เจมส์ไม่คิดแช่อยู่เกาหลีนาน เพราะมิวสิคมีโปรเจ็คที่ยังทำค้างอยู่ ต้องรีบสะสางงานจึงต้องเร่งเดินทางกลับ
อีกอย่างคือ เขาเองก็มีงานด้านอื่นๆ รวมถึงไอด้าอยากจะรีบกลับไปทำไวน์หลายชนิด ปลายฝนก็อยากจัดการร้านอาหารในเรือให้สวยสุดหรูหรา พร้อมสำหรับเปิดให้มากที่สุด
ส่วนยักษ์ใหญ่ทั้งสามคน ที่เริ่มทำการขายไวน์ของเจมส์นั้น พวกเขาบอกว่าจะส่งให้ทีมงานมาดูเรือสำราญ สำหรับล็อคขายของของห้างดัง
ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกอย่างต้องมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน
ด้วยการนำเสนอของคังโยซอนที่กล่าวถึงเรือของเจมส์ มีใครบ้างไม่อยากลงทุน โดยเฉพาะตาแก่เจ้าของกิจการในกรุงโซล
เมื่อคนเราหาเงินมากก็กลัวจะสูญเสีย พวกเขากลัวว่าเงินจะหายไปจากมือ ดังนั้นต้องรีบเร่งสะสมเงินไว้ให้มากๆ ยิ่งมีเงินเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกอุ่นใจ มีความสุขมากเหลือเกิน
ดังนั้นตัวแทนจากสามยักษ์ใหญ่ พวกเขาไม่ต้องไปแย่งชิงพื้นที่ที่เจมส์กำลังจะเปิดเช่ากับผู้ค้ารายย่อย พวกเขาได้สิทธิพิเศษ เรียกได้ว่ามีผลประโยชน์ร่วมกัน
......
เดินทางมาถึงพัทยาเช้าวันถัดมา ในสภาพสวมชุดราคาแพงที่เพิ่งเอาออกจากกระเป๋า มิวสิคมีหน้าตาสดใส ร่าเริงผิดกับทุกวันที่ต้องเรียนหนังสือ
“จะไปแล้วเหรอ” เจมส์ถาม เมื่อเห็นเธอแต่งตัวสวย
“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” มิวสิคเผยรอยยิ้มหวาน
สี่วันในเกาหลีใต้สำหรับเธอมันคือช่วงเวลาที่พิเศษ ได้อยู่กับแฟนที่รัก แล้วยังมีพี่สาวสวยสองคน สำหรับเธอแล้วไม่มีคำว่าเหงา
“มีสิ ตามมาดูเดี๋ยวจะรู้เอง”
เจมส์พยักหน้ายิ้มให้ จากนั้นทั้งคู่ขึ้นเรือ'AMERIA'มาที่ชายฝั่งพัทยา
พวกเขาเดินข้ามถนน ไปยังลานกว้างที่มีหลังคาเหล็กสูง 3 เมตร
ที่นี่คือพื้นที่ส่วนบุคคล เป็นพื้นที่ไว้จอดรถของเจมส์ โดยซื้อไว้ก่อนหน้านี้เมื่อนานมาแล้ว เป็นต้นว่ารถมีจำนวนมาก ส่วนใหญ่ราคาแพง จะจอดเทียบฟุตบาททุกวันก็ใช่เรื่องเลยให้ปุ้ยหาที่ดินติดกับชายหาดให้ ราคาค่อนข้างแพง ที่เปล่าๆ ผืนนี้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ปัจจุบันกลายเป็นลานจอดรถระดับไฮเอนด์ โดยมีหุ่นแบนเนอร์เฝ้าที่นี่ตลอด 24 ชั่วโมง
“รออยู่ตรงนี้นะ”
“ได้ค่ะ”
มิวสิคไม่รีบไปมหาลัย ยังไงเสียตอนนี้ก็ยังเช้าตรู่ ใช้เวลากับเขาหน่อยจะเป็นไรไป
เมื่อทักทายหุ่นแบนเนอร์เสร็จ เจมส์ก็เข้าไปข้างในลานกว้าง
เดินไปที่มุมแคบๆ ที่ถูกปิดกั้นโดยรถซูเปอร์คาร์ทำให้ไม่เห็นว่าเขาทำอะไรตรงนี้
ทันใดนั้นแสงสว่างวาบเมื่อเขาเหยียดนิ้วมือเข้าไปในหนังสือนิตยสารรถยนต์ฉบับปี 2013 มองเห็นรถหลายคันถูกนำออกมา โดยแต่ละคันมีราคา 10 ล้านบาทขึ้น
เจมส์ไล่ตามองรถและผลเสียด้านลบครู่หนึ่ง ก่อนจะมาหยุดที่ซูเปอร์คาร์สีแดงเพลิง
'Lamborghini Aventador LP700-4 Roadster'
'ผลเสียด้านลบ ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกง่วง'
“อันนี้ได้” เจมส์พยักหน้าให้กับตัวเองแล้วเข้าไปนั่งในรถ ตรวจสอบดูความเรียบร้อย
สำหรับผลเสียด้านลบไม่ต้องเป็นห่วง ยังไงซะรถคันนี้ก็นั่งได้แค่ 2 คน คนขับไม่ได้รับผลกระทบแต่เป็นคนนั่งต่างหาก จึงถือว่าปลอดภัยต่อการขับขี่
เขาลงมาจากรถแล้วเดินไปหามิวสิคเมื่อตรวจความเรียบร้อยเสร็จสิ้น
“มิวสิค พี่มีของขวัญจะให้น่ะ” เจมส์กล่าวพลางยิ้มบาง
“เอ๋...พี่จะให้ของขวัญ แต่เมื่อวานก็ช้อปปิ้งเยอะแล้วนะคะ จะให้อีกเหรอ”
มิวสิคกระดากอาย ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าเขาใช้จ่ายเงินช้อปปิ้งเท่าไหร่ แต่ฟังจากไอด้าเห็นว่าไม่ต่ำกว่าร้อยล้านวอน
ด้วยจำนวนเงินดังกล่าว มีใครบ้างกล้าใช้จ่ายแบบนั้น
ในชีวิตจริงมิวสิคเคยเห็นเพียงในซีรีย์เกาหลี ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เดินเข้าไปในช้อปแล้วชี้นิ้วเอาทุกอย่าง พนักงานต้องเคารพ ราวกับเป็นแขกผู้ทรงเกียรติ
“ไม่เยอะหรอกน่า สำหรับพี่ของแค่นั้นจิ๊บๆ” เจมส์เอามือปิดตาเธอจากด้านหลัง “เอาล่ะ ค่อยๆ เดินไปข้างหน้านะ”
“อะไรเนี่ย ตื่นเต้นจัง”
มิวสิคค่อยๆ เดินตามคำแนะนำของเขา เนื่องจากพื้นที่ส่วนบุคคลถูกปูราดด้วยปูนเป็นอย่างดี เดินไม่มีสะดุด ไม่เหมือนกับเดินบนถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ที่นึกว่าขับขี่รถอยู่บนดวงจันทร์
“เอาล่ะ ค่อยๆ ลืมตานะ” เจมส์เอามือออกจากตาของเธอ ก่อนจะหลบฉากไปข้างๆ
“หูยย ตื่นเต้นจัง”
มิวสิคสูดหายใจเข้าลึก ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะสบตากับเจ้ากระทิงดุคันสีแดงที่เปิดประทุนรอ
“เซอไพรส์” เจมส์ยื่นกุญแจให้เธอ ตามด้วยกล่าว “ขอโทษนะ ที่ผ่านมาพี่ไม่ได้ดูแลเธอเลย พี่รู้ว่ารถแค่นี้ไม่สามารถเยียวยาความรู้สึกของเธอได้ แต่มันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่พี่สามารถทำให้ได้ หวังว่ามิวสิคจะชอบ”
มิวสิคน้ำตาคลอเบ้า เจมส์ตกใจ รีบปลอบโยน
“ขอบคุณนะคะพี่ รถคันนี้ฉันชอบมากเลย แล้วฉันก็ไม่เคยโกรธพี่เลยสักนิด เพราะฉันเองก็รู้ว่าพี่มีธุรกิจหลากหลายต้องดูแล ไหนจะร้านอาหาร สวนทุเรียน ล่าสุดยังไวน์ ถ้าหากฉันงี่เง่าเอาแต่ใจล่ะก็ มันคงทำให้พี่รู้สึกอึดอัด และอีกอย่างฉันคงถูกมองว่านิสัยเด็ก ฉันไม่อยากถูกมองแบบนั้น ขอบคุณนะคะพี่ รักนะคะ จุ๊บๆ”
เจมส์ปล่อยให้เธอเข้ามาเกี่ยวคอ ดูดปากอย่างออกรสออกชาติ กระทั่งหนึ่งนาทีผ่านไป มิวสิคจึงได้ผละออกมา ในสภาพใบหน้าเห่อร้อน สองแก้มเป็นสีแดงรวมถึงลำคอที่เริ่มแห้งผาก
“ขึ้นรถกันเถอะ” เจมส์เสนอ
“ค่ะ นี่ค่ะกุญแจ”
“ไม่ขับเหรอ”
“ยังไม่กล้าหรอกค่ะ แค่รถมอเตอร์ไซค์ก็กลัวแล้ว แต่นี่มันซูเปอร์คาร์นะคะจะกล้าขับได้ยังไง ขืนขับชนข้างทาง ฉันไม่มีปัญญาซ่อมหรอกนะคะ โอ๊ยยยย ดีดหน้าผากฉันทำไมคะ”
มิวสิคจับหน้าผากตัวเองที่เป็นสีแดง นัยน์ตาคู่สวยมองเขาด้วยความแง่งอน
“กังวลเกินไปแล้ว ถ้ารถมันเสียหรือชนเข้าจริงๆ ก็ไม่ต้องซ่อม”
“เอ๋...ไม่ซ่อมรถ แล้วจะขับต่อยังไงคะ”
“ซื้อคันใหม่สิ”
“อ้าว แล้วถ้างั้นคันเก่าละคะ”
“ทุบทิ้ง ขายซาก”
มิวสิคถึงกับสมองเบลอไปชั่วขณะหนึ่ง
ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่ารถคันนี้ราคาอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ถ้าหากให้เดาก็คง 20 ล้านบาทขึ้น แต่พอออกจากปากเขา ราวกับว่ามันไม่มีความสำคัญ ถ้าหากพังก็แค่ทิ้ง
เหอะๆ คุณแฟนจะรวยเกินไปแล้ว
เจมส์ติดเครื่องยนต์แล้วขับออกไป
ในสภาพเปิดประทุนแดดยามเช้าไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากเป็นตอนเที่ยงล่ะก็ แนะนำว่าให้ปิดหลังคาจะดีกว่า
“พี่เจมส์ ซอยลาดปลาเค้าไม่ใช่ทางไปมหาลัยนี่คะ พี่ไปผิดทางหรือเปล่า มันต้องเลี้ยวอีกซอยนะคะ” มิวสิคเตือนเมื่อเห็นเขาเลี้ยวผิด
“นั่งเฉยๆ คอยดูเถอะน่า”
มิวสิคหรี่ตามอง ครุ่นคิดบางอย่าง กระทั่งรถขับเข้ามาในคอนโดมิเนียม 'หกยอดบูรพา'
เจมส์จอดรถไว้หน้าคอนโด ก่อนจะลงมาจากรถแล้วเปิดให้มิวสิคลงมา
นักศึกษาสาวปี 2 ยังไม่ได้เอ่ยปากถาม ผู้หญิงที่อยู่ในชุดทางการก็เดินเข้ามา ตามด้วยยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณเจมส์ คุณมิวสิค” ปุ้ยทักทาย
“รู้จักฉันด้วย หรือว่าคุณจะเป็นแฟนของพี่เจมส์อีกคน” มิวสิคขมวดคิ้วมุ่น
ปุ้ยรีบโบกมือปัด “ไม่ใช่ค่ะ ฉันเป็นนายหน้าค้าที่ดิน ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะ” จากนั้นหันไปมองเจมส์ “ห้องได้แล้วนะคะ จะขึ้นไปดูเลยไหมคะ”
“แน่นอน” เจมส์พยักหน้ารับ จากนั้นทั้งสามเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน
มิวสิคอยากจะถามอะไรเขาหน่อย แต่เพราะปุ้ยอยู่ที่นี่เธอเลยไม่กล้าถาม กระทั่งลิฟต์มาถึงชั้น 40 เธอจึงเดินตามหลังพวกเขาออกไป
ปุ้ยนำคีย์การ์ดออกมา ประตูส่งเสียงตี๊ด แล้วเธอก็หมุนลูกบิดประตูเดินนำเข้าไปเป็นคนแรก
ห้องดังกล่าวเป็นสีขาว พื้นถูกปูด้วยกระเบื้องลายไม้อ่อน มีห้องน้ำขนาดใหญ่ ฝักบัว อ่างอาบน้ำ กระจกขนาดเท่าคนตัวโต นอกจากนั้นยังมีห้องนั่งเล่น ห้องทำอาหาร ห้องดูทีวีและระเบียงที่ติดกับเตียงนอน 6 ฟุต
พอลองชะเง้อคอออกไปดูตรงระเบียง จากมุมนี้จะเห็นวิวสวย นอกจากนั้นด้านล้างยังเป็นสระน้ำขนาดใหญ่ให้คนได้ลงเล่น ตอนนี้ยังเช้าอยู่ ทุกคนคงหลับอยู่สระน้ำจึงว่างเปล่าไร้ผู้คน
หลังจากเดินดูได้ครู่หนึ่ง เจมส์หันไปถามแฟนสาวรุ่นน้องว่า “ชอบหรือเปล่า ถูกใจไหม”
มิวสิคแต่เดิมไม่รู้เลยว่ามาที่นี่ทำไม แต่พอเขาถามแบบนี้ เธอก็เข้าใจโดยพลัน จึงผงกศีรษะซ้ำๆ เหมือนกับตุ๊กตาใส่ถ่าน
“ชอบมากค่ะ สวยสุดๆ”
“งั้นก็เอาเลย คุณปุ้ย ผมเอาห้องนี้แหละ”
“เข้าใจแล้วค่ะ ดิฉันจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด”
“ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี พอดีว่าแฟนของผมไม่มีน้ำอาบ หอที่อยู่ขาดแคลนน้ำประปาน่ะ”
พูดถึงตรงนี้เขาโดนมิวสิคหยิกแขนทีหนึ่ง ใบหน้าแง่งอน ดูน่ารักไปอีกแบบ
“แถวหมู่บ้านฉันบางวันน้ำก็ไม่ไหล สาเหตุหลักๆ ก็มาจากถนนหน้าบ้าน ไม่รู้ว่าจะรื้อถอนอะไรหนักหนา แถมขุดลงไปบางทียังโดนท่อน้ำแตก ไม่มีใครรับผิดชอบ น่าเบื่อชะมัด อุ้ย...ขอโทษนะคะคุณสองคน ฉันไม่น่าพูดอะไรแบบนี้เลย”
“ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ”
“ฉันเองก็เข้าใจค่ะ ยิ่งตอนนี้แถวหอพักที่อยู่ ถนนที่อยู่ใกล้ๆ ทำทั้งคืนหนวกหูจะตายอยู่แล้ว แต่พวกเขาก็ทำไม่เสร็จสักที ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ทีก็กลัวว่าเหล็กจะหล่นทับตายเข้าสักวัน”
ทั้งสามคนทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆ แล้วหันไปพูดเรื่องอื่นที่ไม่เครียด