เกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์

    ภาค 2 ตอนที่ 19 เด็กสาวปริศนา

    “เอาเลยจะฆ่าฉันก็ฆ่าเลยเพราะฉันเตรียมใจเอาไว้แต่แรกอยู่แล้วว่าจะถูกฆ่าแบบนี้เดิมทีฉันก็มาเพื่อที่จะช่วยน้องสาวโดยแฝงตัวไปโลกชนชั้นที่สองให้ได้”
    ดวงตาแห่งความจริงสูงสุดมันบอกกับผมมาว่าชายที่อยู่ตรงหน้าบริสุทธิ์ใจและเป็นคนที่มีความสามารถพอตัวด้วย
    แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อยใช้ประโยชน์หน่อยก็แล้วกันยังไงมันก็ได้ประโยชน์กันทั้งคู่อยู่แล้ว
    “ฉันตัดสินใจแล้วมาทำงานกับฉันสิแล้วโอกาสที่จะช่วยน้องสาวของแกก็จะมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้”
    ชายที่เป็นลูกน้องมองหน้าของผมด้วยความตกตะลึงในหัวเขาคงคิดประมาณว่า “แกเป็นบ้ารึยังไงฉันเป็นศัตรูของแกนะ” อะไรแบบนี้
    “ทำไมแกถึงกล้ายื่นโอกาสแบบนี้ให้กับฉันกันละไม่คิดว่าฉันจะทรยศรึยังไง”
    “นั่นสินะคงเพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงและรักความถูกต้องของแกก็ได้ ฉันถึงตัดสินใจแบบนั้น คำตอบละว่ายังไง”
    “ได้ ฉันตกลงรับโอกาสนี้”
    “ดีมาก ฉัน โรเบิร์ต ซัมเมอร์”
    “ฉัน ลูซิเฟอร์ เวเลียส”
    “ก่อนที่จะไปทำงานให้กับฉัน ฉันจะมอบสิ่งนี้ให้กับนายก่อนก็แล้วกัน”
    อำนาจการควบคุมสูงสุด – มอบความสามารถพลังของวงศ์วานแวมไพร์
    พลังงานสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาบนตัวของลูซิเฟอร์ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับร่างกายของลูซิเฟอร์
    “นี่มันพลังของแวมไพร์ นายแน่ใจเหรอที่จะให้ฉัน”
    “ถ้าไม่เอาฉันจะเอาคืนก็ได้นะ”
    “ฉันต้องเอาอยู่แล้ว สิ่งที่ให้มามันดีมากไม่สิดีเกินไปด้วยซ้ำ”
    “มันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อนายในภารกิจครั้งนี้ฉันถึงได้ให้ไป สิ่งที่นายต้องไปทำนั่นก็คือการขึ้นไปโลกชนชั้นที่สอง แฝงตัวเข้าไปในฐานของพวกมันแล้วสืบเรื่องสำคัญที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวของฉันมาให้หมด ส่วนการช่วยเหลือน้องสาวของนายนั้นไม่นานเกินรอหลังจากที่ฉันขึ้นไปยังโลกชนชั้นที่สองด้วยตัวเองได้แล้วฉันจะตามไปหานายเอง”
    “เข้าใจแล้ว”
    ผมถ่ายทอดความทรงจำของแผนที่ฐานที่อยู่โลกชนชั้นที่สองทั้งหมดไปให้ลูซิเฟอร์
    "นี่มันเป็นไปได้ยังไงทำไมนายถึงมีมันได้ แผนที่ฐานแห่งนั้นเลยนะมันไม่ใช่แค่ปกติธรรมดาแถมยังมีห้องลับมากมายหลายห้อง"
    "นั่นสินะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วฉันจะบอกนายก็ได้ ฉันมีวิธีขโมยความทรงจำของใครก็ได้ตามที่ฉันต้องการ นั่นคือสาเหตุที่ฉันได้รับแผนที่นี้มา"
    ลูซิเฟอร์ได้แต่ตกตะลึงไม่หายชายที่อยู่ตรงหน้าเขาแข็งแกร่งถึงขนาดไหนกัน องค์กรแปดดาราแห่งแสงและกลุ่มปีกสวรรค์พวกเขาคงเล่นด้วยผิดคนแล้ว
    แต่ว่าพวกนั้นก็ยังมี "ท่านผู้นั้น" ที่เป็นไพ่ตายเอาไว้ใช้อยู่ต่อให้คนคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนก็เถอะก็ไม่มีวันที่จะไปต่อสู้กับ "ท่านผู้นั้น" ได้อย่างแน่นอน
    “ฉันลองใช้ทักษะของตนเองเพื่อที่จะออกไปจากที่แห่งนี้มาหลายครั้งแล้วก็ไม่แม้แต่จะเกิดผลอะไรหรือว่าที่นี่ไม่มีทางออก”
    “ใช่แล้วที่แห่งนี้ถูกปิดตายมาหลายร้อยปีแล้ว ส่วนวิธีที่จะออกไปนั้นแน่นอนว่ามีอยู่...”
    “บอกมาสิวิธีไหนฉันเองก็ต้องรีบออกไปจากที่แห่งนี้”
    “วิธีนั้นก็คือ...สร้างแท่นกำเนิดพลังแห่งแสงขึ้นมาแทนที่เตาพลังแห่งความมืดที่นายได้ลบล้างออกไปเพราะสิ่งนี้จำเป็นต่อกลไกทางเข้าออกจากที่นี่แต่ว่าฉันไม่มีพลังแห่งแสงมากกว่าชายน่ารังเกียจเมื่อครู่ที่นายได้ฆ่าไปหรอกนะ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องติดอยู่ที่นี่ไปตลอดหากวันไหนโชคดีอาจมีคนหลุดเข้ามาจากเสาหินสี่ต้นก็ได้…”
    “เรื่องแค่นี้เองเหรอจะกังวลไปทำไมกัน”
    “เรื่องแค่นี้! นายจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่นะมันจะเป็นเรื่องปกติได้ยังไง”
    “เอาเถอะถึงอธิบายไปก็ยืดยาวไปเปล่าๆ เดี๋ยวจะทำให้ดูก็แล้วกัน”
    ผมยืนมือซ้ายออกไปจากนั้นก็แบบมือออกปรากฏพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมา
    “...เป็นไปไม่ได้แวมไพร์ที่เป็นนายเหนือของความมืดจะครอบครองพลังแห่งแสงได้ยังไง”
    “ก็ไม่รู้สินะ ฉันคนหนึ่งก็แล้วกันที่ทำได้”
    แสงที่ปรากฏออกมาจากมือข้างที่ยื่นออกไปพลังงานสีขาวก็พุ่งตัวออกไปแทนที่ยังเตาพลังแห่งความมืดที่สลายไปแล้วด้วยการลบล้างของผม มันก่อตัวกลายเป็นแท่นตามที่ลูซิเฟอร์บอกมา
    “แบบนี้คงออกไปได้แล้วสินะ”
    “นายเป็นตัวอะไรกันแน่ฉันละสงสัยจริงๆ”
    “ไว้วันที่นายยอมรับฉันจากใจจริงวันนั้นนายก็จะรู้เองลูซิเฟอร์”
    “ตามฉันมาเถอะทางเข้าออกน่าจะเปิดแล้ว”
    ลูซิเฟอร์นำทางผมเพื่อไปยังทางออกจากเมืองใต้ดินแห่งนี้ระหว่างทางที่มานั้นพวกคนที่เป็นหุ่นเชิดก็ยังคงใช้ชีวิตปกติของพวกเขากันต่อไป
    “น่าเสียดายที่คนพวกนี้ต้องอยู่ที่นี่ชั่วนิรันดร์เพราะวิญญาณได้ติดอยู่กับที่นี่ไปแล้วพร้อมกับคำสาปของทวยเทพที่สาปส่งคนพวกนี้ที่สบคบคิดกับปีศาจ”
    หลังจากที่ลูซิเฟอร์พูดจบไปนั้นผมก็มองไปเห็นเด็กสาวคนหนึ่งสีผมของเธอมีสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ที่อายุประมาณสิบขวบเธอเป็นคนเดียวที่ไม่มีเส้นใยเกาะกุมเอาไว้แต่สภาพร่างกายของเธอย่ำแย่ผอมโซ
    “เดี๋ยวก่อนลูซิเฟอร์”
    ผมบอกลูซิเฟอร์ก่อนที่จะพุ่งตัวไปหาเด็กสาวคนนั้น
    ส่วนเด็กสาวที่มองเห็นผมเธอกลับก้าวแถวหลังโดยสัญชาตญาณ
    “พวกพี่ชายเป็นใครอย่าเข้ามาใกล้นะ หรือจะมาทำร้ายครอบครัวของหนูอีกแล้ว”
    “เธอมากับฉันเถอะ”
    สิ่งที่ผมได้พูดออกมาไปนั้นมันทำให้ลูซิเฟอร์และเด็กสาวถึงกับตกตะลึงในทันที
    “ทำไมหนูต้องไปกับพี่ชายด้วย”
    “แน่นอนว่าเธอสามารถปฏิเสธฉันได้แต่ว่าที่นี่หลังจากที่ฉันออกไปแล้วจะกลายเป็นแค่เมืองร้างที่ไม่มีผู้คน”
    เด็กสาวได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดสักครู่ก่อนที่จะตอบกลับมา
    “พี่ชาย หนูไม่รู้ว่าพี่ชายเป็นคนดีหรือไม่ถ้าหนูไปกับพี่ชายแล้วชีวิตจะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้รึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย หนูอยากออกไปจากที่นี่แต่ก็กลัว”
    “ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องปกติที่เธอต้องกลัวเป็นธรรมดาอยู่แล้วและฉันเองก็ไม่มีอะไรรับประกันให้เธอได้เชื่อมั่นอีกด้วย แต่ว่าฉันขอพูดกับเธอตรงๆ โดยมีสิ่งนี้เป็นหลักประกันก็แล้วกัน”
    ผมดีดนิ้วหนึ่งครั้งอากาศธาตุตรงหน้าก็ปรากฏดวงไฟสีขาวขึ้นมา
    “ภายใต้ดวงไฟนี้ในระยะหนึ่งหมื่นกิโลเมตรจะไม่มีใครสามารถโกหกเธอได้ ฉันขอมอบมันให้กับเธอก็แล้วกัน”
    ดวงไฟสีขาวลอยเข้าไปหาเด็กสาวก่อนที่ตัวของมันจะเปลี่ยนร่างกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ตัวจิ๋วรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่ไม่ต่างจากอาเธน่าตอนอยู่ในร่างของภูติ
    “สิ่งนี้มัน…”
    เด็กสาวที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกโดยเฉพาะพลังเวทมนตร์ของที่นี่ที่มีอยู่น้อยนิดด้วยแล้วเธอยิ่งไม่รู้จักพลังที่บริสุทธิ์ขนาดที่ว่าทำให้สัญชาตญาณของเธอระบุว่ามันปลอดภัย
    “หนูตกลงจะไปกับพี่ชายแล้ว”
    “ดีมาก ไม่ต้องกังวลไปฉันไม่ทำเรื่องที่ไม่ดีกับเธอแน่นอนกลับกันฉันอยากถ่ายทอดสิ่งต่างๆให้กับเธอมากกว่า เอาละได้เวลาไปกันแล้ว”
    ผมดีดนิ้วอีกครั้งเด็กสาวหายตัวไปพร้อมกับดวงไฟในร่างมนุษย์ตัวจิ๋ว แน่นอนว่าสถานที่ที่เด็กสาวถูกเคลื่อนย้ายไปมันคือโลกลึกลับที่อยู่ในตัวของผมที่มีห้องพร้อมเตียงนอนกับสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น
    จากนั้นผมกับลูซิเฟอร์ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าออกไปจากที่แห่งนี้...
    สามวันต่อมา
    ผมกับลูซิเฟอร์ออกมาจากที่แห่งนั้นในโลกภายนอกจุดที่มาโผล่มันไม่ใช่สถานที่ประลองแต่เป็นที่แห่งใหม่อีกที่ลักษณะภูมิประเทศแบบทุ้งหญ้าโล่งกว้าง
    ลูซิเฟอร์เมื่อออกมาได้ก็ขอตัวไปทำภารกิจที่ผมได้มอบหมายไปในทันทีโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวอะไรเป็นพิเศษทำให้ตอนนี้ผมต้องอยู่กับเด็กสาวที่ตนเองเก็บกลับมา
    ในที่โล่งกว้างที่ไม่มีอะไรผมได้ใช้ทักษะรังสรรค์สร้างบ้านไม้หลังหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าไม้น้ำตกเพิ่มหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาจนไม่เหลือเค้าเดิมที่เป็นที่โล่งกว้างอีกต่อไป
    ผมถามเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของผม
    “เธอมีชื่อว่าอะไร…”
    “หนูไม่มีชื่อหรอกนะ แต่ว่าคนที่นั่นชอบเรียกหนูว่า “ปีศาจ” อยู่บ่อยๆ”
    “นั่นมันไม่เหมาะกับเด็กสาวเลยนะ ถ้าอย่างนั้น รีส ซัมเมอร์ เป็นยังไง รีสคือชื่อของเธอส่วนซัมเมอร์เป็นนามสกุลของฉัน”
    “จะดีเหรอที่ให้ชื่อแบบนั้นกับหนูแล้วไม่เรียกหนูว่าปีศาจเหมือนคนอื่นๆเหรอ”
    “เฮ้อ เด็กน้อยปีศาจใช้เรียกพวกที่น่ากลัวกับคนที่โหดร้ายเท่านั้นนั่นแหละอย่างเธอเนี่ยไม่ใช่แบบนั้นเลยเพราะฉะนั้นอย่าได้พูดว่าตนเองเป็นปีศาจเอาดื้อๆแบบนั้นสิ”
    “เอาแบบนั้นก็ได้ต่อจากนี้หนูคือ รีส ซัมเมอร์”
    “ดีมาก แบบนั้นนั่นแหละถึงจะเป็นน้องสาวของฉันคนนี้ ก่อนที่จะเข้าเรื่องฉันว่าเธอมาอาบน้ำล้างตัวก่อนจะดีกว่า”
    ส่งเธอเข้าไปอาบน้ำโดยมีหุ่นกระบอกที่ผมสร้างขึ้นมาเป็นตัวช่วยในเรื่องต่างๆ
    ผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีรีสก็กลับออกมาในชุดน่ารักในแบบของเด็กสาวทั่วไปทรงผมเองก็รวบมัดไว้ทำให้มองดูสบายตากว่าที่เจอกันในตอนแรก
    “เอาละในเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วก็ต่อด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์”
    ผมจัดแจงหุ่นกระบอกให้ทำอาหารรวมถึงจัดพื้นที่ในการรับประทานอาหารเอาไว้
    จนกระทั่งจัดการเรื่องทั้งหมดที่ควรทำเสร็จแล้วผมก็มานั่งอยู่ข้างรีส
    “พี่ชายขอบคุณมากที่ทำเรื่องแบบนี้ให้กับหนู”
    “ไม่เป็นอะไรหรอก ดีไม่ดีเป็นฉันเองมากกว่าที่นำเธอกลับมาเพราะฉันมองเห็นน้องสาวที่จากไปแล้วของฉันทับซ้อนกับเธอ ถึงแม้ว่าเธอคนนั้นจะจากไปนานแล้วก็ตาม อ้อ ที่พูดมานี่ไม่ใช่เพราะเอาเธอมาเพราะอารมณ์ชั่ววูบแบบนั้นนะเนื่องจากฉันอยากช่วยเธอจริงๆ”
    “หนูเข้าใจแล้วค่ะ พี่ชายไม่ต้องแสดงท่าทีแบบนั้นก็ได้ ในเมื่อพี่ชายยอมบอกหลายสิ่งหลายอย่างกับหนูมากถึงขนาดนั้นหนูเองก็จะบอกพี่ชายว่าทำไมหนูถึงถูกเรียกว่า “ปีศาจ” เอง”
    รีสยืนขึ้นจากนั้นก็หลับตาลงไปพึมพำบางอย่างขึ้นมาไม่หยุด ร่างกายของรีสก็เริ่มเปลี่ยนสีผิวกลายเป็นสีดำมืดโดยมีพลังงานสีดำรายล้อมเอาไว้ก่อนที่เหล่ามอนสเตอร์และตัวประหลาดมากมายจะปรากฏตัวออกมาหลายร้อยตัวไม่สิหลายพันตัว
    “เป็นแบบนี้เองหรอกเหรอ”
    “พี่ชายไม่กลัวมันอย่างนั้นเหรอค่ะ”
    “ไม่หรอกทำไมต้องกลัวมันด้วยละ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันแต่ตอนนี้เธอน่าจะติดตรงที่ว่าควบคุมมันไม่ได้ละสินะ”
    “ทำไมพี่ชายถึงได้รู้”
    “เอาเป็นว่าฉันจะช่วยเหลือนิดหน่อยก็แล้วกัน”
    ผมดีดนิ้วหนึ่งครั้งสภาวะพลังของรีสก็เปลี่ยนไปผิวที่เคยดำมืดเปลี่ยนกลับมาเป็นผิวปกติเหมือนเดิมพร้อมกับพวกมอนสเตอร์และตัวประหลาดก็หายไปไม่ใช่ว่าหายแบบนั้นมันถูกเก็บไว้จนกว่าจะอัญเชิญใหม่ต่างหาก
    “นี่มัน...”
    “รับไปเถอะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกเธอจะได้ใช้คืนฉันแน่ เพราะฉะนั้นจากนี้ไปฉันจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอเอง”
    “แต่ว่าแบบนั้นมันมากเกินไป”
    “ไม่หรอกออกจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำอย่าลืมสิว่าฉันคือพี่ชายของเธอแล้วไม่มีอะไรที่พี่ชายคนนี้จะทำเพื่อน้องไม่ได้”
    จากนั้นการฝึกฝนของรีสก็ได้เริ่มต้นขึ้น...
    ในช่วงเวลาปัจจุบันนั้นที่โรเบิร์ตกับรีสอยู่ด้วยกันโลกภายนอกตอนนี้ก็กำลังเริ่มที่จะปั่นป่วนขึ้นอย่างรุนแรงคลื่นพายุปริศนาอันใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้นอย่างลับๆโดยเปลี่ยนทุกสิ่งให้กลายเป็นความสิ้นหวังภายใต้ความมืดนิจนิรันดร์..........
    . .

    .

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ต่างโลกกับการผจญภัยครั้งใหม่ในโลกเวทมนตร์ ที่คุณอ่าน