บทที่108สัประยุทธ์
“อย่าได้ใจจนเกินไป!”
เจิ้งกวนเห็นเหตุการณ์ที่พลิกผันเพียงการมาของสองบุรุษหนุ่มก็บังเกิดความเดือดดาลระหว่างทางกลับจากการไปพบคนของนิกายเทวะวจนะในช่วงหลายวันมานี้ มันก็ได้อ่านคัมภีร์วจนะยุทธ์ที่คนของนิกายเทวะวจนะมอบตอบแทนให้ต่อข่าวคราวอันเป็นประโยชน์ที่มันได้นำไปแจ้งทำให้บุรุษชราผู้นี้ได้เคล็ดวิชาใหม่ แม้จะยังถึงขั้นการศึกษาที่ไม่สมบูรณ์ แต่มันก็สามารถพัฒนาพลังการต่อสู้ของประมุขเอกยาจกผู้นี้ขึ้นไปอีกขั้นได้
เช่นนั้นมันจึงเตรียมที่จะปลดปล่อยพลังใหม่เพื่อชำระความเดือดดาลที่กำลังครุกรุ่นในจิตใจ!
“ข้าจะเหยียบย่ำความกล้าและความได้ใจของพวกเจ้าให้จมพื้นธรณี!”
ร่างงองุ้มสีแดงก่ำได้เพิ่มมาด้วยไม้เท้าในมือแต่แทนที่พลังปาฏิหาริย์ที่สมควรจะคล้ายอสรพิษแผ่พุ่งเสมือนเมื่อตอนที่มันเคยใช้กำราบปู้ชิงเถาที่เมืองหลวงแคว้นเว่ยกลับกลายเป็นว่าไม้เท้านี้ได้ถูกใช้แทนดาบเล่มหนึ่งก็ปาน
เจิ้งกวนมันมิได้ทิ่มแทงไม้เท้าปลดปล่อยพลังรูปอสรพิษได้มันได้ฟาดฟันไม้เท้าเป็นพลังดาบ!
ปู้ชิงเถาเตรียมการรับมือกับพลังรูปอสรพิษที่ฉวัดเฉวียนล่อหลอกแฝงความอ่อนหยุนแต่แกร่งกร้าวมาเป็นอย่างดีเห็นไม้เท้าของศัตรูปรากฏก็เข้าใจว่าวิชาอันแสนภาคภูมิใจของศัตรูจะปลดปล่อย แต่พอเห็นลักษณะการเคลื่อนของไม้เท้าหัวคิ้วของชายหนุ่มก็ขมวดมุ่นทันใด
นี่มิใช่การเคลื่อนของอสรพิษแต่มันคือการเคลื่อนในวิถีของดาบ!
ไม้เท้าที่ดูทื่อด้านไร้คมเพียงถูกตวัดฟันในมือของเจิ้งกวนกลับให้ความรู้สึกที่ว่ามันสามารถฟันได้กระทั่งเหล็กกล้านับเป็นวิชาแห่งวจนะยุทธ์ที่น่ากลัวมิใช่น้อย
“ดาบสะบั้นมาร!”
เสียงคำรามกึกก้องของเจิ้งกวนมาพร้อมกับคลื่นพลังคมดาบสีแดงก่ำราวจันทร์เสี้ยวแผ่พุ่งเข้าใส่ที่แผ่นอกของปู้ชิงเถาเพียงหนึ่งจันทร์เสี้ยวแดงก่ำตัดเฉือน ความรู้สึกแสบร้อนตรงหน้าอกก็บังเกิด ปู้ชิงเถารู้สึกหายใจอึดอัดคับข้องบรรยากาศตรงหน้ากับร่างของมันคล้ายถูกผ่าแยกก็ปาน
เมื่อสัมผัสรับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของพลังตั้งแต่ที่ยังไม่บรรลุถึงกายปู้ชิงเถาก็รู้ตัวว่าตนในตอนนี้มิอาจใช้กระบวนท่าแห่งเคล็ดวิชาท่องไพศาลต้านรับได้แน่และหากมันมิอาจสยบพลังคมดาบที่ราวกับจันทร์เสี้ยวสีแดงก่ำนี้ มันจะมิอาจทวงความเป็นธรรมให้แก่บิดาได้เลยอีกทั้งมันยังต้องนำชีวิตมาทิ้งที่นี่!
คิดดังนั้นสายตาของชายหนุ่มจึงพริ้มลงประสาทสัมผัสยังคงรับรู้ต่อคมดาบแดงก่ำที่แผ่พุ่งมา แต่จิตสมาธิพยายามเข้าสู่ความนิ่งสงบแลสมดุลแห่งพลังลมปราณในกายมากที่สุดหากมันอยากรอด มีแต่ต้องฝืนเปิดดาราดวงที่หนึ่งในกายเท่านั้น
ปู้ชิงเถาเข้าถึงในหลักเกณฑ์แห่งวิถีที่ฮุ่ยจวินถ่ายทอดแล้วและมันก็ได้เข้าใจในวิถีของตนเอง มันมิจำเป็นต้องอาศัยกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนแลหลากหลายในการเปิดดวงดาราดั่งเช่นฮุ่ยจวินมันเพียงนำวิถีของตนเอง ความเข้าใจในตัวของมันเอง ใช้ความเถรตรงทื่อด้านเป็นใบเบิกวิถีและเพียงชั่วพริบตาดวงดาราจุดที่หนึ่งที่อยู่บริเวณต้นขาก็เปิดออก
บรรยากาศรอบกายของปู้ชิงเถาจู่ๆก็พลันแปรเปลี่ยน คลื่นลมอันหวือหวาฉีกกระชากจากพลังคมดาบจันทร์เสี้ยวสีแดงก่ำก็พลันนิ่งสงบราวถูกตัดขาดรอบกายมันมีไอสีขาวราวม่านหมอกปกคลุม หมัดที่กำแน่นปรากฏเป็นเวิ้งสุญญากาศครอบอยู่นี่นับเป็นรูปแบบวิถีพลังอันแปลกใหม่ที่แม้แต่เจิ้งกวนซึ่งมีอายุมาเกือบร้อยปีก็ยังไม่เคยประสบพบเห็น
เจิ้งกวนมีดาบสะบั้นมารปู้ชิงเถามีลมปราณเจ็ดดารา!
“ดาราไร้เงา!”
เสียงคำรามก้องของปู้ชิงเถาดังมาพร้อมกับหมัดที่ครอบด้วยเวิ้งสุญญากาศซัดเข้าใส่คมดาบจันทร์เสี้ยวนำพาพลังที่ดังสนั่นราวกับอัสนีบาตพาดผ่านพรรคเอกยาจกสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น เหล่าขอทานที่เหม่อลอยล้วนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายพวกมันราวกับสติแตกจึงต่างวิ่งเตลิดหลบหนีความอึงอนของเสียงอัสนีบาตที่ผ่าฟาดนี้
จื่อจิ้งได้แต่เบิกตามองความวิปโยคแลเสียหายที่ก่อเกิดกับพรรคเอกยาจกมองตึกอาคารไม้ไผ่มากมายกระจัดกระจายพังครืน แต่ความเสียหายเหล่านี้มิได้ทำให้มันรู้สึกสูญเสียแต่อย่างใดแต่มันพอได้เห็นเคล็ดวิชาใหม่ที่นิกายเทวะวจนะมอบให้ถูกหยุดได้ด้วยพลังลมปราณสามัญวิถีหนึ่งมันก็บังเกิดความหวาดหวั่นที่จะสูญเสียทันที
สิ่งที่มันเกรงกลัวจะสูญเสียก็คือชีวิตของมันนี้!
“เป็นไปได้อย่างไรไม่กี่เดือนก่อนหน้ามันยังเป็นลูกไก่ที่ไร้พิษสงค์มิใช่หรือ"
เสียงอวู้อวี้ของมันสามารถทำให้ผู้คนที่ได้ฟังต้องรู้สึกขบขันทว่าในสถานการณ์เช่นนี้จะมีใครมามัวขบขันได้ เหล่าขอทานบางผู้ที่สามารถหลุดออกมาจากห้วงแห่งความเหม่อลอยเมื่อได้เห็นก็ต่างแอบหลบหนีรักษาชีวิตแม้แต่จื่อจิ้งเองใจของมันกึ่งหนึ่งก็คิดหลบหนี เพราะในตอนนี้มันไม่แน่ใจแล้วว่าประมุขของมันจะเอาชนะหอกข้างแคร่คนสำคัญนี้ได้หรือไม่
หลังการปะทะของสองพลังที่กึกก้องกัมปนาทนำพาความเสียหายมาสู่พรรคเอกยาจกอย่างสุดคณานับไม้เท้าของเจิ้งกวนที่สูญพลังไปได้คัดง้างกับหมัดเปล่าเปลือยที่ไร้พลังของปู้ชิงเถาเช่นเดียวกัน
หมัดสั่นพร่า ไม้เท้าสั่นไหวแต่จิตใจของเจิ้งกวนกลับสั่นสะท้านยากทำใจเชื่อ เมื่อครู่คือพลังที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มันเคยใช้ออกเป็นพลังปาฏิหาริย์ในมหาวิถีวจนะยุทธ์ที่มันภาคภูมิใจที่สามารถใช้ออกได้ แต่ความภาคภูมิใจทั้งหมดของมันกลับถูกทำลายด้วยหมัดแห่งพลังลมปราณสามัญในวิถีอันพิสดารของบุรุษหนุ่มที่มันเห็นเป็นเพียงลูกไก่ในกำมือตรงหน้า
นี่ชี้ชัดให้มันได้เห็นแล้วว่าลูกไก่ตัวนี้มิใช่ลูกไก่อีกต่อไปแต่มันได้สยายปีกเป็นพญาวิหคที่โผบินบนฟากฟ้าแล้ว!
เห็นความแตกตื่นหวาดกลัวฉายชัดออกมาทางนัยน์ตาของเจิ้งกวนจื่อจิ้งก็ร้อนใจตาม แต่จะให้มันลงมือช่วยมันก็มิกล้า เพราะนับตั้งแต่ที่ปู้ชิงเถาสามารถทำให้มันฟันร่วงหมดปากได้โดยที่มันมิอาจปัดป้องนั่นเป็นอีกสิ่งที่ชี้ชัดว่าตนมิใช่คู่มือของมันแล้ว เช่นนั้นจึงได้แต่แหกปากตะโกนสั่งคนของตนให้เข้าไปฉวยโอกาสเล่นงานปู้ชิงเถาแทน
“พวกเจ้าจะมัวเหม่อลอยอะไรรีบเข้าไปจัดการมัน”
ไม่ว่าจื่อจิ้งจะตวาดหรือข่มขู่คนของตนเพียงใดแต่เหล่าขอทานพวกนั้นก็มิอาจหาทางขับพิษที่กดการทำงานของระบบประสาทนี้ได้ เมื่อเห็นว่าแม้ตนจะตะเบ็งเสียงให้คอแตกตายก็มิอาจจะคืนสติให้แก่ขอทานเหล่านี้มันจึงเบนเป้ามาที่ฮุ่ยจวินแทน
มันจดจำได้ว่าครั้งหนึ่งบุรุษหนุ่มผู้นี้เคยใช้ส่วนผสมของสมุนไพรก่อให้เกิดพิษร้ายเล่นงานตนอย่างเจ็บแสบเช่นนั้นพิษกดระบบประสาทที่เกิดขึ้นกับเหล่าขอทานคนของตนอาจมาจากมัน อีกทั้งมันยังเป็นคนที่ตนโกรธแค้นอยากจัดการเป็นที่สุดและหากจัดการมันได้อาจมียาถอนพิษแก่คนของตน เช่นนั้นมันจึงไม่รีรอชักช้า ทะยานกายเข้าหาฮุ่ยจวินในทันใด
การที่จื่อจิ้งเลือกลงมืออีกประการหนึ่งเพราะมันเห็นว่าชายหนุ่มไม่กล้าที่จะลงมือช่วยปู้ชิงเถา แสดงว่ามันผู้นี้ไม่มั่นใจในพลังฝีมือของตนและดูจากภายนอกก็ดูอ่อนด้อยกว่าปู้ชิงเถามาก เมื่อเป็นเช่นนี้มีโอกาสให้จื่อจิ้งสามารถเล่นงานมันได้ทว่าจื่อจิ้งกลับคิดผิดอย่างมหันต์ ผู้ที่ถ่ายทอดสุดยอดวิถีพลังอันพิสดารให้แก่ปู้ชิงเถาก็คือบุรุษหนุ่มผู้นี้เช่นนั้นชายหนุ่มจะยังมีฝีมือที่อ่อนด้อยกว่าปู้ชิงเถาได้อย่างไร การที่เห็นมันไม่ลงมือมิได้หมายความว่ามันหวาดกลัวหรือสู้มิได้ แต่พี่ร่วมสาบานได้ขอมันเอาไว้ต่างหากว่าการต่อสู้ครั้งนี้ให้เป็นหน้าที่ของผู้เป็นพี่ใหญ่เป็นผู้สะสางและทวงคืนความเป็นธรรมแก่บิดา
ดังนั้นตลอดมาฮุ่ยจวินจึงเพียงช่วยเหลือเหล่าสตรีชาวบ้านช่วยหยุดเหล่าขอทานมิให้เข่นฆ่านองเลือด และเฝ้าจับตาดูเหตุการณ์ที่เบื้องนอกเท่านั้นทว่าจื่อจิ้งกลับเบนเป้าหมายเล่นงานมันเอง เช่นนั้นมันจะไม่ลงมือก็มิได้
ฝ่ามือของจื่อจิ้งงอเกร็งเป็นกรงเล็บกอปรรวมพลังลมปราณสามัญที่แกร่งกร้าวมิธรรมดา หากเป็นเมื่อก่อนพลังกรงเล็บนี้คงสร้างความลำบากให้แก่ฮุ่ยจวินไม่น้อยทว่าวันนี้กับเมื่อก่อนได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแล้ว
เมื่อก่อนฮุ่ยจวินหลบหนีอย่างหัวซุกหัวซุนเพราะมิอาจสู้แต่ตอนนี้กลับเป็นหัวของจื่อจิ้งที่จมลงยังผืนปฐพีเพราะมิอาจสู้หนึ่งสันมือของฮุ่ยจวินที่ฟาดลง!
ตูมมม!
มหาวิถีเจ็ดดารามีความแข็งแกร่งของพลังลมปราณแบบเพิ่มทวีคูณยิ่งเส้นชีพจรลมปราณอันหนาใหญ่เต็มไปด้วยพลังลมปราณที่คลุคลั่งต่างจากคนทั่วไปของฮุ่ยจวินด้วยแล้วมิจำเป็นต้องเปิดดวงดารา มันก็สามารถใช้ลมปราณเจ็ดดาราที่ไหลเวียนบนเส้นชีพจรลมปราณทั่วไปกำราบศัตรูได้เพียงหนึ่งสันมือนี้จึงมิต่างจากภูษาเหล็กกดทับ จื่อจิ้งที่ถูกฟันด้วยสันมือจึงราวกับศีรษะได้ถูกภูษาเหล็กกระแทกและพาดำดิ่งลงสู่ผืนปฐพีไปเห็นแต่ร่างกายและขาที่โก่งโค้งชี้ขึ้นสู่ฟากฟ้า
นับแต่เรียนวิชาแพทย์เสมอมาฮุ่ยจวินมิเคยลงมืออย่างโหดเหี้ยมไร้น้ำใจเช่นนี้ แต่เพราะมันได้เห็นสิ่งที่จื่อจิ้งกระทำต่อเหล่าสตรีชาวบ้านผู้น่าสงสารสตรีชาวบ้านที่มิได้มีความผิดหรือเกี่ยวข้องอันใด ในใจของชายหนุ่มจึงมิอาจให้อภัยแก่คนที่มีจิตใจเช่นนี้ได้ประกอบกับมันได้นึกถึงคำสอนของท่านปู่ตนเมื่อครานั้น ท่านเคยสั่งสอนมันว่า คนบางจำพวกมิอาจใช้ความดีเปลี่ยนแปลงพวกมันได้มีแต่ความตายจึงจะสามารถเปลี่ยนแปลงและช่วยเหลือคนอีกมากมายที่จะถูกพวกมันกระทำในอนาคตซึ่งคนอย่างจื่อจิ้งก็นับเป็นคนจำพวกนี้
เดรัจฉานกับมนุษย์สำหรับคนประเภทนี้แตกต่างกันเพียงชื่อเรียกเท่านั้น
จื่อจิ้งตกตายด้วยหนึ่งสันมือ!
เจิ้งกวนเห็นว่าปู้ชิงเถามีพลังที่สามารถต้านรับสุดยอดเคล็ดวิชาของตนที่พึ่งได้รับมอบจากนิกายเทวะวจนะได้มันก็ตกใจมากพอแล้ว ตอนนี้ยังมาเห็นจื่อจิ้งผู้ติดตามคนสนิทของตนมาตกตายอีก ความแตกตื่นตกใจก็ยิ่งก่อตัวแลเพิ่มพูนขึ้นมาอีกเท่าทวีคูณวันนี้มันได้พลาดพลั้งแลพลาดท่าให้แก่ลูกไก่ที่เคยอยู่ในกำมือตัวนี้ไปแล้ว
เสมอมาแม้มันมองปู้ชิงเถาเป็นหอกข้างแคร่ที่ต้องถอนรากถอนโคนแต่มันก็มิเคยมองว่าปู้ชิงเถาจะเป็นหอกที่ใช้ทิ่มแทงตนได้ แต่แล้วเหตุการณ์ที่มันเคยคิดกลับตาลปัตรไปเสียหมด
หอกอย่างปู้ชิงเถาไม่เพียงแค่จะทิ่มแทงตนแต่มันยังเป็นหอกที่สามารถปลิดชีพตนได้ต่างหาก!
เมื่อความพลาดพลั้งย่างกรายเมื่อความจวนตัวปรากฏ เมื่อสุดยอดพลังที่มันมีมิอาจใช้กำราบศัตรู รวมถึงกองกำลังและผู้ติดตามคนสนิทก็เพียงเป็นได้แค่ตัวประกอบในลานสัประยุทธ์เจิ้งกวนมันจึงหมดหนทางเลือก มืออันเหี่ยวย่นข้างที่มิได้ถือไม้เท้าคัดง้างกับปู้ชิงเถาจึงเลื่อนเข้าไปภายในออกเสื้อของตนมันสัมผัสลงยังของสิ่งหนึ่ง ความดีความชอบที่มันสร้างไว้กับนิกายเทวะวจนะมิเพียงทำให้มันได้แค่คัมภีร์เคล็ดวิชามาเท่านั้น
แต่มันยังได้รับของสิ่งหนึ่งมาด้วย!