จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 97 อาวุธระดับ "ดีเลิศ"

                บ่ายของวันที่สองไป๋หยุนเฟยเดินเตร็ดเตร่ไปรอบเมืองเหยียนหลินอย่างเพลิดเพลิน

                ไป๋หยุนเฟยเพียงสามารถเดินอย่างเชื่องช้าไปตามถนนรอบโรงเตี๊ยมเนื่องเพราะเมืองเหยียนหลินยามนี้มีผู้คนพลุกพล่านยิ่ง ดังนั้นมันจึงตัดสินใจพักต่อที่นี่อีกสองสามวันค่อยย้ายไปพื้นที่อื่น

                ภายในร้านเครื่องประดับที่เลิศหรูแห่งหนึ่งไป๋หยุนเฟยหยิบเครื่องประดับ‘ระดับสูง’ขึ้นชมหลายชิ้นแต่ก็พบว่าตนเองมีเงินไม่เพียงพอ

                “เถ้าแก่ข้าต้องการซื้ออาวุธ ไม่ทราบว่าท่านพอจะแนะนำสถานที่ให้แก่ข้าได้หรือไม่?”ไป๋หยุนเฟยวางถุงใส่เหรียญทองให้กับเถ้าแก่พลางเก็บเครื่องประดับที่ซื้อมาใส่แหวนช่องมิติ

                ขณะรับเงินเถ้าแก่ก็แสดงสีหน้ายำเกรง ไม่เพียงไป๋หยุนเฟยจะเป็นลูกค้าเท่านั้นที่สำคัญยังเป็นผู้ฝึกปรือวิญญาณที่แข็งแกร่ง เถ้าแก่ค้อมศีรษะตอบอย่างนอบน้อม “ได้สินายท่านหากพูดถึงร้านอาวุธที่ยอดเยี่ยมที่สุดแน่นอนว่าย่อมเป็นร้าน‘ร้อยศัสตรา’ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ นายท่านผู้ฝึกปรือวิญญาณต้องการซื้ออาวุธใช้เองกระมัง?ที่นั่น เป็นร้านของตระกูลเจียง ตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหยียนหลินอาวุธทั้งหลายล้วนล้ำเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย กระทั่งวัตถุวิญญาณก็มีขาย”

                “โอ?แม้แต่วัตถุวิญญาณก็มีหรือ?” ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

                “มิผิดได้ยินว่าบ้านตระกูลเจียงมีความสัมพันธ์กับสำนักช่างประดิษฐ์สาเหตุที่ไฉนพวกเขาจึงมีวัตถุวิญญาณมากมายเช่นนั้นก็เพราะสำนักช่างประดิษฐ์...”

                “สำนักช่างประดิษฐ์!!” ไป๋หยุนเฟยใจสั่นสะท้าน เริ่มสนใจต่อร้านอาวุธดังกล่าว “ร้าน‘ร้อยศัสตรา’นั้นอยู่ที่ใด? ”

                “จากที่นี่เลี้ยวซ้ายไปต่ออีกหนึ่งลี้จะพบทางแยก...”

                ……

                ชั่วน้ำเดือดไป๋หยุนเฟยก็มาถึงร้าน‘ร้อยศัสตรา’ที่เถ้าแก่กล่าวถึง

                อาคารโดดเดี่ยวสองชั้นซึ่งประตูทางเข้ากว้างห้าวามุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสดให้ความรู้สึกอันโดดเด่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งป้ายชื่อร้าน‘ร้อยศัสตรา’เหนืออาคารให้ความรู้สึกอันเคร่งขรึมราวกับสลักด้วยกระบี่

                ยามไป๋หยุนเฟยก้าวเท้าเข้าสู่ร้านก็พบว่าภายในกลับกว้างใหญ่กว่าที่คาดไว้แต่แรกมากนัก ด้านในกว้างหลายร้อยวาแต่ละแถวแต่ละราววางอาวุธเรียงรายประกายเย็นเยียบจากคมอาวุธช่างน่าดึงดูดและคุกคาม

                แม้ร้านจะใหญ่โตแต่กลับมีเพียงไม่กี่คนกำลังเลือกซื้ออาวุธอยู่ในร้านอีกด้านชุมนุมด้วยลูกจ้างในเครื่องแบบร้าน ยามไป๋หยุนเฟยกวาดตามอง ก็เห็นที่ด้านข้างมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังติดตามคุณชายผู้หนึ่งทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกปรือวิญญาณทั้งสิ้น

                “นายท่านยินดีต้อนรับสู่ร้านร้อยศัสตรา ไม่ทราบมีอันใดให้ข้ารับใช้?”ขณะที่ไป๋หยุนเฟยเดินเข้ามาภายในร้าน พนักงานต้อนรับก็สังเกตเห็นเมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยแต่งกายธรรมดาก็ไม่ได้แสดงท่าทีดูถูกตรงกันข้ามพนักงานต้อนรับทราบได้ทันทีว่าคนผู้นี้ก็เป็นผู้ฝึกปรือวิญญาณเช่นกัน หลังจากเห็นไป๋หยุนเฟยปรายตามองรอบด้านอย่างระแวดระวังทั้งยังแผ่กลิ่นอายอันทรงพลัง

                ไป๋หยุนเฟยหันกลับมามองผู้ดูแลแม้ไม่อาจทราบได้แน่ชัดแต่ก็มั่นใจว่าอย่างน้อยอีกฝ่ายต้องบรรลุด่านวีรชนวิญญาณอย่างแน่นอน

                “นี่คืออิทธิพลของตระกูลใหญ่หรือ?หากว่าวีรชนวิญญาณยังเป็นได้เพียงผู้ดูแล...” ไป๋หยุนเฟยตะลึงไปชั่วขณะ“ข้าขอชมดูรอบๆก่อน มีอะไรจะแนะนำหรือไม่?”

                “เชิญนายท่านตามสบาย”ผู้ดูแลแย้มยิ้มให้ พร้อมกับโบกมือแก่พนักงานอื่นให้ติดตามไปเผื่อว่าไป๋หยุนเฟยต้องการความช่วยเหลือ

                ไป๋หยุนเฟยเดินไปที่ฝั่งซ้ายของชั้นวางอาวุธพร้อมกับกวาดตามองก่อนจะหยิบดาบใหญ่ซึ่งยาวสามเชียะขึ้นมา

              “ระดับไอเทม: ดีเลิศ”

              “พลังโจมตี: 157”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด: แต้มวิญญาณ 51 แต้ม”

                “ระดับดีเลิศ!”ไป๋หยุนเฟยตาเป็นประกาย “พลังโจมตีหนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด... ก็หมายความว่าเป็น‘กึ่งวัตถุวิญญาณ’ที่พี่หงยินเคยกล่าวถึงสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสิ่งของทั่วไปกับวัตถุวิญญาณ”

                หลังจากพิจารณาอย่างละเอียดไป๋หยุนเฟยก็วางดาบลงก่อนจะหยิบกระบี่อ่อนยาวสามเชียะอีกเล่มขึ้นมา

              “ระดับไอเทม: ดีเลิศ”

              “พลังโจมตี: 143”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด: แต้มวิญญาณ 49 แต้ม”

                หลังจากใคร่ครวญอีกชั่วขณะไป๋หยุนเฟยก็หยิบขวานใหญ่สีดำขึ้นมา...

                ผ่านไปชั่วครู่ไป๋หยุนเฟยหยิบอาวุธอีกสิบกว่าเล่มขึ้นมาดู อาวุธแต่ละเล่มล้วนแต่เป็นระดับดีเลิศทั้งสิ้นไม่มีแม้แต่เล่มเดียวที่ไม่ใช่

                “ตระกูลเจียงช่างยิ่งใหญ่นักในเมืองขนาดเล็กที่ข้าเคยผ่านมาอาวุธระดับ‘ดีเลิศ’ถือว่าดีที่สุดที่จะหาได้แต่ที่ร้านนี้ ทุกชิ้นล้วนเป็นระดับ‘ดีเลิศ’!” ไป๋หยุนเฟยตาเป็นประกายหลังจากใคร่ครวญในที่สุดก็หยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งแล้วหันไปถามพนักงานที่ยืนอย่างนอบน้อมอยู่ด้านข้างว่า“มีดสั้นนี้ราคาเท่าใด?”

                “เรียนนายท่านอาวุธทุกชิ้นที่ชั้นล่างของร้านล้วนราคาหนึ่งร้อยเหรียญทอง”

                “หนึ่งร้อยเหรียญทอง!”ไป๋หยุนเฟยเลิกคิ้วจนแทบลอยขึ้นไปบนอากาศด้วยความตกตะลึง“หนึ่งร้อยเหรียญทองเพียงพอจะเลี้ยงทั้งครอบครัวทั่วไปได้ทั้งชาติหรือว่าเพียงอาวุธกึ่งวัตถุวิญญาณมีค่าถึงเพียงนี้?”

                ชายหนุ่มลูบมือที่สวมแหวนช่องมิติโดยไม่รู้ตัวที่ผ่านมามันระเบิดสิ่งของ‘ระดับสูง’ ซึ่ง +8 และ +9 ไปนับไม่ถ้วน ถึงวันนี้ก็ไม่ทราบว่ายังมีเหลืออีกเท่าใดแล้ว

                จากนั้นไป๋หยุนเฟยจึงวางมีดสั้นในมือลงแล้วกลับไปที่โต๊ะกั้นของผู้ดูแล

                เมื่อผู้ดูแลมองเห็นไป๋หยุนเฟยเดินกลับมามือเปล่าจึงเอ่ยปากถามอย่างสับสน“หรือนายท่านไม่พบของที่ถูกใจ?”

                ไป๋หยุนเฟยขยับเข้าใกล้พร้อมกับถาม“ร้านท่านรับซื้อสินค้าเช่นเดียวกับที่ขายหรือไม่?”

                “โอ?”ผู้ดูแลนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะเข้าใจบางอย่าง หลังจากมองดูไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปาก“หรือนายท่านจะมาเพื่อขายวัตถุวิญญาณ?ร้านแห่งนี้เดิมทีขายอาวุธที่มาจากสำนักช่างประดิษฐ์ แต่ก็มีหลายครั้งที่เรารับซื้อสิ่งของที่ลูกค้าของเราไม่ได้ใช้งานแต่กระนั้นจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของอาวุธ!”

                ด้วยรอยยิ้มแผ่วจางไป๋หยุนเฟยขยับมือนำมีดสั้น‘ระดับสูง’ซึ่ง +9 ออกมา “ลองชมมีดสั้นเล่มนี้ดูก่อนดีหรือไม่?”

                หลังจากรับมีดสั้นมาไว้ในมือผู้ดูแลก็เริ่มตรวจสอบก่อนจะทดลองฟันใส่หินทดสอบ ผู้ดูแลหันไปหาไป๋หยุนเฟยด้วยความประหลาดใจ“นี่เป็นกึ่งวัตถุวิญญาณคุณภาพทั่วไป นายท่านยังยืนยันจะขายอยู่หรือไม่?”

                “มิผิดท่านรับซื้อหรือไม่?”

                ผู้ดูแลเงียบงันใช้ความคิดชั่วครู่ก่อนจะเผยยิ้ม“นายท่านเป็นผู้เข้มแข็ง หากคิดจะขายมีดสั้นนี้จริงๆ คาดว่าเป็นเพราะเงินขาดมือผู้ฝึกปรือวิญญาณที่แข็งแกร่งเช่นท่านร้านเรายินดีที่ได้คบหา เอาเช่นนี้เราขอซื้อมีดนี้ด้วยราคาเก้าสิบเหรียญทอง ไม่ทราบท่านพอใจราคาหรือไม่?”

                ใคร่ครวญชั่วขณะไป๋หยุนเฟยก็เอ่ยปากถามอีกครา “ข้ามีการค้าอื่นอยากตกลงด้วยไม่ทราบท่านสนใจหรือไม่?”

                “โอ?นายท่านได้โปรดบอกมา”

                ไป๋หยุนเฟยสะบัดมือขวาเหนือโต๊ะก็มีวัตถุสิบสี่ชิ้นร่วงลงบนพื้นโต๊ะเสียงเคร้งคร้าง กว่าครึ่งในนั้นเป็นมีดสั้น

                “ทั้งหมดพอจะฝืนใจเรียกเป็นกึ่งวัตถุวิญญาณได้ข้าจะขายมีดสั้นสองเล่มส่วนที่เหลืออีกสิบสองเล่มขอแลกเป็นมีดสั้นภายในร้านตกลงหรือไม่?”

                การกระทำของไป๋หยุนเฟยสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้ดูแลจนซึมเซามองดูอาวุธสิบกว่าชิ้นบนโต๊ะอย่างงงงันชั่วขณะค่อยรู้สึกตัว หลังจากหยิบเล่มหนึ่งขึ้นมาตรวจสอบก็ครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถาม“นายท่านคงไม่ได้ล้อเล่นกระมัง?ท่านมีมีดสั้นมากมายอยู่แล้วยังคิดจะแลกเปลี่ยนมีดสั้นกับข้าอีกหรือ?”

                ไป๋หยุนเฟยแย้มยิ้ม“แน่นอนข้าจริงจัง หรือเห็นว่าข้าล้อเล่น?”

                สองคิ้วผู้ดูแลขมวดมุ่นยามพิจารณาไป๋หยุนเฟยก่อนที่จู่ๆจะเลิกคิ้วด้วยท่าทีฉุกคิดได้“พกพาครึ่งวัตถุวิญญาณมากมายในคราเดียว... หรือนายท่านมาจากสำนักช่างประดิษฐ์”

                ไป๋หยุนเฟยต้องประหลาดใจทว่าจากนั้นตาทอประกายวูบหนึ่งก่อนจะหัวร่อ มันไม่ตอบคำ เพียงเอ่ยปากว่า “อะไรกันหรือข้อเสนอของข้าไม่น่าพอใจ? บางทีข้าไม่ควรซื้อมีดสั้นในยามนี้”

                “โอไม่ ไม่ ข้อเสนอนายท่านร้านเรายอมรับได้ ข้าจะดำเนินการให้” ผู้ดูแลคาดว่าไป๋หยุ๋นเฟยไม่ต้องการเผยตัวตนจึงไม่ถามอันใดอีกหลังจากสั่งการพนักงานที่ด้านข้างไม่นานไป๋หยุนเฟยก็ได้รับถุงใส่เหรียญทองพร้อมกับมีดสั้นสิบเล่มขณะเดียวกันอาวุธทั้งสิบสี่เล่มบนโต๊ะถูกพนักงานนำออกไป

              “ระดับไอเทม: ดีเลิศ”

              “พลังโจมตี: 163”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด: แต้มวิญญาณ 52 แต้ม”

                ไป๋หยุนเฟยมองดูรายละเอียดของมีดสั้นพร้อมกับพยักหน้าด้วยความพอใจก่อนจะเก็บเงินและมีดสั้นทั้งสิบเล่มใส่แหวนช่องมิติ

                “นายท่านชั้นบนของร้านยังมีวัตถุวิญญาณวางจำหน่ายสนใจจะชมหรือไม่? บางทีอาจพบวัตถุวิญญาณที่ท่านพอใจ ปกติแล้ววัตถุวิญญาณจะราคาสูงลิ่วแต่ก็สามารถใช้วัตถุวิญญาณอื่น ศิลาบรรพกาล หรือผลึกวิญญาณจ่ายแทนได้...”