นี่เป็เวลาเย็นหลังทานอาหารเสร็จต่อไปก็เป็เวลาอาบน้ำและพักผ่อน อีกไม่กี่ยามก็จะถึงเวลาเข้าการทดสอบแล้ว ฮุ่ยิเดินลัดเลาะไปตามทางเหมือนว่าโรงอาบน้ำจะอยู่ฝั่งทางใต้ของวังหลวง สายตามองไปทางข้างหน้าพลางทอดมองวิวรอบๆ แสงอาทิตย์กำลังลับรอมร่อสาดส่องไปทั่วผืนฟ้าเผยให้เห็นแสงสีส้มไปทั่ว
เดินมาสักระยะในที่สุดก็ถึงเล่นเอาคนตัวเล็กแทบขาลาก โรงอาบน้ำขนาดกลางแต่ไม่เล็กเกินไป ทันทีที่เอื้อมเปิดประตูผู้คนด้านในต่างพากันหันมองเขาเป็สายตาเดียว ชายหนุ่มราว 6-7 คน คาดว่าน่าจะมาด้วยสถานะเดียวกับเขา ฮุ่ยิหลบสายตาก้มหน้าเพื่อเดินผ่านไป ฮุ่ยิได้กลิ่น คนพวกนี้เป็เบต้าทั้งหมดรวมถึงอ้ายฉิง เท่ากับว่าเขาเป็โอเมก้าเพียงคนเดียวสินะ
เดินมาจุดอ่างอาบน้ำ้านในเป็อ่างยาวฟากขวาเป็อ่างอาบน้ำฟากซ้ายเป็พื้นที่โล่งให้นั่งขัดกาย ฮุ่ยิจัดการปลดเปลื้องผ้าก่อนจะพาดวางไว้ที่พื้น จัดการหย่อนขาลงไปในอ่างก่อนจะค่อยๆหย่อนตัวลงไป
“ฮู่ว”
เหมือนว่าอุณหภูมิของน้ำจะกำลังดี มือเล็กค่อยๆกวักน้ำถูกายทำความสะอาดสิ่งสกปรก ฮุ่ยิหลับตาก่อนจะเอนตัวพิงกับขอบอ่างพร้อมกับผ่อนกายลงในเข้ากับน้ำ
เสียงน้ำเคลื่อนไหวทำให้ฮุ่ยิลืมตามอง เหมือนจะมีคนเข้ามายังที่เขาอยู่ สายตาเหลือบมองชายหนุ่มตัวเล็กคาดว่าขนาดตัวน่าจะพอกัน อีกฝ่ายค่อยๆปลดเปลื้องผ้าเผยให้เห็นผิวขาวน่าัั จัดการพับผ้าจนเรียบร้อยก่อนจะวางลงบนพื้นก่อนจะหย่อนตัวลงในอ่างเดียวกัน ฮุ่ยิทำจมูกฟุดฟิดกลิ่นของอีกคนแรงจนจับได้
อัลฟ่าผสมโอเมก้า
หากเป็ลูกผสมกลิ่นฟีโรโมนจะแรงกล้ามากกว่าบุคคลที่มีเพียงสถานะเดียว บวกกับสิทธิพิเศษของคนเหล่านี้โดยเฉพาะคนที่มีเชื้อสายของอัลฟ่าจะมีมากกว่าผู้อื่น แต่ทำไมกัน ทำไมคนที่เป็ลูกครึ่งอย่างกับอัลฟ่าและโอเมก้าใยถึงมาเข้าร่วมการสมัครครั้งนี้
“ข้าไม่คิดว่าจะมีโอเมก้าเข้าร่วมสมัครด้วย”
อีกฝ่ายเอ่ยพูดฮุ่ยิหันมอง ไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายจะสื่อถึง การที่เขาเป็เพียงโอเมก้าแล้วเข้าร่วมสมัครมันน่าแปลกอย่างไร
“แล้วเหตุใดข้าถึงจะสมัครมิได้”
“ทุกห้าสิบปีในการรับสมัครเพื่อหานางบำเรอเดิมทีผู้ที่เป็โอเมก้าจะถูกปิดกั้นมิให้เข้าร่วมสมัคร แต่ปีนี้มีการเปลี่ยนแปลง ฮองเฮามีคำสั่งให้เปิดรับทุกสถานะ แต่เดิมผู้ที่เป็โอเมก้าก็มิคิดจะเข้ามาที่นี่อยู่แล้ว เพราะด้วยสถานะที่ต่ำต้อยกว่า อาจจะแปรเปลี่ยนจากนางบำเรอเป็ที่รองมือรองเท้าของคนที่นี่ก็เป็ได้”
ฮุ่ยิรู้ ว่าการที่เป็โอเมก้าเพียงคนเดียวมันเสี่ยงมากแค่ไหน แต่เขาไม่สามารถมีตัวเลือกได้มากนัก และอีกอย่าง เขามาที่ก็เพื่อจุดประสงค์ที่ตั้งมั่น มิใช่มาเพื่อเป็รองมือรองเท้าใคร!
“เ้าจะบอกว่าข้าไม่สมควรเข้ามาที่นี่รึ”
“ข้าก็แนะนำ เพราะเห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสียต่างหาก”
ฮุ่ยิไม่นึกอย่างนั้น การที่อีกคนเอ่ยประโยคนั้นมันเหมือนเป็การเหยียดหยามโอเมก้าอย่างเขาต่างหาก
“แล้วการที่ข้าเป็เพียงโอเมก้าใยถึงต้องไปเป็ที่รองมือรองเท้าใครล่ะ”
“สถานะของเ้าไง เ้าก็รู้ โอเมก้าคือสถานะที่อยู่ล่างสุด และมันก็จะไม่มีวันที่โอเมก้าที่จะได้ไต่เต้าจากล่างเข้าสู่วังหลวงหรอก”
“แล้วการที่เ้าเป็ลูกผสมระหว่างอัลฟ่าและโอเมก้าแล้วแสดงอากัปกิริยาที่ต่ำช้ามันแตกต่างต่างกับคนชั้นล่างมากนักรึไง”
“นี่เ้า!!!!”
ฮุ่ยิไม่ยอม ใยจะต้องอีกฝ่ายมาดูถูกดูแคลน แม้ตัวเขาจะเป็เพียงโอเมก้าแต่หากอีกฝ่าทำตัวสวะมันก็ไม่แตกต่างจากคนชั้นล่าง
ไม่สิ หรืออาจจะต่ำกว่าเสียด้วยซ้ำ
“ถ้าเ้าอยากดูถูกพวกเรานักก็เชิญตามสบาย…”
ฮุ่ยิลุกขึ้นก้าวออกจากอ่างอาบน้ำก่อนจะจัดการนุ่งผ้า เดินออกมาเล้กน้อยก่อนจะหันไปมองอีกคนด้วยสายตาที่เ็า
“แต่เ้าอย่าลืมเสียแล้วกัน ว่าบุคคลในครอบครัวของเ้าที่เป็โอเมก้า ก็ไม่ได้แตกต่างจากข้ามากเท่าใดหรอก”
ฮุ่ยิเดินลัดเลาะไปตามทางเดิมพลางทอดมองวิวทิวทัศน์โดยรอบ ฟ้ายามกลางคืนที่มีดาวเต็มท้องฟ้าบวกกับแสงไฟจากตะเกียงตามทางได้บรรยากาศไปอีกรูปแบบ
“เฮ้อ”
ฮุ่ยิถอนหายใจเฮือกใหญ่ยังไม่ทันที่จะเข้าร่วมการทดสอบความกังวลก็เริ่มมาแล้ว หรืออาจจะเป็เพราะคำพูดจากชายในโรงอาบน้ำ คิดแล้วยิ่งปวดหัวปล่อยผ่านเสียดีกว่า ฮุ่ยิสะบัดหัวสั่งให้สมองเลิกคิด เดินไปสักระยะเสียงประตูทำให้เขาหันไปสนใจ บุรุษผู้หนึ่งออกมาจากห้องฝั่งขวาที่คาดว่าน่าจะเป็ห้องพัก เขาจำได้บุรุษที่ออกมานั้นคือเฉิงหานบุรุษที่เจอกันเมื่อตอนกลางวัน
ฮุ่ยิรีบหลบหลังเสาก่อนจะค่อยๆโผล่ใบหน้าของมาทีละนิดเพื่อให้เห็นเหตุการณ์ ภาพที่เห็นเฉิงหานกำลังพูดคุยกับใครสักคน ด้วยระยะที่ห่างกันมากทำให้เขาไม่สามารถได้ยินบทสนทนาได้
“เ้าทำอะไร”
“เฮือก!!!!”
เสียงจากด้านหลังทำให้เขาใเฮือก แต่ยังมีสติฮุ่ยิรีบยกมือขึ้นปิดปากก่อนจะหันกลับไป พบกับซิงเยียนคนสนิทของเฉิงหานที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับใบหน้าที่สงสัยในตัวเขา
“ฮู่ว ข้าใหมด”
“คนที่มาถ้ำมองผู้อื่นมีสิทธิ์พูดด้วยรึ”
ลืมนึกเสียได้ ฮุ่ยิหลบสายตาเพื่อกลบเกลื่อนความผิด ซิงเยียนเห็นใบหน้านั้นเขานึกสนุกอยากจะแกล้งอีกคน
“สรุปเ้าน่ะ มาแอบถ้ำมองเพื่อนข้าเพราะเหตุใดกัน”
“คือ…”
ฮุ่ยินึกคำตอบ เขาไม่รู้ว่าจะตอบอีกฝ่ายว่าอะไรดี
“หรือว่า…เ้าแอบชอบเฉิงหาน เลยแอบถ้ำมอง”
“ไม่ใช่ๆ ข้ามิได้แอบชอบเพื่อนท่านนะ”
“งั้น…หรือว่าเ้าจะเป็โจร”
“ไม่ใช่ๆ”
ฮุ่ยิปฏิเสธรัวแต่หารู้ไม่ว่าเขากำลังติดกับ ซิงเยียนทำสายตาเ้าเล่ห์เขาอยากจะแกล้งคนตรงหน้าต่อแต่เวลาเล่นสนุกของเขามันหมดแล้ว
“เหมือนว่าข้าจะต้องไปแล้ว เฮ้อ อดแกล้งเ้าเลย”
ฮุ่ยิได้ยินถึงกับคิ้วขมวด นี่สรุปเขาโดนแกล้งรึ!!
“นี่เ้าแกล้งข้ารึ”
“ใช่”
“หนอยแน่!!”
“โอ๊ย!”
ฮุ่ยหมองทุบตีอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ บังอาจนักมาแกล้งเขา
“พอแล้ว ข้าเจ็บนะ”
“ก็ข้าจะตีให้เจ็บน่ะสิ เ้านี่นิสัยเสียจริง ฮึ่ย!”
ฮุ่ยขยับตัวหอบผ้าที่จะหล่นจากมือบุ้ยปากก่อนจะเดินจากซิงเยียนไป นอกจากวันนี้จะโดนดูถูกแล้วยังต้องมาโดนแกล้งเสียอีก ฮุ่ยิหงุดหงิดเสียจริง
ซิงเยียนมองฮุ่ยิที่ค่อยๆเดินลับสายไปสลับกับเพื่อนชายที่อยู่อีกฟาก ดูเหมือนว่าในวังหลวงจะมีเื่สนุกให้เขาได้เชยชมแล้วสิ