“ไอ้หนู วันนี้ฉันนึกว่าแกจะไม่มาอีกแล้ว เอาบะหมี่มาให้ฉันอีกเร็วฉันขอ 2 ชามเลยวันนี้ ”
แอนเดอร์สันยิ้มให้กับลุงขายอาวุธเวทมนตร์ที่อยู่แผงด้านข้าง วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการเดินทางมายังมิสเทอรี่ เขายังคงอยู่ในเมืองไม่ได้เดินทางไปไหน เนื่องจากว่าเขาสามารถหาตั๋วได้ด้วยการอยู่ภายในเมือง จึงพยายามเก็บตั๋วให้ได้มากที่สุดก่อน
“เออลุง ดูเหมือนว่าผมจะขายให้ลุงไม่ได้แล้วล่ะ”
รอยยิ้มแห้งๆส่งไปให้ลุงแผงขายด้านข้าง ด้านหน้าแอนเดอร์สันตอนนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมายเข้ามายืนมุงเพื่อจะรอซื้อบะหมี่ เขาไม่รู้เมื่อวานมีใครพูดอะไรบ้างเกี่ยวกับบะหมี่ที่เขาขาย เดิมทีเขานึกว่าจะไม่มีใครซื้อ วันนี้กลับเต็มไปด้วยนักเวทย์มากมายมารอดูบะหมี่ของเขา
“ไอ้หนู แกจะขายไหมบะหมี่ รีบๆนำมันออกมาขายได้แล้ว”
แอนเดอร์สันไม่รีบ เขาทำเพียงเขียนป้ายกระดาษใหม่ จากเดิมเขานึกว่าจะขายไม่ได้ วันนี้เขาจึงจะเพิ่มราคาของมัน เขาจะไม่เพิ่มปริมาณอาหารเพราะต้องการทำให้มันเป็นของล้ำค่าแสนหายากที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการซื้อมัน
“เอาล่ะทุกคน วันนี้ราคาบะหมี่เพิ่มขึ้นเพราะคนต้องการเยอะเกินไป ผมจึงจะขายมันที่ชามละ 50,000 เหรียญ”
ทุกคนตกใจตื่น ราคาอาหาร 50,000 เหรียญแพงเกินไปสำหรับหลายคน
“เฮ่ย! นี่แกกำลังเล่นสนุกอะไรกัน เมื่อวานมันราคาหมื่นเหรียญเท่านั้น วันนี้แกกลับเพิ่มเป็นห้าหมื่นเหรียญต่อชามมันจะไม่มากไปหน่อยเหรอ”
“ขอโทษด้วย ผมขายให้คนที่อยากจะซื้อเท่านั้น ห้าหมื่นคงน้อยไป เอางี้ผมขายชามละหนึ่งแสนก็แล้วกันเพราะผมไม่รู้ว่าจะขายมันวันไหนบ้าง”
แอนเดอร์สันเขียนป้ายใหม่ เหล่านักเวทย์ยิ่งตกใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีกหลังจากรู้ว่าบะหมี่เพียง 1 ชามมีราคาถึงหนึ่งแสนเหรียญ ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครเข้ามาพังแผงขายของแอนเดอร์สัน ด้วยกฎห้ามต่อสู้กันภายในสถานีโคเวีย ส่งผลให้ทุกคนต้องอดทนอดกลั้น จากการถูกจับตามองแอนเดอร์สันเชื่อว่ากฎของที่นี่เคร่งเป็นอย่างมาก เพราะเขายังไม่ถูกใครเข้ามาเล่นงาน ดังนั้นเขาจึงเชื่อว่าการเปิดแผงขายของตัวเองจะอยู่รอดปลอดภัย
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 8 ]
บนใบหน้าของแอนเดอร์สันเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แม้บะหมี่ของเขาจะขายไม่ได้ แต่การติดป้ายของเขาทำให้พ่อค้าหลายคนไม่พอใจที่เขาขายบะหมี่เกินราคาไปจริงจนทำให้ที่นี่เกิดความวุ่นวาย ไม่เพียงเท่านั้นเหล่านักเวทย์มากมายที่เห็นป้ายและต้องการมาซื้อด้วยราคาของวันก่อนล้วนโกรธเขาจนส่งผลให้ระบบเตือนภัย แอนเดอร์สันจึงฉีกยิ้มดีใจเพราะถ้าวันนี้ผ่านไปได้เขาจะได้ตั๋วอีก 80 ใบ
“บะหมี่ชามละแสน ไม่แพงโคตรถูก ใครอยากชิม เชิญ!”
แอนเดอร์สันร้องตะโกนเป็นช่วงๆพลางทำตัวเหมือนกับว่าราคาบะหมี่ของเขาเป็นราคาที่ถูกแสนถูก ทันใดนั้นเขาก็เห็นลุงแผงขายด้านข้างกำลังนั่งชั่งใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อ เขาจึงหันไปถาม
“ลุง ลุงพอจะรู้ข้อมูลสถานที่แปลกๆ หรือสถานที่ที่นักเวทย์พากันไปไหม”
“หืม มีอะไรไอ้หนู ข้อมูลของฉันมีไม่มากแต่มันก็ไม่ฟรีนะ”
“เอางี้ไหมลุง ลุงหาข้อมูลให้ผม ทุกครั้งที่ผมมาหา ลุงจะต้องมีข้อมูลดีๆเช่นพื้นที่ล่าที่เกิดขึ้นใหม่ หรือข่าวนักเวทย์กำลังพากันทำอะไร พวกเขาไปที่ไหน หากลุงหาข่าวให้ผมล่ะก็ ผมจะมอบบะหมี่ให้ลุงเลย”
“ 2 ชาม”
“ได้ ผมให้ 2 ชาม” แอนเดอร์สันยื่นบะหมี่ให้โดยไม่แสดงความรู้สึกหวงเลยสักนิด
“แล้วแกอยากรู้อะไรล่ะไอ้หนู ช่วงนี้สถานีโคเวียคึกคักมากเลยล่ะ”
“ทำไมถึงคึกคักอย่างนั้นเหรอครับ” แอนเดอร์สันถาม ตอนนี้เขาผูกมิตรกับลุงแผงขายได้แล้ว แม้ในสถานที่แห่งนี้จะมีสำนักงานสำหรับขายข่าวโดยเฉพาะ แต่การจะไปซื้อข่าวเลยเขาคาดว่าตัวเองจะหมดเยอะ ดังนั้นจึงต้องรู้ข้อมูลคร่าวๆก่อนแล้วจึงเดินทางไปซื้อข่าวที่ละเอียดมากกว่าเดิมจากสำนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับการขายข่าว
“เมื่อเช้า ฉันได้ยินมาว่ามีนักเวทย์หลายกลุ่มเคลื่อนไหวเข้ามาในสถานีพร้อมกัน เห็นหลานฉันบอกว่ามีเรื่องบางอย่างทำให้นักเวทย์เคลื่อนไหว”
“เรื่องอะไรเหรอลุง”
“มีเด็กของตระกูลใหญ่เข้ามาในสถานี เห็นว่าชื่อแอนเดอร์สันจากตระกูลสกอร์เปี้ยนส์”
“แค่เด็กมาคนเดียวทำไมต้องเคลื่อนไหวกลุ่มใหญ่มากขนาดนั้นล่ะลุง”
“หลานฉันบอกว่ามีใครบางคนให้ค่าหัวแอนเดอร์สันสกอร์เปี้ยนส์เอาไว้สูงมาก ใครที่จัดการจะได้รับเงินถึง 100 ล้านเหรียญเลยทีเดียว”
แอนเดอร์สันย่นคิ้ว เขาไม่นึกว่าตัวเองจะสร้างแรงกระเพื่อมมากขนาดนี้ เพียงแค่ก้าวเท้าเข้ามาในสถานีโคเวียผู้คนมากมายต่างต้องการฆ่าเขา อย่างไรก็ตามมันกลับเป็นเรื่องดีสำหรับเขา ถ้ารอดไปได้ตั๋วมหาศาลจะกลายเป็นพลังให้เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ในช่วงที่อยู่ภายในเมืองเขาสามารถเก็บตั๋วได้โดยไม่จำเป็นต้องล่าเพราะทุกคนที่ต้องการฆ่าทำได้เพียงมองจ้องเขาจากระยะไกลเพื่อหาจังหวะที่เขาจะก้าวเท้าออกไปจากเมือง
อย่างไรก็ตามแอนเดอร์สันกลับนั่งเท้าคางคิดถึงอำนาจผู้ที่สามารถใส่ค่าหัวให้เขาได้ การที่มีคนตั้งค่าหัวของเขาเพื่อให้ผู้คนมากมายมาไล่ล่าจะต้องเป็นคนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์อย่างแน่นอน สาเหตุที่เขาคิดแบบนี้ก็เพราะว่าคนของสกอร์เปี้ยนส์ขึ้นชื่อว่าเป็นตระกูลทรงอำนาจและป่าเถื่อน การจะมีใครไล่ล่าคนในตระกูลสกอร์เปี้ยนส์เกิดขึ้น เหล่าคนที่ล่าจะต้องเตรียมใจด้วยว่าพวกมันจะถูกสกอร์เปี้ยนส์ไล่ล่าเช่นกันเพราะมันถือเป็นการหยามศักดิ์ศรี
การมีคนตั้งค่าหัวแบบนี้แอนเดอร์สันจึงมั่นใจว่าจะต้องเป็นพี่สักคนแน่นอน ต่อให้จะมีคนไล่ล่าเขาเกิดขึ้น หากพี่ชายเขาสักคนออกหน้ารับเรื่องก็จะดูเบาลงในทันที
“ลุง มีข่าวอะไรอีกไหมนอกจากข่าวค่าหัวแอนเดอร์สัน”
“มีอีกข่าวที่น่าสนใจ เห็นนักเวทย์ส่วนมากกำลังให้ความสนใจกับหน้าผาปีกหัก ว่ากันว่าตอนนี้ใกล้ฤดูเก็บสมุนไพรที่อยู่บนหน้าผาแล้ว”
“สมุนไพรอะไรอย่างนั้นเหรอลุง”
“ฉันก็ไม่รู้จักชื่อของมัน เห็นเขาว่ากันว่ามันคือสมุนไพรที่สามารถเพิ่มพลังเวทย์ให้ได้ 1 ปี สามารถกินได้ 10 ผลต่อคน”
แอนเดอร์สันฉีกยิ้ม เขารู้จักสถานที่ที่จะไปเก็บตั๋วจำนวนมากจากผู้คน อย่างไรก็ตามเขาจำเป็นต้องคิดก่อนว่าจะไปในรูปลักษณ์ไหน เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะเปิดเผยตัวเพื่อยั่วยุผู้คนมากมาย แต่ตอนนี้เขายังไม่ได้เดินทางออกไปไหนผู้คนก็จับจ้องหวังจะฆ่าเขาแล้ว สำหรับแอนเดอร์สันการถูกจับจ้องจนระบบทำงานเป็นเรื่องดี ทว่าถ้าเปิดเผยตัวตนตั้งแต่อยู่ในเมืองเขากลับกลัวว่าตัวเองจะไปไม่ถึงหน้าผาปีกหัก
“ลุง แล้วมันจะเก็บได้ตอนไหนกัน”
“อีก 5 วัน ตอนนี้นักเวทย์หลายคนก็เริ่มทยอยไปปักหลักอยู่ที่ใต้ผาเตรียมตัวขึ้นไปเก็บมันแล้ว”
แอนเดอร์สันให้บะหมี่กับลุงอีกชามแล้วเก็บแผงขายจากนั้นก็เดินไปยังสะพานข้ามมิติเพื่อกลับไปยังสหพันธ์ ทันทีที่เขาออกมาระบบก็แจ้งเตือนในทันที เขาจึงเดินกลับเข้าไปในสะพานกลับสู่สถานีโคเวียอีกครั้ง
[แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 80 ใบ]
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 6]
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 7]
การแจ้งเตือนจากนักเวทย์ที่จับตามองแอนเดอร์สันดังขึ้นอีกครั้ง จนกระทั่งอันตรายกลับมาสู่ระดับ 8 เช่นเดิม หลังจากเก็บตั๋วระดับ 8 ได้แล้วแอนเดอร์สันจึงเดินทางมุ่งหน้าสู่ประตูบานใหญ่ที่ใช้สำหรับเข้าออกสถานีแห่งนี้อย่างไรก็ตามเขากลับไม่ได้เดินออกจากประตู ทำเพียงเดินไปยืนอยู่ระหว่างกึ่งกลางบานประตูเท่านั้น
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 9]
แอนเดอร์สันฉีกยิ้มกว้างมากกว่าเดิมเมื่อการเคลื่อนไหวของเขาที่แกล้งทำเหมือนกับว่ากำลังจะเดินทางออกจากเมือง ส่งผลให้คนมากมายเคลื่อนไหวมารวมตัวกันรอบๆ ถึงมันจะเป็นการรวมตัวแต่ทุกคนที่คิดจะจัดการกับเขาล้วนแล้วทำตัวเหมือนคนปกติทั่วไป พวกเขาเพียงแค่มายืนกินข้าว และมาจับกลุ่มพูดคุยเท่านั้น ไม่ได้มาตั้งกองกำลังหวังจะฆ่าแอนเดอร์สันอย่างโจ่งแจ้ง หากเป็นมุมมองของคนที่ไม่รู้จักแอนเดอร์สันล้วนแล้วมองเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ทั่วไปเท่านั้นที่มีนักเวทย์มารวมกันใกล้ทางออก แต่สำหรับแอนเดอร์สันมันกลับเป็นเหตุการณ์น่ากลัวเพราะมีนักเวทย์มากกว่า 300 คนที่ต้องการฆ่าเขา
พรึ่บ!
สองเท้าวิ่งกลับไปยังสะพานข้ามมิติเช่นเดิมเพื่อกลับไปยังสหพันธ์ ทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนให้ทราบแอนเดอร์สันจึงกระโดดกลับเข้ามาในมิติมิสเทอรี่อีกครั้งแล้วไปยืนอยู่ใต้ประตูทางออก รอให้การแจ้งเตือนอันตรายเพิ่มระดับสูงขึ้นมากกว่า 9
“มันรู้ตัวแล้วว่ามีคนต้องการฆ่ามัน”
เหล่านักเวทย์ที่มาในรูปลักษณ์นักฆ่ามองจ้องแอนเดอร์สัน พวกเขายังไม่สามารถลงมือได้เพราะอยู่ในเขตสถานี แม้ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จะไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้หากลงมือด้านนอกสถานี แต่หากพวกมันลงมือภายในสถานีเมื่อไหร่ต่อให้จะเป็นนายน้อยของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ออกหน้าให้ พวกมันจะต้องตายอยู่ดี
“มีน้อยจังเลย แบบนี้จะฆ่าฉันได้เหรอ”
เสียงพูดเอ่ยออกมาจากปากของแอนเดอร์สัน ทำให้คนที่กำลังเดินผ่านเข้าออกหันมองด้วยความสงสัยว่าแอนเดอร์สันกำลังพูดกับใคร แต่สำหรับกลุ่มคนที่รู้จักเขาและมีเป้าหมายในการฆ่าเขาล้วนแล้วกัดฟันเพราะกำลังถูกเด็กที่มีพลังเวทย์เพียงแค่ 101 ปีดูถูก พวกมันบางคนที่เป็นนักเวทย์ 150 ปี บางคนก็มีพลังเวทย์สูงกว่า 200 ปีล้วนแล้วโกรธที่ถูกพูดถึงแบบนี้
แต่กลับไม่มีนักเวทย์คนไหนโง่พอจะออกไปเผชิญหน้าในตอนนี้ นอกจากจะเข้าหาแอนเดอร์สันได้ยากแล้วเพราะเปิดเผยใบหน้า พวกมันอาจจะถูกเล่นงานด้วยคำสาป ดังนั้นทุกคนจึงรออยู่หน้าประตูอย่างใจเย็น
แตะ
แอนเดอร์สันก้าวเท้าอีกก้าวส่งผลให้นักเวทย์ก้าวเท้าตามมาหนึ่งก้าว เขาจึงฉีกยิ้มก่อนจะหันหลังแล้วก้าวเท้ากลับเข้าไปในสถานีเช่นเดิม
“จะฆ่าทั้งทีมีน้อยแค่นี้มันจะไปสนุกอะไรกัน กำลังดูถูกกันอยู่ใช่ไหม วันนี้ไม่ออกไปดีกว่า พรุ่งนี้เช้าสัก 10.00 น. ฉันจะมาที่นี่อีกครั้ง หากพบว่าพวกแกมีคนเยอะกว่านี้ฉันจะออกไปแน่นอน”
[แจ้งเตือน ท่านตกอยู่ในอันตรายระดับ 10]
แอนเดอร์สันร้องตะโกนก้องด้วยท่าทางไม่กลัวตาย จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในเมืองปล่อยให้นักฆ่ามองตามหลังด้วยความโกรธ ทว่าพวกมันยังคงเก็บความโกรธเอาไว้เพราะอีกฝ่ายขึ้นชื่อว่ามาจากตระกูลแอนเดอร์สัน นอกจากจะป่าเถื่อนแล้วยังไม่มีใครตามทันความคิดของคนในตระกูลนี้ การที่แอนเดอร์สันร้องตะโกนทำให้หลายคนรู้สึกไม่ดี จึงพยายามเว้นระยะห่างเอาไว้ก่อน
[แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 100 ใบ]