ใต้ลำแสงสีขาวมีร่างเงาของสตรีคนหนึ่งนอนคว่ำหน้านิ่งอยู่บนพื้นห้อง เสื้อตัวในสีขาวที่นางสวมอยู่เต็มไปด้วยคราบสกปรกกับคราบเืแห้งกรังจับอยู่บนรอยขาดวิ่นเป็ริ้วกระจายอยู่ทั่วทั้งตัว จนทำให้ดูไม่ออกเลยว่าเสื้อผ้าที่นางสวมอยู่ทำมาจากผ้าไหมเนื้อดีที่สุดในแผ่นดินที่มีแต่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่สวมใส่ได้ เรือนผมของนางที่ไร้เครื่องประดับ ทั้งสกปรกและยุ่งเหยิง ตกลงมาปิดบังใบหน้าจนทำให้มองไม่เห็นว่าเ้าของร่างผู้นี้มีใบหน้าเช่นไร
รองเท้าผ้าปักลายงดงามของนางกำนัลเดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไปหยุดยืนค้ำอยู่เหนือศีรษะของผู้หญิงคนนั้น ถึงจะได้ยินเสียงว่ามีคนเดินเข้ามาแต่ร่างอันน่าสมเพชเวทนาก็ยังนอนนิ่งไม่ไหวติงราวกับไม่รู้ว่ากำลังมีคนแปลกหน้าเข้ามาเยือน เผยจือฉู่จึงใช้ปลายเท้าเขี่ยไปบนร่างของสตรีนางนั้นเพื่อปลุกให้เ้าของร่างตื่นขึ้นมารับโทษทรมานที่กำลังหยิบยื่นให้
“หลี่เจิ้งจู นังแพศยาเอ๊ย เ้าตายไปหรือยัง ถ้าหากยังไม่ตายก็จงเงยหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เผยจือฉู่ส่งเสียงเรียก
เท่านั้นไม่พอนางยังขยี้ปลายเท้าไปบนนิ้วซูบผอมของสตรีผู้นั้นอย่างไม่ปรานีอีกด้วย พอได้เห็นร่างทรุดโทรมเกร็งกระตุกเพราะความเ็ป นางกำนัลใจทรามก็อ้าปากเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ยังไม่ตายจริงๆ ด้วย เ้านี่มันทนมือทนเท้านักถูกทรมานอดข้าวอดน้ำตั้งหลายวันแล้วยังไม่ตายอีกเหรอ หึหึ คงจะกินของสกปรกของตัวเองประทังหิวสินะ คนอย่างเ้าช่างน่าสมเพชเหลือเกิน” เผยจือฉู่พูดพล่าม พลางยกเท้าข้างนั้นเตะไปบนศีรษะของร่างบนพื้นอีกหลายครั้ง
‘ปึ้ก ปั้ก ปึ้ก!’
ทำให้ร่างทรุดโทรมบนพื้นขยับตัวเชื่องช้าด้วยความเ็ป
“ว่าอย่างไรเล่าเพคะเซี่ยวิจูฮองเฮาผู้สูงส่ง หิวไหมเพคะวันนี้บ่าวเอาข้าวในงานเลี้ยงของฮองเฮาองค์ใหม่มาถวายให้พระนางได้ลิ้มรสด้วยนะเพคะ”
“นี่แน่ะ ขยับตัวเดี๋ยวนี้นะนังตัวดี หลี่เจิ้งจู! ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้”
“ฮองเฮาองค์ใหม่สั่งให้ข้าเอาเครื่องเสวยมาให้พี่สาวที่มีมลทินอย่างเ้ากินประทังชีวิต ดูสิพระนางมีเมตตากับเ้าขนาดไหน ถึงแม้เ้าจะเป็หญิงแพศยาที่คบชู้สู่ชายจนถูกขังอยู่ในตำหนักหลังนี้ แต่พระนางก็ยังทรงเห็นใจเ้าในฐานะที่เป็พี่น้องร่วมบิดาเดียวกัน”
“หากไม่ยอมกิน์จะลงโทษเ้ารู้หรือไม่ นังแพศยาใจทรามเงยหน้าขึ้นมาเดี๋ยวนี้” เผยจือฉู่ตวาดด่า พร้อมกับใช้รองเท้าขยี้ไปตามร่างกายของสตรีบนพื้นอีกหลายครั้ง กระทำทรมานแก่เ้าของร่างซึ่งกลายเป็อดีตฮองเฮาเล่นอย่างสนุกสนาน
แต่คนที่อยู่ข้างล่างกลับไม่ได้ส่งเสียงร้องด้วยความเ็ป มีเพียงร่างกายที่เกร็งกระตุกตอนที่ถูกรองเท้าของนางกำนัลบดขยี้ ร่างกายนั้นราวกับกำลังอ่อนแรงเต็มทีเหมือนตะเกียงขาดน้ำมันที่ใกล้จะดับแสงในไม่ช้า จนแทบไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะส่งเสียงกรีดร้อง
การตอบโต้ของคนบนพื้นทำให้เผยจือฉู่หงุดหงิดใจ นางกำนัลจึงใช้เท้าเตะไปที่ศีรษะของสตรีคนนั้นอย่างแรง แล้วก็ได้ผลดังคาดสตรีคนนั้นค่อยๆ ยกศีรษะขึ้นมา ดวงตาพร่ามัวใต้เรือนผมยุ่งเหยิงเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ
เสียงก่นด่าของเผยจือฉู่กระตุ้นให้ภาพความทรงจำของเมื่อหลายวันก่อนชัดเจนยิ่งขึ้น นางจำได้แล้วว่าก่อนถูกส่งตัวมาคุมขังไว้ที่นี่นางยังสวมมงกุฎหงส์คู่กับเสื้อคลุมปักลวดลายสีทองอร่ามตานั่งจิบชาอยู่ในห้องโถงหรูหราของตำหนักใหญ่ในฐานะฮองเฮาของแคว้น แต่หลังจากที่น้องสาวต่างมารดาซึ่งมีฐานะเป็พระสนมเอกได้มาเยือนที่ตำหนักของนาง น้องสาวที่รักชงน้ำชาให้นางด้วยมือของตัวเอง หลังจากดื่มชาถ้วยนั้นนางก็หลับไปโดยไม่มีสาเหตุ เมื่อฟื้นขึ้นมาอีกทีกลับพบว่าตนเองกำลังนอนเปลือยกายอยู่ใต้ร่างของผู้ชายคนหนึ่งบนเตียงนอนในห้องบรรทม ท่ามกลางสายตาของนางกำนัลกับเหล่าขันทีมากมาย...และฮ่องเต้เซี่ยหยุนหรงที่กำลังพิโรธจนตัวสั่น เมื่อพบว่าฮองเฮาของพระองค์ลักลอบนำทหารองครักษ์เข้ามาสมสู่ถึงในตำหนักบรรทม
‘หลี่เจิ้งจูเ้ามันช่างแพศยานัก เ้ามีเราเป็สามีคนเดียวยังไม่พออีกเหรอ ถึงลากได้เอาทหารชั่วผู้นี้ขึ้นมากกถึงบนเตียงนอน’
‘ฝ่าาไม่ใช่นะเพคะ ได้โปรดฟังหม่อมฉันก่อน หม่อมฉันถูกใส่ร้าย’
‘ใส่ร้ายอย่างงั้นเหรอ หลักฐานเต็มสองตาของข้าอย่างนี้เ้ายังกล้าพูดว่าถูกใส่ร้ายอีกหรือ”
‘ทุกคนจงฟังให้ดี ถ่ายราชโองการจากข้า นับแต่บัดนี้ไปให้ถอดยศฮองเฮาของสตรีแซ่หลี่ออกกลายเป็สามัญชน ลงโทษโบยยี่สิบไม้ ปล่อยให้อดข้าวอดน้ำจนกว่าจะตายจากไปเอง!’
‘ขันที!ลากตัวนังหญิงชั่วผู้นี้ออกไป เอาไปขังไว้ที่ตำหนักท้ายวัง’
‘ฝ่าาหม่อมฉันถูกใส่ร้าย!’
‘ฝ่าาเพคะ! โปรดเมตตาด้วย หม่อมฉันถูกใส่ความจริงๆ’
‘ข้าไม่ฟัง!ขันที!ลากตัวมันออกไป’
หลี่เจิ้งจูมีสีหน้าขมขื่นเมื่อนึกถึงเื่อัปยศที่เกิดขึ้นในห้องบรรทม แต่ยังไม่ทันที่นางจะกรีดร้องเรือนผมยุ่งเหยิงก็ถูกมือของเผยจือฉู่กระชากอย่างแรงบังคับให้นางเงยหน้าขึ้น ดวงตาชั่วร้ายของเผยจือฉู่แข็งกร้าวตอนที่มองสบตากับดวงตาขุ่นมัวสองข้าง
“เหตุใดจึงไม่ส่งเสียงร้องล่ะ หรือว่ายังเจ็บไม่พอ หึ ถ้าอย่างนั้นลองฟังข่าวนี้ดูหน่อยเป็ไร แล้วมาดูกันสิว่าเ้ายังกล้าแสดงท่าโอหังใส่ข้าได้อีกหรือเปล่า หลี่เจิ้งจู” พูดจบริมฝีปากของเผยจือฉู่ก็แสยะยิ้ม พร้อมกับน้ำเสียงเปลี่ยนเป็เยาะเย้ยเมื่อนึกถึงข่าวที่จะถ่ายทอดให้อดีตฮองเฮาได้ฟัง
“ข้าไม่เข้าใจฝ่าาเลยจริงๆ ทรงมีพระทัยจัดงานเลี้ยงรื่นเริงได้อย่างไรกันนะ ทั้งที่เพิ่งมีรับสั่งให้รัชทายาทฆ่าตัวตายต่อหน้าพระองค์แท้ๆ”
คำว่ารัชทายาทกระตุ้นจิตสำนึกของหลี่เจิ้งจู ดวงตาดอกท้อของนางเบิกกว้างขึ้น ริมฝีปากแตกแห้งสั่นระริก ปฏิกิริยาโต้ตอบของสตรีตรงหน้าทำให้เผยจือฉู่อ้าปากหัวเราะอย่างสมใจ
“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฟังไม่ผิดหรอกเ้าค่ะคุณหนูใหญ่ ลูกชายไม่รักดีที่เป็ถึงรัชทายาทของเ้าริอ่านซ่องสุมกำลังหวังจะยึดอำนาจจากฮ่องเต้ คนคดในข้อแบบนั้นก็สมควรแล้วที่ฝ่าาจะสั่งลงโทษให้ควักหัวใจทั้งเป็ ส่วนเซี่ยชินอ๋องคนที่ผลักดันรัชทายาทชั่วช้าคนนั้นก็สิ้นใจตายไปแล้วก่อนที่จะถูกลงมีดครบพันเล่มเสียอีก”
“เท่านั้นยังไม่พอนะ ฝ่าายังมีรับสั่งให้เอาศพคนทรยศทั้งสองไปแขวนประจานหน้าประตูเมือง ให้ชาวบ้านเข้ามารุมสาปแช่งพวกมันอีกด้วย” เผยจือฉู่เอ่ยอย่างสะใจ
“ไม่...จริง...ไม่มีทาง...เด็ดขาด...รัชทายาทไม่มีวันก่อฏ...เขาเป็บุรุษที่ดีงาม...ขนาดนั้น จะ...ฏได้ยัง...ไง พวกเ้าใส่ร้าย...ลูกชายของข้า ไม่จริง ข้า...ข้า” เสียงแหบพร่าอ่อนแรงดังออกมาจากปากของหลี่เจิ้งจู ทำให้เผยจือฉู่พูดเอ่ยอีกครั้งด้วยรอยยิ้มถากถางสมใจ
“ฮ่าๆ คนโง่อย่างเ้าเข้าใจได้ถูกต้องแล้ว นั่นเป็แผนใส่ร้ายลูกชายของเ้าจริงๆ อยากรู้หรือไม่ใครคือผู้วางแผนอันแยบยลนั้น... ฮ่าๆๆ”
“อ้อ ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ข้ายังบอกกับเ้าไม่หมด ไม่เพียงแค่รัชทายาทกับเซี่ยชินอ๋องเท่านั้นที่ต้องตายอย่างทรมาน แต่ยังมีองค์หญิงผิงอันหนิงลูกสาวของเ้าอีกคนด้วย ได้ข่าวว่าเกี้ยวของนางยังออกไปไม่พ้นชายแดนแคว้นเฮยหลงเลยด้วยซ้ำ ก็ถูกโจรทะเลทรายปล้นเกี้ยวเ้าสาวไปเสียแล้ว ตอนนี้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไรบ้างก็ไม่รู้บางทีอาจถูกพวกโจรรุมกันข่มเหงย่ำยีก็ได้ หรือไม่ก็หมดแรงตายอยู่ใต้ผืนทรายที่ไหนสักแห่งกระมัง ฮ่าๆๆ”