บุรุษทั้ง 8 คนที่อยู่ตรงหน้านั้นก็จะมีมิอุระ อันจิน หรือวิลเลี่ยม อดัม ซามูไรแห่งตะวันตก, นันโคโบ เท็นไก นักรบแห่งสังฆราช, ซารุโทบิ โมโมทาโร่ นินจาพเนจร, ยางิว จูเบย์ จินซาเอม่อน นักดาบมือเดียวผู้เก่งกาจ บุตรชายของยางิว มุเนโนริ, ยาสุเกะ ซามูไรแอฟริกันสีผิวคล้ำ ผู้มีพละกำลังอันมหาศาล, ยูกิ ฮิเดยาสึ หรือโซกิ
ซามูไรนักดาบเวทย์ ผู้ใช้ดาบคู่คาตานะเป็นอาวุธ, ฟูอิจินาโดะ มาจิรัน หรือเฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน นักเล่นบิวะผู้ใช้เสียงบรรเลงเป็นอาวุธ และชิโมสุมะ ไรเร็น กระบี่แห่งสังฆราชผู้ใช้คทาเป็นอาวุธ ส่วนสองสาวพี่น้องฝาแฝดที่อยู่ตรงหน้านั้นก็คือหมอสอนศาสนา ซึ่งพวกเธอทั้งสองนั้นเป็นถึงมือปราบมารอสูรแห่งศาสนจักร ซึ่งมีนามว่ามาเรียกับกราเซีย โดยที่มาเรียนั้นจะเป็นแฝดพี่ และกราเซียนั้นจะเป็นแฝดน้อง
พวกเขานั้นต่างก็เข้าต่อสู้กับโออิวะกับโอคิคุที่อยู่ตรงหน้าด้วยความยากลำบาก เพื่อที่จะปกป้องอิเอยาสึ จนกระทั่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็พากันเสียท่าให้กับสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้า จนแทบจะทรุดตัวลงที่พื้นในทันที
“หึ หึ หึ ได้เจอกันอีกแล้วนะ โทโมเอะ โกเซ็น กับคิทสึเนะ...”
“ไม่สิ อันที่จริงแล้ว พวกข้าควรที่จะเรียกเจ้าว่า...ยาเอะ...มากกว่า”
โออิวะกับโอคิคุต่างก็กล่าวในเชิงทักทายกับโทโมเอะ และคิทสึเนะ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจ
“ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกครั้งนึงนะ โยทสึยะ โออิวะ...ซารายะชิกิ โอคิคุ”
“คราวที่แล้วเจ้าหนีรอดไปได้ แต่ในครั้งนี้เจ้าหนีไม่รอดแน่ ข้า...จะกำจัดเจ้าซะตรงนี้”
โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็พูดกับสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเกรี้ยวโกรธอย่างสุดๆ ในขณะเดียวกันนั้น ทางด้านโทโมเอะก็พลางน้าวกระบี่คันศรและเล็กลูกธนูเวทย์ไปยังนางอสูรทั้งสองตนนั้น ส่วนทางด้านคิทสึเนะก็พลางรีบชักดาบเคนเมียวเร็นออกมาแล้วนำมาคาบไว้ที่ปาก
“ถ้าคิดว่าพวกเจ้าทำได้ ก็ลองดู” จากนั้น ยูกินะและพวกพ้องทั้ง 4 ต่างก็รีบพุ่งเข้าไปเผชิญหน้ากับนางอสูรทั้ง 2 ตนนั้นทันที
ยูกินะรีบชักดาบพลังแสงออกมา และพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรโออิวะอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้ทำการสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบ ง้าว และดาบยาวอีกด้วย แต่เจ้านางอสูรโออิวะนั้นก็สามารถใช้เคียวยมฑูตขนาดยักษ์รับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
“หนึ่งใบ สองใบ สามใบ สี่ใบ ห้าใบ หกใบ เจ็ดใบ แปดใบ เก้าใบ สิบใบ...”
โอคิคุรีบทำการเขวี้ยงกงจักรพิฆาตใส่อีกฝ่าย แต่อินะฮิเมะสามารถใช้ดาบโค้งคู่กายป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด ก่อนที่เธอนั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้าอสูรโอคิคุด้วยความรวดเร็วและฉับไวอย่างต่อเนื่อง แต่นางก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
ทางด้านยูกินะ หลังจากที่เข้าปะทะกับโออิวะมาได้สักระยะ เธอก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาโดยทันที ปล่อยให้โอคัทสึพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรโออิวะอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องด้วยมีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริ ในระหว่างนั้น เธอก็ได้ทำการสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างมีดสั้นคู่ไอกุชิกับดาบสั้นคู่วากิซาชิอีกด้วย แต่โออิวะก็ยังสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยคมเคียวยมทูตขนาดยักษ์
“น้ำยาของพวกเจ้ามีแค่นี้เองหรือ” โออิวะกล่าวเย้ยหยันกับเหล่าพวกพ้องในฝ่ายของยูกินะ
ทางด้านอินะฮิเมะ หลังจากที่เข้าปะทะกันมาได้สักระยะ คิทสึเนะก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของเจ้านางอสูรโอคิคุด้วยความเร็วสูง แต่เจ้านางอสูรโอคิคุก็ยังสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ด้วยกงจักรพิฆาตที่ถืออยู่ในมือเรียวยาวทั้งสองข้าง จากนั้น คิทสึเนะกับโอคิคุก็พุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดในชนิดที่ไม่มีใครยอมใครกันเลยทีเดียว
ทางด้านโอคัทสึหลังจากที่เข้าปะทะกับโออิวะมาได้สักระยะ ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาในทันที สักพัก ก็ได้มีลูกธนูเวทย์ถูกยิงออกมาเฉียดเข้าที่ใบหน้าของโออิวะ โทโมเอะรีบยิงธนูเวทย์ใส่เจ้านางอสูรโออิวะอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้านางอสูรโออิวะนั้นก็ยังสามารถหลบหลีก และปัดลูกธนูเวทย์ของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด จากนั้น เจ้านางอสูรทั้งสองก็รีบกระโดดถอยหลังออกมาด้วยความรวดเร็ว
ยูกินะรีบโปรยแผ่นยันต์ทั้ง 35 แผ่นขึ้นไปบนกลางอากาศ ก่อนที่เธอนั้นจะรีบทำการร่ายเวทย์ด้วยความรวดเร็ว เพื่อเสกแผ่นยันต์ทั้งหมดให้กลายเป็นฝูงนางแอ่นสายฟ้า และพุ่งเข้าโจมตีใส่เจ้าสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง ทางด้านโอคัทสึก็รีบโปรยใบหญ้าไปยังเจ้าสองนางอสูรนั่น ก่อนที่เธอนั้นจะใช้วิชานินจาในการเสกใบหญ้าเหล่านั้นให้กลายเป็นน้ำพุที่พุ่งขึ้นจากบนพื้น เพื่อที่จะโจมตีใส่เจ้านางอสูรทั้งสองตนที่อยู่ตรงหน้า
ทางด้านโทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกพายุสายฟ้าออกมาโจมตีใส่อีกฝ่ายในลักษณะแนวตรง ส่วนทางด้านคิทสึเนะก็รีบทำการตวัดปล่อยคลื่นกงจักรวารีออกมาโจมตีใส่เจ้านางอสูรทั้งสองตนนั้น ส่วนทางด้านยูกินะนั้นก็ยังคงร่ายเวทย์ชนิดต่างๆ ออกมา เพื่อที่จะโจมตีใส่เจ้านางอสูรทั้งสองตนนั้นอย่างไม่ยั้ง
ทางด้านโทโมเอะก็ยังคงยิงธนูเวทย์ออกมาในรูปแบบต่างๆ โจมตีใส่เจ้านางอสูรทั้งสอง ทางด้านคิทสึเนะก็ยังคงตวัดคมดาบที่คาบไว้ในปาก เพื่อที่จะปล่อยคลื่นกงจักรออกมาในชนิดต่างๆ โจมตีใส่เจ้านางอสูรทั้งสองตนนั้น และทางด้านโอคัทสึก็ยังคงใช้วิชานินจาในรูปแบบต่างๆ โจมตีใส่เจ้านางอสูรทั้ง 2 ตนด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม เจ้านางอสูรทั้งสองตนนั้นก็ยังสามารถหลบหลีกและป้องกันการโจมตีด้วยพลังเวทย์ และวิชานินจาของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด
ในระหว่างนั้นเอง ก็มีการอัญเชิญภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนออกมาช่วยต่อสู้กับพวกนางทั้งสอง และนอกจากนั้น ทั้งฮันโซ ทาดาโอกิ ทาดาคัทสึ และโนบุยูกิ ซึ่งอยู่ในร่างโอกามิ-มุฉะนั้นต่างก็ได้เข้ามาร่วมต่อสู้กับเจ้าสองนางอสูรนั่นด้วย แต่ก็แทบจะไม่มีใครสามารถเข้าต่อกรกับมันได้เลย
ในขณะเดียวกัน ทางด้านยูกินะ โทโมเอะ และคิทสึเนะนั้นต่างก็รู้สึกได้ว่า สองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้านั้นมีพลังปีศาจที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเป็นหลายเท่าตัว และนั่นก็เป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ดาบเคนเมียวเร็นที่คาบไว้ที่ปากของคิทสึเนะนั้นได้แตกหักออกเป็นสองเสี่ยง
บ้าจริง เจ้านางอสูรพวกนี้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก ตกลงว่าพวกมันไปทำอะไรมาหล่ะเนี่ย
คิทสึเนะถึงกับนึกสบถขึ้นมาในทันทีด้วยความเจ็บใจ หลังจากที่เข้าต่อสู้กับเจ้าสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าอย่างโออิวะและโอคิคุมาได้สักระยะนึงแล้ว ยูกินะและพวกพ้องของเธอทั้งหมดนั้นก็เริ่มมีสภาพที่สะบักสะบอมจากการถูกอีกฝ่ายโจมตีใส่เข้าอย่างจัง จนแทบจะทรุดลงกับพื้นในทันที ส่วนทางด้านคิทสึเนะก็ได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้ง และดาบเคนเมียวเร็นนั้นก็ได้หลุดออกมาจากปาก
“ไม่ว่าพวกเจ้าจะจัดการกับพวกข้ายังไง พวกเจ้าก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกเข้าได้หรอก”
โออิวะกล่าวคำเย้ยหยันกับพวกยูกินะที่มีสภาพสะบักสะบอมไปทั่วร่าง ไม่ต่างไปจากพวกบุรุษทั้ง 8 กับสองสาวพี่น้องฝาแฝดผู้เป็นมือปราบมารอสูรแห่งศาสนจักรเลย แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีแต่โทโมเอะกับคิทสึเนะเพียงแค่สองคนนี้เท่านั้นที่ยังคงมีแรงพอที่จะเข้าต่อสู้กับสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าอย่างโออิวะและโอคิคุอยู่