"เหตุผลอันใดหรือ...? ไม่มีเหตุผลใดทั้งสิ้น เพราะข้าได้ลั่นวาจากับท่านแม่ไปแล้ว มันก็เท่านั้น"
"เจ้าลองตรองดูดี ๆ นะไอ้หนู หากเจ้าเลือกที่จะเป็นมารต่อ ในอนาคตจะมีสตรีอีกมากมายมาให้เจ้าเสพสม และจิตปราณราคะก็จะเพิ่มพูนขึ้นจนไม่มีที่สิ้นสุด แต่ถ้าเลือกทำตามที่มารดาเจ้าบอก เจ้าจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง และที่สำคัญเจ้าอาจจะต้องเอาชีวิตไปทิ้งให้แก่เจ้าหยวนซิงก้านก็เป็นได้…"
พอเว่ยเซี่ยได้ฟังที่เจ้ากระบี่เทพมารราคะกล่างออกมา มันก็พลันหน้าถอดสีนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่ฟางเหนียงจะเอ่ยถามขึ้น
"เจ้าเป็นอันใดไปหรือ ลูกแม่ กระบี่เล่มนั้นมันบอกสิ่งใดกับเจ้า" เว่ยเซี่ยครุ่นคิดด้วยสีหน้าเป็นกังวลอยู่เล็กน้อย ก่อนที่มันจะตัดสินใจบอกเล่าทุกอย่างให้ฟางเหนียงรับรู้.
"เช่นนี้นี่เอง เพราะเจ้าไม่คิดที่จะไปเสพสมกับสตรีนางอื่นนอกจากแม่ มันก็เลยทำให้จิตปราณราคะของเจ้าไม่เพิ่มขึ้น แถมยังลดลงอีกหนึ่งส่วน จนทำให้วรยุทธ์มารราคะถดถอยลงอีกหนึ่งขั้นด้วย…"
"ใช่แล้วท่านแม่ หากเป็นเช่นนั้นข้าเกรงว่า ตนเองในยามนี้คงมีฝีมือพอ ๆ กับหยวนซิงก้าน หรือ อาจจะด้อยกว่ามันอยู่หนึ่งขั้น หากสู้กัน อย่างดีสุดคงได้แค่เสมอตัว หรือถ้าเลวร้ายข้าก็คงถูกมัน…."
เว่ยเซี่ยหน้าซีดคอตก หวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะนิ่งเงียบไปดื้อ ๆ ฟางเหนียงที่เห็นบุตรชายเป็นเช่นนี้ นางก็พลอยใจเสียไปด้วย แต่ด้วยความที่นางเป็นคนฉลาด ฟางเหนียงจึงครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา
"หากเจ้าไม่สามารถใช้เพลงกระบี่เทพมารราคะสู้ลำพังได้ เช่นนั้นถ้ามีแม่ร่วมด้วยเล่าผลจะเป็นเช่นไร"
"ท่านแม่หมายความว่าอย่างไรข้าไม่เข้าใจ"
"เพลงกระบี่คู่ใจประสานไงล่ะเว่ยเซี่ย"
"เพลงกระบี่ชุดนั้นหรือ...?"
"ใช่แล้วลูกแม่ ก่อนหน้านี้แม่ฝึกกับมู่เทียนยงมาสักพัก แต่ก็มิอาจเข้าถึงพลานุภาพของมันได้ คงเป็นเพราะหัวใจไม่ประสานกัน แต่ในยามนี้แม่กับเจ้า..."
พอกล่าวถึงต้องนี้ใบหน้าของฟางเหนียงก็พลันแดงก่ำด้วยความเขินอาย แม้นนางจะยังมิได้รักเว่ยเซี่ยบุตรชายในเชิงชู้สาว แต่ก็มิอาจปฏิเสธได้ว่าทั้งสองมิได้ต่างจากผัวเมียคู่หนึ่งเพื่อเพราะสมสู่กันไปครั้งหนึ่งแล้ว ดังนั้นการฝึกเพลงกระบี่ใจประสานย่อมส่งผลออกมาดีกว่าก่อนหน้าเป็นแน่
"ท่านแม่กล่าวก็มีเหตุผลอยู่หลายส่วน จริงสินะหากใช้เพลงกระบี่ชุดนี้ กับเพลงกระบี่เทพมารราคะคู่กัน อาจเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปได้ เจ้าคิดเช่นนั้นหรือไม่ เจ้ากระบี่เทพมารราคะ"
เว่ยเซี่ยเผยรอยยิ้มแห่งความหวังให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยถามเจ้ากระบี่เทพมาาราคะออกมา ทว่า…..มันกลับนิ่งเงียบไม่ส่งเสียงใดตอบมาในหัว คล้ายมันจะยังโกรธเคืองเว่ยเซี่ยไม่หาย หรือไม่ก็ สองแม่ลูกคิดถูกเจ้ากระบี่เทพมารราคะก็เลยเสียหน้า
"หึ มิตอบอันใดข้างั้นหรือ เช่นนี้ก็แสดงว่าข้า กับท่านแม่คิดถูก ฮ่า ๆ ๆ ๆ"
เว่ยเซี่ยหัวร่อออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนที่มันจะลุกขึ้น และยื่นมือไปทางฟางเหนียง นางระบายยิ้มสดใส ก่อนจะจับมือของมัน แล้วลุกขึ้น
"เช่นนั้น ยามนี้พวกเราออกจากก้นเหวนี้กันก่อนเถิดท่านแม่"
เว่ยเซี่ยเอ่ยขึ้น ส่วนฟางเหนียงก็ส่งเสียงอืมส์สั้นพร้อมพยักหน้า จากนั้นเว่ยเซี่ยก็ใช้แขนโอบเอวนางไปแนบกาย แล้วถีบตัวพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้าราวกับมีปีกบิน มันใช้เวลาไม่ถึงอึดใจกระมังก็สามารถกลับมายืนอยู่หน้าปากเหวได้เป็นที่เรียบร้อย
"สำเร็จ ในที่สุดพวกเราก็กลับขึ้นมาได้แล้วท่านแม่เห็นหรือไม่"
เว่ยเซี่ยเอ่ยออกมาด้วยท่าทางดีใจ ส่วนมารดาคนงามของมันนั้น ในยามนี้ใบหน้าของนางกลับแดงซ่านไม่ยอมพูดตอบ คงเป็นเพราะถูกบุตรชายกอดอยู่กระมัง และพอเจ้าบุตรชายตัวแสบเห็นมารดสาขวยเขินแทนที่มันจะปล่อย แต่กลับพุ่งใบหน้าตรงเข้าไปหอมแก้มอย่างสนุกสนาน
"ว้าย...!! เว่ยเซี่ยเจ้าจะทำอันใดแม่ นี่ไม่ใช่ก้นเหวนะเดี๋ยวก็มีคนผ่านมาเห็นหรอก"
"เห็นแล้วเป็นเช่นไร ข้าหอมแม่ข้า ไม่สิ…ข้าหอมเมียข้า ไม่เห็นมีอะไรแปลก"
วาจาทะลึ่งทะเล้นของเว่ยเซี่ยกลับทำให้ใบหน้าของฟางเหนียงแดงขึ้นกว่าเดิม ทว่า…นางกลับมิได้ดุด่า แถมยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างผิดวิสัยของผู้เป็นมารดาอีกด้วย
เจ้าเว่ยเซี่ยยิ่งเห็นก็ยิ่งได้ใจ ครานี้มันเลยทั้งกอดทั้งหอม ใช้มือบีบปทุมถันฟางเหนียงเล่น ก่อนที่สุดท้ายจะประกบปากจูบ ฟางเหนียงที่โดนกระทำเช่นนั้นก็ตกใจอยุ่ไม่น้อย ทีแรกนางคิดขัดขืน แต่พอนึกถึงเรื่องที่ตนเองเคยพูดไว้ในก้นเหว ฟางเหนียงจึงยินยอม ก่อนจะแลกลิ้นกับเว่ยเซี่ยอย่างดูดดื่ม อย่างไม่อายฟ้าดิน
เว่ยเซี่ยซุกไซ้ซอกคอเนียนระหงส์ของมารดา ส่วนมือก็บีบเคล้นเต้างามอย่างแผ่วเบา ก่อนที่ฟางเหนียงจะสัมผัสได้ถึง เจ้ามังกรยักษ์ตาเดียวของเว่ยเซี่ยทำกำลังพองแข็งถูไถร่างกายช่วงล่างของนางไปมา หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ มีหวังนางกับมันคงได้สมสู่กันริมผาตรงนี้เป็นแน่
ฟางเหนียงจึงต้องกลั่นจผลักร่างของเว่ยเซี่ยออกแล้วกล่าวขึ้น
"พอก่อน พอก่อนลูกแม่ ยามนี้ยังไม่ได้ แม่ขอล่ะขืนมีผู้ใดผ่านมาพบเข้าคงไม่เหมาะ เอาไว้ไปหาถ้ำ หรือที่เงียบ ๆ ทำกันจะดีกว่า แถมที่นั้นเราจะได้ฝึกเพลงกระบี่คู่ใจประสานกันด้วยเจ้าว่าดีหรือไม่"
เว่ยเซี่ยรู้สึกเสียดายเป็นยิ่งนักที่โดนฟางเหนียงขัดจังหวะ แต่มันก็ยินดีทำตาม ยามนี้มารดาคงงามของมันประสงค์สิ่งใด เว่ยเซี่ยพร้อมจะทำทุกสิ่ง ขอเพียงแค่ให้มันได้อยู่กับนางก็พอ จากนั้นทั้งสองจึงออกเดินทาง..
ระหว่างทางทั้งสองมีความคิดอยู่ว่าอยากจะกลับไปที่กระท่อมบนในป่าเขียวขจี ทว่า…พอคิดดูที่นั้นคงจะไม่ปลอดภัย เพราะอีกไม่นานพวกหยวนซิงก้านคงจะทราบเรื่องการตายของพวกมัน และคงส่งคนมาเก็บกระบี่เทพมารราคะเป็นแน่ หากลงไปเมื่อใด แล้วไม่พบศพ หยวนซิงก้านก็จะทราบทันทีว่า สองแม่ลูกยังไม่ตาย ดังนั้นกระท่อมบนเขาก็คงไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย แถมคนในหมู่ก็จะพลอยเดือดร้อนไม่ต่างจากคราวก่อน
ครั้นจะให้กลับไปที่สำนักสตรีหยกสวรรค์ ก็คงไม่สะดวกใจนัก แม้นเตียวเหม่ย กับศิษย์ในสำนักจะเป็นกำลังให้ทั้งสองได้ก็ตาม แต่มันยังหาใช่เวลานี้ไม่ เว่ยเซี่ย กับฟางเหนียงต้องฝึก เพลงกระบี่มารราคะใจประสานให้ถึงขั้นสุดยอดเสียก่อน พวกนางถึงจะเสริมทัพได้
ดังนั้นทั้งสองแม่ลูกจึงเลือกถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากพรรคมารราคะสักเท่าไหร่ เหตุที่เลือกแบบนี้ก็เพราะ ฟางเหนียงเชื่อว่าที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด แถมสถานที่แห่งนี้ยังเหมาะที่จะอยู่อาศัยด้วย เพราะนอกป่าใกล้ ๆ มีทั้ง ผลไม้กับสัตว์ป่า ส่วนในถ้ำก็มีบ่อน้ำให้อาบ ให้ดื่ม และมีแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในยามกลางวัน ด้วยสถานที่วิเศษขนาดนี้ มีหรือที่ ทั้งคู่จะไม่มาหลบซ่อน เพื่อร่วมรัก เอ๊ย! เพื่อฝึกวิชา...
จบตอน