item monster ไอเทมมอนสเตอร์

    ตอนที่ 62 ดื่มเลือดหลบหนี

    ตอนที่ 62 ดื่มเลือดหลบหนี

    เส้นทางบนท่อน้ำที่ถูกดัดแปลงใส่รางเหล็กมีหัวลากที่กำลังฉุดลากขบวนรถที่มีกรงเหล็กจำนวนมากออกไปหนึ่งในกรงเป็นชายสติไม่ดีที่ทั้งร่างกายบอบช้ำจากการโจมตียังคงนอนบาดเจ็บจนยากจะขยับตัวได้

    รถลากพากรงของเขาไปส่งยังที่หนึ่งก่อนจะมีชายหยาบช้าเดินเอาไม้มาเคาะที่กรงเสียงดัง

    เคล้ง! ๆ

    “เฮ้ย...ตื่นได้แล้ว”หลังตะโกนอยู่สองสามครั้งไม่มีการตอบสนองชายคนนั้นก็เปิดกรงออกมาก่อนจะเข้าไปตรวจสอบลมหายใจ

    “อ๊ากกก...” ชายสติไม่ดีหุ่นหันลุกขึ้นยืนพรวดก่อนจะกรีดร้องกระโดดกอดคอกัดหูของชายหยาบช้าจนหูขาดไปครั้งหนึ่งเลือดสาดกระเซ็น

    ชายหยาบช้าหูขาดดิ้นร้องอย่างเจ็บปวด คนงานคนอื่น ๆรีบวิ่งมาก่อนจะใช้ท่อนเหล็กทุบตี แต่ชายสติไม่ดีไม่ปล่อยสุดท้ายหนึ่งในคนงานจึงใช้กระบองไฟฟ้าที่ใช้กับมอนสเตอร์ช็อตร่างชายสติไม่ดีจนล้มลงก่อนจะช็อตไฟซ้ำอีกสองสามครั้งจนชายสติไม่ดีน้ำลายฟูมปากสลบไป

    “จับมันใส่กุญแจมือ เอาอะไรมาครอบปากมันไว้ด้วย”

    คนงานรีบทำตามจับชายชราใส่กุญแจมือและเอาผ้ามาอุดปากอย่างไม่สนใจไยดีว่าชายสติไม่ดีจะน้ำลายฟูมปากอยู่หรือไม่ก่อนจะโยนขึ้นไปบนที่ท้ายรถบรรทุกซึ่งในนั้นยังมีกรงขังมอนสเตอร์ขนาดเล็กหลายตัวที่กำลังจะไปส่งให้กับลูกค้าด้วย

    “เฝ้ามันไว้”

    หนึ่งในคนงานอ่อนประสบการณ์พยักหน้า ก่อนจะขึ้นไปที่ท้ายรถปิดประตูตู้ สองคนนั้นกลับขึ้นไปที่ด้านหน้ารถ รถค่อย ๆ เคลื่อนตัวขยับออกไป

    ที่คนงานในตอนนี้คนงานหยาบช้าที่โดนกัดหูขาดก็ได้สติก่อนจะตะโกนด้วยความโกรธแค้น

    “ปล่อยกู กูจะไปฆ่ามัน”

    “อยากตายเหรอ ถึงกล้ายุ่งกับสินค้าแกควรเอาเวลานี้เก็บหูของตัวเองไปให้หมอเย็บ”

    คนงานหยาบช้ากัดฟัน ก่อนจะเดินไปเก็บหูที่ขาดของตัวเองแต่พอก้มไปกลับรู้สึกว่าตรงเอวนั้นมีบางอย่างหายไป

    “เชี่ยเอ๊ยมีดพกหายไปไหนวะ นั้นมันมีดกึ่งอุปกรณ์พิเศษอุตส่าห์ซื้อมาไว้ป้องกันตัวตอนทำงาน ใครมันเก็บไปวะ”คนงานหยาบช้าคนนี้รีบหามีดยิ่งกว่าหูของตัวเองทันที

    ...

    รถบรรทุกออกจากอุโมงค์ ก่อนจะโผล่อยู่บนเส้นทางถนนหลวงแห่งหนึ่งก่อนจะขับฝ่าความมืดไปเรื่อย ๆ บนถนนไม่ค่อยมีรถ เพราะเป็นเวลาหลังเที่ยงคืนแล้ว

    ขณะที่คนงานหนุ่มกำลังนั่งอยู่ท้ายรถอย่างเบื่อหน่ายก็ได้ยินเสียงพูดแผ่วเบาดังขึ้นมาจากชายที่นอนอยู่บนพื้น

    “ความตาย...”

    “เฮ้ แกยังมีสติเหรอ พูดว่าอะไรนะ ความตายอะไร”ชายคนนั้นลุกขึ้นเดินไปดูชายสติไม่ดีแต่ทันทีที่ก้มหน้าลงไปก็มีมีดแทงเข้าที่เบ้าตาของเขา

    “อ่า...!”

    พนักงานชายล้มไปด้านหลังปากกรีดร้องด้วยความกลัวชายสติไม่ดีใช้ตัวกดเอาไว้ ก่อนจะดึงมีดและแทงซ้ำ ๆใบหน้าเปื้อนเลือดที่ไหลออกมาจากดวงตากำลังสำลักเลือดมือปัดป้องอย่างอ่อนแอพยายามจะดึงปืนข้างเอว แต่ก็ไม่ทันสุดท้ายก่อนสิ้นลมหายใจแววตาที่เหลืออีกข้างเบิกกว้างตาแข็งค้างแบบนั้น

    “แฮ...” ชายสติไม่ดีค่อย ๆยืนขึ้นด้วยเนื้อตัวที่เปื้อนเลือดและคำรามเบา ๆ ราวกับสัตว์ป่าก่อนจะเดินไปยังกรงขังมอนสเตอร์ที่โดนยาสลบจนอ่อนแอตัวหนึ่ง

    เปิดกรงออกมา ก่อนจะใช้มีดแทงมันจนตายจากนั้นก็ยกตัวมันขึ้นและดื่มเลือดจากบาดแผลสด ๆ

    ชายคนนั้นดื่มมันด้วยความหิวกระหายก่อนที่แววตาจะกลับมามีสติปัญญาอีกครั้ง

    “ต้องฆ่าเธอ พวกมันจะตามหาฉัน” ชายคนนั้นเหมือนจะเห็นภาพอีกครั้งแต่แล้วก็รู้สึกปวดที่หัวเป็นอย่างมากจึงรีบคว้าเอาเลือดมอนสเตอร์มาดื่มอีกทำให้อาการปวดหัวหายไป

    ชายสติไม่ดีไม่กล้าใช้พลังอีก เขามองดูขวดน้ำดื่มของคนงานชายที่พึ่งตายไปเทน้ำเติมเลือดใส่ขวดจนเต็ม จากนั้นก็หยิบปืนมา

    ในตอนนั้นรถก็หยุดลงกะทันหัน ชายสติไม่ดีหันไปมองกล้องที่มุมรถก่อนจะยิงมันจนพัง

    ประตูรถเปิดออกมาก่อนที่ผู้ช่วยคนขับจะได้ทันทำอะไรปืนก็เป่าหัวจนเป็นรูและก่อนที่คนขับจะยิงได้ทันก็โดนยิงตายก่อนเช่นกัน

    อัก...

    ใบหน้าของชายสติไม่ดีบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอีกครั้งเขารีบหยิบเลือดขึ้นมาดื่มไปอีกอึกก่อนจะค้นศพและเอาโทรศัพท์พร้อมกับกระเป๋าเงินของศพทั้งสองและหายตัวไป

    ...

    ภายในห้องแช่แข็ง ตอนนี้บอสตันและไอกะ ทั้งสองคนนอนอยู่ในอ่างด้วยใบหน้าเจ็บปวดแต่สภาพของพวกเขาก็ยังทนทานกว่าเดิมมาก นี่เป็นการดื่มยาครั้งที่ 2 ของทั้งสองคน

    คลื่นพลังของพวกเขากำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

    “พลังของเธอถึงขนาดไหนแล้ว” ลุคหันไปนิโคลที่อยู่ด้านข้าง

    “850 หน่วย” นิโคลตอบและกล่าวเพิ่ม “ฉันใกล้จะตัดผ่านระดับ E แล้ว”

    “ฉันก็ด้วย”

    เที่ยงคืนลุคกระโดดขึ้นมาจากอ่างน้ำด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

    “คลื่นพลังของฉันถึง 1000 หน่วยแล้ว”

    หลังจากคลื่นพลังถึง 1000 หน่วย เขาจะต้องทำการกลั่นพลังงานต่างมิติแต่ลุคไม่สามารถทำที่นี่ได้ เพราะนิโคล บอสตันและไอกะยังอยู่ที่นี่เขาเลยต้องไปที่ทำที่บ้าน

    ลุคเข้าไปที่ห้องนอนของเขา เขาไม่ได้นอนที่นี่มาสักพักแล้วส่วนใหญ่ก็จะนอนในอ่างน้ำตลอด เขาดันเตียงออกไปแอบไว้มุมป้องก่อนจะหยิบเอาหินพลังงานที่เตรียมไว้ออกมา

    หินพลังงานส่วนใหญ่ถูกขายออกไปจนหมดแล้วแต่พอรู้ว่านกระบวนการยกระดับต้องใช้หินพลังงานลุคก็ไปซื้อมาตุนเพิ่มจำนวนมาก

    ในระดับ F ไปที่ระดับ E ในกระบวนการนี้ต้องใช้หินพลังงานราว ๆ 24 ก้อน

    เขาหยิบรูปแบบขึ้นมาก่อนจะจัดวางหินพลังงานลงไปบนพื้นเป็นลักษณะวงกลม 2 ชั้น โดยชั้นแรกมี 8 ก้อนและขั้นที่สองมี16 ก้อน เหลือพื้นที่ตรงกลางไว้ให้เขาได้นั่งลง

    “ความต่างของระดับ F และระดับ E คือความเข้มข้นของคลื่นพลังงานในร่างกายความต่างของมันคือ 1 ต่อ 1000 หน่วยเราจะต้องกลั่นคลื่นพลังในร่างกายให้หนาแน่นกว่าเดิมหนึ่งพันเท่าโดยอาศัยหินพลังงานรอบ ๆ เป็นตัวเร่ง”

    ลุคนั่งลงใจกลางหินพลังงานที่จัดวางไว้ ก่อนจะหลับตาลงภายในสมองปลดปล่อยคลื่นพลังงานออกมาเต็มกำลัง

    คลื่นพลังก็โคจรในร่างกายเริ่มภายในร่างกายหลังจากโคจรครบหนึ่งรอบคลื่นพลังของเขาก็ลดลงไป 1 หน่วย แต่ความหนาแน่นในคลื่นพลัง999 หน่วยกลับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งยากจะแยกออกได้

    แต่ลุครู้ว่าเขาได้เข้าสู้กระบวนการยกระดับแล้ว

    เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านไปอย่างช้า ๆคลื่นพลังงานที่สมองปลดปล่อยออกมาก็จะหมุนวนอยู่แต่ในร่างกายนอกจากจะกลั่นคลื่นพลังแล้วมันจะชำระล้างร่างกายและเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายด้วย

    โดยเฉพาะอวัยวะภายในของลุค ซึ่งเป็นจุดเด่นของพลังเหนือมนุษย์ของเขาก่อนหน้านั้นตอนที่เขาต้านรับการโจมตีจากเจนได้นานขนาดนั้นเพราะว่าอวัยวะภายในเขาแข็งแกร่งมากทำให้เขาอึดมากกว่าปกติ ต่อให้ร่างกายภายนอกบาสเจ็บหนักแต่ถ้าอวัยวะภายในยังทำงานเขาก็ไม่ตายง่าย ๆ

    และตอนนี้อวัยวะภายในของเขากำลังแข็งแกร่งขึ้นอีกขั้น

    ในอากาศจะมีคลื่นพลังที่บางเบามาก ๆแม้แต่ช่วงเวลาปกติของเหนือมนุษย์ระดับต่ำกว่ายากจะสัมผัสการมีอยู่ของคลื่นพลังในอากาศในโลกนี้ได้แต่มันก็มีอยู่ พอพลังงานในร่างกายลุคถูกกระตุ้นพลังงานรอบ ๆ ก็กระตุ้นด้วยพวกมันค่อยๆ รวมตัวกันรอบตัวของลุค

    ซึ่งมันน้อยนิดมาก โชคดีที่เขาเตรียมตัวไว้ก่อน หินพลังงานทั้ง 24ก้อนปลดปล่อยพลังออกมาเสริมให้กับพลังงานต่างมิติในอากาศยิ่งทำให้อากาศรอบตัวของลุคหนาแน่นไปด้วยพลังงานต่างมิติ

    เวลาไหลผ่านอย่างต่อเนื่อง ทั้งพลังงานในร่างของลุคก็ลดลงอย่างต่อเนื่องขณะที่พลังงานต่างมิติรอบตัวกลับหนาแน่นขึ้น

    ถ้าก่อนหน้าพลังงานพวกนี้เหมือนกับความชื้นในอากาศตอนนี้มันก็กลายเป็นกลุ่มหมอกขนาด 1 เมตรรอบตัวลุค

    “เหลือ 10 หน่วย”

    “เหลือ 5 หน่วย”

    “เหลือ 3 หน่วย”

    ลุคกัดฟันใบหน้าเคร่งเครียดเรื่อย ๆ เพราะยิ่งพลังงานลดน้อยลงความหนาแน่นก็ยิ่งมากกว่าจะทำให้มันโคจรในร่างกายครบ 1รอบก็จะรู้สึกเหมือนเซลล์ที่เสียหายในร่างโดนทำลายแล้วสร้างเซลล์ที่ดีกว่าขึ้นมาใหม่

    “เหลือแค่ 1”

    ในที่สุดลุคก็ทำสำเร็จ เขารู้ว่านี่คือขีดสุดแล้วลุคกำลังจะปลดปล่อยออกมา แต่แล้วเขาก็ต้องหยุดชะงัก

    “คลื่นพลังของเราบีบอัดลงไปเหลือแค่ 1 หน่วยแล้วถือว่าขาฉันยืนอยู่ระหว่างระดับ F และ E อย่างละข้างแล้วในกระบวนการต่อไปคือปลดปล่อยร่างกายให้คลื่นพลังที่บีบอัดดูดซับเอาพลังงานต่างมิติเข้ามาภายในร่างเพื่อให้มันเป็นคลื่นพลังเริ่มต้นในระดับE แต่...”

    เขาหยุดกระบวนการขั้นถัดไปไว้ ก่อนจะเอาดาบตะขาบเกรดสีส้มออกมา

    “ไอเทมจะมอบคลื่นพลังให้กับเราด้วยไอเทมเกรดสีส้มจะเติมเต็มคลื่นพลังเรา 1000 หน่วยเท่ากับว่าเราจะคลื่นพลังอีกเท่าตัวหนึ่ง”

    “ฉันจะลองกลั่นพวกมันดูด้วย”

    ลุคทำขั้นตอนเดิม เมื่อเขาสวมใส่ไอเทมอยู่ไอเทมก็มอบคลื่นพลังให้เขา1000 หน่วยในทันที ลุคใช้วิธีการเดียวกันในการนี้

    สมองปลดปล่อยคลื่นพลังให้โคจรไปในร่างกายและค่อย ๆ กลั่นมันอีกรอบซึ่งมันก็ทำได้ คลื่นพลังไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเหลือเพียง 1หน่วยอีกครั้ง

    เพล้ง!

    ในตอนนั้นก็มีเสียงแตกดังขึ้น ลุครีบลืมตาดูด้วยความตกใจก่อนจะพบว่าเสียงนั้นดังมาจากไอเทมดาบตะขาบในมือของเขา

    ดาบตะขาบแตกละเอียดหลังจากสูญเสียคลื่นพลังที่ควรมีไป

    “ดาบของฉัน” ใบหน้าของลุคกระตุกเล็กน้อยก่อนจะเริ่มทำความเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น

    “พลังที่ดาบตะขาบมอบให้ไม่ใช่ของฉัน แต่คือการหยิบยืมมาพลังงานทำให้ไอเทมดำรงอยู่ได้ แต่เมื่อฉันกลั่นพวกมันจนเหลือเพียง 1หน่วยสุดท้ายพลังงานนั้นก็หลุดจากตัวดาบและกลายเป็นของฉันแล้ว ทำให้ไอเทมแตกสลายเพราะไม่มีพลังงานสนับสนุน มันค่อนข้างคล้ายกับไอเทมที่ใช้ครั้งเดียวและจะหายไป”

    ลุคยังไม่เอาดาบตะขาบออกมาดูดซับเพิ่ม เพราะเขาต้องคิดให้ดีถ้าทำแบบนั้นไอเทมจะพังทั้งหมด ซึ่งเขาใช้ได้เพียงไอเทมเกรดสีส้มเท่านั้นด้วยเนื่องจากมันเข้าเงื่อนไข 1000 หน่วยจึงกลั่นพลังงานได้

    คล้ายกับเรื่องitem monster ไอเทมมอนสเตอร์ ที่คุณอ่าน