Chronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ)

    ตอนที่ 38 มาจากโลกไหน

    ตอนที่ 38 มาจากโลกไหน



                ฉึก!!

                    พลั่ว!!

                    ดาบของราดิชแทงเข้าลำตัวของเจ้ากบจนมิดด้ามขณะเดียวกันเขาก็ถูกลิ้นของมันโจมตีเข้าอย่างจัง เกราะส่วนนั้นแตกกระจายพร้อมพลังชีวิตของเขาที่ลดลงเกือบหมด ขณะที่เจ้ากบเองก็โดนเล่นงานจนพลังชีวิตลดลงไปอีก

                ตอนนี้ราดิชเข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้านี่ถึงกล้าสู้กับมังกรมันอึดถึงขนาดนี้แถมมีการโจมตีติดสถานะผิดปกติอีกถ้ามังกรไม่มีสกิลป้องกันรับรองได้ว่าตายแน่นอนแล้วการโจมตีด้วยลิ้นของมันก็รุนแรงมากเพราะเขาโดนเข้าไปทีเดียวก็ทำให้พลังชีวิตหายไปเกือบหมด ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ใกล้กันมากราดิชปล่อยดาบคาไว้แบบนั้นและเริ่มลงมือโจมตีต่อเนื่อง

                พลั่วผ่ะ !!

                    ราดิชเสริมพลังหมัดด้วยพลังเวทและลมปราณเขาระดมทุบตีมันไม่หยุด ทำเอาเจ้ากบถึงกับร้องด้วยความเจ็บปวด

                อ๊บ...!!

                    เจ้ากบใช้ลิ้นโจมตีแต่ราดิชใช้โอกาสนี้ม้วนลิ้นของมันไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งเขาเหนี่ยวร่างของมันเอาไว้และระดมทุบต่อเนื่อง แม้จะหนังหนาพลังป้องกันเยอะแต่ถ้าโดนทุบจนน่วมก็ฆ่ามันได้เหมือนกัน

                อ๊บๆๆ!!

                    กบยักษ์พ่นของเหลวใส่เขาซึ่งราดิชไม่มีทางหลบได้อยู่แล้วจะเรียกว่าพ่นคงไม่ถูก เพราะมันแค่ปล่อยของเหลวไหลใส่เขามากกว่า ร่างของเขาถูกทั้งพิษและกรดกัดกร่อนอย่างรุนแรงพลังชีวิตลดลงจนหมดทำให้สกิลขันติทำงาน ตอนนี้มานาของเขากำลังลดลงโดยเริ่มจากส่วนที่เก็บสะสมไว้ก่อน

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านกรดรุนแรง LV 3 เพิ่มเป็น LV 4

                    -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านสถานะผิดปกติขั้นสูง LV 4เพิ่มเป็น LV 5

     

                พลั่วผ่ะ ตุบ ตับ!!!

                    “ตาย!!!”

                    พลั่ว ผ่ะ ตุบ ตับ อ๊บ!!

                    เสียงทุบตีดังสลับกับเสียงร้องของเจ้ากบดังไปทั่วราดิชทุบตีเจ้ากบไม่ยั้งด้วยความบ้าคลั่ง แม้มันจะมีสกิลฟื้นฟูพลังชีวิตอัตโนมัติแต่ดูเหมือนมันจะฟื้นฟูไม่ทันความเสียหายที่ได้รับ เขาทุบจนมันเงียบเสียงไปในที่สุดพร้อมพลังชีวิตของมันที่หมดลงไป ปิดฉากชีวิตกบยักษ์ด้วยการถูกทุบตีจนตาย

            ขณะเดียวกันมานาของราดิชก็ลดลงเกือบหมดแล้วด้วยเขาฝืนพาร่างเจ้ากบกลับเข้าฝั่งจนได้และนอนลงข้างร่างใหญ่ยักษ์ของมัน ก่อนจะเริ่มร่ายเวทรักษาตัวเอง

            “แม่มเอ้ย!! กว่าจะตายได้ ถึกเป็นบ้าเลยไอ้กบนี่”

            -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 55 เพิ่มเป็น LV 56

            -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

            -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเพิ่มพลังการทุบตี LV 4 เพิ่มเป็น LV 5

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเพิ่มพลังการกระแทก LV 4เพิ่มเป็น LV 5

            -ได้รับสกิลพ๊อยท์

             

            -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 56 เพิ่มเป็น LV 57

            -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

            -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลมปราณจู่โจม LV 7 เพิ่มเป็น LV 8

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลเวทรักษา LV 7 เพิ่มเป็น LV 8

            -ได้รับสกิลพ๊อยท์

             

            -ค่าประสบการณ์ถึงระดับที่กำหนดLV 57 เพิ่มเป็น LV 58

            -เพิ่มค่าพลังพื้นฐานทั้งหมด

            -ได้รับโบนัสค่าความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลลดระดับการใช้ SP ขั้นสูง LV 3 เพิ่มเป็น LV 4

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล ฟื้นฟู SP ความเร็วสูงLV 3 เพิ่มเป็น LV 4

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิล จอมมารLV 3 เพิ่มเป็น LV 4

            -ได้รับสกิลพ๊อยท์

     

            “ขึ้นมาสามเลเวลเลยแถมสกิลจอมมารก็อัพด้วย ฮ่าๆๆ ......แต่แม่มเหนื่อยสุดๆ”

            ราดิชลุกขึ้นยืนและจ้องมองศพเจ้ากบที่ถูกเขาทุบจนน่วมสภาพของมันตอนนี้แทบจำไม่ได้ ส่วนหัวโดนต่อยจนลูกตาแตกหนังเปิดเผยให้เห็นเนื้อสีชมพูด้านในเขาไม่รอช้าเริ่มกรีดหนังและแล่เนื้อมันออกมาเติมพลังให้ตัวเอง

            เนื้อกบย่างหอมมากแถมยังนุ่มละมุนและหวานด้วย ไม่มีกลิ่นคราวเลยแม้แต่น้อยอร่อยไม่แพ้เนื้อปลาดุกเลย เขากินเนื้อกบไปน้ำตาไหลพรากไป

            “ฮือๆ....”

            ที่ร้องไห้เพราะมันอร่อยมากและไม่แสบปากจากกรดเลยและตอนนี้ก็ได้เวลาที่เขาจะต้องทรมานตัวเองอีกแล้วนั่นเองแม้กบตัวนี้จะตัวใหญ่แต่เขาก็กินมันได้จนหมดเพราะพลังงานสำรองที่เขาเก็บไว้ไม่มีเหลือเลย

            “ข้าได้กลายเป็นคนตะกละไปแล้วเฮ้อ...”

            ราดิชมองไปยังจุดที่เคยมีร่างของกบยักษ์อยู่และปลงกับตัวเองก่อนที่เขาจะเดินไปริมแอ่งแม็กม่า เขากลั้นใจสูดหายใจเข้าเต็มปอดเปิดใช้สกิลวิถีเทพมนตรากับถ่ายทอดจิต จากนั้นเขาก็จุ่มแขนลงในแม็กม่า

            อึก!!!

            ความร้อนที่ได้รับแทบไม่ต่างอะไรจากการจุ่มมือในน้ำเดือดพลังชีวิตของเขาลดลงทีละน้อย ด้วยผลของสกิลที่สูงมาก ทว่าความเจ็บปวดที่ได้รับกับยาวนานขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัยเมื่อพลังชีวิตหมดและสกิลขันติเริ่มทำงาน เขาก็แทบจะทานทนไม่ได้

            “อะ..อดทะ...ทนไว้”

            ราดิชกัดฟันอดทนต่อความทรมานที่ได้รับหลังมานาลดลงจนใกล้หมดเขาก็รีบชักแขนกลับมา จากนั้นก็ร่ายเวทรักษาแขนจนหาย เมื่อพลังชีวิตและมานาฟื้นมาจนเต็มเขาก็เริ่มทำแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ลดทอนความเจ็บปวดขั้นสูง LV 3เพิ่มเป็น LV 4

             

            “ยะ..ยังหรอกระ..เรายังทนไหว”

            เขายังคงเอามือแช่แม็กม่าอีก

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ต้านการหมดสติ LV 5เพิ่มเป็น LV 6

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ถ่ายทอดจิต LV 8 เพิ่มเป็น LV 9

             

            “อะ..อีกแค่นะ..นิดเดียว”

            เขายังคงกัดฟันเอามือแช่แม็กม่าอีกครั้งแม้ความร้อนที่ได้รับจะไม่มากแต่ความทรมานยังมีไม่น้อยเลยและแล้วเมื่อมาถึงครั้งที่สิบเอ็ด

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับ สกิลต้านเปลวเพลิง LV 9 เพิ่มเป็น LV 10

            -เงื่อนไขครบถ้วนสกิล ต้านเปลวเพลิง LV10 พัฒนาเป็นสกิลอัคคีไร้ผล

             

            ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้นความเจ็บปวดที่ได้รับพลันมลายหายไปสิ้น ความร้อนที่เขาสัมผัสได้เหมือนกับเอามือจุ่มลงในน้ำอุ่นกำลังดีตอนนี้มานาของเขาไม่ลดลงอีกต่อไปแล้วและพลังชีวิตที่เคยลดลงอย่างต่อเนื่องก็เริ่มฟื้นฟูขึ้นมาด้วยความเร็วสูง

            “ในที่สุด....”

            ราดิชชักแขนกลับมาและล้มตัวลงนอนข้างแอ่งแม็กม่านั้นหลังผ่านการทรมานไปสิบเอ็ดรอบ เขาก็ได้รับสกิลอัคคีไร้ผลมาจนได้หลังจากนี้ต่อให้เขาสู้ในแอ่งแม็กม่าและหล่นลงไปก็ไม่ได้รับอันตรายอีกแล้ว

            เขาลุกขึ้นและแหย่มือลงไปในแม็กม่าอีกครั้งสัมผัสความอุ่นนี้ทำให้ร่างกายเขารู้สึกดีจนอยากลงไปแช่ติดที่ว่าชุดคงโดนเผาไหม้หมดไม่เหลือแน่

            “อ่า!!! ความรู้สึกสบายนี้มันอะไรกัน!! อ่า...”

            เขาแช่มือในแอ่งแม็กม่าอยู่ชั่วครู่ก่อนจะผละจากตรงนั้นราดิชหาที่หลบแถวนั้นเพื่อพักผ่อนเตรียมความพร้อมอาหารที่ถูกเก็บไว้ถูกนำมากินเพื่อเติมพลัง เขาตัดสินใจท่องชั้นกลางนี้ให้ทั่วแม้ว่าจะเดินทาฃมาหลายวันแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เจอจุดสิ้นสุดของชั้นนี้เลย

             

             

            ราดิชออกล่าเจ้าปลาดุกเป็นหลักส่วนสัตวอสูรอื่นถ้ามันโจมตีเขา ก็ต้องโดดเชือดอย่างไม่ต้องสัยแต่เขาไม่เจอตัวที่เก่งกว่าปลาไหลเลย รวมถึงกบร่างสองและร่างสาม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเจ้ากิ้งก่าที่ตั้งแต่ฆ่าตัวแรกก็ยังไม่เจอตัวที่สองเลย

            วันนี้ก็เช่นกันที่ราดิชก็ออกล่าตามปกติหลังจัดการปลาดุกกับม้าน้ำไปฝูงใหญ่ด้วยเวทน้ำ ในที่สุดมันก็พัฒนาเสียที

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล เวทน้ำ LV 9 เพิ่มเป็น LV 10

            -เงื่อนไขครบถ้วน สกิล เวทน้ำ LV 10 เกิดผลเป็นสกิล เวทวารีพิสุทธิ์ LV 1

             

            “ฮ่าๆๆๆในที่สุดก็ได้เวทขั้นสูงของเวทน้ำมาแล้ว”

            นี่คือเวทน้ำระดับเดียวกับเวทแสงศักดิ์สิทธิ์และเวทอันธนาการจัดเป็นเวทมนตร์ระดับสูงที่น้อยคนนักจะพัฒนาไปถึงได้

            ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสรับรู้ได้ถึงอันตรายบางราดิชถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาเมื่อสัมผัสได้ถึงความอันตรายนี้แม้มันจะอยู่ไกลแต่ก็น่ากลัวมากเขารีบเก็บซากม้าน้ำกับปลาดุกจนหมดและพุ่งเข้าฝั่งไปหลบหลังหินก้อนหนึ่ง

            คลื่นอากาศกระเพื่อมมาจนแม็กม่าซัดสาดเข้าฝั่งอย่างผิดปกติเดิมทีแม็กม่าพวกนี้จะไหลเอื่อยแทบไม่มีคลื่นเลยแต่คราวนี้มันกลับเกิดคลื่นเพราะแรงลมได้เขามองไปยังทิศทางของลมพร้อมใช้สกิลส่องทางไกลที่พัฒนาขึ้นมา แต่ก็ยังมองไม่เห็น

            ราดิชตัดสินใจจะไปดูเสียหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้นทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกึกก้องกัมปนาทจนหูแทบแตกมาจากทิศที่เขากำลังมุ่งหน้าไปแรงอัดพุ่งเข้าปะทะร่างเขาจนแทบหงายหลังแต่ราดิชก็ฝืนและพุ่งทะยานต่อไปจนเขามองเห็นในที่สุด

            สิ่งที่อยู่ไกลออกไปในระยะสายตาเขาคือหลุมขนาดใหญ่ที่เพิ่งดูเหมือนจะถูกขุดขึ้นมาพื้นที่ตรงนั้นเหมือนวันสิ้นโลก แทบจะทุกตารางนิ้วเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว รอบข้างมีหลุมเล็กหลุมน้อยอีกหลายหลุมและหลุมบ่อเหล่านั้นกำลังมีแม็กม่าไหลเข้าไปเติมอย่างเชื่องช้า

            และเขาก็ได้เห็นเจ้าตัวที่ทำเรื่องพวกนี้ตัวหนึ่งอยู่บนพื้นดินอย่างอาจหาญ อีกสองตัวอยู่บนฟากฟ้าเหมือนเป็นการต่อสู้แบบสองต่อหนึ่ง เพราะผู้อยู่บนฟากฟ้ามีลักษณะที่บอกได้ว่าเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน

            ร่างผู้อยู่บนฟากคือร่างใหญ่ยักษ์ที่มีเกล็ดสีแดงปกคลุมทั่วร่างมันเหมือนกิ้งก่าขนาดยักษ์ที่มีปีกสองข้าง ปากใหญ่ของมันเต็มไปด้วยฟันแหลมคมดวงตาทรงรีสีเหลืองแคบของมันจ้องไปที่ศัตรูบนพื้นไม่วางตาบนหัวของมันเขาคู่หนึ่งยื่นลู่ไปทางด้านหลัง

            มันคือมังกรแท้จริงอย่างไม่ต้องสงสัยสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีพลังต่อสู้เหนือจินตนาการเป็นตัวตนที่คนธรรมดาไม่มีทางได้เห็นหรือเข้าใกล้ได้เลยแม้แต่น้อยแต่ว่าตอนนี้ราดิชกลับได้เห็นมังกรอัคคีนี้ถึงสองตัว

            เขาเบนสายตาไปยังผู้อยู่เบื้องล่างและมันก็ทำให้เขาตกตะลึงในขนาดความใหญ่ยักษ์ของมันเขาเคยคิดว่ากบยักษ์ตัวนั้นใหญ่แล้ว แต่เจ้านี่กลับมีขนาดตัวใหญ่มากกว่าสิบเมตรหรืออาจถึงยี่สิบเมตรเลย

            มันคือกบอย่างจริงแท้แน่นอนผิวสีแดงเป็นประกายเหลื่อมของมันสะท้อนแสงแม็กม่าดวงตาสีเหลืองกลมโตของมันจ้องไปยังมังกรสองตัวบนฟ้าไม่กระพริบ บนหัวของมันมีหงอนสีแดงฉานงอกอยู่เห็นเด่นชัดมันแลบลิ้นออกมาเล็กน้อย ที่ปลายลิ้นมีของเหลวหยดลงพื้น

            ซ่า!!

            จุดที่ของเหลวหยดลงเกิดเสียงซ่าพร้อมพื้นที่ถูกละลายเป็นวงอย่างน่ากลัวพิษหรือกรดของมันต้องร้ายแรงขนาดไหนถึงละลายพื้นได้แบบนี้

            ราดิชไม่กล้าขยับตัวเกินความจำเป็นเขาไปหลบหลังหินใหญ่ก้อนหนึ่งเพื่อเฝ้าดูพวกมันแต่ระยะที่เขาอยู่นั้นใกล้กับพวกมันมาก อาจได้รับผลจากการต่อสู้ได้ แต่เขาไม่ได้กลัวและเขามีแผนในใจอยู่แล้ว

            “รอให้มันสู้กันจนเจ็บหนักแล้วเราค่อยออกไปปิดฉากดีกว่า ฮ่าๆๆ”

            แม้จะกลัวพวกมันแต่เขาก็วางแผนอันชั่วร้ายเรียบร้อยแล้วเขามองไปยังพวกมันที่คุมเชิงกันอยู่หลังปะทะกันไปรอบหนึ่งแล้ว เขาลองประเมินพวกมันแม้ครั้งแรกจะล้มเหลวแต่เมื่อทำการประเมินซ้ำอีกหลายครั้ง ก็สำเร็จจนได้พร้อมสกิลประเมินที่เพิ่มระดับขึ้น

            -ค่าความเชี่ยวชาญถึงระดับสกิล ประเมิน LV 9 เพิ่มเป็น LV 10

             

            แต่เมื่อได้เห็นข้อมูลของพวกมันราดิชก็เบิกตากว้างอ้าปากค้าง

            “แม่มเอ้ย!!! มันหลุดมากจากโลกไหนวะ!!!”

    คล้ายกับเรื่องChronicles Of Radish : Record Of Pride (จักรวาลราดิช ภาค บันทึกจอมอหังการ) ที่คุณอ่าน