน ทางด้านของไป๋ฉีและจางจิวลี่หยุดลงกลางอากาศและเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตี จางจิวลี่ปลดปล่อยพลังออกมาทำให้เกิดพายุสายฟ้าขนาดใหญ่หลายสิบลูกด้วยกัน
ส่วนทางด้านของไป๋ฉีเขาเองก็ไม่ได้น้อยหน้าแฟนสาว ชายหนุ่มเริ่มทำการผสานเปลวเพลิงและสายฟ้าพุ่งตรงไปหาเหล่ากองทัพอบิสจนเกิดการระเบิดครั้งใหญ่
การสำแดงพลังของทั้งสองถึงกับทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่พากันอึ้งงันไป แม้แต่ระดับเทพสงครามสิบคนที่กำลังต่อกรกับอบิสเต่ามังกรก็ยังต้องชำเลืองมองด้วยความสนใจยิ่ง
แต่ไป๋ฉีหาได้สนสายตาเหล่านั้นไม่ เขาลงไปยังพื้นดิน จากนั้นก็ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่อยากจะคิดฝัน ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังออกมาเป็นวงกว้าง อบิสระดับนักสู้ไปจนถึงจักรพรรดิสงครามในระยะสามร้อยเมตรจากตัวเขาที่เป็นศูนย์กลางก็คล้ายจะเป็นสภาพสโลโมชั่นในทันที
"ทักษะเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์"
"นายท่าน ทักษะหน่วงเวลาสมบูรณ์สามารถอยู่ได้นานสุดสิบวินาทีเท่านั้น ต้องรีบลงมือหน่อยนะเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋กล่าวเตือน ไป๋ฉีจึงยกยิ้มออกมา
"เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว"
"ทักษะดาบประกายแสงไร้สิ้นสุด"ไป๋ฉีเอ่ยปาก จากนั้นตัวของเขาเองก็พลันเป็นแสงสีทองวาบไหวไปมาทั่วสนามรบในระยะสามร้อยเมตรที่มีเขาเป็นศูนย์กลาง
เมื่อถึงเวลาสิบวินาทีไป๋ฉีก็กลับมาอยู่ข้างๆจากจิวลี่ตามเดิมพร้อมกับเก็บดาบ ทักษะเขตหน่วงเวลาสัมบูรณ์ก็หายไป
เหล่าอบิสในเขตแดนหน่วงเวลาเมื่อครู่ก็พากันล้มตายโดยฉับพลัน หากสังเหตุดีๆจะมีรอยดาบและมีดบินอยู่บนตัวของมันตัวละหนึ่งแผล แสดงให้เห็นว่าพวกมันตายตกในการโจมตีเดียวเท่านั้น
"อะไรกัน!!"ผู้คนทั้งสนามรบอุทานด้วยความตกใจ แม้แต่จางจิวลี่ที่อยู่ข้างๆยังอดอึ้งในความสามารถของแฟนหนุ่มไม่ได้
"อบิสระดับราชันสงครามกับจักรพรรดิสงครามพี่จัดการหมดแล้ว ที่เหลือก็แค่ระดับจอมพลลงไปเท่านั้น น้องไปช่วยพวกอาจารย์เคลียพื้นที่เถอะ พี่จะไปสังเกตุการณ์อบิสระดับเทพสงครามเสียหน่อย"ไป๋ฉีกล่าวก่อนที่จะหยิบเอาหลักเขตแดนของหน่วยมังกรขาวมาปักพื้นที่โดยรอบระยะสามร้อยเมตรที่ตนพึ่งสังหารเหล่าอบิสไป
อบิสพวกนี้แม้ตายแล้วแต่ก็มีประโยชน์อยู่มากดังนั้นจะให้ใครมาแย่งชิงผลประโยชน์ไม่ได้ เมื่อปักเขตแดนแล้วไป๋ฉีก็ทะยานร่างบินตรงไปยังสถานที่ๆเทพสงครามปะทะกับอบิสเต่ามังกรในทันที จางจิวลี่ก็หันหลังบินกลับไปหาผู้เป็นอาจารย์
ตัดกลับมาทางด้านอู่จินหยางและจิงจิง ตอนนี้พวกเขาถึงกับตกตะลึงจนอ้าปากค้าง พวกเขาเคยเห็นเทพสงครามมาก็มาก แต่ทว่ากลับไม่เคยพบเห็นเทพสงครามคนไหนที่สามารถกำจัดอบิสระดับจักรพรรดิสงครามนับสิบตัวได้รวดเร็วเท่าไป๋ฉี
อีกทั้งยังไม่คิดว่าจะมีเทพสงครามคนไหนที่ทำได้ ในสายตาของพวกเขาไป๋ฉีไม่ใช่อัจฉริยะอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นสัตว์ประหลาดน้อยเก่งกาจเหนือว่าสามัญสำนึกของผู้คนทั่วไปแล้วในตอนนี้
'ยุคสมัยใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ'