ตอนที่หนึ่งร้อยเก้าการเตรียมตัวก่อนเข้าดันเจี้ยนหอคอย 9
มองในแง่หนึ่งลมปราณไหมฟ้าค่อนข้างจะขัดกับหลักคิดทั่วไปเพราะไม่ได้เพิ่มพลังอย่างตรงไปตรงมาแต่เพิ่มแบบอ้อมๆในด้านของทักษะการเดินลมปราณ
ที่หลังจากเสียพลังปราณที่มีไปจะแลกได้มากับ
การปรับโครงสร้างกระดูกเปลี่ยนกล้ามเนื้อ
เส้นลมปราณแข็งแกร่งขึ้นกล้ามเนื้อกระดูกแข็งแกร่งมากขึ้น จุดตันเถียนกักเก็บลมปราณได้มากขึ้นฯลฯ
และแน่นอนนั่นแลกมากับลมปราณที่เราสะสมได้มาอย่างยากลำบากที่ต้องเสียเวลาหรือเงินทองมากมายในตอนแรก
จะเรียกว่ามันคือการ
ใช้พลังแลกกับทักษะและโครงสร้างร่างกายพื้นฐาน
ก็ว่าได้
เรียกว่าคืออะไรที่สิ้นเปลืองอย่างยิ่งในการใส่ใจกับค่าสถานะพื้นฐานของร่างกายเพราะการฝึกไปตามสภาพนั้นจะคุ้มค่ามากกว่าในการแสวงหาพลังและความแข็งแกร่ง
เพราะยิ่งแข็งแกร่งจะยิ่งแสวงหาข้าวของที่ดีจากคู่ต่อสู้สัตว์อสูร หรือมิติลับค่ายกลที่อันตรายได้มากกว่าเดิม
มองในแง่หนึ่งการเดินลมปราณไหมฟ้าเพื่อแลกมาซึ่งสกิลและโครงสร้างพื้นฐานร่างกายนั้นเรียกว่าสิ้นเปลืองอย่างยิ่ง
ต่อให้คนทั่วไปคิดจะทำก็จะทำเมื่อไม่มีทางเลือกต้องการปรับปรุงร่างกายเพื่อเรียนวิชาบางอย่างที่ต้องการค่าสถานะร่างกายสูงหรือปรับปรุงร่างกายตอนที่พบกับขีดจำกัดในการทะลวงด่านในอนาคต
สำหรับเขาแล้วนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการมันคือการจ่ายเงินซื้อยามาเพื่อเดินลมปราณเพิ่มค่าสถานะของร่างกายอย่างเห็นได้ชัดเจน
พอทานยาสร้างฐานเข้าไปรังไหมสีทองส้มก็ยิ่งพันล้อมเข้าร่างกายร่างกายรอบข้างเหมือนมดกัดยิบๆไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย
และในเวลาเดียวกันนั้น
ตำราพยัคฆ์ขาว
ก็ได้แสดงความเก่งกาจน่าอัศจรรย์ของมันที่ขนาดทำให้ตัวร้ายที่ชีพจรหัวใจฉีกขาดและการบาดเจ็บสารพัดมากมายยังหน้าด้านกลับมาต่อสู้กับพระเอกในตอนหลังๆได้ด้วยพลังที่เก่งกาจมากขึ้น
ว่ามนุษย์ธรรมดาโดนกระทืบหนักขนาดนั้นมันไม่ตายก็พิการหรือต้องพักฟื้นรักษาตัวกันยาวนานไปแล้ว
ไม่น่าจะหน้าด้านกลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิมได้แต่ก็เป็นไปแล้วด้วยตำราพยัคฆ์ขาวนี้
เสือขาวปรากฏออกมาที่ด้านหลังของผมกัดเข้าที่ต้นคอ
กระดูกสันหลังของผมตั้งตรงขึ้นความเจ็บปวดทั่วร่างโดนแทนที่ด้วยพยัคฆ์ขาวตัวเล็กๆนับไม่ถ้วน
ผมได้รู้ตัวว่าที่ผมเคยแซวว่า
นี่มันวิชาของคนเป็นมาโซคิสม์ชัดๆ
นั้นคือเรื่องจริงอย่างที่สุด