ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่415 สถาบันยอดเขาสวรรค์

      อี้เฉิน สืบเท้า ย่างก้าวเดินขึ้นยอดเขาสวรรค์ อย่างไม่มีท่าทีลังเล นำพาร่างกายที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง เดินขึ้นยอดเขาไปด้วยความหวังเต็มเปี่ยม ว่าเขาจะเจอที่ฝึกตนที่เงียบสงบ ปลอดภัยให้เขาได้พักพิง กายาที่เหนื่อยล้า
 


      อี้เฉิน ยามนี้เขาไม่ได้เร่งรีบอีกต่อไป ก้าวเดินไปตามบันไดหินไปด้วยความสงบนิ่ง จ้องมองวิวทิวทัศน์ รอบๆ ภูเขาลูกใหญ่ ราวกับดื่มด่ำบรรยากาศ ให้จิตใจถูกชำระล้าง ผ่อนคลายความเจ็บช้ำ จากการต่อสู้มายาวนาน ร่วม2ปี ตั้งแต่เขาขึ้นมา ยังดินแดนเบื้องบน ผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้งหลายครา ทำให้เขาพัฒนาศักยภาพไปอย่างมาก โดยไม่รู้ตัว

 


       ครั้นอี้เฉิน นึกถึงช่วงเวลาที่เขารอดตายจากการสูญเสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ เขารู้ดีที่เขารอดพ้นความตายมาได้ ก็เนื่องมาจาก ซากแขนเทวะ สีดำทมิฬข้างขวาของเขา

 


       ทว่าสิ่งที่สลักลึกลงไปภายในใจของอี้เฉิน กลับแลกมาด้วยลอยสลักของความแค้นที่จักรพรรดิโลหิต มีต่อจักรพรรดิทั้งสาม ฝังลึกเข้าไปภายในหัวใจของอี้เฉิน ยากที่ อี้เฉินจะทำสำเร็จต่อให้เป็นภายภาคหน้าก็ตาม ครั้นเมื่อคิดถึงเรื่อง ฆ่าสังหารจักรพรรดิ ที่ยากจะมีใครกล้าคิด อี้เฉินก็ได้แต่ทอดถอนหายใจออกมายาว

 


        ก่อนอี้เฉิน จะนำพาร่างน้อยๆ ก้าวเดินไปในเส้นทางด้านหน้า ไก่ฟ้าตามยอดเขา ส่งเสียงร้องดังกังวานออกมาไม่ขาด ครั้นเมื่ออรุณวันใหม่สาดแสงตกกระทบ ยอดเขาสูง หมอกควันที่หนาแน่น ค่อยๆ เลือนราง จางหายไปน้อยๆ เมื่อเจอความอบอุ่นจากแสงอรุณ ของเช้าวันใหม่ ก่อนน้ำเสียงหนึ่งจะสั่งให้อี้เฉินหยุดก้าวเท้าเดินขึ้นมาด้านบนยอดเขาสวรรค์ "เจ้าหยุดเดียวนี้ สถานที่แห่งนี้ไม่ต้อนรับบุคคล ภายนอก"

 


อี้เฉินที่เห็น สองชายแก่ชราขั้นพลังเทพสวรรค์ เอ่ยสั่งการให้เขาหยุดเดิน เขาทำได้เพียงคำนับสองผู้เฒ่าชราด้วยความนอบน้อม

 


        อี้เฉินในยามนี้ เริ่มเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น มีบางคนอายุขัย เกิน300ปี พวกเขาเหล่านั้นก็ยังไม่อาจข้ามผ่าน ขั้นพลังเทพสวรรค์ไปได้ ส่วนคนที่ติดอยู่ในขั้น เซียนสวรรค์ ก็มีอยู่ด้วยกันไม่น้อย การจะเลื่อนขั้นพลังต่อจากนี้ จะเป็นการเลื่อนขั้นพลังที่ยากยิ่งยวด สำหรับตัวเขาและคนอื่นๆ ว่าจะติดคอขวดเหมือนเหล่า ชายชราพวกนี้หรือไม่

 


"ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ข้ามีสิ่งนี้ จะสามารถเข้าไปด้านในได้หรือไม่" ก่อนอี้เฉินจะหยิบป้ายหยกศิษย์เก่าของ อี้ฟางหรง ให้เหล่าผู้เฒ่าชราดู

 


        พวกเขาทั้งสองครั้นเห็น ป้ายศิษย์เก่า มือที่ถูคางยกยิ้มในทันที จ้องมองกายาอี้เฉิน ราวกับไปฟัดกับหมา เนื้อตัวมอมแมม ขึ้นลงอยู่หลายครา ก่อนจะบอกกล่าวอี้เฉินออกมาด้วยรอยยิ้มที่ ดูถูกเย้ยหยันไม่น้อย "เจ้าคิดจะใช้ กฎมณเฑียรบาล เก่าแก่เข้าสถาบันยอดเขาสวรรค์ อย่างนั้นหรืองั้นเชิญเจ้าเข้าไปด้านใน ขอให้เจ้าโชคดี" ครั้นชายชราเอ่ยคำพูดเสร็จสิ้นเขายิ้มกว้าง ให้อี้เฉินในทันที



       อี้เฉินได้ยิน เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ถึงเรื่องที่พวกเขาเหล่าผู้เฒ่าชราพูดถึง หมายถึงอะไรกันแน่ ทว่าเมื่อสืบเท้า ก้าวเดินผ่านศาลาไม้ มีกลุ่มคนอยู่ไม่น้อย แลกเปลี่ยนความรู้มรรคาวิถีของตน ภายในศาลากลางป่าไม้ที่ร่มรื่น ตะไคร่เขียว เกาะไม้เก่าจนหนา มันก็อดไม่ได้ที่อี้เฉิน จะหยุดอยู่ครู่หนึ่ง ครั้นเห็นมรรคาวิถีของ ผู้อื่นที่สำแดงออกมา บ่งบอกว่า พวกเขาฝึกปรือเช่นไร

 

       ทว่าเมื่อหลายคนภายในศาลารับรู้ ถึงสายตาของใครบางคนจับจ้องมา อย่างไม่วางตา ดูก็รู้ว่าเป็นผู้มาใหม่ มันก็ทำให้หลายๆ คนไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ครั้นมีคนจ้องมองมรรคาวิถี ของพวกเขาตรงๆ โดยไม่มีสิ่งใดแลกเปลี่ยน

 


"มันเป็นใครกันไม่รู้หรือว่า การแอบดูมรรคาวิถี ที่ผู้อื่นหยั่งรู้ มันเสียมารยาท" ชายหนุ่มผู้หนึ่งกล่าวด้วยความไม่สบอารมณ์

 


       ก่อนชายหนุ่มที่หลับตาพริ้ม อีกคนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขานั้นก็คือคุณชาย ของเผ่า กิเลน 1ใน5เผ่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ภายในดินแดนโพ้นทะเล หนานหยาง เขารับรู้ได้ในทันที หากมีคนคิดจะเข้าสถาบันในยามนี้ มีเพียงแต่ต้องใช้ กฎมณเฑียรบาล "เจ้าอย่าว่อกแว่ก สนใจคนนอก สถาบันแห่งนี้ใช่ว่าจะรับบุคคลภายนอก เข้ามาได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้นมันจะมีเวลาเปิดรับสมัครอย่างนั้นหรือ ข้าเกรงว่าไอ้หนุ่มน้อยนั้น มันจะทำให้อาจารย์ของมัน ต้องอับอายเสียแล้ว"

 


        ครั้นคำพูดนั้นดังออกมาจากปากชายหนุ่ม หมู่ชนภายในศาลาก็ต่างพากันขบขันยกใหญ่       แม้แต่กลุ่มคน ที่เดินตามเส้นทางเดิน มีอยู่ไม่มาก ยังหัวเราะ ป้องปากน้อยๆ ขำอี้เฉินออกมา

 


       อี้เฉินได้แต่ส่ายหัว เขาไม่ได้เก็บคำพูดเหล่านั้นของผู้คนมาใส่ใจ เดินเข้าไปด้านหน้าสถาบันยอดเขาสวรรค์ ที่เต็มไปด้วยกลุ่มคน มาลองดี พวกเขาเหล่านั้นน่าจะเป็นคนของ สถาบันยอดเขาสวรรค์

 


        ทว่าเมื่ออี้เฉินเห็นบันไดลอยฟ้า เต็มไปด้วยปราณพลังที่เก่าแก่บรรพกาล ปลดปล่อยออกมาไม่ขาดสาย เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ ของกาลเวลาไหลออกมาพรั่งพรู พร้อมร่างชายหนุ่มผู้หนึ่ง หาญกล้า ลองดี ย่างก้าวเดินบนบันไดอย่างไม่มีท่าทีหวาดเกรง แม้กายาจะสั่นเทิ้มเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว


       ทว่าขั้นพลังของชายหนุ่มกลับผิดแปลก พิสดาร ยิ่งก้าวเดินขึ้นบันได ขั้นพลังของเขายิ่งขยับขยาย ไม่กี่ชั่วอึดใจ ขั้นพลังของเขาก็มาอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ ส่งระลอกคลื่น ขั้นพลังออกมากดดันทั่วทิศ ประหนึ่งพวกเขายืนต่อหน้าเซียนสวรรค์จริงๆ

 


        เมื่ออี้เฉินเห็นใบหน้าชายหนุ่มค่อยๆ แก่ชราลงไปทุกที ที่ก้าวเดินขึ้นไปด้านบนบันได ก่อนแสงที่บันไดจะดับวูบลงส่งชายหนุ่มลงมาด้านล่าง ขำแห้งๆ ออกมา ราวกับไม่พอใจการทดสอบครั้นนี้เท่าใดนัก
"ช่างน่าผิดหวังจริงๆ เหตุใดบันไดอายุขัยของข้าถึงได้เป็นแค่เซียนสวรรค์เล่า" ชายหนุ่มกล่าวตัดพ้อตนเองไม่น้อย

 


       คนอื่นๆ เองก็ขำออกมาน้อยๆ ราวกับเป็นเรื่องสนุก ก่อนอี้เฉินจะไต่ถาม เหล่าผู้คนที่อยู่โดยรอบ "บันไดที่ลอยท่ามกลางท้องฟ้าคืออะไรกันแน่ สหายทุกท่านโปรดไขข้อข้องใจให้ ข้าได้กระจ่างหน่อยได้หรือไม่?"



       ครั้นเหล่าผู้คนเห็นชายหนุ่มแปลกหน้า   ที่พวกเขาไม่คุ้นตา กายาราวกับไปฟัดกับหมามา เอ่ยปากไต่ถามออกมา พวกเขาบอกกล่าว ชายหนุ่มอย่างไม่มีปิดบัง มันไม่ใช่เรื่องที่ต้อง ปิดเป็นความลับ "มันก็แค่บันไดวัดศักยภาพ ช่วงอายุขัย ของผู้ที่ขึ้นไปก็เท่านั้น ว่าจะก้าวเดินไปได้ถึงระดับไหน"

 


       "สถาบันยอดเขาสวรรค์ ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้ามาไม่ใช่หรือ การรับสมัครศิษย์ เองก็จบไปนานร่วม3เดือนแล้ว ข้าไม่ยักเคยเห็นใบหน้าเจ้ามาก่อนเลย เจ้าเป็นใครกันแน่?" ชายหนุ่มเอ่ยพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย

 


"จริงด้วยมันเป็นใครกัน ดูสภาพของมันสิ ดูไม่ได้เลย เหตุใดผู้คุมยอดเขาถึงให้มันเข้ามา คลุกคลีกับเหล่าผู้สูงส่ง อย่างพวกเราได้" หญิงสาว ตระกูลสูงศักดิ์ ผู้หนึ่งกล่าวด้วยใบหน้ารังเกียจ อี้เฉินอย่างไม่มีปิดบัง

 


        ทว่าสตรีนางหนึ่ง ที่เดินผ่านเข้ามา นางกล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "พวกเจ้าเหตุใดต้องกดข่ม ผู้อื่นให้ตนเอง สูงกว่าด้วยเล่า เมื่อพวกเจ้าอยู่ต่อหน้าอัจฉริยะที่แท้จริง พวกเจ้าก็ไม่ต่างจากอยู่ในสถานการณ์ ของชายหนุ่มผมขาวผู้นั้นหรอก" ก่อนองค์หญิง ซือหลิน จะยิ้มให้อี้เฉิน ทว่ากลับรู้สึกคุ้นๆ ใบหน้าของชายหนุ่มผมขาว ชอบกล

 


        หญิงสาวที่ถูกเหล่าชายหนุ่มรุมล้อม ได้ยิน นางเดือดดาลไม่น้อย ก่อนยิ้มกว้างให้ องค์หญิง ซือหลิน ไม่ยอมอ่อนข้อให้นางแม้แต่น้อย "องค์หญิงสถานที่ แห่งนี้ห้ามคนภายนอกเข้ามา ท่านไม่รู้กฎหรือ?"

 


        องค์หญิง ซือหลิน นางส่ายหัว ก่อนบอกกล่าว "ชายหนุ่มผู้นั้นคงได้รับการยกเว้นนะสิ เจ้าเองก็น่าจะพอคาดเดาได้ ไม่อย่างนั้นชายหนุ่ม จะมาเดินลอยชายได้เยี่ยงไร"

 


      เหล่าชายหนุ่มต่างตอบรับคำขององค์หญิง ซือหลิน เป็นพัลวัน ครั้นเห็นหนึ่งในไข่มุกเม็ดงามของสถานที่แห่งนี้ ย่างกายลงมา ดูชมเรื่องราวต่างๆ จนรอบๆ เกิดความวุ่นวายเล็กๆ

 


       ก่อนที่ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง จะพุ่งปราดมายืนท่ามกลางท้องฟ้า ไต่ถามออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง "เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรือ เหตุใดหน้าทางเข้าสถาบันยอดเขาสวรรค์ถึงวุ่นวายถึงเพียงนี้เล่า หรือพวกเจ้าจะรบกวนการฝึกของคนอื่นๆ พวกเจ้าก็รู้ในยามนี้ กลุ่มคนไม่น้อยปิดขั้นพลังอยู่ อย่าทำให้เกิดความวุ่นวายเด็ดขาด ข้าขอเตือนพวกเจ้าด้วยความหวังดี"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน