“กราบสวัสดีเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวชมพูฟ้าทุกท่านที่มาในงานคืนนี้” เสียงจากพิธีกรชายรุ่นพี่ที่ยืนคู่กันบนเวทีกล่าวเริ่มต้นในงานสังสรรค์ศิษย์เก่า บีน่ากล่าวทักทายตามพิธีกรคู่
เกริ่นถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของงานในคืนนี้ต่อด้วยกิจกรรมเริ่มต้นบนเวทีอีกเล็กน้อย ก่อนจะส่งหน้าที่ต่อให้พิธีกรชายซึ่งเป็นพิธีกรหลักของงานดำเนินลำดับกิจกรรมต่อๆ ไปบนเวทีในงานคืนนี้
เดินลงจากเวทีมาได้บีน่าก็ต้องทักทายกับกรรมการจัดงานที่เป็นอดีตอาจารย์และศิษย์เก่าอาวุโสหลายคน ก่อนที่หญิงสาวจะขอตัวกลับไปที่โต๊ะของรุ่นตัวเองที่มีเพื่อนเก่าหลายคนนั่งคุยกันอยู่อย่างสนุกสนานที่ไม่ได้เจอกันหลายปี
ปกติแล้วงานคืนสู่เหย้าหรือสังสรรค์ศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมปลายของหญิงสาวจะจัดกันทุกปีที่จังหวัดบ้านเกิดอันเป็นที่ตั้งโรงเรียน แต่เพราะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ผลิตนักเรียนออกมาจำนวนมากในทุกปีจึงมีศิษย์เก่าอยู่มากมายหลากหลายทุกวงการและมีศิษย์เก่าจำนวนมากที่อยู่อาศัยหรือทำงานในเมืองหลวง ดังนั้นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนคนหนึ่งซึ่งเพิ่งเกษียณจากตำแหน่งใหญ่ในกระทรวงศึกษาจึงมีความคิดจะจัดงานงานสังสรรค์ศิษย์เก่าในกรุงเทพฯขึ้นมา นัยว่าเพื่อความสะดวกแก่ศิษย์เก่าจำนวนมากที่อยู่อาศัย ทำงาน หรือตั้งรกรากในเมืองหลวงได้พบปะสังสรรค์กันโดยไม่ต้องลำบากกลับไปงานศิษย์เก่าที่โรงเรียนเดิมซึ่งอยู่ห่างไกลจากกรุงเทพฯหลายร้อยกิโลเมตร
เพราะนอกจากศิษย์เก่าวัยทำงานที่อาศัยในกรุงเทพฯแล้ว ส่วนใหญ่ศิษย์เก่าที่มาในงานมักเป็นศิษย์เก่ารุ่นใหญ่วัยเกษียณที่ตั้งรกรากในกรุงเทพฯไม่ได้สะดวกจะกลับไปงานคืนสู่เหย้าที่จัดที่จังหวัดที่ตั้งของโรงเรียน
งานนี้เริ่มจัดมาได้สามครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ โดยจัดขึ้นสองปีต่อครั้งในช่วงคนละเวลากับงานคืนสู่เหย้าที่จัดทุกปีที่โรงเรียน
และครั้งนี้เป็นงานครั้งแรกที่บีน่าตอบรับมาช่วยเป็นพิธีกรร่วม
ก่อนหน้านี้หญิงสาวเคยมางานในฐานะศิษย์เก่าอยู่สองครั้งเมื่อตรงกับช่วงที่ว่างและไม่มีงาน แต่ปีนี้อดีตอาจารย์ประจำชั้นของเธอคนหนึ่งที่เป็นกรรมการจัดงานได้ชักชวนให้บีน่าเป็นพิธีกรในงานด้วยเพราะเห็นว่าลูกศิษย์เป็นคนมีชื่อเสียงและยังทำงานในวงการบันเทิงจะได้ช่วยสร้างความคึกคักและสีสันให้งาน ซึ่งในปีก่อนๆ โฆษกในงานก็ล้วนเป็นศิษย์เก่าที่อยู่ในวงการบันเทิงหรือวงการข่าวที่เกี่ยวข้องกับงานพิธีกรอยู่แล้วบีน่าจึงได้ตอบรับเป็นพิธีกร
งานวันนี้จัดกันที่ห้องประชุมโรงแรมหรูระดับห้าดาวที่บริหารโดยเครือโรงแรมระดับโลกที่มีศิษย์เก่าคนหนึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดในสาขาประเทศไทยอยู่ในปัจจุบัน
เมื่อมาถึงโต๊ะบีน่าก็ได้ทักทายเพื่อนเก่าหลายคนที่อยู่ในโต๊ะเดียวกัน รวมถึงผู้จัดจัดการส่วนตัวของหญิงสาวที่กำลังพูดคุยติดพันกับเพื่อนๆในโต๊ะ
ผู้จัดการส่วนตัวของบีน่าก็เป็นศิษย์ด้วยเช่นเดียวกันและไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเพื่อนสนิทของเธอเมื่อครั้งเรียนมัธยมนี่เอง
เพื่อนสนิทของเธอคนนี้หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยแล้วไปเป็นสาวออฟฟิศได้สองสามปี จู่ๆ ก็ลาออกมาสมัครงานที่บริษัทที่เธอสังกัดอยู่ ทางบริษัทเห็นว่ารู้จักกันกับเธอจึงส่งมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้หญิงสาว
ก่อนจะทำงานเป็นผู้จัดการเธอเรื่อยมาจนบีน่าหมดสัญญากับบริษัท
หลังจากบีน่าออกมาเป็นนักแสดงอิสระแล้ว เพื่อนสาวยังลาออกตามมาเป็นผู้จัดการส่วนตัวจนถึงปัจจุบัน
เรียกว่าสนิทกันจนนับเป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้ว
“นางเอกสาวของพวกเรามาแล้ว” เรียกทักทายจากเพื่อนเก่าดังขึ้นรอบโต๊ะ
บีน่าก็ทักทายตอบเพื่อนเก่าหลายคนที่ไม่ได้เห็นหน้ามานานซึ่งมางานนี้เป็นครั้งแรก รวมทั้งเพื่อนเก่าร่วมรุ่นที่คุ้นเคยกันเพราะยังติดต่อกันอยู่อีกหลายคนในโต๊ะเดียวกัน
“บีน่า ขอลายเซ็นหน่อยนะ”
“ขอด้วย ฉันจะเอาไปให้ลูก ลูกสาวฉันเป็นแฟนละครตัวยงเธอเลยล่ะบีน่า”
“ขอเซลฟี่ด้วยหน่อยบีน่า ฉันจะเอาไปอวดสามีว่ามีเพื่อนเป็นนางเอกดัง”
จากเริ่มแรกมีเพียงเพื่อนร่วมรุ่นในโต๊ะเดียวกันขอลายเซ็นรวมทั้งถ่ายรูปด้วย ก็เริ่มมีโต๊ะของรุ่นพี่ที่อยู่ข้างๆ เข้ามาขอลายเซ็นและขอถ่ายรูปกับหญิงสาว
การจัดโต๊ะในงานวันนี้จะจัดให้ศิษย์เก่ารุ่นใกล้เคียงกันนั่งโต๊ะใกล้ๆ กัน ดังนั้นกลุ่มรุ่นพี่โต๊ะข้างๆ ที่เข้ามาลายเซ็นและถ่ายรูปร่วมด้วย อาจเพราะเคยทันกันสมัยเรียนรุ่นพี่ที่โต๊ะข้างๆที่เข้ามาจึงมีที่คุ้นๆ หน้าอยู่บ้างหลายคน
หลังจากกลุ่มรุ่นพี่โต๊ะข้างๆ ขอถ่ายรูปหมู่เสร็จแล้วกลับไปนั่งโต๊ะ บีน่าก็หันมาถามสารทุกข์สุกดิบเพื่อนร่วมรุ่น
“ลูกชายสองคนแล้วล่ะตอนนี้บีน่า แล้วเธอล่ะ ข่าวพระเอกรุ่นพี่คนนั้นพี่น้องจริงเปล่าจ๊ะ”
บีน่าเพียงแต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อนเก่าถึงข่าวลือเรื่องที่เธอกับพระเอกรุ่นพี่ที่มีข่าวลือว่าอาจจะสนิทกันเกินกว่าพี่น้อง
สำหรับนักแสดงรุ่นพี่ที่รู้จักกันมานานและมีข่าวลือกับเธอนั้น หญิงสาวสนิทกับอีกฝ่ายแบบ ‘พี่สาว’ ไม่ใช่ ‘ชู้สาว’หญิงสาวได้แต่อมยิ้ม ไม่ได้ตอบเพื่อนสาวถึงรสนิยมส่วนตัวของพระเอกหนุ่มรุ่นพี่ที่ชอบหนุ่มหล่อมากกว่าหญิงสาว
บีน่าเพียงแต่ยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามเพื่อนเก่าถึงข่าวลือเรื่องที่เธอกับพระเอกรุ่นพี่ที่มีข่าวลือว่าอาจจะสนิทกันเกินกว่าพี่น้อง
นักแสดงชายรุ่นพี่คนนี้ที่บีน่ารู้จักอีกฝ่ายมายาวนานและแสดงละครคู่กันหลายเรื่องจนรู้จักกันอย่างสนิทสนมเหมือน'พี่สาว' คนหนึ่ง ส่วนอีกฝ่ายก็เอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวเช่นกัน
นั่งฟังเพื่อนๆในโต๊ะคุยถึงความลำบากของการเลี้ยงลูกบีน่าจึงได้แต่นั่งฟังเฉยๆไม่มีส่วนร่วม พลอยทำให้ได้ยินเสียงของรุ่นพี่โต๊ะข้างๆที่คุยกันด้วย
“อ้าว นี่แต่งงานแต่งการไปแล้วเหรอ”เสียงชายหนุ่มรุ่นพี่ที่คุยกับเพื่อนในโต๊ะข้างๆลอยมา
“ก็รอนะมาขอก็ไม่ขอสักที พอมีผู้ชายหลุดมาจีบคนแรกฉันเลยต้องรีบคว้าไว้ก่อน”หญิงสาวรุ่นพี่ในโต๊ะคนหนึ่งกล่าวแซว
บีน่าเหลือบมองหนุ่มรุ่นพี่โต๊ะข้างๆที่ถูกเพื่อนสาวแซว
ชายหนุ่มยิ้มตอบรับเพื่อนสาวคนแซว ก่อนจะชวนคุยถึงเรื่องสมัยเรียนกับเพื่อนสาวอย่างยิ้มแย้ม
บีน่าสะดุดตากับรอยยิ้มและแววตาของรุ่นพี่ในโต๊ะข้างๆ แววตาของชายหนุ่มขณะพูดคุยกับเพื่อนในโต๊ะดึงดูดสายตาให้เธอจ้องมองด้วยความสงสัย
ท่าทางของเขาดูเหมือนร่าเริง ยิ้มแย้ม แต่เธอกลับมองลึกเข้าไปเห็นแววตาที่ดูว่างเปล่าไม่เข้ากับท่าทางที่กำลังทำเหมือนอารมณ์ดีอย่างน่าฉงน
บีน่าสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าภายใน ว่างเปล่าเหมือนจิตใจเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ
เป็นนักแสดงมาสิบกว่าปีทำไมเธอจะมองไม่ออกว่าใครกำลังแสดงละครอยู่ ดูเหมือนหนุ่มรุ่นพี่คนนี้กำลังแสดงละครเป็นหนุ่มอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่อย่างสมบทบาท
หลังจากนั้นบีน่าก็ไม่ได้สนใจชายหนุ่มอีก
มีเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งดูเหมือนจะถูกชะตากับเพื่อนสาวผู้จัดส่วนตัวเธอเป็นพิเศษจึงคุยกันอย่างถูกคอ บีน่าถือโอกาสเลี่ยงออกจากโต๊ะเปิดโอกาสให้คนทั้งคู่ได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด
เดินออกไปสูดอากาศที่สวนของโรงแรมซึ่งเป็นชั้นลอยอยู่ติดกับห้องประชุมเพียงเปิดประตูข้างออกไป
เดินเล่นไปพลางพร้อมกับใจลอยคิดถึงเรื่องงาน
ตอนนี้บีน่าแทบจะไม่รับงานแสดงแล้ว จะรับเฉพาะบทที่น่าสนใจจริงๆปีละเรื่องสองเรื่องเท่านั้น งานหลักส่วนใหญ่จะเป็นอีเวนต์กิจกรรมโชว์ตัวกับโฆษณาบางชิ้นเท่านั้น นอกจากเหตุผลที่อิ่มตัวกับงานละครแล้วส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะในตอนนี้เธอเริ่มหันมาช่วยงานบริษัทของบิดาแล้ว
ขณะเดินผ่านซุ้มกุหลาบเลื้อยเข้าไปสู่ใจกลางสวนบีน่าก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งยองๆกล่าวทักทายแมวจรที่ไม่รู้ว่าหลุดเข้ามาในสวนชั้นลอยของโรงแรมได้อย่างไร
“ว่าไงเจ้าเหมียว มาจากไหนเอ่ย กินอะไรมาหรือยัง”
จากเสี้ยวหน้าด้านข้างบีน่าจำได้ทันว่าคือหนุ่มศิษย์เก่ารุ่นพี่โต๊ะข้างๆในงานคนนั้นเอง
ชายหนุ่มลูบหัวแมวอีกสองทีก่อนลุกขึ้น บีน่าจึงเบี่ยงตัวหลบหลังซุ้มกุหลาบด้วยไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่ามีคนอยู่ในสวนอีกคนหนึ่ง
เห็นอีกฝ่ายเดินกลับเข้าไปในงานไม่ถึงนาทีก็เดินกลับมาอีกครั้งพร้อมของกินในมือ
เป็นไก่ทอดชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง
บีน่าลอบมองเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มที่กำลังค่อยๆฉีกเนื้อไก่เป็นชิ้นเล็กๆป้อนแมวจรทีละคำ
ดูเหมือนความอ่อนโยนที่ออกมาจากใจจริงของเขาจะมีเฉพาะกับแมวเท่านั้น
บีน่าแอบยืนมองอีกเพียงชั่วครู่ก่อนกลับเข้าไปภายในห้องจัดเลี้ยงเพื่อไปทำหน้าที่พิธีกรในช่วงท้ายงานต่อ
หลังจากงานเลี้ยงศิษย์เก่ามาถึงลำดับสุดท้ายเวลาสังสรรค์ก็สิ้นสุดลง
บีน่าลงจากเวทีทักทายกล่าวลาอดีตอาจารย์และเพื่อนร่วมรุ่นในโต๊ะ รวมถึงกลุ่มรุ่นพี่โต๊ะข้างๆที่พากันมาทักทายกล่าวลากันด้วย
หลังออกจากงานเลี้ยงกลับมาขึ้นรถด้วยกันกับเพื่อนซี้ควบตำแหน่งผู้จัดการส่วนตัว บีน่าจึงอดไม่เล่าเรื่องที่พบกับเพื่อนสนิทที่เหมือนพี่น้องคลานตามกันมาถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ที่เจอในงาน
เธอเล่าถึงแววตาลึกๆที่ว่างเปล่าไร้ชีวิต แต่ก็เมื่อได้ให้อาหารและพูดคุยกับแมวจรกลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
“เอ๊ะ หล่อนจะติดใจอะไรกับแววตาผู้ชายแปลกหน้ายะ”
“.....”
****
สองปีต่อมา…
“คืนวันเสาร์หน้าไม่มีตารางงานใช่ไหม ปีนี้รับปากอาจารย์ว่าจะไปเป็นพิธีกรหลักงานสู่เหย้าไว้แล้ว” บีน่าโทรศัพท์คุยเรื่องตารางงานกับผู้จัดการส่วนตัว
“ว่างจ้า ฉันไม่ลืมหรอกแต่ฉันไม่ไปกับหล่อนด้วยนะปีนี้ ฉันจะไปเที่ยวทะเลกับสามีสุดที่รัก”เสียงจากปลายสายที่ก็เป็นศิษย์เก่าและมีสามีเป็นศิษย์เก่าเช่นกันกล่าวตอบกลับมา
ผู้จัดการส่วนตัวของเธอหลังจากงานศิษย์เก่าวันนั้นก็พัฒนาความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมรุ่นที่รู้จักในงานเลี้ยงศิษย์เก่าอย่างรวดเร็วจนคบหาดูใจและตกลงเป็นแฟนกันในเวลาอันรวดเร็ว
ปัจจุบันทั้งคู่แต่งงานกันไปเมื่อห้าเดือนก่อน แต่ก็ยังหวานชื่นกันราวกับคู่แต่งงานใหม่อยู่จนปัจจุบัน
คืนวันงานสังสรรค์ศิษย์เก่า
วันนี้บีน่าเป็นพิธีกรหลักในงานดังนั้นเธอจึงอยู่บนเวทีเสียเป็นส่วนใหญ่
มีช่วงคั่นเวลากับพิธีกรรองหญิงสาวก็ลงจากเวทีเดินไปทักทายอาจารย์สูงอายุหลายคนที่นั่งกระจายอยู่ตามโต๊ะต่างๆขณะเดียวกันก็กวาดสายตาไปรอบๆงาน
ดูเหมือนปีนี้รุ่นพี่เจ้าของแววตาว่างเปล่าคนนั้นจะไม่มา
นี่เธอติดใจอะไรกับแววตาของศิษย์เก่ารุ่นพี่คนนั้นกันนะ…
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------