“มันยอดมาก ด้วยระยะเวลาที่ถูกย่นลงมาทำให้ฉันสามารถปลูกอะไรก็ได้ จากนั้นก็เอาไปขายที่ตลาดในเมือง งานนี้มีแต่รวยกับรวย!” เหม่ยอิงเผยรอยยิ้มหวาน หากเป็เมื่อก่อนนางคงไม่คิดรวยด้วยวิธีนี้ เพราะการปลูกพืชผักทุกชนิดนั้นยากยิ่ง ไหนจะต้องใช้แรงขุดหน้าดิน ไม่ใช่เื่ง่ายที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างนางสามารถทำได้ ไหนยังต้องกังวลเกี่ยวกับฤดูกาลและแมลง ซึ่งอาจทำให้ผลผลิตน้อยกว่าที่ตั้งไว้
แต่ด้วย(อาณาเขตเซียนา)ทำให้นางสามารถทำธุรกิจได้ ด้วยผลไม้ชนิดต่างๆ ที่ถูกนำมาปลูก เชื่อว่ามันจะโตวันโตคืน โตจนชนิดที่ว่าเก็บไม่ทัน
หลังจากที่กิ่งก้านต้นท้อเริ่มขยายแล้ว ผลท้อน้อยๆ ก็เริ่มเติบโต ใช้เวลาเพียงกาน้ำชาเดือดผลท้อสิบผลก็สุกเต็มที่ พร้อมรับประทาน
“อัศจรรย์ยิ่ง ท่านเซียนแค่หว่านเมล็ดของข้าก็สามารถเร่งการเจริญเติบโตได้ นี่ราวกับเื่เล่าที่อยู่ในตำนาน ดินแดนเซียนที่ราวกับสรรค์สร้างจาก์ ในพื้นที่ดังกล่าวมีพลังวิญญูหนาแน่น ไม่ว่าจะปลูกสิ่งใดก็ใช้เวลาไม่นานในการเติบโต เป็ไปได้ไหมว่าที่นี่คือแดนเซียน...” เย่เฟิงครุ่นคิด เผลอไม่ได้ต้องแอบมองเหม่ยอิงที่อยู่ไม่ไกล
“มองกระไรเล่า รีบๆ ไปแลกเปลี่ยนหินิญญาเป็ที่นาได้แล้ว หลังจากนั้นข้าจะให้รางวัลเ้า เป็ผลท้อเพลิงวิเศษสิบลูกเป็อย่างไร” เหม่ยอิงกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อยๆ ตอนนี้นางอารมณ์ดียิ่ง แทบลืมเกี่ยวกับสิ่งที่สกุลหลี่เพิ่งทำ
“สิบลูก...เลยหรือขอรับ” เย่เฟิงกลืนน้ำลาย ผลท้อเพลิงวิเศษสิบลูกมีมูลค่ามหาศาล ของล้ำค่าเช่นนี้ส่วนใหญ่อยู่ในป่าลึกโดยอสูรร้าย แต่เมื่อออกจากปากท่านเซียนช่างดูไร้ค่ายิ่ง
บอกจะให้ก็ให้ ไม่มีคำว่าเสียดาย
“มัวงงอะไรอยู่ได้ รีบๆ ไปได้แล้ว หรือว่าเ้าไม่้าผลท้อนี่แล้ว?”
“เปล่านะขอรับ ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้แล”
เย่เฟิงไม่กล้าชักช้ารีบหันหลังจากไปทันที
เหม่ยอิงเดินเข้ามาลูบต้นท้อ นางััได้ถึงการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนั้นกลิ่นของลำต้นและผลท้อที่สุกยังหอมมาก
“นานแล้วสิที่ไม่ได้กลิ่นแบบนี้ หอมชะมัด หากนำไปทำถุงหอมขายในเมืองคงได้กำไรดีแน่ๆ” เหม่ยอิงร่างเดิมเป็ผู้หญิงบ้านๆ ธรรมดาไม่รู้จักว่าน้ำหอมเป็เช่นไร ต่างจากเหม่ยอิงคนนี้ที่มาจากยุคใหม่ นางชื่นชอบน้ำหอมเป็พิเศษ กลิ่นแบบนี้ทำให้เจริญอาหารยิ่ง ดีกว่ากลิ่นอับๆ ในบ้านหลี่หานเป็ไหนๆ
เหม่ยอิงเอื้อมมือไปข้างบน คล้ายกับมีสายลมน้อยคล้อยตามคำสั่ง กลายเป็กระบี่เล่มหนึ่งตัดผลท้อที่สุกจากต้นลงมา
เหม่ยอิงทำเช่นนี้กับผลท้อทั้งหมดบนต้น จากนั้นเริ่มนั่งและกินอย่างเอร็ดอร่อย หากนักพรตในนิกายใหญ่มาเห็นนางทำเช่นนี้คงใแน่ เพราะถือว่าเป็การสิ้นเปลือง อีกอย่างคือต่อให้เป็นักพรตใช่ว่ากินแล้วจะไม่เป็อะไร จำเป็ต้องเดินพลังิญญาภายใน หากไม่ทำเช่นนั้นเกรงว่าธาตุไฟคงเข้าแทรกเพราะพลังที่มากเกินไป
แต่เหม่ยอิงกินแล้ว 10 ลูก ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ใบหน้ามีเืฝาด ั์ตาคู่นั้นที่มัวหมองพลันกระจ่างใส ราวกับสาวน้อยแรกแย้มที่ยังไม่เคยผ่านมือชายใด หากมีกระจกอยู่ตรงหน้านางคงตกตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงนี้ เพราะมันยิ่งกว่าครีมจีนที่โฆษณาทางออนไลน์เสียอีก
หลังจากกินเสร็จเหลือเมล็ดก็ต้องปลูก เช่นเดียวกับต้นแรกเหม่ยอิงเปลี่ยนปลายกระบี่เป็จอบขุด คราวนี้สามารถทำได้ง่ายๆ เพราะอาณาเขตที่ถูกอัปเดตทำให้นางไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย กลับกันยังรู้สึกสนุกมากขึ้น
ไม่นานเย่เฟิงก็กลับมาพร้อมชาวบ้านหลายคน แต่เดิมคิดว่ามาผิดที่ เพราะสถานที่แห่งนี้ที่เป็ผืนนาเขียวขจีกลับถูกแต่งแต้มด้วยต้นท้อนับสิบต้น พลังวิญญูหนาแน่น เพียงสูดลมหายใจตัวเบาหวิว รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ารากฐานข้างในกำลังถูกขัดเกลา
ครั้นเหลือบมองเห็นเหม่ยอิงอยู่ที่นั่นจึงรู้ว่ามาถูกที่แล้ว เย่เฟิงจึงสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา พร้อมด้วยชาวบ้านอีกหลายสิบคน
“เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่ เมื่อเช้าไม่เห็นมีต้นไม้แปลกๆ เลยนี่นา แต่ทำไมถึงได้...” หนึ่งในชาวบ้านกล่าว
“นั่นสิ ข้าเองก็แปลกใจเหมือนกัน เป็ไปได้ไหมว่าเรามาผิดที่ ที่นี่ไม่ใช่ท้ายหมู่บ้านกวนปิง” อีกคนเกาศีรษะโง่งม
เหม่ยอิงที่อยู่ไกลๆ ได้ยินชัดเจน “แย่ละสิ บางทีฉันอาจจะทำเกินไปหน่อย ชาวบ้านเลยได้สงสัยสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้การ คราวหลังต้องระวังไว้หน่อยแล้ว”
เหม่ยอิงไม่อยากโดดเด่นหรือกลายเป็ที่กล่าวขานในวงกว้าง ยิ่งยุคนี้คือยุคโบราณที่น่ากลัว ต่อให้นางมีอาณาเขตเซียนยังต้องคิดให้รอบคอบ
เหม่ยอิงเดินเข้าไปคุยกันชาวบ้าน เริ่มตกลงราคาและรับโฉนดที่ดินมา เช่นเดียวกับครั้งแรกเสียงจากระบบดังขึ้น
'ติ้ง...ตรวจพบว่าโฮสต์มีที่ดินผืนใหม่ 90 หมู่ ระบบกำลังอัปเดต...'
'ติ้ง...อัปเดตเรียบร้อย ตอนนี้โฮสต์มีที่ดิน 101 หมู่ อาณาเขตเซียนาระดับ 2'
เหม่ยอิงที่กำลังดีใจพลันขมวดคิ้ว ถามระบบในใจว่า “เดี๋ยวสิเมื่อเช้าหลังจากที่ฉันมีที่นา 10 หมู่ยังเพิ่มระดับอาณาเขตเป็ 2 ได้เลยนี่นา ทำไมตอนนี้ถึงไม่เป็ 3 ล่ะ มีอะไรบ้างที่ฉันยังไม่รู้”
'ติ้ง...เนื่องจากระดับสูงขึ้น การพัฒนาอาณาเขตต้องใช้ที่ดินจำนวนมาก ระดับ 3 ้าที่ดิน 1000 หมู่'
เหม่ยอิงยิ้มค้าง การบริโภคนี้คืออะไรกัน ทำไมระบบนี้ถึงได้ขูดเืขูดเนื้อกันนัก
“ให้ตายสิ คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องซื้อที่ดินเพิ่ม แต่คนในหมู่บ้านที่เย่เฟิงไปหามาก็เลือกที่จะไม่ขายแล้ว ทุกคนใช่ว่าอยากไปใช้ชีวิตที่เมืองใหญ่ บางคนชอบอยู่ที่นี่มากกว่า” เหม่ยอิงครุ่นคิดกับตัวเอง มองดวงตะวันที่ลอยเหนือศีรษะ เพิ่งนึกขึ้นได้เกี่ยวกับลูกสามคน
“จริงสิหลี่จุน หลี่กุ้ยและหลี่เหนียง ตอนนี้ฉันมีที่ดินร้อยหมู่ เป็เื่ง่ายที่จะเลี้ยงเ้าเด็กพวกนี้ ส่วนบ้านก็...ใช้ไม้สร้าง ตัดๆ เอาจากต้นท้อนี่แล้วกัน”
เเต่เดิมผลท้อเป็ของวิเศษ ยิ่งมาอยู่ในที่ดินของเหม่ยอิงระดับของมันจึงยิ่งสูงขึ้น และหากนำมาสร้างเป็บ้านล่ะก็ มันจะเป็บ้านอันหรูหราและงดงาม นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติการป้องกันแ่า
เหม่ยอิงมองเย่เฟิงทีหนึ่ง บุรุษหนุ่มผู้นี้ใช้งานง่ายยิ่ง หากไม่มีเขาเกรงว่านางคงยากที่จะค้นพบว่าสามารถขยายอาณาเขตได้ด้วยวิธีซื้อที่ดิน
เหม่ยอิงเริ่มตัดผลท้อทั้งสิบผลที่เพิ่งสุกใส่มือเขา
“ท่านเซียน...นี่มัน...” เย่เฟิงตะลึงงัน ผลท้อที่อยู่ในมือนั้นมีตั้ง 10 ลูก มากกว่าตอนที่เขาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ทมิฬและหลินเสี่ยวิเสียอีก
“ตามที่ข้าสัญญาไว้ มันเป็ของเ้า”
“แต่ว่ามันตั้งสิบผล ข้ารับไว้ไม่ได้หรอกขอรับ”
“รับไปเถิด เ้าเองก็เห็นแล้วว่ามันเป็เื่ง่ายสำหรับข้าที่จะปลูกต้นท้อสักต้น มันใช้เวลาชั่วน้ำชาเดือดเท่านั้น หากเ้าไม่กินก็ได้ข้าจะกินเอง”
“งั้นข้าจะกินเอง!”
“ดีแล้ว”
เหม่ยอิงอมยิ้มเล็กน้อย ดูๆ ไปแล้วบุรุษหนุ่มตรงหน้าก็น่ารักไม่หยอก เย่เฟิงหลังจากกินผลท้อเพลิงอันแสนล้ำค่าก็รีบนั่งลงบนพื้น ขับเคลื่อนพลังิญญาภายในตันเถียน
เหม่ยอิงยืนอยู่ไม่ไกล สังเกตเขาไม่ห่าง “ชายคนนี้คงกำลังดูดซับพลังจากผลท้อเพลิง ไม่แน่เขาอาจจะบรรลุขั้นพลังใหม่ นอกจากนั้นเขายังเป็ผู้ใช้กระบี่ จะมีวิชากระบี่ไหนบ้างนะที่พอจะให้ฉันได้บ้าง”
“ไม่ได้ๆ จะขอซึ่งหน้าแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด มีหวังได้ถูกเขาหัวเราะเยาะ เป็เซียนทำไมถึงไม่มีวิชาเจ๋งๆ จะมาขอวิชาจากนักพรตผู้ต่ำต้อยไปทำไม มีหวังถูกมองว่าเป็นักต้มตุ๋นแหงๆ”
เหม่ยอิงยืนครุ่นคิด อีกหนึ่งคนนั่งดูดซับพลัง แต่หูยังคงฟังการเคลื่อนไหวรอบด้าน นี่ไม่ใช่เพราะเย่เฟิงระวังเหม่ยอิง แต่เพราะมันคือนิสัยส่วนตัวของเขาั้แ่เข้านิกายแล้ว ตอนนั้นบังเอิญได้ยินเหม่ยอิงรำพึงกับตัวเอง
“กระบี่เป็อาวุธที่ใช้ความไวสังหารศัตรู แต่หากจิตใจเฉื่อยชาใยเล่าจะสังหารผู้ใดได้ จะเป็ผู้ใช้กระบี่จิตต้องแหลมคม ทุกส่วนของร่างกายคือกระบี่!”
นายแค่รำพึงถึงนิยายออนไลน์ที่เคยอ่าน แต่สำหรับเย่เฟิงที่รับฟังขนถึงกับลุกซู่ คล้ายกับคำพูดของนางได้ทำให้ส่วนที่ขาดหายไปของเขาสมบูรณ์แบบ ระดับพลังพลันเพิ่มพูน วิชากระบี่ถูกพัฒนา จิตใจที่แต่เดิมพึ่งพาอาวุธวิเศษเกินไปถูกขัดเกลาอย่างช้าๆ แต่การเปลี่ยนแปลงนี้เหม่ยอิงต้นเหตุหารู้ไม่ หลังจากที่นางรำพึงเสร็จก็เริ่มลงมือตัดต้นท้อ โดยตั้งใจจะนำไปสร้างบ้านไว้อยู่กับลูกสามคน
เย่เฟิงลุกขึ้นมาหลังจากปรับสภาพพลังในร่างได้ เขาเดินมาข้างหน้าเหม่ยอิงแล้วโขกศีรษะลงพื้น เหม่ยอิงที่เผชิญเช่นนี้ก็งงตาแตก เกิดสิ่งใดขึ้นกับบุรุษผู้นี้กัน ทำไมเขาถึงได้มาคุกเข่าเยี่ยงนี้
“คำพูดเมื่อครู่ของท่านเซียนลึกซึ้งมาก ข้าเข้าใจแล้วว่าเส้นทางกระบี่ที่ข้าควรเดินต้องเป็อย่างไร!”
“ข้า...ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” เหม่ยอิงเกาศีรษะ มองเย่เฟิงระคนสมองเลอะเลือน
“มันอาจจะเป็คำพูดลอยๆ ของท่านเซียน แต่สำหรับข้าเย่เฟิงคำพูดเ่าั้ล้ำค่ายิ่ง แม้แต่สมบัติวิเศษก็หาได้ยิ่งใหญ่กว่าไม่!”
“หา...!”