บทที่ 55 ประกาศเลิกกับเขาซะ!
เสิ่นจงเฉินยังไม่ทันได้อ่านคอมเมนต์เขาก็ปิด Weibo ลง ริมฝีปากเม้มแน่น มุมปากสั่นระริก นิ้วจิ้มลงบนหน้าจอหลายครั้งกว่าจะโทรหาเสิ่นเจียได้
“ฮัลโหลคะ คุณพ่อ” เสียงของเสิ่นเจียฟังดูหอบเล็กน้อย แค่ฟังก็รู้ว่าทั้งสองคนกำลังแนบชิดกันอยู่
ความโกรธของเสิ่นจงเฉินพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เขาตวาดลั่น “เสิ่นเจีย แกจะเอาแต่คลุกคลีอยู่บนเตียงผู้ชายแบบนี้ไปถึงไหน! ยังมีความละอายใจอยู่บ้างไหม!!”
“พ่อ?” เสิ่นเจียถึงกับพูดไม่ออก ดูเหมือนเธอจะเดินไปคุยที่มุมห้อง น้ำเสียงฟังดูน้อยใจ “ทำไมพ่อพูดกับหนูแบบนี้ละคะ? พ่อก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าอาหวี่ไม่ได้ทรยศพวกเรา เขาต้องการให้หนูปลอบใจ…”
“เขาต้องการ แกก็ให้อย่างนั้นเหรอ? ฉันดูแกในตอนนี้แล้ว โง่ไม่ต่างอะไรกับเสิ่นเมิ่งเมื่อก่อนแล้ว! เอาตัวเข้าแลก ทั้งยังทุ่มเทให้ผู้ชายโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง!” เสิ่นจงเฉินหัวเสีย ยิ่งด่ายิ่งฟังดูรุนแรง “ตอนนี้แกออกมาจากโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ กลับบ้าน!! แล้วก็ห้ามไปเจอเมิ่งเจียง อวี่อีก!”
นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเท่าที่เสิ่นจงเฉินคิดออก
เรื่องความสัมพันธ์ของเสิ่นเจียกับเมิ่งเจียงอวี่ถูกเปิดเผยเป็นที่เรียบร้อย บทความบอกเลิกของเสิ่นเมิ่งยิ่งตอกย้ำความชั่วร้ายของทั้งคู่ให้ทุกคนประจักษ์ และเรื่องทั้งหมดนี้เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังชักใยอยู่เบื้องหลัง และอีกไม่นานเรื่องนี้ก็จะมาถึงตัวเขา
เรื่องชู้สาวของชายหญิงก็เป็นแค่ข่าวฉาว ไม่สามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงอะไรได้ แต่ถ้าเรื่องที่เขาและเสิ่นเจียส่งเมิ่งเจียงอวี่ไปหลอกลวงเสิ่นเมิ่ง เพื่อหวังจะฮุบสมบัติของตระกูลเสิ่นถูกเปิดเผยขึ้นมา เรื่องนี้คงยุ่งแน่
ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือรีบกลบข่าวเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และทางเดียวที่จะทำได้คือให้เสิ่นเจียเลิกกับเมิ่งเจียงอวี่ เตะเมิ่งเจียงอวี่ที่ไม่เหลือประโยชน์อะไรแล้วทิ้งไป
แบบนี้เรื่องมันจะได้ไม่บานปลายใหญ่โตไปกว่านี้!
“พ่อคะ พูดอะไรน่ะ? พวกเราเพิ่งจะเปิดเผยความสัมพันธ์กัน สามารถอยู่ด้วยกันอย่างเปิดเผยได้แล้ว ทำไมพ่อถึงบังคับให้พวกเราเลิกกัน?”เสิ่นเจียตกใจ เธอใช้เวลาสักพักจึงร้องออกมา
“บอกให้เลิกก็เลิกซะ!” เสิ่นจงเฉินไม่อยากจะอธิบายเหตุผลอะไรกับลูกสาวคนนี้อีกแล้ว เขาออกคำสั่งด้วยความไม่สบอารมณ์ “ไม่ใช่แค่เลิกกันเท่านั้น แต่ต้องประกาศชัดเจนใน Weibo ด้วย บอกว่าที่ผ่านมาโดนมันหลอกเหมือนกัน ตอนนี้กลับตัวกลับใจแล้ว!”
“หนูไม่เห็นด้วย! พ่อ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยคะ?!” จนถึงตอนนี้ เสิ่นเจียก็ยังไม่ได้ดู Weibo
เสิ่นจงเฉินปวดหัวหนักกว่าเดิม เขาพูดด้วยความโมโห “ไปดู Weibo ซะ! ถ้าไม่ทำตามที่พ่อบอก ก็ไม่ต้องกลับบ้าน อีกหน่อยตระกูลเสิ่นก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเธอแล้ว!”
พูดจบ เขาก็วางสายโทรศัพท์ทันที เอนหลังพิงเบาะมองท้องฟ้าสีเทานอกหน้าต่างอย่างเหนื่อยล้า
วันนี้ทั้งวันช่างน่าอึดอัดใจจริง ๆ!
จริง ๆ แล้ว คนที่รู้สึกอึดอัดไม่ใช่แค่เสิ่นจงเฉินคนเดียว เสิ่นจงเฉิงที่เพิ่งขึ้นรถกลับบ้านกับลู่ผิงก็รู้สึกอึดอัดใจไม่แพ้กัน
เขาเร่งคนขับรถให้รีบไป พร้อมกับหันไปถามภรรยาข้าง ๆ
“พี่ใหญ่เป็นอะไรไปเนี่ย ตอนที่เมิ่งเมิ่งคบกับเมิ่งเจียงอวี่ เขาก็บอกว่าไอ้เด็กนั่นมันดีแต่พูดจาหว่านล้อม หลอกลวงคนไปทั่ว ไม่คู่ควรจะเป็นลูกเขยตระกูลเสิ่น ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลายเป็นยอมรับมันเป็นลูกเขยได้ล่ะ?”
“เรื่องนั้นฉันจะไปรู้ได้ยังไงกันละคะ” ลู่ผิงเองก็รู้สึกไม่พอใจอยู่เต็มอก “ฉันก็แค่สงสารเมิ่งเมิ่งของพวกเรา เธอแค่กำลังมีความรักในช่วงวัยที่สวยงาม ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอคนแบบนี้ แล้วยังต้องมาเจอกับเรื่องแย่ ๆ อีกมากมายขนาดนี้!”
สีหน้าของเสิ่นจงเฉิงก็ดูไม่สู้ดีนัก เขาเม้มปากแน่น ไม่กล้าพูดอะไรอีก
แต่ลู่ผิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเขาไป เธอจ้องเขาเขม็ง “ทั้งหมดก็เป็นเพราะพี่ชายของคุณนั่นแหละ! เหอะ ลูกสาวเขานี่ร้ายกาจมาก คอยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเมิ่งเมิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ แถมยังร้ายลึกซะด้วย! ลูกสาวที่พี่ชายของคุณสอนสั่งมานั้นช่างดีจริง ๆ !”