“เอาเลยจะฆ่าฉันก็ฆ่าเลยเพราะฉันเตรียมใจเอาไว้แต่แรกอยู่แล้วว่าจะถูกฆ่าแบบนี้เดิมทีฉันก็มาเพื่อที่จะช่วยน้องสาวโดยแฝงตัวไปโลกชนชั้นที่สองให้ได้”
ดวงตาแห่งความจริงสูงสุดมันบอกกับผมมาว่าชายที่อยู่ตรงหน้าบริสุทธิ์ใจและเป็นคนที่มีความสามารถพอตัวด้วย
แบบนี้ค่อยน่าสนใจหน่อยใช้ประโยชน์หน่อยก็แล้วกันยังไงมันก็ได้ประโยชน์กันทั้งคู่อยู่แล้ว
“ฉันตัดสินใจแล้วมาทำงานกับฉันสิแล้วโอกาสที่จะช่วยน้องสาวของแกก็จะมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้”
ชายที่เป็นลูกน้องมองหน้าของผมด้วยความตกตะลึงในหัวเขาคงคิดประมาณว่า “แกเป็นบ้ารึยังไงฉันเป็นศัตรูของแกนะ” อะไรแบบนี้
“ทำไมแกถึงกล้ายื่นโอกาสแบบนี้ให้กับฉันกันละไม่คิดว่าฉันจะทรยศรึยังไง”
“นั่นสินะคงเพราะเห็นถึงความตั้งใจจริงและรักความถูกต้องของแกก็ได้ ฉันถึงตัดสินใจแบบนั้น คำตอบละว่ายังไง”
“ได้ ฉันตกลงรับโอกาสนี้”
“ดีมาก ฉัน โรเบิร์ต ซัมเมอร์”
“ฉัน ลูซิเฟอร์ เวเลียส”
“ก่อนที่จะไปทำงานให้กับฉัน ฉันจะมอบสิ่งนี้ให้กับนายก่อนก็แล้วกัน”
อำนาจการควบคุมสูงสุด – มอบความสามารถพลังของวงศ์วานแวมไพร์
พลังงานสีแดงก็ปรากฏขึ้นมาบนตัวของลูซิเฟอร์ก่อนจะหลอมรวมเข้ากับร่างกายของลูซิเฟอร์
“นี่มันพลังของแวมไพร์ นายแน่ใจเหรอที่จะให้ฉัน”
“ถ้าไม่เอาฉันจะเอาคืนก็ได้นะ”
“ฉันต้องเอาอยู่แล้ว สิ่งที่ให้มามันดีมากไม่สิดีเกินไปด้วยซ้ำ”
“มันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อนายในภารกิจครั้งนี้ฉันถึงได้ให้ไป สิ่งที่นายต้องไปทำนั่นก็คือการขึ้นไปโลกชนชั้นที่สอง แฝงตัวเข้าไปในฐานของพวกมันแล้วสืบเรื่องสำคัญที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวของฉันมาให้หมด ส่วนการช่วยเหลือน้องสาวของนายนั้นไม่นานเกินรอหลังจากที่ฉันขึ้นไปยังโลกชนชั้นที่สองด้วยตัวเองได้แล้วฉันจะตามไปหานายเอง”
“เข้าใจแล้ว”
ผมถ่ายทอดความทรงจำของแผนที่ฐานที่อยู่โลกชนชั้นที่สองทั้งหมดไปให้ลูซิเฟอร์
"นี่มันเป็นไปได้ยังไงทำไมนายถึงมีมันได้ แผนที่ฐานแห่งนั้นเลยนะมันไม่ใช่แค่ปกติธรรมดาแถมยังมีห้องลับมากมายหลายห้อง"
"นั่นสินะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วฉันจะบอกนายก็ได้ ฉันมีวิธีขโมยความทรงจำของใครก็ได้ตามที่ฉันต้องการ นั่นคือสาเหตุที่ฉันได้รับแผนที่นี้มา"
ลูซิเฟอร์ได้แต่ตกตะลึงไม่หายชายที่อยู่ตรงหน้าเขาแข็งแกร่งถึงขนาดไหนกัน องค์กรแปดดาราแห่งแสงและกลุ่มปีกสวรรค์พวกเขาคงเล่นด้วยผิดคนแล้ว
แต่ว่าพวกนั้นก็ยังมี "ท่านผู้นั้น" ที่เป็นไพ่ตายเอาไว้ใช้อยู่ต่อให้คนคนนี้แข็งแกร่งขนาดไหนก็เถอะก็ไม่มีวันที่จะไปต่อสู้กับ "ท่านผู้นั้น" ได้อย่างแน่นอน
“ฉันลองใช้ทักษะของตนเองเพื่อที่จะออกไปจากที่แห่งนี้มาหลายครั้งแล้วก็ไม่แม้แต่จะเกิดผลอะไรหรือว่าที่นี่ไม่มีทางออก”
“ใช่แล้วที่แห่งนี้ถูกปิดตายมาหลายร้อยปีแล้ว ส่วนวิธีที่จะออกไปนั้นแน่นอนว่ามีอยู่...”
“บอกมาสิวิธีไหนฉันเองก็ต้องรีบออกไปจากที่แห่งนี้”
“วิธีนั้นก็คือ...สร้างแท่นกำเนิดพลังแห่งแสงขึ้นมาแทนที่เตาพลังแห่งความมืดที่นายได้ลบล้างออกไปเพราะสิ่งนี้จำเป็นต่อกลไกทางเข้าออกจากที่นี่แต่ว่าฉันไม่มีพลังแห่งแสงมากกว่าชายน่ารังเกียจเมื่อครู่ที่นายได้ฆ่าไปหรอกนะ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องติดอยู่ที่นี่ไปตลอดหากวันไหนโชคดีอาจมีคนหลุดเข้ามาจากเสาหินสี่ต้นก็ได้…”
“เรื่องแค่นี้เองเหรอจะกังวลไปทำไมกัน”
“เรื่องแค่นี้! นายจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่นะมันจะเป็นเรื่องปกติได้ยังไง”
“เอาเถอะถึงอธิบายไปก็ยืดยาวไปเปล่าๆ เดี๋ยวจะทำให้ดูก็แล้วกัน”
ผมยืนมือซ้ายออกไปจากนั้นก็แบบมือออกปรากฏพลังงานสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมา
“...เป็นไปไม่ได้แวมไพร์ที่เป็นนายเหนือของความมืดจะครอบครองพลังแห่งแสงได้ยังไง”
“ก็ไม่รู้สินะ ฉันคนหนึ่งก็แล้วกันที่ทำได้”
แสงที่ปรากฏออกมาจากมือข้างที่ยื่นออกไปพลังงานสีขาวก็พุ่งตัวออกไปแทนที่ยังเตาพลังแห่งความมืดที่สลายไปแล้วด้วยการลบล้างของผม มันก่อตัวกลายเป็นแท่นตามที่ลูซิเฟอร์บอกมา
“แบบนี้คงออกไปได้แล้วสินะ”
“นายเป็นตัวอะไรกันแน่ฉันละสงสัยจริงๆ”
“ไว้วันที่นายยอมรับฉันจากใจจริงวันนั้นนายก็จะรู้เองลูซิเฟอร์”
“ตามฉันมาเถอะทางเข้าออกน่าจะเปิดแล้ว”
ลูซิเฟอร์นำทางผมเพื่อไปยังทางออกจากเมืองใต้ดินแห่งนี้ระหว่างทางที่มานั้นพวกคนที่เป็นหุ่นเชิดก็ยังคงใช้ชีวิตปกติของพวกเขากันต่อไป
“น่าเสียดายที่คนพวกนี้ต้องอยู่ที่นี่ชั่วนิรันดร์เพราะวิญญาณได้ติดอยู่กับที่นี่ไปแล้วพร้อมกับคำสาปของทวยเทพที่สาปส่งคนพวกนี้ที่สบคบคิดกับปีศาจ”
หลังจากที่ลูซิเฟอร์พูดจบไปนั้นผมก็มองไปเห็นเด็กสาวคนหนึ่งสีผมของเธอมีสีดำ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ที่อายุประมาณสิบขวบเธอเป็นคนเดียวที่ไม่มีเส้นใยเกาะกุมเอาไว้แต่สภาพร่างกายของเธอย่ำแย่ผอมโซ
“เดี๋ยวก่อนลูซิเฟอร์”
ผมบอกลูซิเฟอร์ก่อนที่จะพุ่งตัวไปหาเด็กสาวคนนั้น
ส่วนเด็กสาวที่มองเห็นผมเธอกลับก้าวแถวหลังโดยสัญชาตญาณ
“พวกพี่ชายเป็นใครอย่าเข้ามาใกล้นะ หรือจะมาทำร้ายครอบครัวของหนูอีกแล้ว”
“เธอมากับฉันเถอะ”
สิ่งที่ผมได้พูดออกมาไปนั้นมันทำให้ลูซิเฟอร์และเด็กสาวถึงกับตกตะลึงในทันที
“ทำไมหนูต้องไปกับพี่ชายด้วย”
“แน่นอนว่าเธอสามารถปฏิเสธฉันได้แต่ว่าที่นี่หลังจากที่ฉันออกไปแล้วจะกลายเป็นแค่เมืองร้างที่ไม่มีผู้คน”
เด็กสาวได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดสักครู่ก่อนที่จะตอบกลับมา
“พี่ชาย หนูไม่รู้ว่าพี่ชายเป็นคนดีหรือไม่ถ้าหนูไปกับพี่ชายแล้วชีวิตจะดีกว่าที่เป็นอยู่นี้รึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย หนูอยากออกไปจากที่นี่แต่ก็กลัว”
“ไม่เป็นไรมันเป็นเรื่องปกติที่เธอต้องกลัวเป็นธรรมดาอยู่แล้วและฉันเองก็ไม่มีอะไรรับประกันให้เธอได้เชื่อมั่นอีกด้วย แต่ว่าฉันขอพูดกับเธอตรงๆ โดยมีสิ่งนี้เป็นหลักประกันก็แล้วกัน”
ผมดีดนิ้วหนึ่งครั้งอากาศธาตุตรงหน้าก็ปรากฏดวงไฟสีขาวขึ้นมา
“ภายใต้ดวงไฟนี้ในระยะหนึ่งหมื่นกิโลเมตรจะไม่มีใครสามารถโกหกเธอได้ ฉันขอมอบมันให้กับเธอก็แล้วกัน”
ดวงไฟสีขาวลอยเข้าไปหาเด็กสาวก่อนที่ตัวของมันจะเปลี่ยนร่างกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์ตัวจิ๋วรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่ไม่ต่างจากอาเธน่าตอนอยู่ในร่างของภูติ
“สิ่งนี้มัน…”
เด็กสาวที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับโลกภายนอกโดยเฉพาะพลังเวทมนตร์ของที่นี่ที่มีอยู่น้อยนิดด้วยแล้วเธอยิ่งไม่รู้จักพลังที่บริสุทธิ์ขนาดที่ว่าทำให้สัญชาตญาณของเธอระบุว่ามันปลอดภัย
“หนูตกลงจะไปกับพี่ชายแล้ว”
“ดีมาก ไม่ต้องกังวลไปฉันไม่ทำเรื่องที่ไม่ดีกับเธอแน่นอนกลับกันฉันอยากถ่ายทอดสิ่งต่างๆให้กับเธอมากกว่า เอาละได้เวลาไปกันแล้ว”
ผมดีดนิ้วอีกครั้งเด็กสาวหายตัวไปพร้อมกับดวงไฟในร่างมนุษย์ตัวจิ๋ว แน่นอนว่าสถานที่ที่เด็กสาวถูกเคลื่อนย้ายไปมันคือโลกลึกลับที่อยู่ในตัวของผมที่มีห้องพร้อมเตียงนอนกับสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น
จากนั้นผมกับลูซิเฟอร์ก็ออกเดินทางมุ่งหน้าออกไปจากที่แห่งนี้...
สามวันต่อมา
ผมกับลูซิเฟอร์ออกมาจากที่แห่งนั้นในโลกภายนอกจุดที่มาโผล่มันไม่ใช่สถานที่ประลองแต่เป็นที่แห่งใหม่อีกที่ลักษณะภูมิประเทศแบบทุ้งหญ้าโล่งกว้าง
ลูซิเฟอร์เมื่อออกมาได้ก็ขอตัวไปทำภารกิจที่ผมได้มอบหมายไปในทันทีโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวอะไรเป็นพิเศษทำให้ตอนนี้ผมต้องอยู่กับเด็กสาวที่ตนเองเก็บกลับมา
ในที่โล่งกว้างที่ไม่มีอะไรผมได้ใช้ทักษะรังสรรค์สร้างบ้านไม้หลังหนึ่งขึ้นมาพร้อมกับสภาพแวดล้อมที่เป็นป่าไม้น้ำตกเพิ่มหลายสิ่งหลายอย่างเข้ามาจนไม่เหลือเค้าเดิมที่เป็นที่โล่งกว้างอีกต่อไป
ผมถามเด็กสาวที่ตอนนี้กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าของผม
“เธอมีชื่อว่าอะไร…”
“หนูไม่มีชื่อหรอกนะ แต่ว่าคนที่นั่นชอบเรียกหนูว่า “ปีศาจ” อยู่บ่อยๆ”
“นั่นมันไม่เหมาะกับเด็กสาวเลยนะ ถ้าอย่างนั้น รีส ซัมเมอร์ เป็นยังไง รีสคือชื่อของเธอส่วนซัมเมอร์เป็นนามสกุลของฉัน”
“จะดีเหรอที่ให้ชื่อแบบนั้นกับหนูแล้วไม่เรียกหนูว่าปีศาจเหมือนคนอื่นๆเหรอ”
“เฮ้อ เด็กน้อยปีศาจใช้เรียกพวกที่น่ากลัวกับคนที่โหดร้ายเท่านั้นนั่นแหละอย่างเธอเนี่ยไม่ใช่แบบนั้นเลยเพราะฉะนั้นอย่าได้พูดว่าตนเองเป็นปีศาจเอาดื้อๆแบบนั้นสิ”
“เอาแบบนั้นก็ได้ต่อจากนี้หนูคือ รีส ซัมเมอร์”
“ดีมาก แบบนั้นนั่นแหละถึงจะเป็นน้องสาวของฉันคนนี้ ก่อนที่จะเข้าเรื่องฉันว่าเธอมาอาบน้ำล้างตัวก่อนจะดีกว่า”
ส่งเธอเข้าไปอาบน้ำโดยมีหุ่นกระบอกที่ผมสร้างขึ้นมาเป็นตัวช่วยในเรื่องต่างๆ
ผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีรีสก็กลับออกมาในชุดน่ารักในแบบของเด็กสาวทั่วไปทรงผมเองก็รวบมัดไว้ทำให้มองดูสบายตากว่าที่เจอกันในตอนแรก
“เอาละในเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วก็ต่อด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์”
ผมจัดแจงหุ่นกระบอกให้ทำอาหารรวมถึงจัดพื้นที่ในการรับประทานอาหารเอาไว้
จนกระทั่งจัดการเรื่องทั้งหมดที่ควรทำเสร็จแล้วผมก็มานั่งอยู่ข้างรีส
“พี่ชายขอบคุณมากที่ทำเรื่องแบบนี้ให้กับหนู”
“ไม่เป็นอะไรหรอก ดีไม่ดีเป็นฉันเองมากกว่าที่นำเธอกลับมาเพราะฉันมองเห็นน้องสาวที่จากไปแล้วของฉันทับซ้อนกับเธอ ถึงแม้ว่าเธอคนนั้นจะจากไปนานแล้วก็ตาม อ้อ ที่พูดมานี่ไม่ใช่เพราะเอาเธอมาเพราะอารมณ์ชั่ววูบแบบนั้นนะเนื่องจากฉันอยากช่วยเธอจริงๆ”
“หนูเข้าใจแล้วค่ะ พี่ชายไม่ต้องแสดงท่าทีแบบนั้นก็ได้ ในเมื่อพี่ชายยอมบอกหลายสิ่งหลายอย่างกับหนูมากถึงขนาดนั้นหนูเองก็จะบอกพี่ชายว่าทำไมหนูถึงถูกเรียกว่า “ปีศาจ” เอง”
รีสยืนขึ้นจากนั้นก็หลับตาลงไปพึมพำบางอย่างขึ้นมาไม่หยุด ร่างกายของรีสก็เริ่มเปลี่ยนสีผิวกลายเป็นสีดำมืดโดยมีพลังงานสีดำรายล้อมเอาไว้ก่อนที่เหล่ามอนสเตอร์และตัวประหลาดมากมายจะปรากฏตัวออกมาหลายร้อยตัวไม่สิหลายพันตัว
“เป็นแบบนี้เองหรอกเหรอ”
“พี่ชายไม่กลัวมันอย่างนั้นเหรอค่ะ”
“ไม่หรอกทำไมต้องกลัวมันด้วยละ แบบนี้ก็ดีเหมือนกันแต่ตอนนี้เธอน่าจะติดตรงที่ว่าควบคุมมันไม่ได้ละสินะ”
“ทำไมพี่ชายถึงได้รู้”
“เอาเป็นว่าฉันจะช่วยเหลือนิดหน่อยก็แล้วกัน”
ผมดีดนิ้วหนึ่งครั้งสภาวะพลังของรีสก็เปลี่ยนไปผิวที่เคยดำมืดเปลี่ยนกลับมาเป็นผิวปกติเหมือนเดิมพร้อมกับพวกมอนสเตอร์และตัวประหลาดก็หายไปไม่ใช่ว่าหายแบบนั้นมันถูกเก็บไว้จนกว่าจะอัญเชิญใหม่ต่างหาก
“นี่มัน...”
“รับไปเถอะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกเธอจะได้ใช้คืนฉันแน่ เพราะฉะนั้นจากนี้ไปฉันจะสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้เธอเอง”
“แต่ว่าแบบนั้นมันมากเกินไป”
“ไม่หรอกออกจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำอย่าลืมสิว่าฉันคือพี่ชายของเธอแล้วไม่มีอะไรที่พี่ชายคนนี้จะทำเพื่อน้องไม่ได้”
จากนั้นการฝึกฝนของรีสก็ได้เริ่มต้นขึ้น...
ในช่วงเวลาปัจจุบันนั้นที่โรเบิร์ตกับรีสอยู่ด้วยกันโลกภายนอกตอนนี้ก็กำลังเริ่มที่จะปั่นป่วนขึ้นอย่างรุนแรงคลื่นพายุปริศนาอันใหม่กำลังจะก่อตัวขึ้นอย่างลับๆโดยเปลี่ยนทุกสิ่งให้กลายเป็นความสิ้นหวังภายใต้ความมืดนิจนิรันดร์..........
. . .