“เป็ยังไงบ้างอาอิ๋ง เป่าจินชอบขนมเปี๊ยะที่ลูกทำไปฝากไหมจ๊ะ” แม่ว่านถามลูกสาวอย่างอยากรู้ โดยที่พ่อว่านก็คอยเงี่ยหูฟังคำตอบของลูกสาวอยู่เหมือนกัน
“แม่คะ” ว่านอิ๋งน้ำตาคลอพร้อมกับแบมือออก
“เงินหนึ่งเหรียญหรือ” แม่ว่านยิ้มออกมา ก่อนที่หันไปพูดกับสามี “ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมตาแก่ อาอิ๋งลูกสาวของเราสวยน่ารักขนาดนี้จะมีใครปฏิเสธได้ แกดูสิเป่าจินให้ของขวัญอาอิ๋งกลับมาด้วย”
“ไม่ใช่นะคะแม่” ว่านอิ๋งรีบส่ายหน้าปฏิเสธ
แม่ว่านตบไหล่ลูกสาวอย่างเอ็นดู “ไม่ต้องอายหรอกลูก เื่แบบนี้แม่รู้ดี”
“ของขวัญที่ว่าคืออะไรหรือยายแก่” พ่อว่านถามออกไป
“ก็เป่าจินน่ะสิคงถูกใจลูกสาวของเรา แต่คงคิดไม่ออกว่าจะให้อะไรเป็ของขวัญดี ก็เลยเอาเงินให้ลูกสาวเรามาตั้งหนึ่งเหรียญ”
“จริงหรือ! ฉันก็กลุ้มใจอยู่แทบตาย กลัวว่าเป่าจินจะปฏิเสธลูกสาวของเราเสียอีก แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ ลูกสาวของเราหน้าตาน่ารักออกอย่างนี้จะมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธได้” พ่อว่านหันไปกำชับกับภรรยาด้วยท่าทางจริงจัง “ต่อไปก็เป็หน้าที่ของแกแล้วนะว่าจะทำยังไงให้นังคนแซ่หลี่นั่นออกไปจากหมู่บ้านของเราให้ได้ ไม่งั้นอาอิ๋งของเราคงไม่ได้แต่งกับจางเป่าจินแน่”
“ฉันรู้แล้วน่า” แม่ว่านรับคำ
“พ่อคะ แม่คะ เงินนี้พี่เป่าจินจ่ายเป็ค่าขนมเปี๊ยะมาค่ะ ไม่ใช่ของขวัญอะไรทั้งนั้น เขา...เขากำลังดูถูกหนูอยู่ต่างหาก” ว่านอิ๋งะโขึ้น ก่อนที่จะร้องไห้ออกมาเสียงดัง
“อะไรนะ! นี่ไม่ใช่...ไม่ใช่ของขวัญที่เป่าจินมอบให้ลูกหรอกหรือ” แม่ว่านถามย้ำอีกครั้ง
แต่พ่อว่านกลับดุลูกสาวเสียงดัง “นังลูกโง่เอ๊ย! ทำไมแกถึงไม่ได้เื่อย่างนี้ แกไปทำอีท่าไหนไอ้ี้เีนั่นถึงคิดว่าแกเอาขนมไปขาย แล้วแกก็ยังรับเงินมันกลับมาเสียดิบดีอีก”
“คุณอย่าะโใส่ลูกสิ ดูซิเนี่ยอาอิ๋งใหมดแล้ว” แม่ว่านลูบศีรษะปลอบลูกสาว “ไหนลองเล่าให้แม่ฟังซิว่าทำไมจางเป่าจินถึงเข้าใจผิดแล้วก็จ่ายค่าขนมมาให้ลูก”
“หนูก็ไม่รู้ค่ะ ตอนที่หนูเอาขนมให้เขา หนูก็บอกว่าขนมนี้เป็ความจริงใจของหนู หนูยังถามพี่เขาอยู่เลยนะคะว่าเขารังเกียจหนูไหม เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้รังเกียจ แต่ว่า...”
“แต่ว่าอะไรจ๊ะ” แม่ว่านลุ้นกับคำตอบเป็อย่างมาก
“แต่เขาบอกว่าไม่ใช่แค่หนูที่เอาของไปให้เขา คนในหมู่บ้านคนอื่นก็เอาของไปให้เขาเหมือนกัน”
“ถ้างั้น...ที่เขาบอกว่าเขาไม่รังเกียจหนูก็เพราะเขาไม่รังเกียจของจากเพื่อนบ้านคนอื่นเหมือนกันใช่ไหม”
“ใช่ค่ะแม่” ว่านอิ๋งน้ำตาคลอ
“งั้นแม่ถามหนูอีกคำ ตอนนั้นภรรยาของจางเป่าจินอยู่ที่ไหน”
“พี่ปิงปิงนั่งอยู่หน้าบ้านค่ะ แต่เธอไม่ได้มองมาที่หนูกับพี่เป่าจินเลยนะคะ เธอทำเหมือนกับไม่ได้สนใจจะฟังว่าหนูกับพี่จินพูดอะไรกันด้วยซ้ำ”
“แม่ว่าแล้ว...ต้องเป็เพราะนังนั่นนั่งอยู่แถวนั้นด้วยแน่ๆ เป่าจินถึงพยายามทำตัวห่างเหินและไม่รับน้ำใจจากหนู”
“แม่หมายความว่าอะไรหรือคะ”
“ก็หมายความว่าความจริงแล้วเป่าจินคงจะชอบหนูอยู่เหมือนกัน แต่เขาแค่เกรงใจภรรยาก็เลยไม่กล้าพูดอะไรมากยังไงล่ะ”
“จริงหรือคะแม่” ว่านอิ๋งยิ้มอย่างเขินๆ
“จริงสิ แม่จะหลอกหนูทำไมกัน คราวหน้าหนูก็เอาขนมไปฝากพี่เขาบ่อยๆ อืม...หนูต้องดูให้แน่ใจด้วยว่านังคนแซ่หลี่นั่นไม่ได้อยู่ในบ้าน ตอนนี้หนูกลับห้องไปก่อนเถอะนะ รีบล้างหน้าล้างตาเสีย ร้องไห้อย่างนี้ไม่สวยเลย”
“ได้ค่ะแม่” ว่านอิ๋งรีบเดินกลับห้องของตัวเองไป
“แกกำลังจะทำอะไร ทำไมไม่บอกความจริงกับลูกไปว่าจางเป่าจินไม่ได้สนใจหล่อน” พ่อว่านถามภรรยาอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าลูกสาวกลับเข้าห้องไปแล้ว
“ถ้าฉันไม่พูดอย่างนี้แล้วลูกสาวเราจะลุกขึ้นมาสู้ได้ยังไง แกอย่าลืมสิว่าถ้าเราไม่รีบให้อาอิ๋งแต่งงานออกไปกับจางเป่าจิน อาอิ๋งก็ต้องแต่งงานไปกับไอ้นักเลงหัวไม้คนนั้น” แม่ว่านถลึงตาใส่สามี “ถ้าไม่เพราะวันนั้นแกเข้าไปเล่นการพนันที่บ่อนจนหมดตัว อาอิ๋งของเราก็คงไม่ต้องทำสัญญาแต่งงานกับไอ้คนคุมบ่อนคนนั้นหรอก”
“แกอย่ามาโทษฉันคนเดียวสิ วันนั้นฉันเล่นเสียคนเดียวซะที่ไหน แกก็เล่นเสียเหมือนกัน อีกอย่างเงินที่ยืมมาได้ แกก็แบ่งให้ฉันไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ” พ่อว่านแย้ง ก่อนที่จะเดินออกไป “พูดเื่นี้ขึ้นมาทีไรก็หงุดหงุดทุกที วันนี้ฉันไม่กลับบ้านนะ น่ารำคาญ”
“แกจะไปไหน! ไอ้แก่! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ” แม่ว่านะโเรียกสามี แต่ก็เปล่าประโยชน์เพราะพ่อว่านเดินหายออกไปโดยไม่หันกลับมามองด้วยซ้ำ
“เ้าสาม!”
“พี่ใหญ่เรียกผมทำไมหรือครับ” จางเป่าจินเงยหน้าขึ้นจากแปลงผักก็เห็นพี่ใหญ่กับพี่รองของเขาเดินหน้าบึ้งเข้ามาหา “พี่รองเป็อะไรไปครับ ทำไมต้องทำหน้าบึ้งอย่างนั้นด้วย ทะเลาะกับพี่สะใภ้รองมาหรือ”
“ฉันกับเมียฉันยังรักกันดี แต่แกกับน้องสะใภ้น่ะไม่แน่” จางหนานพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“แล้วผมกับปิงปิงทำไมต้องทะเลาะกันด้วยล่ะครับ พวกเราก็รักกันดีเหมือนกัน” จางเป่าจินยังไม่เข้าใจ
“นายไปก่อเื่อะไรไว้เ้าสาม รีบบอกฉันกับเ้ารองมาเถอะ พวกเราจะได้ช่วยนายแก้ปัญหา” จางเกินพูดขึ้น
“ก่อเื่อะไรครับ ทำไมผมไม่เข้าใจที่พี่สองคนพูดเลยล่ะ ตกลงว่าที่พวกพี่มาหาผมเพราะเื่อะไรหรือครับ”
“มีข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านแล้วว่านาย เอ่อ...นาย...นายกำลังนอกใจน้องสะใภ้” จางเกินพูดเสียงเบา
“นายกำลังคบกับยัยว่านอิ๋งอยู่ใช่ไหม” จางหนานพูดพร้อมกับถลกแขนเสื้อขึ้น
จางเป่าจินถอยหลังไปตั้งหลักก่อนทันที เขายังไม่อยากถูกพี่รองต่อยหรอกนะ
“นายจะหนีทำไม หรือว่าที่ฉันกับพี่ใหญ่พูดมาคือเื่จริง” จางหนานเดินเข้าไปหาน้องชาย
“เดี๋ยวๆ...เดี๋ยวครับพี่รอง” จางเป่าจินรีบวิ่งไปหลบหลังพี่ชายคนโต “นอกใจอะไรกันครับ แล้วผมไปคบกับว่านอิ๋งได้ยังไง พวกพี่ไปได้ยินข่าวนี้มาจากไหน”
“พอเถอะเ้ารอง แล้วก็มานั่งคุยกันดีๆ” จางเกินบอกพร้อมกับดึงมือน้องชายให้นั่งลงใต้ต้นไม้ “ตกลงว่านายนอกใจน้องสะใภ้หรือเปล่าเ้าสาม” จางเกินถาม
“ไม่เคยครับ และก็ไม่เคยคิดด้วย” จางเป่าจินตอบทันที
“แล้วเื่ที่นายไปคบกับยัยว่านอิ๋งลูกตาเฒ่าว่านกับยายเฒ่าว่านนักพนันนั่นล่ะ” จางหนานขมวดคิ้วถาม
“ผมจะไปคบกับเธอได้ยังไงกันครับ ผมเคยเจอเธอแค่ครั้งเดียวเอง อืม...รู้สึกว่าจะเป็่ที่หมู่บ้านเราเกิดน้ำท่วมโน่นล่ะครับ เธอเอาขนมเปี๊ยะมาขอบคุณผมที่ช่วยเื่เมล็ดพันธุ์พืช แต่ผมไม่ได้รับของเธอมาเปล่าๆ นะครับ ผมจ่ายเงินเธอไปตั้งหนึ่งเหรียญ อีกอย่างตอนนั้นปิงปิงก็นั่งอยู่แถวนั้นด้วย ผมไม่เคยทำอะไรลับหลังปิงปิงสักครั้ง ผมสาบานได้”
“อ้าว...แล้วข่าวลือเื่ที่นายหันไปคบกับว่านอิ๋งล่ะมันมาจากไหน” จางเกินถามอย่างสงสัย
“ข่าวลือของนายดังไปทั่วหมู่บ้านแล้ว พ่อกับแม่ก็เลยให้ฉันกับพี่ใหญ่มาถามนายนี่ล่ะ” จางหนานพูดขึ้น “มันชักจะยังไงๆ แล้วสิครับพี่ใหญ่”
“นั่นสิ เ้าสาม...นายแน่ใจนะว่านายไม่ได้ไปทำอะไรให้พวกคนบ้านนั้นเข้าใจผิด” จางเกินถามย้ำเพื่อความแน่ใจ
“กับยัยว่านอิ๋งนั่น นายไม่มีอะไรกับหล่อนจริงๆ ใช่ไหม” จางหนานถามย้ำ
“พี่ใหญ่ พี่รอง เมื่อก่อนผมอาจจะเป็คนไม่เอาไหน แต่เื่เ้าชู้หลายใจ ผมไม่เคยทำ พวกพี่ไม่เชื่อผมหรือครับ” จางเป่าจินถามขึ้นอย่างจริงจัง
จางเกินกับจางหนานถอนหายใจและพูดออกมาพร้อมกัน “เราเชื่อนาย”
“ถ้าอย่างนั้นเื่ข่าวลือในหมู่บ้าน ผมฝากให้พวกพี่ช่วยสืบให้หน่อยว่าข่าวลือพวกนี้มันเกิดขึ้นมาได้ยังไง ส่วนเื่ของลุงว่านกับป้าว่าน ผมจะให้คนรู้จักของผมช่วยสืบให้อีกแรง”
“อ้าว! นายเองหรือเป่าจิน อาเต๋อเข้าไปตามฉันในโรงงานฉันก็นึกแปลกใจอยู่ว่าใครมาหา ไม่คิดว่าจะเป็นาย แล้วลมอะไรหอบนายมาที่นี่ได้ล่ะเนี่ย หรือว่ามาหาปิงปิง รายนั้นเขาไม่อยู่ที่นี่หรอก ส่วนใหญ่เธอจะอยู่ที่ร้านกับอาหงน่ะ” ซ่งิเลื่อนถ้วยกาแฟไปตรงหน้าจางเป่าจิน “กาแฟพวกนี้หอมมากเลยนะ พี่ชายของฉันส่งมาให้จากเมืองหลวง”
“ความสัมพันธ์ของพี่กับพี่หงคืบหน้าไปมากแล้วหรือครับถึงเรียกชื่อกันได้สนิทสนมอย่างนี้” จางเป่าจินถามยิ้ม
“นายไม่ต้องมาแซวฉันเลย ก็ไม่ใช่พวกนายหรือไงที่พูดกรอกหูฉันอยู่ทุกวัน แต่จะว่าไป...่นี้อาหงก็เหมือนว่าจะพยายามหลบหน้าฉันอยู่ หรือว่าเธอจะไม่ได้ชอบฉัน” ซ่งิขมวดคิ้ว
“คงเป็เื่แผลใจในอดีตน่ะครับ พี่ก็พยายามเข้าหน่อยก็แล้วกัน”
“แต่ที่บ้านของฉันไม่ได้ยึดติดกับเื่ฐานะเลยนะ อาหงไม่น่าจะคิดมากกับเื่นี้”
“คนเขาเคยมีประสบการณ์ไม่ดีมาก่อน พี่ก็แสดงให้เขาเห็นสิครับว่าครอบครัวของพี่ไม่เป็แบบนั้น”
“เอาเป็ว่าฉันจะพยายามจีบเธอต่อไปก็แล้วกัน ทำยังไงได้ล่ะก็คนมันรักไปแล้วนี่” ซ่งิทำท่าฮึด “ว่าแต่นายเถอะ ตกลงว่าวันนี้มาหาฉันทำไม”
“ผมจะให้พี่ช่วยสืบเื่นักพนันในบ่อนให้ผมหน่อยนะครับ”
“นักพนันหรือ? เขาเป็ใคร แล้วนายไปยุ่งกับนักพนันในบ่อนได้ยังไง” ซ่งิถาม
“นายใจกล้าถึงขนาดเข้าไปทำธุรกิจกับคนในบ่อนเชียวหรือเป่าจิน พี่สามของฉันมีเื้ัที่ดีก็จริง แต่เื่ผิดกฎหมายพวกเราไม่เคยข้องเกี่ยวนะ” ซ่งเต๋อขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ แต่ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะั้แ่เขากับพี่สามรู้จักกับจางเป่าจินมา รุ่นน้องคนนี้ไม่เคยทำตัวนอกลู่นอกทางเลยสักครั้ง
“มันไม่ใช่อย่างที่พวกพี่คิดหรอกครับ แล้วผมก็ไม่เคยเข้าไปเล่นการพนันหรือติดต่อกับคนในบ่อนด้วย แต่ตอนนี้ที่หมู่บ้านของผมมีข่าวลือเกิดขึ้น พวกเขาคิดว่าผม...”
จางเป่าจินเล่าเื่ข่าวลือที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านให้ซ่งิกับซ่งเต๋อฟังอยู่นาน ยังดีที่ซ่งิกับซ่งเต๋อเชื่อคำพูดของเขา
“เื่นี้ไม่ต้องไปสืบก็รู้ว่าคนแซ่ว่านอยากได้นายไปเป็ลูกเขย เสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะน้องชาย” ซ่งเต๋ออมยิ้ม
“น้องสาวบุญธรรมของฉันรู้เื่นี้หรือเปล่า” ซ่งิแสร้งทำเสียงเข้ม
“ปิงปิงยังไม่รู้เื่นี้ครับ ผมตั้งใจว่าจะเล่าให้เธอฟังทีหลัง ตกลงว่าพวกพี่จะช่วยผมไหม”
“นายรอคำตอบไม่เกินสามวัน” ซ่งิรับปาก