“กลับมาแล้วหรอ”ไทสันทักขึ้น ชายแขนเดียวนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ในมือถือเอกสารบางอย่างอยู่ ชายแขนเดียวหน้านิ่วในตอนที่เห็นชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่อยู่ในสภาพพิการเข้ามาในห้องทำงานเขา
“ไอ้หน้าจืดนี่ใคร?”วายุหน้าเจื่อนที่ถูกเรียกอย่างนั้น แต่ไม่ทันได้อธิบายโทมัสก็เอ่ยขึ้นว่า
“หมอนี่คือวายุครับพ่อ”
“วายุ...วายุ...วายุ!! ไอ้เด็กนี้คือวายุงั้นหรอ”ไทสันพึมพำครู่หนึ่งก่อนจะผุดยืนขึ้นตะโกนเสียงดัง ชายแขนเดียวเดินออกมาจากหลังโต๊ะทำงานเพื่อมองหน้าเด็กหนุ่มชัดๆ
“นายกลับมาเมื่อไหร่”
“เอ่อ..ผมกลับมาได้ประมาณ 3 เดือนแล้วครับ”วายุตอบเสียงสั่น ไทสันนพยักหน้าแต่เมื่อนึกถึงสภาพที่เหมือนขนพิการแขนบิดเบี้ยวของเด็กหนุ่มก็หน้าซีด ถามเสียงดังว่า
“ใครเป็นคนทำกับนายอย่างนี้!”
“เอ่อ...”วายุไม่กล้าตอบแอบเหลือบมองชายสวมหน้ากากที่ยืนนิ่งเดาอารมณ์ไม่ถูก แต่ทันใดนั้นบทสนทนาของพวกเขาก็ถูกขัดจังหวะ
ก๊อกๆๆ!
เสีงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับคำพูดที่ดังมาจากหลังประตูว่า
“คุณกะโหลกแดง เรารอคุณมา 2 ชั่วโมงแล้วคุณจะให้เรารอไปถึงเมื่อไหร่กัน ถ้าไม่ว่าอะไรพวกเราขอเข้าไปหาคุณ..”พูดไม่จบประโยคประตูก็ถูกเปิดออก พร้อมกับมีมนุษย์จำนวน 6 คนเดินเข้ามา
แต่ละคนมีรัศมีของยอดฝีมืออยู่บนตัว ดูก็รู้ว่าไม่ใช่บุคคลธรรมดาทั่วไป และสิ่งที่ยืนยันก็คือตราต้นสังกัดที่พวกเขาติดอยู่ และตราเหล่านั้นก็เป็นที่รู้จักของมนุษย์แทบทุกคน
ทั้ง6คนคือตัวแทนของมหาอำนาจทั้ง6แห่งมวลมนุษย์!
“เรารอมานานมากแล้ว แล้วไหนละวีรบุรุษสงครามที่พวกเราต้องการเจอ”ชายคนหนึ่งท่าทางหยิ่งยโสเอ่ยขึ้น เขาเป็นคนเปิดประตูเข้ามาอย่างไร้มารยาท เขาคือตัวแทนของกิลด์อัศวินแห่งแสง
“ผมเข้าใจนะครับว่าตอนนี้วีรบุรุษสงครามอาจไม่อยู่แต่เป็นไปได้คุณช่วยออกไปตาม...”ผู้ที่พูดคือชายวัยกลางคนที่มีอายุไล่เลี่ยกับไทสัน เขาคือตัวแทนจากกิลด์เทพตกสวรรค์ แต่ก่อนที่จะพูดจบเขาก็เงียบเสียงลงเพราะสายตาไปสะดุดกับชายสวมหน้ากากที่ยืนเงียบสงบอยู่ในห้อง
สายตาสบเข้ากับดวงตาใต้หน้ากากทำให้รู้สึกหนาวกายวูบ ความเย็นชาบนดวงตาคู่นั้นไม่อาจปกปิดความกระหายเลือดในตัวเขาได้
“คุณคือวีรบุรุษสงคราม?”ตัวแทนกิลด์เทพตกสวรรค์เอ่ยขึ้นอย่างมั่นใจ
“!!!”เหล่าตัวแทนที่เหลือสะท้าน เขาไปจ้องชายสวมหน้ากากไม่วางตา ที่แท้เขามาถึงแล้ว
วาสยกคิ้วประหลาดใจ เท่าที่จำได้เขาเปลี่ยนหน้ากากเป็นอันใหม่แล้ว ทำไมถึงโดนดูออกได้กัน ชายหนุ่มจับตามองตัวแทนกิลด์เทพตกสวรรค์ด้วยความสนใจ
“พวกคุณอย่าพึ่งทำตัววุ่นวายในตอนนี้ ฉันขอทำธุระให้เสร็จก่อน!”น่าตกใจที่ไทสันไม่ใส่ใจเหล่าตัวแทนมหาอำนาจแม้แต่น้อย ชายแขนเดียวหันกลับไปมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตากระวนกระวายถามอย่างเร่งร้อนว่า
“รีบตอบมาสิว่าใครทำให้นายเป็นอย่างนี้ ฉันจะได้รีบไปจัดการมันก่อนที่มันจะเป็นเรื่อง...”
“ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าใครมันเป็นคนทำกับหลานฉันอย่างนี้!!!”
ตูมมมม!
ทันใดนั้นกำแพงห้องฝั่งหนึ่งก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง ทุกคนในห้องล้มระเนระนาด แรงกดดันหนักหน่วงเอ่อล้นทะลักเข้ากดทับบนร่างทุกคนให้นอนอยู่กับพื้น
ต่อให้เป็นวีรบุรุษสงครามก็มีสภาพไม่ต่างจากคนอื่น ชายหนุ่มพยายามยกหัวขึ้น สิ่งที่เขาเห็นคือชายชราที่เรือนผมและเคราสีขาวกำลังปลิวไสวยืนอยู่ที่ริมห้อง ดวงฉายแววความโกรธให้เห็นอยู่จางๆ.
“คุณตา!”วายุอุทานขึ้นเสียงดัง
วาสหน้าเสีย ตอนนี้เขาเริ่มรับรู้ถึงสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
“ใครเป็นคนทำร้ายหลาน”ชายชราถามราบเรียบ แต่วายุกลับไม่กล้าตอบ
“ตอบมา!!”ทุกคนในห้องเหงื่อแตก แรงกดดันที่กดทับลงมามากขึ้นกว่าเดิมจนพวกเขาจะแบนอยู่แล้ว
“เขาครับ!”วายุชี้นิ้วไปที่วีรบุรุษสงครามอย่างลังเล แต่ทันทีที่ชายชราได้คำตอบเขาก็ลงมือทันที
ตูม! อั๊ก!
พลังไร้สภาพกระแทกเข้าใส่ร่างชายสวมหน้ากากอย่างหนักหน่วง เขากระอักเลือดออกมา พื้นห้องที่ทำจากไม้หนาชั้นดีแตกเป็นชิ้นๆ ร่างวีรบุรุษสงครามตกลงกระแทกพื้นที่ชั้นล่าง
กรอด!
วาสกัดฟันแน่น เขาไม่ใช่คนที่จะยอมโดนเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว!
สกิล...
ตูม!
แรงกระแทกอัดเข้าทั่วร่างวีรบุรุษสงครามอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็นฟาดเข้าอย่างจัง กล้ามเนื้อทั่วตัวเริ่มมีเลือดไหลออกมา ร่างหนาตกไปชั้นล่างสุดจมอยู่ในพื้นดิน และขยับตัวไม่ได้จากแรงกดที่ยังไม่คลายออก
ไทสันที่รู้ว่าคนที่ทำร้ายวายุคือวาสก็หน้าซีด ไม่ทันได้เอ่ยอะไรตอนนี้เพื่อนสนิทของเขาก็ถูกอัดจนเละแล้ว
“หยุดก่อนคุณไคเซอร์!”ไทสันส่งเสียงร้อง
“ไม่เจอกันนาน เดี๋ยวนี้นายกล้าออกคำสั่งกับฉันแล้วงั้นหรอเจ้าหนูไทสัน”ชายชราผมขาวหรือไคเซอร์เอ่ยเสียงเรียบ ทำให้ไทสันสะอึกตั้งใจจะพูดต่อ แต่ว่าตัวแทนกิลด์เทพตกสวรรค์ส่งสายตาปรามแล้วเอ่ยขึ้นแทนว่า
“ใจเย็นก่อนครับคุณไคเซอร์ ผมว่ามันอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดบางอย่างก็ได้”
“โอ้! แม้แต่เธอก็อยู่ที่นี่หรอกาวิน วันนี้มันวันรวมญาติอะไรทำไมถึงเจอมนุษย์รุ่นแรกเยอะอย่างนี้นะ”ไคเซอร์เปรยขึ้นเบาๆ แต่คำพูดของเขาทำให้คนในห้องที่เหลือตกใจ
มนุษย์รุ่นแรก!
พวกเขาคือบุคคลในประวัติศาสตร์ พวกเขาคือมนุษย์กลุ่มแรกที่เดินทางมายังโลกใบนี้และเป็นผู้สร้างรากฐานทำให้มวลมนุษย์ในทุกวันนี้
ปัจจุบันมนุษย์รุ่นแรกยากที่จะพบเจอ หากไม่ตายไปแล้วส่วนใหญ่ก็จะซ่อนตัวจากสังคมอาศัยอยู่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป
แต่สิ่งที่ทำให้มนุษย์รุ่นแรกต่างจากรุ่นหลังคือความแข็งแกร่งและความสามารถในการเอาตัวรอดของพวกเขา ถ้ามนุษย์รุ่นแรกที่สามารถอยู่รอดมาถึงยุคปัจจุบันได้ก็เป็นการการันตีความสามารถแล้วว่าไม่ใช่บุคคลสามัญทั่วไป
ยกตัวอย่างเช่น ไทสัน ปักเป้ามรกตและดอนเต้ ต่างก็เป็นมนุษย์รุ่นแรกด้วยกันทั้งสิ้น ความแข็งแกร่งของเขาสามารถยืนหยัดเป็นผู้นำมนุษย์จำนวนมากได้สบายๆ
แต่ไคเซอร์นั้นต่างจากมนุษย์รุ่นแรกทั่วๆไป เพราะเขาคือมนุษย์รุ่นแรกที่แข็งแกร่งที่สุด!
ในโลกเดิมไคเซอร์ได้ชื่อว่าเป็นเทพแห่งการต่อสู้ เขาเกิดมาในสำนักศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว และตัวเขานั้นหลงใหลในศาสตร์การต่อสู้ ในวัยหนุ่มเที่ยวตระเวนศึกษาศาสตร์การต่อสู้จากทั่วโลก ท้าทายยอดฝีมือจากทั่วทุกสารทิศ แพ้ชนะมานับครั้งไม่ถ้วน จนในที่สุด 10ปีก่อนเกิดบททดสอบขึ้นบนโลกเขาก็ไม่เคยแพ้ใครอีกเลย!
ดังนั้นชายชราจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์รอดมาจนถึงทุกวันนี้!
“ถ้าเธอบอกว่าเป็นการเข้าใจผิด แล้วจะอธิบายสภาพหลานชายฉันว่ายังไง?”ไคเซอร์พูดเสียงเข้ม
“เรื่องนี้...”กาวินหน้าปั้นยาก จนปัญญาจะพูดอะไร ที่พูดก่อนหน้านี้ก็เพื่อไม่ให้ไคเซอร์ฆ่าวีรบุรุษสงครามเท่านั้น
“ผมมั่นใจว่าเพื่อนผมไม่ใช่คนไร้เหตุผล ทำไมคุณไม่ถามวายุละว่าเกิดอะไรขึ้น”ไทสันเห็นช่องจึงรีบพูดขึ้น
ไคเซอร์ย่นหน้า จากนั้นจึงหันไปมองหลานชายตนที่หน้าเจื่อนอยู่
“อธิบายมาว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าหลานโกหกคงรู้นะว่าต้องเจออะไร”วายุหน้าซีดก้มหน้างุดเหมือนเด็กทำความผิดแต่ไม่ยอมเอ่ยปาก
“พูด!”ไคเซอร์ตวาดอีกครั้ง
“ผะ...ผมแอบไปขโมยของเขามา เขาเลยตามมาแก้แค้นครับ”
ปึด!
เส้นเลือดบนขมับไคเซอร์ปูดขึ้น ใบหน้ากลายเป็นสีเขียว
ปัง!
“อ๊ากกกก! คุณตาอย่าฆ่าผม ผมยอมแล้วๆๆๆ”วายุกรีดร้องพลังไร้สภาพอัดเขาเข้ากับกำแพง จนจุกไปหมด
“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าห้ามทำตัวเหมือนพ่อของแก!!”เรื่องเดียวที่เป็นจุดอ่อนของไคเซอร์คือลูกเขยของเขา
ครอบครัวของไคเซอร์มีเพียงเขาและลูกสาวหนึ่งคนที่รอดมาโลกใหม่ได้ ชายชราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายต่อสู้กับภัยอันตรายทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกสาวคนเดียวของเขา ในกลุ่มที่อยู่ในบททดสอบเดียวกันกับเขามีมนุษย์อยู่ราวๆ50คน แต่ที่เด่นๆคือไทสัน โทมัส กาวินและชายหนุ่มชาวเอเชียคนหนึ่ง ในระหว่างที่ไคเซอร์ออกไปต่อสู้เสี่ยงชีวิต ไอ้หนุ่มชาวเอเชียนี้กลับแอบไปจีบลูกสาวของเขา
และลูกสาวของเขายังตกหลุมรักชายชาวเอเชียนี้เข้าเต็มเปาอีกด้วย!
จนวันหนึ่งชายหนุ่มชาวเอเชียและลูกสาวของเขาก็มาบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา ไคเซอร์ในตอนนั้นแทบอยากจะกระทืบชายหนุ่มชาวเอเชียให้จมดินแต่ต้องยั้งใจไว้
ชายชราเกลียดชายหนุ่มชาวเอเชียเข้าไส้ นอกจากจะอาศัยช่วงเวลาที่เขาไม่อยู่มาจีบลูกสาวเขาแล้ว ชายชรายังรู้มาอีกว่าในโลกเดิมอาชีพของชายหนุ่มชาวเอเชียคือโจร!
และไม่ใช่โจรธรรมดา เขาเป็นถึงจอมโจรอันดับหนึ่งของโลกที่หลายประเทศต้องการตัว!
ไม่มีใครอยากให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานกับโจร
ไคเซอร์ตั้งใจจะค่อยๆสร้างความร้าวฉานระหว่างทั้งคู่เพื่อแยกลูกสาวของเขาออกมา แต่แล้วความหวังของไคเซอร์ก็ต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ
ลูกสาวเขาท้อง!
ตอนนั้นไคเซอร์เกือบจะลงมือฆ่าชายหนุ่มชาวเอเชียด้วยมือตนเอง แต่ลูกสาวของเขาห้ามไว้
สุดท้ายชายชราจึงได้แต่ยอมรับสภาพ รับชายหนุ่มชาวเอเชียที่ตนเกลียดเข้าไส้มาเป็นลูกเขย
และในที่สุดลูกสาวของไคเซอร์ก็คลอดเด็กชายคนหนึ่งออกมา ชายหนุ่มชาวเอเชียตั้งชื่อเขาว่าวายุ อันเนื่องจากความชื่นชอบในอิสรเสรีของสายลม
อย่างไรก็ตามในปีต่อเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับก็อบลิน จนนำไปสู่สงครามเล็กๆ พ่อของวายุเป็นคนนำทัพครั้งนั้น เขาแฝงตัวเข้าไปในค่ายอีกฝ่ายเพื่อสังหารผู้นำก็อบลิน ถึงจะทำสำเร็จแต่เขาก็ต้องแลกมาด้วยชีวิต
หลังจากเสียสามี แม่ของวายุก็จมอยู่ในความทุกข์ป่วยจนร่างกายทรุดโทรมประกอบกับอยู่ในช่วงสงครามทำให้หญิงสาวที่อ่อนแอไม่อาจทนความยากลำบาก ไม่นานก็เสียชีวิตอีกคน
เด็กชายวายุจึงเหลือแค่ตาของเขาเท่านั้น และในฐานะที่ตาของวายุเป็นมนุษย์ผู้แข็งแกร่งที่สุด ชะตากรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์จึงตกอยู่ในกำมือของเขา ชายชราจึงยุ่งอยู่ตลอดเวลาแทบไม่มีเวลามาอยู่กับหลานชาย
สิ่งเดียวที่อยู่กับวายุตลอดเวลาก็คือไดอารี่ของพ่อเขา ในนั้นบันทึกถึงเรื่องราวผาดโผนในอาชีพจอมโจร วายุค่อยๆเกิดความหลงใหล ในปีที่พ่อเขาเสียชีวิตวายุยังเด็กเกินกว่าจะจำความได้ ดังนั้นไดอารี่เล่มนี้จึงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้วายุจินตนาการถึงพ่อของเขาได้ และต่อมาความฝันของวายุก็คือเป็นจอมโจรอันดับหนึ่งของโลกดังที่พ่อเขาเคยเป็น!