ชาร์ลส์ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม กอดอกพิงผนังเหมือนกับที่เคยทำมา โดยมีท่าทางเย็นชา แต่ครั้งนี้สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเขาคือชายร่างใหญ่แทนที่คนที่มือหนึ่งล้วงกระเป๋า ร่างของชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าชาร์ลส์เหมือนจะพร้อมจะพูดอะไรบางอย่าง
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่ยืนจ้องกระจก คนที่เคยมีปากเสียงกับชาร์ลส์ก่อนหน้านี้ ยืนเฝ้าจ้องกระจกด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด กระจกที่เคยเงียบสงบเริ่มสั่นไหว เขามองไปที่กระจกที่กระเพื่อม หัวคิ้วของเขาขมวดเมื่อเห็นสิ่งผิดปกติ
"มีบางอย่างผิดปกติ..." เขาพูดเสียงต่ำ แต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ที่จริงเขาพยายามทำตัวให้สงบ แต่สายตายังไม่ละจากมัน
ทันใดนั้น มือข้างหนึ่งเริ่มยื่นออกมาจากกระจก ห้านิ้วกางออกอย่างไม่เป็นระเบียบ ลำแขนยาวและเกินปกติ
เจ้าหน้าที่ที่ยืนจ้องกระจกด้วยความตึงเครียดพยายามควบคุมตัวเอง เขารู้สึกถึงการสั่นสะเทือนในร่างกายของเขา ความหวาดกลัวเริ่มแทรกซึมเข้ามาในจิตใจ แต่เขายังคงพยายามควบคุมตัวเอง เขาเอื้อมมือไปที่กระเป๋าของเขา กะว่าจะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาสะบัดกลายเป็นดาบ ทั้งๆ ที่สายตาของเขายังคงจ้องไปที่กระจก
แต่ดูเหมือนร่างกายของเขาจะถูกตรึงไว้ ราวกับเขาถูกดึงด้วยเชือกที่มองไม่เห็น เขาพยายามดิ้นรน แต่ยิ่งขยับก็เหมือนกับยิ่งไร้ผล
มือในกระจกยังคงขยับเข้ามาใกล้ ก็มีมือที่สองโผล่ออกมาติด ๆ กัน กระแทกไปที่หน้าของเจ้าหน้าที่ที่ยืนจ้องกระจก จนชายผู้โชคร้ายถูกอัดจนล้มไปกับพื้น
ชาร์ลส์และชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างหลังไม่รอช้า พวกเขาหันไปมองกระจกที่เริ่มบิดเบี้ยว ขณะเดียวกันสองร่างที่พุ่งออกจากกระจกก็ปรากฏตัวอย่างรวดเร็ว
หนึ่งในนั้นเป็นชายผมยาวสีดำทมิฬยาวคลุมไหล่และสยายไปทั่วหลัง ดูเหมือนจะไม่มีท่าทีตกใจหรือหวาดกลัว
ส่วนชายอีกคนที่ออกมาพร้อมกันมีร่างกายที่ผอมสูงและดูเหมือนคนขาดสารอาหาร ในขณะที่เขาขยับตัวข้อต่อของเขาสามารถหมุนได้อย่างอิสระ และทุกการเคลื่อนไหวของเขาดูคล้ายกับหุ่นกระบอง
ชาร์ลส์จ้องมองไปยังชายสองคนที่พึ่งปรากฏตัวออกมา ความจำของเขากระตุกขึ้นในทันที ใบหน้าของชายผมสีดำ เขาจำได้ ชายผู้นี้คือคนที่เขาและโจเซฟเคยไล่ล่า ในตอนที่เขาได้รับผลกระทบจากภาพหลอนจากการจ้องตัวตนลำดับมหาชีวิต
"แก!" ชาร์ลส์ตะโกนออกมา ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชายผมยาว
แต่ไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไร ชายทั้งสองก็ไม่รอช้า รีบวิ่งออกไปทางประตูอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของชายผมยาวนั้นรวดเร็วและแม่นยำ ส่วนชายผอมสูงก็กระตุกตัวแล้วหันหลังวิ่งไปอย่างไม่คิดลังเล
ชาร์ลส์ไม่รอช้า เขาร่ายมนตร์ทันที "ฮฺเรโอดา!" เสียงคำร่ายมนตร์ของเขาดังขึ้นในห้องใต้ดิน พร้อมกับคลื่นกระแทกที่พุ่งไปยังชายผมยาวที่กำลังก้าวขาไปข้างหน้า แต่กลับพบว่า คลื่นนั้นทะลุผ่านร่างของเขาไปโดยไม่มีผลใดๆ
"เวรเอ๊ย!" ชาร์ลส์พึมพำออกมาเบาๆ ราวกับเพิ่งฉุกคิดได้ เขาจำได้ว่าในครั้งก่อนที่เขาเคยเผชิญหน้ากับชายผมยาวก่อนหน้านี้ พลังของชายผู้นั้นมีความสามารถที่ทำให้เขาสามารถทะลุผ่านสิ่งของได้
ขณะที่เขาคิด ชาร์ลส์เหลือบไปเห็นชายร่างผอมสูง ข้อต่อทุกข้อสามารถหมุนได้อย่างอิสระ ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาดูเหมือนหุ่นกระบองที่มีชีวิต เขาก้าวขาไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าสู่ประตูเหมือนพยายามหลบหนีออกจากห้องใต้ดินเช่นเดียวกัน
ชาร์ลส์ไม่รอช้า เขาไม่สามารถปล่อยให้ทั้งสองหนีไปได้ เขาเสียเปรียบจากชายผมยาวไปแล้ว และไม่ยอมให้ชายร่างผอมสูงหนีไปอีกคน เขาใช้พลังขัดขวางสติของชายร่างผอมสูง เพื่อให้ชายคนนี้เผลอ
และรีบร่ายมนตร์อีกครั้ง "ฮฺเรโอดา!" คำร่ายมนตร์ของเขาดังขึ้นพร้อมกับคลื่นกระแทกที่พุ่งไปเต็มแรง คราวนี้พลังของคลื่นมนตร์พุ่งตรงไปยังร่างของชายผอม
ปึก!
คลื่นกระแทกโดนชายผอมเต็มๆ ร่างของเขาถูกกระแทกไปข้างหลังเหมือนกับหุ่นที่ถูกโยนไปในอากาศ ชายร่างผอมระเด็นไปชนกับผนังของห้องใต้ดินอย่างแรง
เสียงกระแทกดังก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ชาร์ลส์ยืนนิ่ง จ้องไปที่ชายผอมที่ลอยกระเด็นไปชนผนัง
ชายผอมที่ถูกกระแทกจนลอยกระเด็นไปชนผนัง ตอนนี้ค่อยๆ ขยับตัว มือข้างหนึ่งของเขากางออก นิ้วมือเริ่มขยับอย่างแปลกประหลาด
ทันทีที่ชาร์ลส์เห็นท่าไม่ดี เขาก็รีบหลบออกไปด้านข้าง แต่กลับพบว่าร่างกายของเขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ต้องการ
เส้นด้ายที่มองไม่เห็นเริ่มพันรอบตัวเขา ราวกับมีแรงบางอย่างดึงรั้ง ทำให้เขาไม่สามารถขยับแขนหรือขาได้ตามใจ
"บ้าเอ๊ย..." ชาร์ลส์กัดฟัน แต่เขาก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างที่ต้องการ ในตอนนั้นเอง เขาหันไปมองเห็นเพื่อนร่วมงานร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขา ชายร่างใหญ่พยายามจะขยับตัว แต่ก็เหมือนกับว่าเขากำลังถูกกดทับด้วยแรงบางอย่าง ร่างของเขาสั่นสะท้านเหมือนกับกำลังถูกบังคับให้ยืนนิ่ง
ชายผอมเริ่มยิ้มเหยียดอย่างชั่วร้าย เมื่อเขามองเห็นท่าทีของทั้งสองคนที่ไม่สามารถขยับได้ตามต้องการ เขาขยับนิ้วอีกครั้ง และในทันทีที่เขาทำเช่นนั้น แขนของชาร์ลส์และชายร่างใหญ่ก็เริ่มบิดหมุนแขนของพวกเขาให้ผิดทิศทาง
ชาร์ลส์กัดฟันจนกรามแทบจะเคลื่อน ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วแขน จนถึงจุดที่ไม่สามารถทนได้ เขาพยายามจะขยับตัวตามแรงที่เกิดขึ้น แต่ร่างกายเขาก็ไม่ยอมตามคำสั่ง
ในขณะเดียวกัน ชายร่างใหญ่ที่ยืนข้างๆ ก็เริ่มทำท่าทางเหมือนกัน แขนของเขาก็เริ่มบิดกลับไปในทิศทางที่ผิดธรรมชาติ เขากระตุกตัวอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ขาทั้งสองข้างของเขาเหมือนจะถูกตรึงไว้อย่างแน่นหนา ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว
ชาร์ลส์พยายามข่มความเจ็บปวดและตั้งสติ แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามขยับแขน ร่างกายเขากลับถูกบังคับให้หยุดการเคลื่อนไหว และเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากแค่เฝ้ามองแขนของตัวเองที่ถูกบิดไปในทิศทางที่มันไม่ควรไป ทุกครั้งที่ข้อมือและข้อศอกบิดออกไปในมุมที่ไม่เป็นธรรมชาติ ความเจ็บปวดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นจนเขาแทบจะขาดใจ
เหตุการณ์ตั้งแต่คนเฝ้ากระจกถูกต่อยไปจนถึงพวกชาร์ลส์ที่ถูกตรึง เวลานั้นเพิ่งผ่านไปได้ไม่นาน หลังจากที่เจ้าหน้าที่ที่เฝ้ากระจกถูกกระแทกจนล้มลง ตอนนี้เขากำลังพยายามฟื้นตัวจากอาการเมามัด
หางตาเขาเหลือบไปในทิศทางของกระจกที่เริ่มสั่นไหวอีกครั้ง ความรู้สึกไม่ดีเข้ามาครอบงำเขา เขารู้ว่าไม่มีเวลาให้เสียแล้ว ถ้าเป็นศัตรูที่ออกมาจากกระจกในตอนนี้ สถานการณ์ที่ย่ำแย่จะยิ่งเลวร้ายไปมากกว่าเดิม เขารีบเตรียมตัวจะเข้าไปขัดขวางไม่ให้ใครออกมาจากกระจก แต่ในช่วงนั้นเอง เมื่อสายตาของเขาหันไปยังผิวกระจก เขาก็ได้เห็นภาพที่ทำให้เขาต้องหยุดชะงักในทันที
ใบหน้าของคนที่กำลังโผล่ออกมาจากกระจกปรากฏขึ้น ทำให้ความตึงเครียดในตัวเขาลดลงไปอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะผู้ที่ออกมาจากกระจกคนนั้นมีผมสีทอง ตาสีฟ้าอ่อน และลักยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ คือโจเซฟนั่นเอง
โจเซฟมองสภาพรอบตัวโดยรวดเร็ว ขณะเดินออกจากกระจก เขามองเห็นเพื่อนๆ ถูกตรึงอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถขยับตัวได้ และเขาก็ไม่รอช้า
มือของเขาก็ยกขึ้นไปข้างหน้า "ฮฺเรโอดา!"
คลื่นกระแทกที่ทรงพลังพุ่งตรงไปยังชายร่างผอมที่ร่างยังคงอยู่บนพื้นใกล้ๆ
ชายร่างผอมที่ถูกโจเซฟโจมตีด้วยคลื่นกระแทกนั้น ร่างของเขาไถลไปตามผนังห้อง และกระแทกไปอีกมุมของห้องใต้ดิน เสียงกระแทกดังก้องไปทั่วบริเวณ เขาก็ยังคงมองกลับมาที่โจเซฟ ที่มาของการโจมตีก่อนหน้านี้ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ชายร่างผอมที่ตอนนี้อยู่ในท่าทางเสียศูนย์ กลับมองไปที่โจเซฟแล้วพูดเสียงต่ำอย่างเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
"ไอ้พวกกรมปราบปรามเวรตะไล!" เสียงของเขาดูดุดัน แม้จะมีรอยแผลบ้างจากการไถลไปกับพื้น แต่ดูเหมือนชายร่างผอมจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
ในตอนที่ชายร่างผอมไถลไปทางพื้น สภาพของชาร์ลส์และชายร่างใหญ่ที่ถูกตรึงตัวไว้ก็เริ่มคลายลงไปบ้าง พลังที่ยึดเหนี่ยวร่างของพวกเขาทำท่าจะหลุดไป ชาร์ลส์รู้สึกถึงความอิสระบางอย่างกลับคืนมาในร่างกายเขา มือที่ถูกบังคับให้บิดไปในทิศทางที่ผิดธรรมชาติค่อยๆ คลายตัวลง สองขาของเขาที่ถูกตรึงอยู่ในมุมที่ผิดปกติก็เริ่มกลับสู่ท่าทางเดิม
"ขอบคุณ..." ชาร์ลส์พึมพำออกมา ก่อนที่เขาจะปรับท่าทางให้ยืดตรง และหันไปหาคู่ต่อสู้
โจเซฟมองรอบๆ อย่างรวดเร็ว เขามองไปที่ชายร่างผอมที่ตอนนี้กำลังขยับตัวเพื่อเตรียมกลับมาสู้ และถามด้วยเสียงที่หนักแน่น "พวกมันหนีออกมาสองคนไม่ใช่เหรอ?" โจเซฟพยายามประเมินสถานการณ์ ขณะเดียวกันก็ต้องการรู้ว่าอีกคนที่เหลือไปไหน
ชาร์ลส์ที่พึ่งกลับมาอยู่ในสภาพปกติได้ตอบทันที "อีกคนวิ่งทะลุผ่านประตูหนีไปแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น โจเซฟก็ตัดสินใจในทันที โดยไม่รอช้า เขาหันไปบอกกับชายร่างใหญ่ที่ยืนอยู่ไกลออกไป ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มฟื้นตัวจากการถูกตรึง "ไซมอนนายช่วยเฝ้ากระจกที อย่าให้คลาดสายตาไม่งั้นทุกคนในกระจกจะเป็นอันตราย"
หลังจากที่ได้ยินคำสั่งจากโจเซฟ ชายร่างใหญ่ที่ชื่อ "ไซมอน" ก็พยักหน้าอย่างรวดเร็วและย้ายไปยืนในตำแหน่งที่สามารถเฝ้ากระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โจเซฟหันไปหาคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งเป็นคนที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากการถูกต่อยไปก่อนหน้านี้ โจเซฟสั่งเขาด้วยเสียงมั่นคง "ธีโอดอร์ ไปตามจับคนที่หนีไป!"
"แต่ฉันคนเดียวไม่น่าจะพอ อีกฝั่งนั้น… เป็นผู้ยกระดับตัวตนเชียวนะ"
โจเซฟพยักหน้ารับและยิ้มบางๆ เพื่อปลอบใจ "ไม่ต้องห่วง ธีโอดอร์ เรามีกำลังเสริมที่ทำหน้าที่จัดการพวกสมาชิกที่หนีออกจากคฤหาสน์อยู่แล้ว ฉันอยากให้นายเข้าไปช่วยเสริมเผื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน"
ธีโอดอร์เงียบไปครู่หนึ่งและก็พยักหน้าเข้าใจ แม้จะรู้สึกไม่มั่นใจเต็มที่ แต่เขาก็ยอมรับคำสั่งของโจเซฟ "เข้าใจแล้ว" และรีบหันไปทางประตูใหญ่ พุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเล
โจเซฟหันไปมองชาร์ลส์และกล่าว "ส่วนนายชาร์ลส์ มาช่วยฉันจัดการกับคนคนนี้กัน!"
"รับทราบ"