ร่างท้วมของอดีตผู้ว่าการเนียชิงที่กำลังคุกเข่าบนพื้นรีบร้อนขยับกายเข้าหาองค์ชายสามหวังหย่ง ท่าทางวางมาดในมือถือพัดคู่กายพร้อมสายตาดูแคลนมองชายบนพื้น
“องค์ชายสามท่านต้องช่วยข้าด้วย”
“เ้าก่อเื่กับใครไม่ทำไปก่อเื่กับท่านอ๋องอยากให้ข้าอายุสั้นหรือไง”
“ข้าน้อยผิดไปแล้วถ้าท่านช่วยข้ากับครอบครัว จะให้ข้าทำอะไรก็ยอม”
“ให้ทำอะไรก็ได้หรือ”องค์ชายสามยิ้มร้ายสายตามองหน้าบุตรสาวเนียชิงแล้วกวักมือเรียกนางมาใกล้ก่อนจะพาออกจากห้องหายออกไปแม้เจ็บใจกับเื่ที่เกิดขึ้นแต่ขอเพียงมีชีวิตรอดไม่ว่าอะไรเขายอมทำแม้กระทั่งส่งตัวลูกสาวให้เขา
วันปีใหม่ภายในตำหนักอ๋องเซียวจ้านถูกตกแต่งด้วยโคมไฟและกระดาษหลากสีสาวใช้และบ่าวต่างพากันเดินให้วุ่นเพราะวันนี้ต้องมีขุนนางมากหน้าหลายตามาอวยพรท่านอ๋องและพระชายาแน่อีกทั้งยังจัดเตรียมอาหารรสเลิศ ขนมสำคัญไม่ให้ขาดเตรียมพร้อมไว้
ภายในห้องโถงสำหรับจัดงานเลี้ยงขุนนางมีชื่อเสียงต่างเดินทางมาทักทายคารวะพระชายาและถวายของกำนัลต่างเป็ที่รู้ดีว่านางเป็คนสำคัญของอ๋องเซียวจ้าน หากถูกล่ะเลยไปคงไม่ดี
“วันนี้ปีใหม่ข้ามาคารวะท่านกับพระชายาตลอดหลายเดือนมานี้ได้ข่าวว่าท่านปราบปรามคนชั่วไปมากน่านับถือยิ่งนัก” องค์ชายสามเอ่ย
“ขอบใจที่น้องสามใส่ใจการทำงานของข้า”เซียวจ้านบอกพร้อมหัวเราะชอบใจ ทว่าสายตากลับเรียบเฉยไม่ยินดียินร้ายกับคำชม
“ท่านอ๋องวันนี้ข้าพาลูกสาวมาด้วย...”ใต้เท้าจางเฟ่ยกำลังแนะนำบุตรสาวตนเองที่รูปโฉมงดงามอีกทั้งกิริยามารยาทเพียบพร้อมขอเพียงเข้าตาอ๋องเซียวจ้านรับเป็สนมตระกูลเขาคงมั่งคั่งมากขึ้นแน่
“ช้าก่อนใต้เท้าข้าขอขอบคุณในน้ำใจของท่าน แต่ข้าขอปฏิเสธแทนท่านอ๋องคุณหนูจากตระกูลขุนนางเพียบพร้อมด้วยการศึกษาอีกทั้งกิริยางดงามมิสู้ช่วยท่านทำงานเพิ่มพูนบารมีไม่ดีกว่าหรือส่วนที่นี่มีสาวใช้มากแล้วเห็นทีคงรับไว้ไม่ได้ อีกอย่างดูนางแล้วคงมีชายที่รักท่านอย่าได้รังแกความรักของลูกสาวท่านเลย”
สิ้นเสียงปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิงทั้งคำพูดและกิริยาที่ไม่อาจต่อต้าน จนไม่มีใครเอ่ยขัดแม้กระทั่งท่านอ๋องยังส่งยิ้มเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้ด้วยคราวนี้เป็ใต้ท้าวคนนั้นหน้าเสียดวงตากลมโตมองไปยังลูกสาวขุนนางแล้วระบายยิ้มเมื่อเห็นสายตาชื่นชมส่งมาให้
ช่างน่าโกรธเคืองยิ่งนักนี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ทำไมพ่อแม่ยังคิดจับลูกใส่ตะกร้าถวายให้สามีชาวบ้านอยู่อีกไม่คิดถึงจิตใจผู้อื่น ต้องคิดถึงจิตใจลูกตนเองบ้างสิ
“พระชายาไม่เพียงงดงามแถมยังมีสายตาที่หลักแหลมแม้กระทั่งหญิงสาวที่มีความรักท่านดูออกนับถือ” องค์ชายสามลุกขึ้นกล่าวทำลายบรรยากาศเงียบแม้จะพูดทีเล่นทีจริงแต่วาจานั้นกลับแฝงด้วยการเยาะเย้ย
“ท่านยกย่อข้าเกินเหตุอันที่จริงข้ายังสามารถดูคน ใครคิดร้าย คิดดีจากวาจาและการกระทำอีกด้วยองค์ชายสามท่านอยากทดสอบหรือไม่” อี้เหมยส่งยิ้มรับกิริยาอ่อนหวานแต่ทว่าคำที่พูดจริงจังยิ่งกว่าไหนๆ
“แหะๆ ข้าเกรงว่าจะเป็การรบกวนท่านเปล่า ๆ” องค์ชายสามยิ้มแห้งพร้อมนั่งลงที่เดิมไม่ว่าสามีหรือภรรยาต่างน่าเกรงขามยิ่ง แต่คอยดูเถิดสักวันเขาจะยิ่งใหญ่กว่าให้จงได้มือทั้งสองกำหมัดแน่นซ่อนไว้ภายใต้โต๊ะอาหาร
“เป็เช่นชายาข้ากล่าวเมื่อมีภรรยาที่รักมากแล้วเหตุใดข้าจะ้าเพิ่ม” เซียวจ้านหัวเราะทำลายบรรยากาศพร้อมลุกขึ้นโอบร่างภรรยาแสดงความรักและหวงแหนอีกทั้งปฏิเสธซ้ำย้ำ
“ช่างน่าอิจฉาพระชายาที่มีสวามีรักเดียวใจเดียว”อำมาตย์ฝ่ายซ้ายเดินเข้ามาด้านในบริเวณงานเลี้ยงพร้อมถือกล่องของกำนัลใบใหญ่มามอบให้
“อำมาตย์จวินไม่คิดว่าท่านจะมาเลยไม่ได้เตรียมต้อนรับ” อี้เหมยเป็ฝ่ายเอ่ย
“ใต้ล้านี้รู้ว่าท่านอ๋องและพระชายายิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณธรรมข้าน้อยเป็เพียงอำมาตย์ย่อมต้องมาคารวะพวกท่านแน่นอน”
“เชิญท่านนั่ง”
“ได้ข่าวว่าพระชายาเรียนดีดกู่เจิงบุตรสาวข้าเป็อาจารย์ที่หอศิลป์ฟุ้ง ข้าจะให้นางมาสอนท่านดีหรือไม่”อำมาตย์จวินเอ่ยนอบน้อมทว่าแฝงไปด้วยความยโส โอหัง คิดเทียบชั้นบุตรสาวกับอีกฝ่ายแม้ใบหน้าก้มต่ำแต่รอยยิ้มร้ายกาจพร้อมั์ตาแพรวพราวยิ่ง
อี้เหมยมองท่าทีนั้นแล้วรู้สึกไม่ยินดีทั่วทั้งห้องงานเลี้ยงต่างพากันเงียบ ผู้คนต่างทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแม้นรู้ว่าอำมาตย์ซ้ายมีอำนาจมากแต่คิดสู้กับคนในตำหนักอ๋องเซียวจ้านยังเร็วไป
“ความจริงชายาข้าไม่เพียงร่ำเรียนดีดกู่เจิงนางเรียนผีผาวาดรูป แต่งกลอนรวมถึงงานบ้านทำอาหารนางแตกฉานอาหารที่พวกท่านได้ชิมวันนี้เป็นางที่คอยคุมให้รสดี”เซียวจ้านเอ่ยพร้อมพยักหน้าสั่งชิงเฟิงนำภาพวาดออกมาอวด
เสียงร้องทึ่งและคำชมดังกลบคำพูดอำมาตย์จวิน
“ภาพวาดนี้งดงามลายเส้นเฉียบคมคงเส้นคงวาสม่ำเสมอ รวมทั้งรายละเอียดเล็กน้อยยังเก็บได้หมดพระชายาท่านปราดเปรื่อง ข้าขอคารวะ”
“ไม่ได้เป็เพราะข้ามีอาจารย์ดีสั่งสอน”อี้เหมยส่งสายตารักใคร่ไม่ปิดบังให้สามีบอกเป็ในถึงอาจารย์ที่สอนคนนั้น
คราวนี้เป็อำมาตย์จวินที่หน้าเสียหนักกว่าเดิมใครต่างรู้ว่าอ๋องเซียวจ้านอัจฉริยะไม่ว่าจะร่ำเรียนอะไรล้วนเก่งกาจไปหมดรวมถึงวรยุทธของเขาไม่เป็รองใครเช่นกัน
“วันนี้โชคดีได้เห็นความสามารถของพระชายาแต่ไม่มีโอกาสได้อยู่นาน ข้าต้องขอตัวกลับก่อน”
“เหตุใดท่านรีบกลับเพิ่งมาถึงไม่อยู่ทานอาหารก่อนหรือ” อี้เหมยเป็ฝ่ายเอ่ยถามแต่อีกฝ่ายกลับเสียมารยาทเดินกลับออกไปเสียดื้อ ๆ ไม่แม้จะตอบคำถามใด ๆ
หญิงสาวหัวเราะคิกคักชอบใจที่ได้เอาคืนคนยโสเช่นนั้นได้ก่อนจะหันไปขอบคุณสามีที่ช่วยนางไว้และยกย่องออกหน้าออกตา
“วันนี้วันดีข้าต้องขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมอวยพร”
“วันนี้ล่วงเกินใครข้าต้องขออภัยด้วย”
อี้เหมยเอ่ยต่อก่อนทุกคนร่วมอวยพรและขอกำนัลมากมาย งานเลี้ยงรื่นเริงดำเนินต่อไป นางรำโบกพัดเคลื่อนย้ายส่ายสะบัดพลิ้วไหวงดงามจับตาตามเสียงดนตรีบรรเลง ทุกคนต่างชื่นมื่นมีเพียงคุณหนูหลานเอ๋อร์ปลีกตัวออกจากตรงนั้น
ริมสระบัวมีแสงจากจันทราสาดส่องลงมาเห็นดอกบัวบานกลางสระแม้เป็ยามค่ำแต่สถานที่แห่งนี้ยังงดงาม สายลมพัดอ่อนกระทบร่างนิ้วมือเรียวเล็กกระชับผ้าแพรเนื้อบางเบาคลุมไหล่วันนี้โชคดีที่ได้พระชายาช่วยไว้แต่หากมีวันใดท่านพ่อส่งนางให้ผู้อื่นจะมีใครช่วยอีกไหมไม่อาจรู้
ใบหน้าสวยแต่ั์ตาเศร้าเหม่อมองพระจันทราถูกห้อมล้อมด้วยดวงดาวนับล้านพาใจเศร้าหมองเกิดเป็หญิงไม่เพียงเรียนหนังสือ กิริยามารยาท งานเรือนต้องเพียบพร้อมเสียงถอนหายใจดังเบา ๆ ร่างบางหมุนกายกลับต้องสะดุ้งเมื่อเห็นองครักษ์ประจำตัวท่านอ๋องยืนอยู่ข้างหลัง
“อุ๊ย! ใต้ท้าว” ไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตรงนี้นานแค่ไหน แก้มนวลเปลี่ยนสีสายตาหลบซ่อนเอียงอายขยับถอยไว้ท่าที
“คุณหนูหลานเอ๋อร์ข้าทำให้ท่านใขออภัยด้วย” ชิงเฟิงองครักษ์ประจำกายท่านอ๋องโค้งกายเล็กน้อยพร้อม ท่ามกลางแสงจันทร์ หญิงสาวตรงหน้าดูงดงามยิ่งกว่าเวลาไหนรูปร่างช่างเปราะบางนั้นทำเขานึกอยากปกป้องความปลอดภัยเมื่อเผลอมองนานจนเสียมารยาทชิงเฟิงถึงเอ่ยทำลายบรรยากาศเงียบ
“ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ไม่เข้าไปข้างใน”
“ข้าเวียนหัวเลยออกมาสูดอากาศท่านทำไมมาอยู่ที่นี่ได้” หลานเอ๋อร์ถามสงวนท่าที ทำไมใจนางต้องเต้นแรงเช่นนี้ด้วย
“ข้าก็ออกมาสูดอากาศเช่นกัน”
บทสนทนาแสนเรียบง่ายเพียงไม่กี่คำแต่ทำให้ทั้งคู่อยากยืนอยู่ตรงนั้นนานกว่านี้อีกหน่อยถ้าหากไม่มีคนมาทำลายเสียก่อน เมื่ออยู่ ๆคนที่แอบดูไม่ไกลเสียหลักพุ่งตัวออกจากพุ่มไม้ พอรู้ว่าถูกจับได้อี้เหมยแสร้งใ
“อุ๊ย! ข้าไม่รู้ว่ามีคนอยู่ ขออภัยด้วย”
“พระชายาพอดีข้าเดินออกมาสูดอากาศ”
ท่าทางขวยเขินเหนียงอายดูน่ารักเดาก็รู้ว่าใครทำให้นางเป็เช่นนั้น อี้เหมยหันไปทางองครักษ์หนุ่มเอ่ยไม่กี่คำ
“ท่านอ๋องเรียกหาท่านรีบไปหาเร็วเข้า”
ชิงเฟิงออกไปแล้วทั้งคู่ถึงได้เดินไปนั่งในกระโจมกระจกมีโคมไฟถูกจุดไว้ค่อยให้แสงสว่าง
“เวันนี้ขอบคุณพระชายามากที่ช่วยข้า”
“เล็กน้อยเ้าอย่าคิดมากเลยั้แ่แต่งงานมาข้าต้องขับไล่ขุนนางที่พยายามส่งตัวลูกสาวมาเป็สนมอยู่บ่อยครั้ง”
“ข้าชื่นชมท่านทั้งงดงาม กล้าแสดงความคิดของตัวเองส่วนข้าทั้งขี้อายไม่กล้าจะเอ่ยตามความคิดตัวเอง”
“หากเ้าเชื่อมั่นในตัวเองไม่ลดทอดหรือดูถูกตัวเ้า ไม่ว่าจะทำอะไรให้ตั้งใจจริงข้าเชื่อว่าพ่อของเ้าจะเข้าใจอันที่จริงข้าถูกชะตาเ้าอยากได้เป็น้องสาวเ้าจะว่าอย่างไร”
“ข้ายินดีข้าเป็ลูกคนเดียวอยากมีพี่สาวเช่นท่านอบรมสั่งสอน”
“ข้าหรือจะอบรมเ้าเกรงว่าจะทำให้เ้าเสียนิสัยมากกว่า ข้าว่าพวกเราเข้าไปด้านในเถิด” อี้เหมยลุกขึ้นเดินนำก่อนจะชะลอเท้าเพื่อให้หลานเอ๋อร์ตามทันสองหญิงงามเดินกลับเข้างานเลี้ยงอีกครั้งก่อนพาเซียวจ้านกลับห้องพักผ่อน