[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    149 โมเมนตัมสไตรก์

    [ ชื่อ : เฉินห่าว ]

    [ อาชีพ :  เทรนเนอร์ ] 

    [  พรสวรรค์ : กระดูกเซียน ]

    [  สกิลอาชีพ : วางแผนพัฒนาร่างกาย,ปรับแก้ข้อผิดพลาด,ซื้อใจ,กล้ามเนื้อคูณห้า,มัสเซิลเบิร์สต์,มัสเซิลอิมแพค,โมเมนตัมสไตรก์]

    [  เลเวล : 120 ]

    [  ความแข็งแกร่ง : 126 ]

    [ มานา : 24 ]

    [  แต้มสถานะ :  0 ]



    “ นายท่านให้ผมเข้าไปจัดการมันเลยไหม ”


    หัวหน้าองค์กรนทีสดับแสงสอบถามผู้เป็นนายหลังจากยืนนิ่งในเงามืดมาสักพักแล้ว หากช้าไปกว่านี้เป้าหมายที่มาดักรอจะเคลื่อนตัวผ่านพวกเขาไป  แม้เขาจะรู้สึกประหลาดใจที่เฉินห่าวสามารถรับรู้ตำแหน่งของมือสังหารที่เข้ามาในเขต X ได้ทั้งหมด เขากลับไม่คิดถามให้มากความทำเพียงคิดว่าเฉินห่าวมีความสามารถในการสแกนพื้นที่รอบๆจนรู้การเคลื่อนไหว


    “ แค่ตามมาก็พอ ”


    เฉินห่าวกระโจนออกจากเงามืดไปขวางทางมือสังหารจำนวน 3 คน แต่ละคนสะดุ้งโหยงเนื่องจากมีคนพุ่งออกมาขวางหน้า


    ในคืนนี้ไม่น่าจะมีใครเคลื่อนไหวนอกจากพวกมัน เจ้าหน้าที่ของเมืองคงพยายามหาวิธีการกู้คืนไฟฟ้าที่ติดๆดับๆ การที่กองกำลังส่วนหนึ่งของเมืองส่งไปยังทางตอนใต้เขต X เพื่อต้านมอนสเตอร์ทำให้การกู้คืนไฟฟ้าในเมืองช้ามากยิ่งกว่าเดิมจนลงมือได้ง่ายขึ้น


    เฉินห่าวที่ออกมาแล้วไม่ได้คิดปิดบังใบหน้าของเขาเลย เสื้อของเขาไม่ได้เป็นสีดำแต่อย่างใด สิ่งที่เขาสวมใส่เป็นเสื้อยืดกางเกงขายาวดูสบาย เพียงแต่ว่ามือสังหารกลับสนใจคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเขามากกว่า อีกฝ่ายราวกับว่ากลืนกินเข้าไปในเงาของเขาจนยากจะมองออก หากไม่ใช่มือสังหารด้วยกันคงมองไม่เห็นสิ่งนี้


    “ มาเล่นงานใครล่ะ ”


    น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาติดเล่นเล็กน้อยบ่งบอกว่าเขาไม่ได้เกรงกลัวกลุ่มคนตรงหน้าเลย  มือสังหารจึงรีบตรวจสอบระดับพลังของอีกฝ่ายปรากฎว่าพวกเขาสัมผัสไม่ได้ ต่อให้จะใช้อุปกรณ์แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาตกใจคือใบหน้าของคนที่ต้องสังหารกลับเป็นใบหน้าเดียวกันกับชายที่โผล่มาดักทางพวกเขา


    “ เจอ ” บู้ม!


    หูฟังข้างหูระเบิดเสียงดังจนมือสังหารทั้ง 3 ยกมือขึ้นปิดหูตนเอง เมื่อครู่มันต้องการรายงานว่าเจอเป้าหมายแล้วแต่กลับถูกทำลายอุปกรณ์ส่งสัญญาณ  สิ่งเดียวที่สามารถแจ้งเตือนเพื่อนของพวกมันให้รู้ได้คือการใช้ไอเทมสื่อสาร เพียงแต่ว่าชายที่ยืนอยู่ด้านหลังของเฉินห่าวกลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเข้าไปทำลายไอเทมสื่อสารก่อนจะกลับมายืนด้านหลังเขาเช่นเดิม


    มือสังหารทั้ง 3 เห็นท่าไม่ดีรีบหยิบพลุออกมายิงขึ้นฟ้าเพื่อบอกตำแหน่ง พลุที่ควรจะปลดปล่อยแสงสีกลับหายเข้าไปในเงามืดหลังจากที่หัวหน้าองค์กรนทีสดับแสงใช้สกิลของเขาเข้ากลืนกินพลุ


    “ ไม่ตอบสินะ ”


    เฉินห่าวถอนหายใจออกมาเบาๆหลังจากเขารอให้อีกฝ่ายตอบคำถามพวกมันกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย แต่จากท่าทางก็รู้แล้วว่าพวกมันต้องการสังหารเขาเหมือนที่องค์กรนทีสดับแสงหาข่าวมาให้


    ทันทีที่เขาเปิดใช้งานสกิลมัสเซิลเบิร์สต์พลังโจมตีก็พุ่งไปแตะเลเวล 160 หลังจากใช้สกิลจนพลังพวยพุ่งออกมานี้เองมือสังหารทั้ง 3 ต่างตื่นตะลึงเพราะข้อมูลของพวกมันผิดพลาด อีกฝ่ายมีเลเวลสูงเทียบเท่าหนึ่งในกลุ่มของพวกเขา


    “ เลเวล 140 ทั้งสองคนนายจัดการมัน อย่าให้ตายล่ะเพราะยังจำเป็นอยู่ ”


    เงาด้านหลังของเฉินห่าวพุ่งเข้าหามือสังหารเลเวล 140 ทั้ง 2 คน ก่อนที่เขาจะมองไปยังมือสังหารเลเวล 160 ที่ตอนนี้มีค่าสถานะพลังโจมตีเทียบเท่ากัน ต่อให้อีกฝ่ายจะสวมใส่ไอเทมเลเวลสูงกว่าเฉินห่าวกลับไม่สนใจเพราะเขาสามารถตายได้ในสถานที่แห่งนี้


    ถึงอย่างนั้นใช่ว่าเขาจะไม่มีของเสริมพลังเลย มอนสเตอร์เลเวล 180 ทั้ง 4 ตัวที่ฆ่าตายแล้วนำมาบรรจุให้กับกระดูกเซียนทั้ง 4 ส่วนคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่ต่างจากสวมใส่ไอเทมหรือไม่มันอาจจะแข็งแกร่งกว่า


    “ ขอดูหน่อยก็แล้วกันว่าเลเวล 160 จะแข็งแกร่งแค่ไหน ตอนที่ฉันสำรวจซากโบราณสถานต้องคอยขี่มอนสเตอร์เลเวลเท่านี้หนีตาย เอาล่ะดูเหมือนฉันจะพูดมามากพอแล้ว ”


    ร่างของเฉินห่าวแยกออกเป็นสองสร้างความตื่นตะลึงให้มือสังหารเลเวล 160 ร่างหนึ่งของเขายังคงยืนอยู่ที่เดิมส่วนอีกร่างพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็วจนต้องยกดาบขึ้นขวาง


    เพียงแต่ว่าร่างที่พุ่งมานั้นกลับพุ่งผ่านตัวของมันไปก่อนที่มันจะเห็นว่าร่างที่ยังยืนอยู่ที่เดิมเป็นฝ่ายฉีกยิ้ม


    หลังจากรู้ว่ามันถูกหลอกจากภาพลวงตาจึงระมัดระวังตัวขึ้นอีกเพราะไม่รู้ว่าภาพลวงตาที่มองเห็นเมื่อครู่ เกิดขึ้นเพราะอีกฝ่ายใช้สกิล หรือว่าเป็นภาพลวงตาที่เกิดขึ้นจากความเร็ว


    หากอีกฝ่ายใช้สกิลมันเพียงแค่ระมัดระวังตัวให้มากแต่ถ้าเกิดจากความเร็วคืนนี้มันคงเจอตอแล้วเพราะอีกฝ่ายสามารถพุ่งมาถึงด้านหน้าของมันแล้วกลับไปยืนอยู่ที่เดิมได้ราวกับว่ายังไม่ขยับ


    อ้าก อ้าก


    เสียงร้องดังขึ้นสองครั้งติดกันมันจึงหันมองไปทางต้นเสียงพบว่าเพื่อนที่มาด้วยกันถูกจัดการไปแล้ว


    ด้วยเลเวลและทักษะที่ฝึกมาไม่ควรจะถูกจัดการง่ายดายเช่นนี้มันจึงรีบตรวจสอบเลเวลคนที่คอยหลบอยู่ด้านหลังเฉินห่าวก่อนจะตกใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเลเวล 150  แม้จะยังไม่เทียบเท่ากับมันแต่การจะเล่นงานเพื่อนทั้งสองไม่ใช่เรื่องยากเลย


    “ โอ้ ดูถูกฉันถึงขนาดมองทางอื่นเลยงั้นเหรอ ”


    ดวงตาของมือสังหารเบิกกว้างหลังจากได้ยินเสียงของเฉินห่าว การตอบสนองในครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะใช้ตามองแต่เปลี่ยนไปใช้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดหลบหนีออกมา


    ทันทีที่ก้าวเท้าหลบออกมาไกลมันถึงขั้นตกใจเพราะเฉินห่าวเดินมาหยุดด้านหน้าของมันได้ในช่วงเสี้ยวพริบตา โดยที่มันเองไม่รู้เลยว่าเขาเข้ามาใกล้ตอนไหน


    จากสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้มั่นใจแล้วว่าเฉินห่าวไม่ได้ใช้ภาพลวงตาแต่อย่างใด เขาใช้ความเร็วที่สูงกว่ามันพุ่งเข้ามาหาจนเกิดภาพติดตาทิ้งเอาไว้


    หลังจากสงบสติมันก็พบว่าเฉินห่าวปรากฎตัวด้านหน้าของมันเช่นเดิม ระยะห่างระหว่างเฉินห่าวและมันห่างกันเพียง 2 ช่วงแขน ถ้าหากชักดาบฟาดฟันมันคงตายแน่นอน ดังนั้นจึงทิ้งตัวออกมาก่อนแต่ก็ถูกเฉินห่าวใช้ความเร็วที่เหนือกว่าพุ่งไปดักทางจนมันเคลื่อนที่เป็นวงกลม


    “ นี่มันบ้าอะไรกัน ”


    เฉินห่าวเห็นสีหน้าของมือสังหารเขาก็รู้แล้วว่ามันตกใจกับความเร็วของเขา


    หากว่าด้วยเรื่องค่าสถานะในตอนนี้มือสังหารเยอะกว่าเขานิดหน่อยเพราะได้รับค่าสถานะเสริมจากไอเทมสวมใส่ แต่หากวัดกันด้วยทักษะแล้วอีกฝ่ายดูท่าจะแพ้เขาขาดรอย  จากการทดสอบทักษะก้าวย่างเงาพันเซียนที่ยกระดับขึ้นเพราะกลายเป็นเลเวล 120 ก็ทำให้เขารู้แล้วว่าวรยุทธ์ของเขาแข็งแกร่งเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะรับมือได้


    เมื่อเห็นว่าเขายังคงได้เปรียบอีกฝ่ายเพราะวรยุทธ์เหนือกว่าเฉินห่าวจึงตัดสินใจพุ่งเข้าหามือสังหารแล้วใช้ออกด้วยการชกหมัด ครั้งนี้มือสังหารเลือกที่จะตวัดดาบเข้าต้านเพราะกลัวว่าหมัดธรรมดาๆจะซ่อนสิ่งที่ไม่ธรรมดาเอาไว้ เขาทำเพียงใช้ประสบการณ์เจ้าสำนักหลบการโจมตีของอีกฝ่ายผ่านการใช้สกิลปรับแก้ไขข้อผิดพลาดเข้าช่วยเหลือจนดาบตัดได้เพียงผม 2 เส้นที่ฟูขึ้น


    จังหวะที่หลบดาบพ้นนี้เองเขาจึงต่อยเข้าไปที่ท้องของอีกฝ่ายเต็มแรงจนร่างพุ่งไปชนตึกอีกหลัง มือสังหารไม่ได้บาดเจ็บแต่อย่างใดรีบลุกขึ้นเตรียมต่อสู้พลางมองหาทางหนีไปรวมทีม ทว่าชายที่ต่อยมันพุ่งเข้ามาโจมตีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งการใช้ดาบของมันก็พลาดอีกครั้งก่อนจะถูกหมัดต่อยเข้าที่เดิมจนร่างลอยลงไปกระแทกพื้นเสียงดัง


    “ มันออมแรงไว้เหรอ ”


    แม้จะยังไม่บาดเจ็บหนักมือสังหารกลับตกใจเพราะหมัดที่สองมีแรงต่อยมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม จากท่าทางการชกหมัดของเฉินห่าวไม่น่าจะมีแรงเยอะกว่าครั้งก่อนหน้า ทันใดนั้นมันก็พบว่าอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาหาจึงกระหน่ำฟันดาบจนเฉินห่าวต้องตัดสินใจวิ่งไปรอบๆเพราะหลบไม่พ้น


    การวิ่งของเขากลับทิ้งภาพติดตาเอาไว้มากมายจนมือสังหารต้องโจมตีภาพติดตาทั้งหมดเพราะแยกแยะไม่ได้ว่าร่างจริงอยู่ตำแหน่งไหน แต่แล้วมันก็พบว่ามีหมัดๆหนึ่งต่อยเข้าที่บริเวณจุดเดิมจนร่างลอยละลิ่วปลิวออกไปไกลจนต้องกระอักเลือดออกมา


    เฉินห่าวเห็นความสามารถของสกิลใหม่ โมเมนตัมสไตรก์ถึงขั้นฉีกยิ้มกว้าง


    สกิลนี้เป็นสกิลเปิดใช้งานอัตโนมัติเหมือนกับสกิลมัสเซิลอิมแพค ความสามารถของมันคือเพิ่มพลังโจมตีให้มากขึ้นกว่าเดิม 1 เท่าเมื่อโจมตีไปยังจุดเดิมในระยะเวลาที่กำหนด เขามีเวลา 2 วินาทีหลังจากใช้การโจมตีล่าสุด หากภายใน 2 วินาทีสามารถโจมตีเข้าที่จุดเดิมพลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นสกิลจะเริ่มนับเวลาใหม่ ถ้าเขาสามารถรักษาระยะเวลาเอาไว้ได้ การโจมตีของเขาจะหนักหน่วงจนต้านทานไม่ไหว


    อย่างไรก็ตามสกิลนี้ยังคงมีข้อจำกัดเช่นเดิม ต่อให้มันจะเป็นสกิลที่ดีมากก็ตาม ถ้าหากการโจมตีแรกของเขาไม่สร้างความเสียหายให้กับศัตรูผลของมันจะยังไม่เกิดขึ้น ถ้าศัตรูของเขาใช้ดาบขวางการโจมตีสกิลจะยังไม่ถูกนับจนกว่ามันจะสร้างบาดแผลให้กับเป้าหมายจึงจะเปิดใช้งาน


    หมัดแรกของเขาที่ดูธรรมดาสามารถสร้างความเสียหายให้กับมือสังหารได้ ต่อให้มันจะเป็นความเสียหายเล็กๆก็ถูกนับแล้ว ดังนั้นหมัดต่อไปที่เขาใช้จึงมีแรงเยอะขึ้นโดยที่เขาใช้แรงเท่าเดิม


    ตูม เฮือก!


    มือสังหารกระอักเลือดออกมากองใหญ่หมัดเมื่อครู่รุนแรงกว่าก่อนหน้าจนเทียบกันไม่ติด มันรู้แล้วว่าอีกฝ่ายมีสกิลทับซ้อนการโจมตีเพื่อเพิ่มแรงให้มากยิ่งขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นมันยังไม่รู้เงื่อนไขในการใช้งาน แต่จากการที่อีกฝ่ายพยายามชกหมัดมาที่จุดเดิมซ้ำๆ หมายความว่ามันจะต้องมีระยะเวลาในการโจมตีอย่างแน่นอน


    เมื่อคิดว่าเฉินห่าวจะต้องโจมตีในระยะเวลาที่กำหนดมันจึงคิดจะวิ่งหนีเพราะถ้าหากโดนหมัดเข้าไปอีกทีมันคงไม่มีแรงวิ่ง


    แต่แล้วชายที่พยายามจะทิ้งระยะห่างกลับปล่อยให้มันวิ่งจากไป ทันใดนั้นด้านหน้าของมันก็ปรากฎร่างของชายตัวเล็กพุ่งเข้ามาขวางก่อนจะใช้ดาบแทงเข้ามาที่ท้องน้อยของมันด้วยความเร็วที่เหนือกว่าจนต้องใช้มือจับดาบที่แทงมาให้มั่นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตวัดไปด้านใดด้านหนึ่ง


    มือสังหารตัวเล็กกลับทิ้งดาบแล้วหยิบเล่มใหม่ออกมาแทงมันด้วยความเร็วที่น่าทึ่ง เลเวล 150 ไม่ควรจะเคลื่อนไหวได้เร็วเช่นนี้


    พรวด!


    เลือดกองใหญ่กระอักออกมาจากปาก มันจึงรีบกินยาฟื้นฟูที่อมเอาไว้ข้างแก้มเพื่อหนี เพียงแต่ว่าด้านหลังของมันกลับมีบางสิ่งแทงทะลวงเข้ามา มันจึงหันมองไปด้านหลังพบว่าเฉินห่าวคือคนที่แทง


    “ ตกใจอะไรกัน หรือฉันต้องบอกแกด้วยว่าใช้ดาบได้นะ แบบนี้เหรอ ”


    มือสังหารทรุดลงไปนั่งบนพื้นดินเพราะไม่สามารถวิ่งไปที่ไหนได้อีกแล้ว ดาบที่แทงเข้ามาเมื่อครู่ทำลายจุดโคจรมานาของมันไป แม้พลังโจมตีจะด้อยกว่าชายตัวเล็ก มันกลับเป็นการโจมตีที่ตัดความสามารถในการใช้ทักษะของเขาอย่างสมบูรณ์


    “ ลากพวกมันมาหน่อย มีหลายอย่างอยากจะถาม ”


    เฉินห่าวมองมือสังหารทั้ง 3 ที่ถูกลากมากองรวมกัน พวกมันยังไม่ตายแค่ถูกทำให้ไม่สามารถหลบหนีได้เท่านั้น ต่อให้มันจะฆ่าตัวตายก็ทำไม่ได้เพราะถูกเลาะฟันที่มียาพิษออกไป เขาจึงตัดสินใจแทงมือเข้าที่กลางหน้าอกเพื่อเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นทาส


    สิ่งแรกที่เขาอยากได้จากพวกมันคือข้อมูลผู้ว่าจ้าง สิ่งต่อไปคือกองกำลังมือสังหารที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกครั้งหากเขาอยากให้ใครสักคนตามไปเช็ดถูสิ่งสกปรก


    “ เอาล่ะ จัดการพวกมันให้หมด อย่าให้ตายล่ะ ”


    องค์กรนทีสดับแสงได้ยินเสียงเฉินห่าวทุกคน ก่อนที่พวกเขาจะเริ่มลงมือกับมือสังหารที่พยายามกระจายตัวไปทั่วเมือง จากแนมโน้มในการเคลื่อนที่ของพวกมันอีก 1 ชั่วโมงคงจะสร้างวงล้อมหุบเข้าหาหลงเฉียงฟิตเนส ทันใดนั้นเองเฉินห่าวก็ได้ยินเสียงปะทะกันดังมาจากทั่วเมือง


     

    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน