“การสอบรอบสอง คู่ที่ 7 …เลเวียร์ สกายเรสเซอร์ และวีโอเลต สกายเรสเซอร์จะเริ่มในอีกห้านาที”
“เฮ้ย แกมาช้าไปแล้วโนอา!” เนปจูนตำหนิเพื่อนที่เพิ่งเดินขึ้นมาบนที่นั่งขอบสนาม “โรมเพิ่งชนะการสอบรองสองไปเมื่อตะกี้นี้เอง แล้วคู่ของเลเวียร์จะเริ่มอยู่แล้ว!”
“รู้แล้วน่า ฉันไปเบิกดาบเล่มใหม่ให้เลเวียร์แทนอันเก่าที่พังไปเนี่ย!” โนอาอธิบายแล้วจึงนั่งลงข้าง ๆ อย่างหมดแรง “เ้าบ้านั่นต้องทำแผลแต่ลืมไปว่าอาวุธของตัวเองพังตอนสู้กับฉัน เลยขอร้องให้ฉันวิ่งไปเบิกดาบริงก้อนเล่มใหม่จากคลังแสงหลังโรงเรียนโน่น ฉันต้องวิ่งไปกลับจากที่ ๆ ไกลขนาดนั้นในเวลา 15 นาที นายเชื่อไหมล่ะ!?”
“งั้นรึ… อืม ช่วยไม่ได้ล่ะนะ” เนปจูนเข้าใจทันทีว่าทำไมโนอาถึงหอบขนาดนั้น เพราะว่าการวิ่งไปยังที่คลังแสงนั้นไม่ต่างกับการวิ่งรอบสนาม10 รอบ เขาพิงหลังกับเก้าอี้ปล่อยให้โนอาพักหายใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสังเกตสีหน้าอมทุกข์ของเพื่อนตัวเอง เขาที่พูดปลอบโยนใครไม่เก่งจึงเอ่ยขึ้นลอย ๆ หวังว่าจะทำให้โนอารู้สึกดีขึ้นบ้าง “นายเองก็สู้กับเลเวียร์ได้อย่างสูสีแล้ว อย่าคิดมาล่ะ”
“เห้อ…ถ้าเป็อย่างนั้นจริงก็คงดีหรอก” โนอาถอนหายใจ “เพราะได้สู้ตัวต่อตัวอย่างสุดความสามารถ ถึงได้รู้ว่าหมอนั่นเก็บซ่อนพลังที่แท้จริงไว้อีก”
“อืม งั้นรึ…แต่ต่อให้เลเวียร์มีพลังซ่อนไว้มากขนาดไหน ฉันว่าก็คงเทียบวีโอเลตไม่ได้อยู่ดี” เนปจูนพูด ในตอนนี้เขายังคงจำความรู้สึกเสียวไส้เมื่อตอนสอบรอบแรกได้อยู่ “คู่พี่น้องสกายเรสเซอร์…นี่อาจเป็รอบที่น่าดูที่สุดในการสอบเลยก็ได้…ได้ข่าวว่าทั้งครูฝึกแล้วนักเรียนต่างลงพนันกันว่าใครจะชนะด้วย… แต่สำหรับฉัน ผู้ชนะคงไม่พ้นวีโอเลตนั่นแหละ”
“เื่นั้นจะใช่รึเปล่านะ…” โนอาเถียง “บางทีคนเฉื่อยแฉะอย่างเลเวียร์อาจจะชนะวีโอเลตก็ได้ ใครจะรู้”
“อยากพนันไหมล่ะ?” เนปจูนยิ้มอย่างมีเลศนัย “เดิมพันเอาเป็เงินเดือนแรกของการทำงานเป็ไง?”
“เอาสิ” โนอาหัวเราะ เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจว่ายังไงเสียสกายเรสเซอร์คนพี่ต้องแข็งแกร่งกว่าคนน้องอย่างแน่นอน อีกอย่าง คนที่คะแนนสอบภาคทฤษฎีสูงลิ่วอย่างเนปจูน ต่อให้สอบตกภาคปฏิบัติั้แ่รอบแรก เขาก็ยังมีโอกาสได้เป็เ้าหน้าที่ระดับ C ที่มีเงินเดือนสูงกว่าคนที่น่าจะลงเอยที่ยศระดับD อย่างเขา การพนันนี้ยังไงเสียเนปจูนก็น่าจะเสียเปรียบั้แ่ต้นอยู่แล้ว
“นายคงคิดว่าฉันโง่ล่ะสิโนอา ที่วางเดิมพันเป็เงินเดือนแรกกับคนน่าจะได้ยศระดับ D อย่างนาย” เนปจูนยิ้มที่มุมปาก “เลเวียร์แข็งแกร่งจริงอย่างที่นายบอก ดีไม่ดีแกร่งกว่าวีโอเลตเสียด้วยซ้ำ”
“ถ้าเทียบตอบที่สมบูรณ์พร้อมเท่ากันน่ะนะ…”
“?” โนอาขมวดคิ้ว “หมายความว่าไง?”
“นายที่เป็คู่สอบกับเลเวียร์ คงไม่เห็นสินะว่าพลังงานริงเกียร์หลังจากที่เขาสู้กับนาย ตอนจบเหลือเท่าไหร่”
“…”
“47%” เนปจูนตอบ “ท่าคลื่นทำลายล้างสีครามที่เลเวียร์ใช้ปราบนายตอนสุดท้าย มันกินพลังงานของริงเกียร์ไปกว่า 30% หรือพูดอีกอย่างก็คือ หมอนั่นสามารถใช้ท่านั้นได้แค่อีกครั้งเดียวในวันนี้ และสมมติถ้าเขาใช้มันกับวีโอเลต ต่อให้ชนะเธอได้ ก็จะไม่มีพลังงานริงเกียร์สู่รอบถัดไป”
“สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดของการสอบภาคปฏิบัติคือ จะต้องสู้กับคู่ต่อสู้อย่างต่อเนื่องโดยใช้ริงเกียร์ชุดเดิม ยิ่งสู้มากก็ยิ่งเสียพลังงานมนตรามาก พลังที่เหลือสำหรับสู้รอบถัดไปก็ยิ่งน้อยลงไปทุกที สรุปก็คือ การบริหารปันส่วนพลังงานริงเกียร์สำหรับคู่ต่อสู้แต่ละคนไม่ควรเกิน 20% เพื่อไปให้ถึงรอบสุดท้าย แต่เลเวียร์เสียพลังงานไปถึง53%ไปกับนายั้แ่รอบแรก ตอนนี้ต่อให้เขาชนะวีโอเลตได้ รอบต่อไปก็ไม่เหลือพลังมนตราใช้อีก ตรงกันข้าม วีโอเลตที่สู้กับฉัน เธอใช้พลังมนตราไปแค่ 5% เท่านั้น ตอนนี้ริงเกียร์ของเธอเหลือพลังงานมหาศาลเทียบกับเลเวียร์ อีกทั้ง เธอมีริงเกียร์อยู่สามวง ส่วนเลเวียร์มีแค่สองวง แค่นี้ก็รู้ผลอยู่แล้ว”
“เงาพิฆาตของเลเวียร์ไม่มีทางปิดฉากวีโอเลตได้ ส่วนคลื่นทำลายล้างสีเทาก็ไม่แน่ว่าจะโจมตีโดนหรือน๊อควีโอเลตได้ในครั้งเดียว ไม่ว่าทางไหนก็ตามรอบนี้…”
“เลเวียร์ก็ไม่มีทางชนะ”
“ผู้เข้าสอบรอบสองคู่ที่7 เข้าสู่สนามได้”
สิ้นสุดเสียงประกาศ เลเวียร์เดินออกมาจากประตูฝั่งตะวันตกพร้อมกับดาบเล่มใหม่ในมือ ส่วนวีโอเลตที่เดินจากประตูฝั่งตรงข้างถือมีดสั้นสองเล่มเดินออกมาพร้อมกับสีหน้าเคร่งขรึม ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากัน รอคอยสัญญาณเริ่ม
“ครั้งสุดท้ายที่เราได้สู้กันโดยใช้ริงเกียร์นี่เมื่อไหร่นะ ฉันจำไม่ได้แล้ว” เลเวียร์ถามทีเล่นทีจริง
“ั้แ่สถาบันวิจัยริงเกอร์ละมั้งคะ” วีโอเลตตอบ “ในตอนนั้นวีแพ้หมดรูปเลยล่ะค่ะ”
ั้แ่สมัยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่สถาบันวิจัย เลเวียร์และวีโอเลตมักถูกไหว้วานให้เป็ผู้ทดสอบการใช้งานของริงเกียร์บ่อย ๆ ทั้งคู่จึงมีโอกาสได้ประลองกันั้แ่เด็ก ๆ ถ้าไม่มีริงเกียร์มาเกี่ยวข้อง วีโอเลตคงชนะเลเวียร์ได้ไม่ยากด้วยทักษะการต่อสู้ที่สูงกว่า แต่พอมีริงเกียร์มาเอี่ยว ผลการแข่งก็พลิกทันที เลเวียร์ที่ดึงพลังมนตราจากริงเกียร์ได้คล่องกว่า ทำให้มีประสาทััที่ไวกว่า เฉียบคมกว่า สามารถออกการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วกว่า เกือบทุกครั้งที่สู้กันโดยใช้พลังมนตรา เลเวียร์ก็ชนะเสียทุกครั้ง
แต่ครั้งนี้แหละ ฉันจะเอาชนะเขาให้ได้วีโอเลตจับมีด ตั้งท่ารอสัญญาณ
“ทั้งสองคนเตรียมตัว” เสียงประกาศแจ้งเตือน ก่อนจะนับถอยหลังสิบวินาที
10… 9 … 8 … 7 … 6 …
“วีไม่อ่อนแอเหมือนตอนนั้นแล้วนะคะ” เธอเตือนเลเวียร์ “วันนี้แหละ วีจะเอาชนะพี่ด้วยทุกอย่างที่มี และแสดงให้พี่เห็นว่าวีพัฒนาไปมากขนาดไหน! วีจะต้องเป็เ้าหน้าที่ระดับ C ให้ได้!”
“หึหึ งั้นหรอ…” เลเวียร์พยักหน้า “ในเมื่อเธอแสดงความพยายามขนาดนี้แล้ว ฉันคงไม่มีทางเลือกล่ะนะ”
“เริ่มต่อสู้ได้!”
“ยอ-” เลเวียร์เผยอริมฝีปาก ทันใดนั้นเขาเห็นเงาโผล่มาจากด้านหลังพร้อมกับจิตสังหารที่รุนแรง ทำให้ร่างกายของเขาขยับตัวหลบตามสัญชาตญาณ ใบมีดเฉี่ยวปลายหูของเขาไปเพียงนิดเดียว เลเวียร์ล้มคะมำลงพื้นสนาม หัวใจของเขาเต้นระรัวเพราะใกับการจู่โจมกะทันหันของสาวน้อยที่เพิ่งพุ่งโจมตีใส่เขาสีหน้าที่ไม่เป็มิตรสุด ๆ
“อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะคะ…” วีโอเลตจ้องเขม็ง “ชัยชนะของวีโดยการประกาศยอมแพ้ของพี่ ไม่ได้ทำให้วีรู้สึกดีใจสักนิด…ถ้ากล้าพูดมันอีกทีล่ะก็ หนูตัดพี่ตัดน้องจริง ๆ ด้วย”
“ทางเดียวที่พี่จะออกจากสนามนี้ คือ เอาชนะวีให้ได้ หรือไม่ ก็โดนวีเอาชนะเท่านั้น!” เธอก้มตัวลงต่ำ คลื่นมนตราจาง ๆ แผ่ออกจากตัวเธอ ก่อนจะหายวับไปอย่างรวดเร็ว
“หายไปแล้ว!?” เหล่าคณะกรรมการเบิกตากว้างกับการเคลื่อนไหวของวีโอเลต “อย่าบอกนะว่านี่มัน…”
“เท้าเทวะ!?”
ฉับ!
เคร้ง!
ดาบของเลเวียร์ปัดใบมีดของวีโอเลตได้ทันเวลาก่อนที่มันจะเฉือนเข้าร่างกายของเขา ตอนนี้มือสองมือของเขารั้งมีดของวีโอเลตไว้ได้ เธอลงจอดที่พื้นสนามก่อนจะหมุนตัวไปด้านหลัง หดขาขวาของตัวเองก่อนจะยืดออกสุดแรง
บึก!
ลูกถีบของวีโอเลตทำให้เลเวียร์ถอยครูดไปกับพื้นสนาม เขารู้สึกว่าซี่โครงของเขากำลังแตกร้าว แต่ไม่ทันได้ััความเ็ปหรือพักหายใจ เขาก็ต้องม้วนตัวหลบมีดที่วีโอเลตปาใส่อีก
“ตอบโต้สิคะ! จะเอาแต่ป้องกันไปถึงไหนกัน!?” เธอกระตุกเส้นลวดที่ติดกับมีด ดึงอาวุธกลับเข้ามือ ก่อนจะปาออกไปใหม่อย่างต่อเนื่อง “วีไม่ควรค่ากับการเอาจริงขนาดนั้นเลยหรอคะ!ทั้ง ๆ ที่ตอนสู้กับคุณโนอา ก็ทุ่มสุดตัวขนาดนั้นแท้ ๆ !”
เลเวียร์ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพียงแต่หลบซ้าย หลบขวา ปัดป้องมีดของวีโอเลตอยู่เนือง ๆ โดนหมัดและลูกเตะของวีโอเลตเข้าสองสามครั้ง แต่ถัดจากนั้นท่วงท่าของวีโอเลตก็ถูกอ่านออกโดยเลเวียร์จนหมดเปลือก ตอนนี้เขาสามารถตั้งหลักและป้องกันการโจมตีทุกรูปแบบของวีโอเลตได้
“วี…เธอน่าจะรู้ดีว่ารูปแบบการโจมตีของเธออาจใช้เอาชนะคนอื่นได้ แต่ใช้กับฉันที่สวมริงเกียร์แล้วไม่ได้… ซ้าย ขวา เข่าซ้าย ศอกขวา หมัดซ้าย…” เลเวียร์พูดทำนายการเคลื่อนไหวของวีโอเลต ซึ่งก็เป็ไปตามนั้นทุกประการ นั่นเพราะรูปแบบการโจมตีของเธอที่ดูว่าซับซ้อนในสายตาคนอื่น เลเวียร์นั้นเห็นมาไม่รู้กี่ร้อยครั้งแล้ว “แค่ศิลปะต่อสู้อย่างเดียว เธอเอาชนะฉันไม่ได้หรอก”
“หุบปาก!” เธอวาดมีดปาดจากด้านข้างเข้าหาเลเวียร์ แต่แขนขวาของหนุ่มผมเทาหยุดมันไว้ ก่อนจะใช้มือซ้ายผลักเธอให้ถอยไป
“หนอยแน่… อย่าทำเหมือนวีเป็เด็กนะ!” เธอะเิพลังมนตราบูสความเร็วจนหายวับไปอีกครั้ง
“การโจมตีของเธอไม่แข็งแกร่งเท่าโนอา พลังป้องกันเธอไม่แข็งแกร่งเท่าโรม ตอนนี้ช่องโหว่ของเธอเต็มไปหมด…ใบมีดของฉันสามารถเข้าถึงตัวเธอได้ง่าย ๆ และที่สำคัญที่สุด…”
วูบ!
เฮือก…
เลเวียร์หมุนตัวไปด้านหลัง ชี้ดาบตรงไปคอหอยวีโอเลตที่หยุดชะงักระหว่างเธอกำลังชูมีดสั้นขึ้นเหนือหัว
“เงาพิฆาตที่เธอเลียนแบบมา เทียบกับของฉันไม่ได้สักนิด…”
วีโอเลตกัดฟัน ก่อนจะะโถอยหลังให้พ้นรัศมีการโจมตีของเลเวียร์ เธอจ้องหาจุดอ่อนของเลเวียร์ที่ยืนอย่างมั่นคง ทันใดนั้นเขาก็หายวับไปดื้อ ๆ
ชิ้ง…
วีโอเลตััความเย็นวาบที่ลำคอ ใบดาบด้านทื่อของเลเวียร์ทาบที่คอของเธออย่างนุ่มนวล
“เธอไม่ได้คิดจะเอาชนะฉันอย่างจริงจังเลย เพราะอย่างนั้นไงล่ะฉันถึงไม่ได้อยากสู้กับเธอ” เลเวียร์พูด “แล้วอีกอย่าง…”
“เธอตั้งใจจะเอาชนะฉันด้วยริงเกียร์กายากับริงเกียร์ศาสตราแค่สองวงจริง ๆ งั้นหรอ?” เลเวียร์ถามวีโอเลตที่ชะงักไป
“เปล่านะ! วีก็แค่…”
“แค่รู้สึกผิดที่ทำให้ฉันถูกยึดริงเกียร์ไปสองวงั้แ่ต้นการศึกษา…ใช่ไหม?” เลเวียร์พูดแทรก ก่อนจะดึงดาบออกห่างจากเธอ “เธอก็เลยอยากสู้กับฉันแบบเท่าเทียมโดยใช้ริงเกียร์แค่สองวง อย่างนั้นล่ะสิ?”
วีโอเลตไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะสิ่งที่เลเวียร์พูดมานั้นตรงกับที่เธอคิดทั้งหมด
“ใจนึงก็อยากสู้กับฉัน แต่อีกใจก็รู้สึกผิดที่ทำให้ฉันต้องเสียเปรียบคนอื่น ๆ ั้แ่ต้น เพราะสองความคิดที่ตรงข้ามตีกันอยู่ในหัว มันเลยรบกวนสมาธิเธออยู่อย่างนี้ไงล่ะ” เลเวียร์พูดเชิงตำหนิน้องสาวตัวเอง “คนที่ไม่เอาจริงในการสอบนี้ มันเธอต่างหาก วีโอเลต…การสู้แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่เธอทำตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับ…”
“การดูถูกคู่ต่อสู้ของเธอเลยนะ”
“เลิกถือทิฐิไร้สาระนั่น!แล้วเอาชนะฉันด้วยทุกอย่างที่มีซะสิ!เธอจะเป็เ้าหน้าที่ระดับC ให้ได้ไม่ใช่หรอ!?” เลเวียร์ะโ “สิ่งที่เธอฝึกฝนอย่างทรหดมาตลอดสองเดือน ใต้ผ้าพันแผลที่แขนนั่น มันไม่ใช่เพื่อสู้กับฉันรึไง!”
“เลิกออมมือ แล้วใช้ทุกอย่างเพื่อเอาชนะฉันซะ!”
สิ้นสุดเสียงของเลเวียร์ วีโอเลตที่ยืนแน่นิ่งไป แล้วจู่ ๆ เธอก็เก็บมีดสั้นใส่ปลอกข้างน่องขา ก่อนจะเอามือจิกผ้าพันแผลที่ฝ่ามือ แล้วม้วนมันออกทิ้งลงกับพื้น เผยให้เห็นรอยด่างราวกับปานสีคล้ำเป็วง ๆ ตามแขนขวาที่เคยเรียบเนียนขาว จากนั้นเอามือดึงมีดออกมาจากฝักอีกครั้ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ทุกอย่างรอบตัวเธอดูสงบนิ่ง ใบหน้าของเธอดูผ่อนคลายราวกับกำลังหลับใหลอยู่
“ก็ได้ค่ะ…พี่เลเวียร์…” เธอพูดด้วยรอยยิ้ม สูดหายใจเข้าลึกเต็มปอด
เงียบ…
เปรี้ยง!
สายฟ้าสีม่วงเจิดจ้าะเิออกรอบตัวของสาวน้อยอย่างบ้าคลั่ง
“สายฟ้า!? นอกจากคูลบรีซแล้ว สกายเรสเซอร์คนน้องก็ใช้ริงเกียร์บัญชาควบคุมธาตุได้งั้นหรอ!?” วิลเลียมและกรรมการคนอื่นต่างตะลึงไปตาม ๆ กัน ทุกสายตาในสนามต่างจ้องประกายแสงสีม่วงตาไม่กระพริบ
กระแสไฟฟ้าที่แผดกระจายรอบตัวอย่างบ้าคลั่งค่อย ๆ หดตัวรวมกันเป็จุดสว่างจ้าที่แขนขวา และสว่างไสวที่สุดที่ปลายมีดที่เธอถืออยู่
“นี่คือทั้งหมดที่วีมีตอนนี้ค่ะ” วีโอเลตพูด “ถ้าทั้งหมดของวีเอาชนะพี่ไม่ได้ ก็คงชนะพี่ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”
“หึหึ รู้อยู่แล้วเชียวว่าเธอต้องมีอะไรเจ๋ง ๆ ให้คนอื่นใอยู่เรื่อย” เลเวียร์จับดาบด้วยมือทั้งสองข้า ชี้ไปด้านหน้าเหมือนกับถือดาบเคนโด้ “งั้นฉันเองก็ต้องทุ่มสุดตัวเหมือนกัน”
“เอาล่ะนะ วีโอเลต!” เลเวียร์ะโลั่น แต่ดูเหมือนว่าสายฟ้าที่ของวีโอเลตจะเสียงดังจนหูเธอไม่อาจได้ยินสิ่งที่เขาพูด เลเวียร์ยกดาบขึ้นเหนือหัว ในขณะเดียวกันกับวีโอเลตที่ก้มตัวลงต่ำ แสงสีม่วงที่สว่างอยู่แล้วยิ่งบีบอัดเข้าจนกลายเป็สุดสีขาวสว่างราวกับไฟสปอตไลท์หลายร้อยดวง ในด้านเลเวียร์ ออร่าสีครามปกคลุมทั่วดาบ
“คมดาบสีเงิ…!”
ฆ่า…
เลเวียร์ชะงักเมื่อได้ยินเสียงกระซิบข้างหูในจังหวะที่วาดดาบลงมา เขาปล่อยคลื่นทำลายล้างสีเงินไปด้านหน้าพุ่งเข้าใส่วีโอเลตไม่สุด ส่วนฝั่งวีโอเลต จู่ ๆ ก็เกิดเสียงะเิอย่างรุนแรง เธอถีบตัวพุ่งเข้าไปด้านหน้าชี้มีดเข้ากึ่งกลางของคลื่นคลั่ง
“อัสนีอำไพ[Violet Drive]”
เปรี้ยง!
บูม!
เพล้ง!
แสงสีขาวสว่างวาบ ก่อนเกิดคลื่นเสียงโซนิคบูมอันรุนแรงจนทำให้บาร์เรียที่ปกคลุมสนามสอบแตกเป็เสี่ยง ๆ ส่งคลื่นลมกระจัดกระจายไปทั่วทุกสารทิศ
อ๊อดดดด…
ผู้ชมที่ต่างตาพล่าจากแสงแฟลชได้ยินเสียงสัญญาณสิ้นสุดการสอบ ตอนนี้ทุกคนรู้แล้วว่าสกายเรสเซอร์คนใดคนหนึ่งได้พ่ายแพ้เป็ที่เรียบร้อย พวกเขาขยี้ตาไปมาให้พอเห็นภาพเบื้องหน้าลาง ๆ สิ่งที่ทุกคนเห็นคือสาวน้อยผมน้ำตาลนั่งคุกเข่าหอบอย่างหนัก มีดในมือเธอไม่อาจคงสภาพอันแข็งแกร่งได้อีกจนร่วงกราวกลายเป็ฝุ่นผงไป แต่กระนั้นเธอค่อย ๆ ดันตัวขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล แหงนหน้ามองไปยังอัฒจันทร์อันเงียบกริบ ไม่ห่างกันหนุ่มผมเทายืนทื่อบนสนาม ควันสีเทาแผ่ออกราวกับเนื้อที่ถูกย่างใหม่ ๆ รอยฟันขนาดใหญ่วาดั้แ่หัวไหล่ลงไปยังเอวเป็แนวเฉียงยาว เืซึมออกจากาแ ก่อนจะล้มหงายตึงที่พื้น
“ผ… ผู้ชนะการสอบรอบสอง คู่ที่ 7”
“วีโอเลต สกายเรสเซอร์”
สาวน้อยวิ่งกระเผลกมาหาพี่ชายตัวเองที่หายใจพะงาบ ๆ อยู่ แต่ทันทีที่เห็นวีโอเลตเดินเข้าหา เขากลับยิ้มแก้มปริแสดงความยินดีกับชัยชนะของเธอ
“พัฒนาขึ้นเยอะเลยนี่นาวี…” เลเวียร์พูดเสียงแห้ง “รอบต่อไปก็…พยา… ยาม ..เข้า…น”
คร่อก…
“คิก…ตัวเองเพิ่งเจ็บหนักแท้ ๆ ยังจะมีหน้ามาอวยพรคนอื่นอีก…พี่นี่บ้าจังเลยนะคะ” วีโอเลตนั่งพับเพียบลงข้าง ๆ เอามือสองข้างประคองหัวของเลเวียร์วางบนตักของตัวเอง ก่อนจะลูบผมไปมาอย่างทะนุถนอม รอทีมปฐมพยาบาลมาถึง
“ขอบคุณนะคะ พี่เลเวียร์”