บทที่ 37 เป็นไปได้ยังไง?
หลงัจากที่ได้ยินคำสั่งของผู้จัดการ พวกการ์ดก็พุ่งเข้ามาหลัวเซิงด้วยสีหน้าถมึงทึง
หลัวเซิงที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ก็ทำเพียงเผยสีหน้าดูถูกออกมา ใช้คนไม่กี่คนมาจัดการกับเขาเนี่ยนะ?
ต่อให้มาอีกสิบเทา มันก็ยังไม่พอที่จะจัดการกับเขา!
การ์ดเหล่านี้ไม่รู้เลยว่าตนเองกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่!
เพียงไม่กี่วินาที ไม่มีใครเห็นว่าหลัวเซิงเคลื่อนไหวอย่างไร เหล่าการ์ดก็กระเด็ดไปกองอยู่ที่พื้นด้วยสีหน้าเจ็บปวด
เมื่อเห็นดังนั้นผู้จัดการก็หน้าซีดเผือด ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว บ้าไปแล้ว! เขาไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อน!
นี่มันไม่ใช่มนุษย์แล้ว! มันคือปีศาจชัด ๆ
ในขณะที่หลัวเซิงอุ้มเหยาเหยาขึ้นมาอย่างใจเย็น ความน่ากลัวของหลี่เฟิงได้พุ่งเข้าโจมตีจิตใจของเขาจนไม่อาจควบคุมสติของตัวเองได้ ด้วยความตกใจสุดขีดทำให้ผู้จัดการถึงขั้นทรุดตัวล้มลงหมดสติไปในทันที
แต่ทว่าผู้ที่อยู่หน้าห้องทรมานกำลังแนบหูกับประตู พอได้ยินเสียงที่ร้องครวญครางดังออกมาไม่หยุดจากข้างในพวกเขาก็รู้สึกสะใจมาก!
โดยเฉพาะจางเฉาและเฉวียนซินเฟย สีหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความเบิกบานหลังคิดไปเองว่า คนที่กำลังซ้อมหลัวเซิงอยู่นั้นคือตัวเอง เพียงแค่คิดว่าหลัวเซิงจะต้องคุกเข่าคลานร้องไห้หาพ่อหาแม่ พวกเขาก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก
“พี่กวาหรือเราจะเข้าไปข้านใน แล้วเหยียบมันสักทีสองทีดีไหม?”
จางเฉารู้สึกว่าตนอดใจรอไม่ไหวแล้ว ตอนนี้เขาแค่อยากจะเหยียบหน้า หลัวเซิง แล้วบ้วนน้ำลายใส่ บอกมันอย่างโหดเหี้ยมว่า นี่แหละผลของการมาท้าทายเขา!
เฉวียนซินเฟยก็พยักหน้าอย่างบ้าคลั่ง เห็นด้วยกับความคิดนี้เป้นอย่างมาก
“เอาสิ ฉันก็อยากเข้าไปบอกไอ้เวรนั่นว่า นี่คือจุดจบของคนที่กล้ามายุ่งกับพวกเรา”
พี่กวาทำหน้าเยาะเย้ยแล้วพูดขึ้น
หลังจากได้ยินแบบนั้นจางเฉาก็รีบเปิดประตูทันที บนใบหน้าเต็มไปด้วยความดสะใจ ตะโกนว่า “หึ! เป็นไงละไอ้เวร! ตอนนี้รู้จักกลัวแล้ว...”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เขาก็ชะงักค้างอยู่กับที่พร้อมกับอ้าปากค้าง
เพราะในตอนนี้ หลัวเซิงไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย! เขากำลังอุ้มเหยาเหยา ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
ส่วนคนที่นอนอยู่บนพื้นร้องครวญครางไม่หยุด กลับเป็นพวกการ์ดกอนหน้านี้!
“เป็นไปได้ยังไง?”
จางเฉาไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง ผ่านไปแค่ไม่กี่วินาทีเองนะ! มันทำได้ยังไงกัน?
ปัง!
หลัวเซิงแสยะยิ้ม ยกเท้าขึ้นเตะจางเชากระเด็นออกจากห้องอย่างแรง คนอื่น ๆ ที่อยู่หน้าประตูก็ถูกกระแทกจนล้มระเนระนาด เห็นภาพตรงหน้า พวกเขาทั้งหมดต่างตกตะลึง
“หึ! แกคิดว่าล้มการ์ดได้แค่สองสามคนแล้วเก่งหรือไง?”
พี่กวายังคงไม่ได้เกรงกลัวหลัวเซิงแม้แต่น้อย เขารีบลุกขึ้นจากพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ในสายตาของเขาหลัวเซิงก็แค่มีฝีมือเล็กน้อยเท่านั้น
เป็นคนฝีมือแล้วไง?
ยุคนี้ ไม่ใช่ยุคใช้กำลัง!
แต่ดูที่เงิน! ดูที่อำนาจ!
พวกเศษสวะที่มีแต่กำลัง ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย!
แต่ทว่าพี่กวายังพูดจบ ก็ได้ยินเสียงตบหน้าดัง ‘เพียะ’ พี่กวาโดนตบจนกระเด็นไปนั่งอยู่บนพื้นอีกครั้ง
นี่...
ทุกคนต่างตกตะลึงนั่นมันพี่กวาเป็นหัวหน้าของพวกเขา ถึงเทียบกับพี่เทียนไม่ได้ แต่ก็เป็นถึงระดับพี่ใหญ่แล้วนะ!
แบบนี้ไอ้หนุ่มนี่มันยังกล้าตบอีกเหรอ!
ต้องรู้ไว้ว่าพี่กวากับจางเฉาไม่เหมือนกัน จางเฉาเป็นแค่ลูกกระจอกแต่พี่กวาเป็นถึงระดับหัวหน้า!
ตอนนี้พี่กวาก็มึนงงเพราะฝ่ามือของหลัวเซิง เขาเบิกตากว้าง คิดไม่ถึงเลยว่า ไอ้เวรนี่มันจะกล้าตบแม้แต่เขาเป็นไปได้ยังไง? มันอยากตายมากใช่ไหม?
เผลอเอามือลูบหน้าตัวเองอย่างลืมตัว ไม่นานเขาก็พบว่าบนใบหน้าของเขามีรอยเลือด!
เขาโดนตบจนเลือดออก!
“เวรเอ้ย! แกกล้าตบหน้าฉันหรอ!”
พี่กัวโกรธสุดขีด แววตาเต็มไปด้วยความดุร้าย เขาลุกขึ้นจากพื้นทันที
ตั้งแต่เขาเริ่มเข้าสู่วงการ ก็ไม่เคยมีใครกล้าตบหน้าเขามาก่อน!
จางเฉาเห็นแบบนั้นก็ดีใจสุดขีด เขามั่นใจว่าคราวนี้หลัวเซิงต้องตายอย่างแน่นอน
“หึ คนอย่างแกเนี่ยนะ? ทำไมฉันจะตบไม่ได้?”
หลัวเซิงแสยะยิ้มอย่างดูถูกเหยียดหยาม พี่กวาสำหรับเขาแล้วก็แค่ขยะ!
“หึ! อย่ามาอวดเก่ง ที่นี่ฉันเป็นใหญ่!”
ในตอนนั้นเองเสียงของหนิงเทียนก็ดังขึ้น ทุกคนได้ยินคำพูดนี้ก็รีบแสดงความเคารพ “พี่เทียน ในที่สุดคุณก็กลับมาแล้ว!”
ตอนนี้หนิงเทียนโมโหมาก เขาไม่คิดเลยว่าแค่ตัวเองไม่อยู่ไม่กี่นาที หลัวเซิงจะออกมาจากห้องทรมานได้ ซ้ำยังออกมาจัดกับขยะพวกนี้ได้อีก
นี่มันไม่ใช่แค่การตบหน้าพวกเขา แต่นี่คือการตบหน้าหนิงเทียนอย่างชัดเจน!
นี่มันหยาม‘คลับเสวียนอู่’ของเขาชัด ๆ
ช่างรนหาที่ตาย!
เรื่องนี้ถ้าแพร่ออกไป ต่อไปคลับเสวียนอู่ของพวกเขาก็จะกลายเป็นตัวตลกในวงการ!
หลังจากที่หลัวเซิงได้ยินคำพูดของหนิงเทียน ก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงดูถูก “หึ แกก็แค่ขยะ ยังกล้าบอกว่าตัวเองเป็นใหญ่?”
ได้ยินคำพูดของหลัวเซิงทุกคนที่อยู่รอบข้างก็เปลี่ยนสีหน้าทันที จางเฉา ก็รีบตะโกนขึ้นทันที นี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้แสดงตัวต่อหน้าพี่เทียน!
“สุนัขอย่างแก! แม้แต่พี่เทียนก็ยังไม่รู้จัก! นี่ลูกชายของท่านกังนะเว้ย! แกรนหาที่ตายแล้ว!”
หนิงเทียนเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลัวเซิง ชื่อเสียงของพ่อเขาเป็นที่โด่งดังในวงการมาเฟีย เขาโตมากับวงการมืดพบเจอแต่พวกที่มีจิตใจอำมหิตมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะกร่างแค่ไหนพอเจอหน้าเขาก็ต้องสงบเสงี่ยม!
ไม่งั้น ก็มีแต่ทางตาย!
เพราะยุคนี้ต่อให้มีทักษะการต่อสู้ที่เก่งขนาดไหน ก็ต้องพ่ายแพ้กับผู้ที่มีเงินและอำนาจทั้งนั้น
ตอนนี้หนิงเทียนเพียงรอหลัวเซิง ได้รู้ยินชื่อของเขาแล้วต้องกลัวจนตัวสั่น แล้วคุกเข่าขอชีวิตเขา
แต่หลัวเซิงในตอนนี้ กลับอยากจะหัวเราะ เพราะเขตนี้มันก็คือถิ่นของโจวสุ่ยหนิว แม้แต่หนิงเย่ากังก็เป็นแค่ลูกน้องของโจวสุ่ยหนิวเท่านั้น!
ส่วนโจวสุ่ยหนิวก็เป็นแค่คนรับใช้ของเขา!
แต่ตอนนี้ พวกนี้ กลับจะเอาลูกน้องของคนรับใช้เขามากดดันเขา!
ช่างน่าขันสิ้นดี!
เมื่อทุกคนเห็นว่สหลัวเซิงไม่ตอบสนอง ก็คิดว่าเขาคงจะกลัวจนพูดไม่ออกแล้ว พวกเขาต่างเฝ้ารอคอยที่จะเห็นหลัวเซิงคุกเข่าขอชีวิต แต่ตอนนั้นเอง เสียงตบหน้าที่ดังกังวานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เพียะ!
ฝ่ามือหลัวเซิงตบเข้าไปที่หน้าหนิงเทียน เสียงตบนั้นดังอย่างก้องกังวาน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนหนิงเทียนเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว บนใบหน้าของเขายังคงมีสีหน้าเย่อหยิ่ง แต่ทว่าใบหน้าของเขาก็ค่อย ๆ บวมเป่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
“...” ทุกคนต่างอ้าปากค้าง
ในใจของพวกเขาตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว ชายคนนี้บ้าไปแล้ว! เสียสติไปแล้วแน่ ๆ
มันกล้าลงมือกับหนิงเทียนจริง ๆ นี่มันลูกชายแท้ ๆ ของท่านกังนะ!
นี่มันกล้าตบทุกคนเลยรึไง?
จนกระทั่งความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นมาถึงใบหน้า หนิงเทียนก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเอามือกุมใบหน้าตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “ไอ้ระยำ! แกกล้าดียังไง!”