นางมารจำเป็น

    ทางที่เลือก

    อู๋เซียนมองสามสาวที่กำลังพูดคุยกันอยู่พวกนางดูเหมือนจะมีความลับกับเขายิ่งนัก

     

    สัตว์อสูรทุกตัวก็ไปรวมกลุ่มอีกด้านหนึ่งโดยจิ้นกำลังทำการทดสอบพลังและจัดแบ่งงานตามความเหมาะสมทุกตัวมีพลังที่น่าพอใจและเข้ามาเป็นกำลังเสริมได้ยามคับขันแต่ยังมีจุดที่น่าห่วงก็คือผิงผิงนางยังเด็กและพลังก็อ่อนกว่าทุกคนนัก

     

    "ท่านพี่พวกข้าว่าจะพาหลันฮวาไปล้างตัวเสียหน่อยข้าใช้ตาที่สามมองออกไปเห็นลำธารอยู่ไม่ไกลนัก"

     

    ซีเหมยเอ่ยเสียงหวานนางไม่ได้อาบน้ำมาสามวันแล้วหากต้องทนต่อไปเช่นนี้อีกวันร่างเธอคงจะส่งกลิ่นแปลกๆออกมาบ้างละ

     

    อู๋เซียนขมวดคิ้วเขาหันไปมองผู้หญิงสามเด็กหญิงสองก่อนจะปรายตามองสัตว์อสูรที่เป็นชายอีกหนึ่ง

     

    "พวกเจ้าจะพากันไปทั้งหมดเลยหรือ"

     

    "เอาน่าท่านพี่ผู้หญิงอาบผู้ชายเฝ้านะถูกแล้วท่านไม่ต้องกังวลอีกอย่างอย่าดูถูกฝีมือน้องสาวทั้งสองของท่านซิ"

     

    อู๋เซียนอยากจะเคาะหัวนางสักทีนัก ไอ้ผู้ชายเฝ้านั่นแหละที่น่าห่วงเมื่อห้ามไม่ได้ก็ได้แต่ส่งจิ้นไปช่วยดูอีกทาง

     

    ซีซีเดินนำทางและจูงมือผิงผิงเดินข้างกายถัดมาก็เป็นซีเหมยและหลันฮวาคู่รั้งท้ายคืออาหลิวและไท้สือ

     

    "อ่า.....ถึงแล้วลำธารใสแจ๋วเลยเจ้าค่ะมีปลาด้วย...นั้นๆตัวใหญ่มาก"

     

    ผิงผิงส่งเสียงตื่นเต้นก่อนจะวิ่งไปชะโงกดูเด็กอย่างไรก็คือเด็กนางช่างน่ารักนักรอยยิ้มที่สดใสของผิงผิงทำให้บรรยากาศเริ่มดีขึ้นมาหน่อย

     

    "อาไท้เจ้าไปเฝ้าที่ทางเข้าตรงนั้นแล้วนั่งหันหลังด้วยหากไม่มีใครเรียกห้ามเข้ามาเด็ดขาด"

     

    ซีซีหันไปสั่งไท้สือก่อนจะเริ่มปลดเสื้อผ้าออก พวกนางต้องทำเวลาไม่งั้นแผนการที่วางไว้อาจไม่สำเร็จส่วนทางไท้สือก็รีบเดินหนีด้วยใบหน้าเห่อร้อนทันทีนี่เขาเป็นบุรุษแต่ต้องกลับมาเขินอายสตรีแทน

     

    "หลันฮวาเจ้าอย่ามัวช้ารีบๆอาบน้ำเสียหากไม่รีบข้าก็อาจไปช่วยหลงเยี่ยนและหนี่ฟงไม่ทันการนะ"

     

    "ข้าเข้าใจแล้วเจี่ยเจีย"

     

    "อาหลินเจ้าก็ลงมาเล่นน้ำด้วยซิ"

     

    ซีเหมยหันไปเรียกคู่พันธะของเธอเมื่อเห็นนางยังยืนนิ่งอยู่กับที่นางพยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆถอดชุดออกแล้วลงไปอาบน้ำข้างๆนายมัน

     

     

     

    สถานการณ์ทางฝั่งองค์ชายทั้งหลายดูเหมือนองค์ชายสามจะเป็นต่อสุดในเมื่อเขานั้นได้รู้คำใบ้มาก่อนจากความช่วยเหลือของกงกงเฒ่าอดีตข้ารับใช้ข้างกายไทเฮาที่บัดนี้ได้ออกจากวังหลวงมาทำการค้าและยังเป็นกำลังหนุนท่านแม่ของเขาอยู่ เขาได้ทำพันธะกับอสูรระดับกลางคนสนิทของเขาก็ได้อสูรที่แข็งแกร่งมาเช่นกันพวกเขาอาศัยสัตว์พวกนี้นำทางทำให้เดินทางง่ายราวกับเดินชมสวนในอุทยาน

     

    "ข้างหน้านี้จะถึงเขตชั้นในสุดแล้วขอรับ"

     

    ยักษ์ตัวสีเทาบอกพร้อมกับค้อมกายที่ใหญ่โตอย่างนอบน้อม

     

    "ดีๆงั้นนับว่าการทำพันธะกับพวกเจ้าถือว่าไม่เสียเปล่า"

     

    องค์ชายสามกล่าวพลางกระหยิ่มยิ้มย่องในใจยังไงก็ถือว่าเขามาไกลกว่าท่านพี่อีกสองคนเมื่อนึกถึงเมื่อเช้าที่เขากำลังเดินทางเขาได้พบกับองค์ชายสองและคนสนิทกำลังตกอยู่ในวงล้อมของสัตว์อสูรสองตัวเขาก็หาได้สนใจไม่เขาจะเข้าไปช่วยทำไมในเมื่อหากองค์ชายสองสิ้นชีพเขาก็ยิ่งลดตัวเลือกลงได้ เรื่องที่เขาอาจถูกเลือกยิ่งเป็นได้สูงกว่าเดิม

     

    "องค์ชายพ่ะย่ะค่ะทางข้างหน้ามีทางแยกอีกสามทางข้าได้ให้สัตว์อสูรไปดูแล้วมันบอกว่ามีทางไปที่ปลอดภัยอยู่พ่ะย่ะค่ะข้าน้อยว่าพวกเรารีบออกเดินทางแล้วทำการปกปิดเส้นทางนี้ไว้ดีกว่าปล่อยให้พวกองค์อีกสองคนเข้าไปเส้นทางที่อันตรายนั้นองค์ชายสามจะได้ไม่ต้องเหนื่อยออกแรง"

     

    คนสนิทขององค์ชายสามก็ร้ายกาจเฉกเช่นเดียวกันกับเจ้านายของตนใบหน้าที่คิดร้ายเริ่มบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียด ก่อนที่เจ้านายและข้ารับใช้จะหัวเราะออกมาราวกับคนเสียสติ

     

    พวกเขารีบออกเดินทางโดยมีสัตว์อสูรนำทางโดยหารู้ไม่ว่าทางที่เลือกไปนั้นมีสัตว์อสูรระดับสูงหลบซ่อนอยู่เต็มไปหมดและกลายเป็นปัญหาที่พวกเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดในภายหลัง

     

    กลุ่มที่มาถึงที่สองกลับกลายเป็นกลุ่มขององค์ชายสองหากองค์ชายสามรู้ว่าคนที่เขาปล่อยให้ตายจะสามารถมาถึงที่นี่ตามหลังเขาไม่นานเขาคงแค้นใจน่าดู

     

    "ดูเหมือนจะมีคนมาถึงที่นี่ก่อนนะขอรับนายท่าน"

     

    "ช่างเถอะเจ้าเลือกมาสักเส้นทางก็พอข้าไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้"

     

    องค์ชายสองบอกอย่างไม่สนใจเขามาทำตามหน้าที่เมื่อเสร็จภารกิจเขาก็จะได้ออกจากที่นี่ทันทีเมื่อหันไปมองสิ่งที่จะพาเขาออกไปก็ถอนหายใจทีหนึ่งเรื่องที่เขาทำพันธะกับกิเลนไฟได้นั้นช่างเหมือนฝันและยากเย็นตัวเขานั้นก็เกือบจะเสียแขนไปข้างหนึ่งไปแล้วเช่นกัน

     

    "ทางไหนก็มีแต่อันตรายทั้งสิ้นท่านจงเลือกเถอะขอรับ"

     

    มันเองก็จนใจที่จะแนะนำเพราะเส้นทางไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็เสี่ยงชีวิตเช่นกันมันไม่อาจรับประกันชีวิตของตัวเองและเจ้านายได้

     

    "เช่นนั้นก็ไปทางสายกลางนี้เถอะ"

     

    เขาเดินนำอย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดในชีวิตนี้สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นสนใจที่สุดคือการได้เห็นสมุนไพรที่หายากและวิเศษเมื่อได้เข้ามาในป่ามรณะนี้เขาถึงได้สมใจเมื่อได้เห็นสมุนไพรในที่ป่าแห่งนี้ก็ถือว่าเขาไม่ตายเปล่าแล้ว

     

    กลุ่มองค์ชายสองเดินผ่านเข้าไปเส้นทางที่เลือกเป็นเวลานานจนเกือบตะวันจะตกดินกลุ่มสุดท้ายถึงเดินทางมาถึง

     

    "นี่ถึงทางเข้าป่าชั้นในสุดแล้วขอรับ"

     

    เสียงต้ามูบอกเจ้านายและคนสนิทเขาเสียเวลาไปกับการเฟ้นหาสัตว์อสูรที่ดีให้สหายของเจ้านายแต่เมื่อเลือกหามาให้ท่านหลงเยี่ยนกลับไม่พอใจ ขนาดพาเข้าไปหาเองก็ยังหาที่ถูกใจไม่ได้อยู่ดีเช่นนั้นพอมาถึงที่นี่ก็ใกล้มืดค่ำไปแล้ว

     

    "ทำไมมันมีหลายเส้นทางนักละแล้วเราจะไปทางไหนดี"หลงเยี่ยนลูบคางขณะคิดพิจารณาไปด้วย

     

    "ท่านก็เลือกมาซักทางเถอะท่านหลงเยี่ยน ตอนนี้ข้าอยากจะพักแล้ว"

     

    หลี่ฟงมีสีหน้าที่เหนื่อยจริงๆ เขาต้องตามล้างตามเช็ดและคุ้มครองผู้เป็นนายจากสัตว์อสูรทั้งกลุ่มที่กรูเข้ามาตอนที่หลงเยี่ยนไปก่อกวนพวกมัน

     

    "อ่า....งั้นไปทางขวาแล้วกันข้าเห็นลูกไม้ทางนั้นเยอะเชียว"

     

    พูดเสร็จหลงเยี่ยนก็เดินตัวปลิวไปไม่รอสหายอย่างเขาแม้แต่น้อย

     

    "ไอ้หยาาาาาไม่นะนายท่านลูกไม้นั่นเป็นอาหารของมังกรฟ้าและดูเหมือนจะได้เวลาที่มันจะออกมาเก็บอาหารของมันแล้ว"

     

    ต้ามูพูดอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าตื่นตระหนกแต่คนที่ตกใจยิ่งกว่าคือหลี่ฟงเขารีบใช้วิชาตัวเบาเหินกายไปหาจ้าวหลงเยี่ยนอย่างรวดเร็วโดยมีต้ามูที่ตามมาติดๆ

     

    "พวกเจ้ามานี่ซิลูกไม้นี่ช่างหวานหอมกว่าพวกที่พวกเราเคยกินมาอีกนะ"

     

    "โอ้ไม่นะ......"

     

    พวกเขามาช้าไป!!!!!!!

     

     

    "ฟึบๆๆๆๆๆๆ"

     

    เสียงสัตว์ที่มีขนาดใหญ่บินอยู่เหนือฟ้าก่อนจะร่อนลงมาพวกมันมองบุคคนที่กล้ามาแย่งอาหารของพวกมันไป

     

    "มังกร!!!!"

     

    จ้าวหลงเยี่ยนแทบจะตะโกนออกมา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาช่างดูยิ่งใหญ่และน่ากลัวนักแววตาของหลงเยี่ยนแทบเปล่งประกายแสงออกมานี่คือสิ่งที่หลงเยี่ยนตามหามาตลอดยามบ่ายไม่นึกว่ามันจะวิ่งเข้ามาหาเขาเอง

     

    "ข้าเลือกเจ้าแล้วเจ้าจงมาเป็นสัตว์อสูรคู่พันธะของข้าเถอะ" จ้าวหลงเยี่ยนยิ้มเย็นมองมันก็คำรามกลับราวกับรับคำท้าของเขา

     

    จ้าวหลงเยี่ยนระเบิดพลังออกก่อนจะก้าวเข้าหามังกรเมื่อหลี่ฟงห้ามไม่ทันเขาจะเดินตามเข้าไปกลับถูกคลื่นพลังกระแทกออกมา

     

    "นายท่านมันได้สร้างคลื่นสะท้อนกลับล้อมเราเอาไว้ที่นี่แล้วขอรับ"ต้ามูรีบบอกนายมันเมื่อเห็นหลี่ฟงพยายามจะเข้าไปในวงการต่อสู้

     

    "ท่านหลงเยี่ยนระวังตัวด้วยพวกข้าจะรีบหาทางเข้าไปช่วยท่านรับมือเอาไว้ก่อนนะ"หลี่ฟงคิดหนักเขาจะหาทางเข้าไปช่วยองค์ชายอย่างไรดี

     

    หลงเยี่ยนที่ได้ยินแต่ก็ไม่สนใจ เขามั่นใจมากว่าสามารถรับมือกับเจ้ามังกรตรงหน้าได้

     

    "มาเล่นกันหน่อยเป็นไร ข้าชักอยากเห็นความสามารถของเจ้าแล้วละซิ"

     

    ไม่รอให้มันตั้งตัวเขากระโจนเข้าใส่มันอย่างรุนแรงและรวดเร็วเสียงระเบิดดังสนั่นทั่วทั้งป่าดูเหมือนการปะทะของเขาและสัตว์อสูรตนนี้จะสูสีกันทีเดียว

     

    ต้ามูรีบพาหลี่ฟงหลบแรงระเบิดด้านหลังก้อนหินใหญ่แรงปะทะของพลังนั้นทำเอาแผ่นหินถึงกับสั่นสะเทือน

     

     

     

    สองสาวรีบตามเสียงมา ยิ่งเข้าใกล้แรงระเบิดของพลังความคุ้นเคยก็ยิ่งเด่นชัดพวกนางก็เริ่มแน่ใจก่อนจะมาถึงจุดต้นเหตุของแรงระเบิดของพลัง

     

    'เป็นเขาจริงๆ'

     

    ซีซีรีบเหินกายเข้าไปใกล้แต่ก็มีเสียงร้องเตือนก่อน

     

    "ระวังมันมีเขตคลื่นพลังสะท้อนกลับ"

     

    สองสาวหันไปมองตามเสียงก็พบอีกคนที่กำลังมองหา

     

    "หลี่ฟง!!!"

     

    ซีเหมยเอ่ยเรียกอย่างดีใจอย่างที่สุดเขายังปลอดภัยดีนางรีบเดินเข้าไปใกล้ก่อนถือโอกาสสำรวจตามร่างกายของเขา

     

    "เอ่อแม่นาง...."

     

    หลี่ฟงถึงกับออกอาการหน้าแดง ยิ่งเห็นนางมาในรูปลักษณ์ของหญิงสาวเขาก็ยิ่งมีอาการใจเต้นแรงยามเมื่อมองใบหน้าที่งดงามของคนตัวเล็ก

     

    “ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าค่ะ” ซีเหมยเอ่ยถามอีกรอบเพื่อความแน่ใจ

     

    “ข้าไม่เป็นอะไรแล้วพวกเจ้าเข้ามาที่แห่งนี้ได้อย่างไร” หลี่ฟงที่ได้สติก็นึกได้ว่าพวกนางทำไมถึงได้เข้ามาที่อันตรายอย่างป่ามรณะกันตามลำพังเขาเริ่มโกรธจนอยากจะฟาดก้นหญิงสาวที่ซุกซนเกินกว่าหญิงสาวทั่วไปเช่นนี้

     

    “พวกข้า……….”