ตอนที่ 1 เ้าหญิงน้อยวัยแรกรุ่น [2]
บรรยากาศภายในโต๊ะเสวยนั้นดูอบอุ่น ทุกองค์จึงดูเจริญอาหารค่ำนี้มากเป็พิเศษ ยิ่งเ้าแม่เกสรได้ลงมือทำขนมกล้วยของโปรดของลูกๆ ทั้ง 3 องค์ให้แล้วยิ่งทำให้ค่ำนี้มีความสุขกันมากขึ้น พูดคุยสนทนากัน โดยมีเสียงหัวเราะมาเป็ระยะๆ ภายใต้โต๊ะเสวยนี้ที่ดูแสนอบอุ่น ทำให้บ่าวไพร่ภายในคุ้มก็มีความสุขตามกันไปด้วยในค่ำคืนนี้
เมื่อทั้ง 5 องค์ได้ทานขนมกล้วยของเ้าแม่เกสร กันจนอิ่มแล้ว เ้าพ่อก็ได้วางช้อน ซ่อม จึงถือว่าทุกคนบนโต๊ะเสวยนี้ก็ต้องหยุดรับประทานกันโดยเป็มารยาทบนโต๊ะเสวยของคุ้ม แต่ท่านหญิงน้อย ยังกินไม่จุใจเลย แต่ต้องจำใจวางช้อน ซ่อม พอเ้าพ่อลุกจากโต๊ะเสวย ทรงเดินเข้าไปในห้องทรงงานแล้ว ท่านหญิงจึงได้หยิบขนมกล้วยเข้าปากอีก 1 ชิ้น ทำให้เ้าแม่ที่ยังนั่งอยู่ข้างๆ ได้ตีไปที่มือแสนเบาะบางเบาๆ ไปที่หญิงสาวที่แสนน่าทะนุถนอม แล้วพูดมาว่า
“พอได้แล้วลูก ลูกควรอิ่มได้แล้ว ลูกทานเยอะกว่าทุกคนบนโต๊ะนี้แล้ว ประเดี๋ยวถ้าอ้วนขึ้นมา แล้วไม่มีใครมาสู่ลูกของแม่ออกเรือน จะหาว่าแม่ไม่เตือนเ้านะ”
เ้าแม่ทรงตรัสออกมาด้วยน้ำที่เสียงจริงจัง แต่ภายในดวงตานั้น ยังดูทีเล่นทีจริงอยู่บ้าง ^ ^
ท่านหญิงน้อย ทำสีหน้าสงสาร ออดอ้อนไปที่เ้าแม่ และก็หยิบขนมกล้วยเข้าปากอีก 1 ชิ้น แล้วพูดว่า
“ข้าไม่กลัวหรอกเ้าค่ะ ไม่มีใครมาสู่ขอข้าไป ข้าก็จะอยู่เ้าแม่ที่คุ้มนี้แหละเ้าค่ะ”
แล้วท่านหญิงน้อยที่พึ่งทานขนมกล้วยเข้าไปเต็มปาก หันไปถามพี่ชายทั้ง 2 และพี่สะใภ้ว่า
“ท่านพี่ ข้าอ้วนหรือไม่เ้าค่ะ?”
ท่านพี่องค์โต เลยตอบไปว่า
“ไม่อ้วนเลยแม้แต่น้อย น้องหญิงของพี่ยังตัวเล็กมากยังต้องกินอีกเข้าไปเยอะๆ เลย” ^ ^
ท่านพี่สะใภ้ ไม่ได้ตอบว่าอะไร เพียงแต่หัวเราะเบาๆ แล้วยิ้มให้ท่านหญิงน้อย ส่วนท่านพี่องค์รองพูดต่อมาว่า
“จริงตามท่านพี่ใหญ่บอก น้องหญิงยังต้องทานเข้าไปอีกเยอะๆ เลย น้องหญิงยังตัวเล็ก ผอมบางแบบนี้ ประเดี๋ยวจะไม่มีผู้ใดมาสู่ขอน้องหญิงของพี่ไปเป็แน่แท้เลย”
ท่านพี่ชายทั้ง2 เ้าแม่ ท่านพี่สะใภ้และหลายชายองค์น้อย ต่างหัวเราะกันขึ้นมาอย่างมีความสุข 55555
“ท่านชายทั้ง 2 ขอครับ เ้าอินทร์ให้ท่านชายทั้ง 2 เข้าพบในห้องทรงงานตอนนี้ขอครับ”
บ่าวของเ้าอินทร์เข้ามาแจ้งให้ท่านชาย
“เ้าแม่ขอครับ ลูกเข้าไปพบเ้าพ่อกันก่อนนะขอครับ”
ท่านพี่ชายทั้ง 2 เมื่อพูดกับเ้าแม่เสร็จ ก็ลุกจากโต๊ะเสวยขึ้น แล้วเดินไปที่ห้องทรงงานของเ้าอินทร์ โดยมีบ่าวของเ้าอินทร์ รออยู่หน้าห้องทรงงานอยู่แล้ว
“เ้าแม่เ้าค่ะ เ้าพ่อมีเื่อะไรที่ต้องคุยส่วนตัวกับท่านพี่ทั้ง 2 หรือเ้าค่ะ”
เมื่อท่านพี่ชายทั้ง 2 ไปลุกออกจากโต๊ะเสวยไปแล้ว ท่านหญิงน้อย ที่ช่างสงสัยเอ่ยถามเ้าแม่ขึ้นมาทันที
“แม่คิดว่ามันเป็เื่ของผู้ชาย ส่วนลูกๆมาดูผ้าที่แม่ทอผื่นนี้ดีกว่า สีนี้แม่ยอมขึ้นมาเองกับมือเลยนะลูก”
แล้วได้พาท่านหญิงน้อย เดินไปดูที่หูกทอผ้า ส่วนท่านพี่สะใภ้และหลานชายน้อย ได้ขอตัวกลับไปที่เรือนของตนเพื่อพาหลานชายน้อยเข้านอน
“งามมากเ้าค่ะ เ้าแม่”
แต่หญิงน้อยที่ยังสงสัย ยังอยากรู้ ว่าเป็เื่อะไร ที่ทำไมถึงต้องเขาไปพูดกันในห้องทรงงานของเ้าพ่อ
เลยหันไปมองหน้าพี่ปิ่น แล้วยิ้มให้พี่ปิ่นไปหนึ่งที่ แล้วมองไปที่ห้องทรงงานของเ้าพ่อ
เป็อันรู้กันว่า.....ข้าอยากรู้เื่ในห้องนั้น พี่ปิ่นช่วยไปหาคำตอบให้ข้าที *-* พี่ปิ่นจึงค่อยๆ ลุกออกไป แล้วเดินไปที่ข้างๆ ห้องทรงงานของเ้าอินทร์ โดยมีทหารคนสนิดของเ้าอินทร์ เฝ้าอยู่
“อ้ายเหิ้นๆ เ้า อ้ายเหิ้นคนงาน อ้ายพอจะรู้หรือไหมเ้า ว่าข้างในห้องทรงงาน มีเื่คุยอะไรกัน!”
พี่ปิ่นกระซิบ เบาๆ ใกล้หูของทหารคนสนิดของเ้าอินทร์
“เื่ของเ้านาย ข้าไม่รู้หรอก และข้าไม่อยากรู้ด้วย!”
พูดเสร็จแล้ว ทหารชายผู้นั้นก็ขยับตัวออกมาเล็กน้อย.......พี่ปิ่นจึงขยับตัวเข้าไปหาแล้วพูดกับทหารผู้นั้นเบาๆว่า
“ข้ารู้นะว่าเ้าชอบแอบมองนางดำอยู่บ่อยๆ เ้าแอบชอบนางดำอยู่ใช่ไหม! เดียวข้าจะไปบอกนางดำเอง ว่ามีทหารใจดำผู้หนึ่งที่มันแอบชอบ แอบมอง เ้าอยู่บ่อยๆ”
เมื่อพูดเสร็จพี่ปิ่นก็ขยับตัวกลับมาที่เดิม ..... อ้ายเหิ้นจึงรีบหันหน้ากลับมาแล้วขยับเข้าไปหาพี่ปิ่นแล้วบอกว่า
“เ้านี่มันเหลือเกินนนนนนนน ได้โปรดอย่าพึ่งไปบอกนางดำมันเลยนะ ข้ายังไม่พร้อม ข้ากลัวนางจะรังเกียจข้าเหลือเกิน”
พี่ปิ่นเลยรีบพูดสวนกลับทันที
“งั้นเ้าก็รีบเล่ามา ข้างในคุยเื่อะไรกันอยู่!”
ทหารชายผู้นั้นที่กำลังเขินอายเพราะมีคนรู้ความลับของตนว่าชอบแอบมองนางดำพูดแล้วได้พูดมาว่า
“ข้าก็ไม่แน่ใจอะไรมากนักนะ รู้เพียงแค่ว่า จะมีเ้าชายจากเมืองกรุงนครเสด็จมา ท่านผู้นี้พึ่งสำเร็จการศึกษาจากประเทศฝรั่งเศสเลยนะนางปิ่น แต่พอกลับมาได้ไม่นาน ก็จะมาท่องเที่ยวไปทั่วสะแล้ววววววว พึ่งจบแท้ๆ คิดจะเที่ยวเล่นอย่างเดียวเลยยยยย เด็กสมัยไม่ไหวจริงๆเลย นางปิ่นแกว่าเหมือนข้าไหม?”
พอพูดจบทหารหนุ่มหันกลับไปมอง แล้วต้องใ!!!! เมื่อไม่มีผู้ใดอยู่ตรงนั้นเลย เพราะพี่ปิ่นพอรู้แค่ว่าจะมีเ้าชายจากเมืองกรุงนครเสด็จมาก เลยรีบบบบบบบบบบ --->>>ไปบอกท่านหญิงที่อยากรู้อยู่เต็มประดาว่าในห้องทรงงานนั้น คุยเื่ราชการอะไรกันอยู่
เมื่อพี่ปิ่นเล่าเื่ว่าจะมีเ้าชายจากเมืองกรุงนครมาเที่ยวจบลงแล้ว พี่ดำที่กำลังเตรียมที่นอนให้ท่านหญิงเสร็จ ก็รีบเข้ามาหาพี่ปิ่นอยากรวดเร็ว
“ไหนเอ็งๆ เล่าต่ออีกสิ ว่าเ้าชายผู้นั้น เป็ยังอีก”
แล้วจึงหันไปมองที่หน้าของท่านหญิงที่กำลังนั้งมองไปที่กระจกบนโต๊ะเครื่องแป้งอยู่นั้น
“ข้าก็นึกว่าเื่ราชการสำคัญอะไรกัน ที่แท้ก็เื่แค่นี้เอง จะพูดที่โต๊ะเสวยก็ได้ไม่เห็นต้องเข้าไปคุยกันในห้องทรงงานเลยสักหน่อย”
พูดเสร็จท่านหญิงที่ปล่อยผมดำยาวเงางาม ถึงกลางแผนหลัง หันกลับมามองที่พี่ปิ่นกับพี่ดำ แล้วพูดต่ออีกว่า
“พี่2คน ก็ดูตื่นเต้นอะไรมากมายขนาดนั้น ก็แค่มีบุรุษมาเที่ยวเล่นเท่านั้นเอง .... เดียวข้าจะเข้านอนแล้วนะข้าง่วงนอน”
เมื่อพูดเสร็จ เ้าหญิงสาวผมดำขลับ เงางาม ตากลม ริมฝีปากแดงอมชมพู ใช้นิ้วเรียวงามสะบัดปลายผมเล็กน้อย แล้วเดินไปที่เตียงนอนที่พี่ดำพึ่งปูผ้าสีชมพูอ่อนลายดอกกุหลาบ กับหมอนใบโตสีขาวดูสะอาดตา วางบนแท่นบรรทมไม้สักทองที่แกะสลักลวดลายวิจิตรจาก ช่างสล่าหลวง โดยมีมุ้งสีขาวนวลกางรอเ้าของลงไปเอนกายนอนลง เพื่อพักผ่อนกายนอนหลับอยากสบายไปทั้งค่ำคืน โดยที่มีแสงดวงจันทร์สาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่างที่มีม่านมีขาวโปร่งลายฉลุกำลังปลิวตามแรงลมที่พัดมาเบาๆ เย็นสบาย ได้พากลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกเรียกกันตามแนวกำแพงคุ้มโชยเข้ามาในห้องเป็พักๆ ยิ่งทำให้หญิงสาวได้นอนหลับสนิด สบาย ผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น ในยามค่ำคืนราตรีนี้จนถึงย่ำรุ่งเช้าวันถัดไป