ในเช้าตรู่ของวันถัดมา แสงอรุณแรกของวันค่อยๆสาดส่องลงมายังอาณาเขตกว้างใหญ่ของมหาวิทยาลัยเทพอสูร
บรรยากาศที่ควรจะสงบในยามเช้ากลับแฝงไปด้วยความคึกคักผิดปกติ
บรรดานักเรียนที่เพิ่งเสร็จสิ้นการฝึกฝนพลังวิญญาณในช่วงรุ่งสาง หรือผู้ที่เพิ่งลืมตาตื่นจากการพักผ่อน ต่างพากันหยิบอุปกรณ์สื่อสารขึ้นมาตรวจสอบข่าวสารตามปกติ ทว่าสิ่งที่ปรากฏทำให้แต่ละคนต้องหยุดนิ่ง ความง่วงที่เคยมีถูกขับไล่ออกไปในพริบตาเดียว
หัวข้อกระทู้จำนวนมหาศาลยังคงถูกปักหมุดอยู่ในตำแหน่งเด่นที่สุด
ข้อความที่ถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า และชื่อของบุคคลผู้ก่อเรื่องก็ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างไม่ขาดสาย
หวงเยี่ยซื่อจื่อ
ชื่อของเขาถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หลากหลาย บ้างตกตะลึง บ้างตื่นเต้น บ้างถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ ไม่มีใครคาดคิดว่าชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามายังมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน จะกล้ากระทำการที่สะเทือนทั้งสถาบันเช่นนั้นได้
“เจ้าชายน้อยคนนั้น.. ถึงกับกล้าชิงจูบแรกของท่านราชันย์มังกรจริงๆงั้นหรือ!”
เหตุการณ์เมื่อคืนได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ไม่มีผู้ใดหลีกเลี่ยง
ในสายตาของผู้คน หวงเยี่ยไม่ได้เป็นเพียงนักเรียนธรรมดาอีกต่อไป บุคลิกของเขาที่ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ถูกตอกย้ำด้วยการกระทำที่เกินคาดคิดนั้น จนกลายเป็นภาพจำที่ยากจะลบเลือนออกจากความคิดของผู้ที่ได้รับรู้
ในขณะที่กระแสข่าวยังคงโหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน
ภายในบ้านพักส่วนตัวที่เงียบสงบ ร่างของหวงเยี่ยกลับไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายนั้นเลยซักนิด
ตัวของเขานั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนอย่างมั่นคง พลังวิญญาณสีม่วงทองแผ่กระจายออกจากร่างอย่างชัดเจน มันไหลเวียนอย่างเป็นจังหวะ ขณะเดียวกันประกายอณูวิญญาณสีเขียวก็แทรกซึมเข้ามาอย่างกลมกลืน เปรียบเสมือนใบไม้ที่ปลิวลอยไปตามสายลมอย่างอิสระ
พลังทั้งสองสายผสานกันอย่างลงตัว ไม่มีการปะทะ ไม่มีความขัดแย้ง มีเพียงความสมดุลที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นอย่างมั่นคง
กระทั่งในที่สุด เปลือกตาของเขาก็เปิดขึ้นอย่างช้าๆ และชายหนุ่มก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างหนัก
“พลังวิญญาณระดับสี่ขั้นสูงสุด? หมายความว่าตอนนี้ข้าเป็นนักล่ามังกรระดับสี่ขั้นสูงสุดอย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะ”
“ทั้งร่างกายและพลังวิญญาณเกิดความสมดุลแล้ว!”
ทันทีที่กล่าวจบ เขาก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย หน้าต่างระบบข้อมูลโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้า
ตัวอักษรเรียงรายอย่างเป็นระเบียบสะท้อนสถานะปัจจุบันของชายหนุ่มอย่างชัดเจน
【พลังวิญญาณระดับสี่ขั้นสูงสุด】- สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 7 แสนแต้ม
【ร่างกายระดับสี่ขั้นสูงสุด】– สามารถพัฒนาได้ ใช้แต้มวิญญาณ 7 แสนแต้ม
เมื่อเห็นข้อมูลดังกล่าว หวงเยี่ยเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่มีความประหลาดใจ มีเพียงการยืนยันในผลลัพธ์ที่ได้มา
ก่อนที่จะกระโดดลงจากเตียงนอนอย่างคล่องแคล่ว พลางยืดเส้นยืดสายอย่างผ่อนคลาย กล้ามเนื้อแต่ละส่วนขยับตัวตามการเคลื่อนไหว เสียงเบาๆดังขึ้นจากข้อต่อ คล้ายเป็นการจัดระเบียบร่างกายให้เข้าที่หลังจากผ่านการฝึกฝนมาอย่างต่อเนื่อง
“ไม่ธรรมดาจริงๆ.. ไอ้วิชาขับเคลื่อนพลังธาตุพฤกษาระดับเทพน่ะ”
“ข้าใช้เวลาเพียงแค่สี่วันก็ทำให้พลังวิญญาณสมดุลกับร่างกายแล้ว!”
น้ำเสียงของเขาแฝงความพอใจอย่างชัดเจน ก่อนจะหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังวางแผนบางสิ่งในขั้นตอนต่อไป
“เป็นแบบนี้ข้าคงไม่ต้องนำแต้มวิญญาณที่ได้รับมาไปพัฒนาพลังวิญญาณและร่างกายแล้วละ”
“สู้เอาแต้มวิญญาณที่ล้ำค่าเหล่านี้ไปมุ่งเน้นที่สายเลือดเผ่าพันธุ์มนุษย์ เจตจำนงระดับเทพ รวมถึงร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟดีกว่า!”
หลังจากผ่อนคลายร่างกายจนรู้สึกเบาสบาย เขาก็มุ่งหน้าไปยังห้องอาบน้ำทันที น้ำเย็นไหลผ่านร่างอย่างต่อเนื่อง ความรู้สึกสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งกาย ทำให้ความเมื่อยล้าถูกชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความผ่อนคลายที่ยากจะบรรยายเป็นคำพูด
ขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับความสบายอยู่นั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นภายในจิตใจอย่างคุ้นเคย
【โฮสต์คะ? ไม่สนใจวิชาการต่อสู้ระดับเทพที่หลงอินให้มาเหรอ? วิชาหอกที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพสงครามตงเสวี่ยน่ะ?】
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นปะปนกับความซุกซน ก่อนจะหัวเราะขึ้นอย่างอารมณ์ดี
【แต่ชื่อของคนผู้นี้เป็นผู้หญิง แสดงว่าจะต้องเป็นหญิงสาวสุดสะบึ่มอย่างแน่นอน!】
เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งอย่างไม่ปิดบัง ทำให้หวงเยี่ยถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างยาวเหยียด
“เจ้าก็นะ.. เมื่อคืนก็เข้าควบคุมร่างของข้าและทำให้หลงอินเล่นงานข้าเกือบตาย ทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกละ”
“แต่ถึงจะทำจริงๆก็ควรบอกกันก่อน จะได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้บ้าง!”
“นี่ถ้าเจ้าชายคนนี้ไม่มีการฟื้นฟูความเร็วสูง.. คงไปคุยกับรากมะม่วงแล้วละ”
คำบ่นนั้นถูกกล่าวออกมาอย่างจริงจัง ทำให้เสียงหัวเราะของระบบดังตอบกลับมาอย่างคึกคัก ไม่ได้มีทีท่าว่าจะรู้สึกผิดเลยซักนิด ราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงเรื่องสนุก และนางยังคงจดจำด้วยความพึงพอใจอย่างเต็มเปี่ยม
ขณะที่หวงเยี่ยกำลังอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างสบายใจอยู่ภายในบ้านพักของตน
ในเวลาเดียวกัน ภายนอกเขตบ้านพักของเขากลับเต็มไปด้วยภาพที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ใต้ร่มเงาของต้นไม้วิญญาณที่แผ่กิ่งก้านสาขาอย่างงดงาม ซึ่งถือกำเนิดขึ้นจากอิทธิพลพลังของหวงเยี่ยเอง
บรรดานักเรียนนับหลายร้อยคนยังคงนั่งเรียงรายเป็นวงกว้าง บางคนหลับตาเข้าสมาธิ บางคนปรับลมหายใจให้สอดคล้องกับจังหวะพลังที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศ บรรยากาศรอบด้านสงบเงียบจนได้ยินเพียงเสียงใบไม้กระทบกันเมื่อสายลมพัดผ่าน
ต้นไม้วิญญาณต้นนั้นส่องประกาย สีเขียวอ่อนเรืองรองแทรกซึมออกมาจากลำต้นและกิ่งก้าน อณูพลังลอยคลออยู่รอบบริเวณ ทำให้พื้นที่รอบบ้านพักของหวงเยี่ยกลายเป็นจุดศูนย์กลางแห่งการฝึกฝนโดยไม่ตั้งใจ
นักเรียนจำนวนไม่น้อยเลือกมานั่งฝึกในที่แห่งนี้ เพราะสัมผัสได้ถึงความบริสุทธิ์ของพลังที่แตกต่างจากสถานที่อื่นภายในมหาวิทยาลัย
ภาพนักเรียนหลายร้อยชีวิตนั่งขัดสมาธิอย่างพร้อมเพรียง เปรียบเสมือนทะเลมนุษย์ที่สงบนิ่ง หากมองจากที่ไกลๆจะเห็นเป็นวงกว้างล้อมรอบบ้านพักของชายหนุ่ม ไม่มีผู้ใดเอะอะ ไม่มีเสียงโวยวาย มีเพียงความตั้งใจแน่วแน่ในการฝึกฝนเท่านั้น
ท่ามกลางความเงียบสงบนั้น ได้มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งแทรกซึมเข้ามาอย่างแนบเนียน
บุคคลเหล่านี้สวมเครื่องแบบของนักเรียนมหาวิทยาลัยเทพอสูรทุกประการ กิริยาท่าทางดูไม่ต่างจากผู้คนทั่วไป หากภายในสายตาของพวกเขากลับมีบางสิ่งที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ความเย็นชาลึกซึ้งแฝงอยู่ในแววตา เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักทุกความเคลื่อนไหวรอบด้าน
พวกเขาเป็นคนจากโรงฝึกอสูรสวรรค์ ผู้รับภารกิจลับที่มีเป้าหมายชัดเจน การปลอมตัวเป็นนักเรียนทำให้สามารถผ่านด่านตรวจสอบเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยได้อย่างง่ายดาย ไม่มีผู้ใดตั้งข้อสงสัยในตอนแรก แผนการดูราบรื่นจนเกินคาด
จุดประสงค์ของกลุ่มคนเหล่านี้มีเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือการสังหารหวงเยี่ยตามคำสั่งจ้างวานของจินไห่