หงุดหงิด อยากตบเกรียน แต่ดันลื่นล้มทะลุมิติมาก่อนซะได้!!!

    ตอนที่ 5 ใช่แล้วล่ะ มันก็แค่ฝันกลางวัน!!!

    "จากเถ้าธุลีได้หวนคืนสู่ชีวิต ในค่ำคืนที่ดวงจันทราได้สาดแสงสีแดงฉานลงมาบนพื้นโลก คือวันที่ปีศาจร้าย ซาตาน ได้หวนคืนสู่พื้นโลก" บุรุษในชุดเกราะอัศวินผู้องอาจได้กล่าวเช่นนั้นออกมาด้วยท่าทางที่เรียบเฉย สายตาจับจ้องไปยังผืนฟ้า ที่ถูกหยาดย้อมไปด้วยแสงจันทราสีแดงฉานตามตำนานที่ได้ถูกเล่าขาน "ก็แค่เรื่องไร้สาระ" เขาว่าเช่นนั้นพร้อมกับสบัดศีรษะ ขับไล่ความคิดอันไร้สาระให้ออกไปจากหัวสมองวันนี้เป็นวันที่ทางอาณาจักรไม่อาจอดกลั้นความอดทนที่มีต่อลัทธิบูชา ซาตาน ได้อีกแล้ว เจ้าหญิงเพียงพระองค์เดียวผู้เป็นแก้วตาดวงใจขององค์จักรพรรดิ์ของพวกเขาได้ถูกพวกมันลักพาตัวไป เพื่อที่จะใช้เป็นเครื่องสังเวย เส้นด้ายแห่งความอดทนได้มาถึงขีดสุดเมื่อเหล่าสายลับที่ส่งไปตายหมด โดยที่ไม่สามารถหาข้อมูลขององค์หญิงได้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทำให้สถานการณ์ได้มาถึงจุดแตกหักเช่นนี้ไม่ว่าพวกมันจะเป็นใคร แต่ในวันนี้พวกมันทั้งหมดจะต้องถูกกวาดล้าง..."จากหน่วยสอดแนมที่ถูกส่งไป ทำให้เราได้รู้ว่าฝ่ายนั้นได้มีเบื้องหลังที่ไม่ได้มีแค่ตัวตนที่แข็งแกร่งอย่าง มหาจอมเวทย์ ขั้นกลาง และสมบัติที่น่าสั่นครามอีกหลายชิ้น หากแต่ยังมี มหาจอมเวทย์ ชั้นสูงอยู่อีกหนึ่งคน" น้ำเสียงที่เคร่งเครียดตัวตนระดับ มหาจอมเวทย์ นั้นคือตัวตนที่ผู้คนต่างเคารพบูชา และเทิดทูดประดุจดั่งทวยเทพผู้ปกปักษ์พวกเขา ผู้ที่บนโลกใบนี้มีแค่เพียงหยิบมือ นี่เป็นครั้งแรกของเขาในรอบสิบปี ที่ได้ปรากฏบรรยากาศที่ตึงเครียดผิดแปลกไปจากทุกที ที่มักจะทำตัวสบายๆ"เห็นทีว่างานนี้อาจจะไม่ง่ายเสียแล้ว" ไม่นานสตรีในชุดเกราะสีทองอร่ามก็ได้ก้าวเข้ามาหาเขา"ขณะนี้กองทัพเราพร้อมแล้วค่ะท่าน"ในตอนนั้นเองนัยน์ตาของเขาก็พลันสุกสว่างเปี่ยมไปด้วยประกายสีทองระยิบระยัับ พลังเวทย์อันเข้มข้นได้แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง ราวกับจะหยาดย้อมผืนฟ้าให้ได้ถึงแม้ว่าจะไม่ง่าย แต่เขาจะต้องจัดการกับพวกมันให้ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม"ในนามของผู้พิทักษ์ เราจะล้างบางไอ้ลัทธิเลวทรามนั่นให้หมดในวันนี้ที่พวกมันคิดว่าไอ้เทพมารซาตานอะไรนั่นจะลงมาจุติทุกนายเดินหน้า!!!"เสียงที่ดังกระหึ่มไปทั่วทั้งรัศมีร้อยกิโลเมตร ก่อนที่เหล่าทหารจำนวนนับแสนนายจะก้าวเท้าออกไปเบื่องหน้า สั่นสะเทือนผืนแผ่นดิน ก่อให้เกิดเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่ตระการตา...
    ***
    ทิศใต้สุดขอบของอาณาจักรแห่งแสง ที่รู้จักกันในอีกนามๆหนึ่งว่า อาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ มันคือสถานที่ซึ่งไม่มีผู้ใดที่ก้าวเข้ามาแล้วกลับไปได้ สถานที่ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของลัทธิที่แข็งแกร่ง กองกำลังที่ไม่ด้อยไปกว่า ราชอาณาจักร"แล้วองค์หญิงของไอ้พวกนั้นล่ะ?" คำถามที่ถูกเอ่ยออกมาจากชายชราที่มีบรรยากาศด้านลบล้อมอยู่รอบกาย"เราได้เตรียมตัวเธอพร้อมแล้วครับท่าน แต่ว่า..."ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับชายชราได้กล่าวตอบด้วยท่าทางที่แสดงออกถึงความนอบน้อม แม้เขาจะเป็นถึงผู้นำลัทธิก็ยังไม่กล้าทำตัวกำแหงต่อหน้าพลังระดับ มหาจอมเวทย์ ขั้นสูงสุด ของชายชรา ที่ขาดอีกเพียงนิดก็จะย่างก้าวเข้าสู่ระดับตำนานที่ยิ่งใหญ่อย่าง ราชันย์จอมเวทย์ ที่ยิ่งใหญ่ผู้หนึ่ง ดุจดั่งในตำนานที่ถูกเล่าขานมา"แต่อะไร?""เราได้พบกับนี่ครับ"ผู้นำลัทธิไม่ว่าเปล่าเขาได้นำตัวหญิงสาวผู้หนึ่งออกมาจากมิติส่วนตัว เพื่อแสดงให้แก่ ชายชรามันไม่ใช่ร่างของใครที่ไหนหากแต่เป็นร่างที่หลับไหลไร้สติของนางเองเรื่องเรา เอเลนทันทีที่ชายชราได้มองไปยังหญิงสาว เปลือกตาที่เหี่ยวย่นของเขาก็พลันเบิกกว้าง มองไปยังร่างนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านไปด้วยความปิติยินดี"ถ้าเป็นเธอคนนี้...ถ้าเป็นเธอ... มันจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน จะรอช้าอยู่ใย รีบนำตัวเธอไปทำพิธีกรรมซะ!!!""ครับ"ผู้นำลัทธิได้พุ่งทะยานร่างหายไป พร้อมกับ เอเลน ในเสี้ยววินาทีต่อมา..."ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!"เสียงหัวเราะที่น่าสยดสยองจากชายชราได้ดังออกมาอย่างบ้าคลั่ง...
    ***
    นี่ฉันหลับไปนานแค่ไหนกันนะ? รู้สึกว่าจะเป็นตอนที่จัดการกับไอ้พวกคลั่งลัทธินั่นสำเร็จสินะ?หืม! แล้วทำไมรอบกายเรามันดำมืดไปหมดเลยล่ะ? แหม่ๆคงเป็นฝันสินะ ฮะ ฮะ ฮะ ก็แหม่ มันจะเป็นไปได้อย่างไรกันล่ะ กับไอ้บอลไฟลอยได้ เวทมนตร์ อะไรกันล่ะนั่น ของแบบนั้นมันจะไปมีจริงเสียที่ไหนกันเล่า จะมีก็แต่ในโลกสมมุติเท่านั้นนั่นแหละ! ใช่แล้วมันก็แค่ฝันกลางวัน ไม่ก็ฝันตอนกลางคืน ลองคิดดูสิคะว่าคนดีมีเมตตาอย่างฉันจะกล้าลงมือฆ่าคนกับมือตนเองด้วยเหรอ? ใช่มันต้องเป็นฝันกลางวันแน่ๆ ตอนนี้ฉันก็ทำแค่เพียงรอคอยให้ตื่นจากฝันแปลกๆนี่ โถๆ ทำไมตัวฉันถึงได้ฝันอะไรแปลกๆแบบนี้กันน้า??เอ ว่าแต่ทำไมจู่ๆร่างกายเรามันก็ร้อนขึ้นเรื่อยๆกันเนี่ย!??ปกติเรานอนในห้องแอร์นี่นา จะร้อนได้อย่างไร ไม่ได้ไฟไหม้สักหน่อย ใช่แล้วระบบรักษาความปลอดภัยที่บ้านก็ชั้นหนึ่งเลย ใช่แล้วไม่ต้องเป็นกังวลแต่ตอนนี้มันร้อนสุดๆไปเลยนะ แถมยังรู้สึกสมจริงสุดๆจนเมินมันไม่ได้เลยด้วย!ในตอนนั้นเองก็คล้ายกับว่าสกิลเอาตัวรอดของฉันมันจะกู่ก้องกังวาลออกมาอย่างบ้าคลั่งว่า "ตื่นซะ!!!" ทำให้เปลือกตาที่ปิดสนิทพลันเปิดขึ้น การตื่นตัวได้หวนคืนกลับมา และมันก็ได้ทำให้ฉันถึงกับตกตะลึงถึงขีดสุด กับภาพเบื้องหน้าที่แดงฉานไปด้วยเปลวเพลิงที่ร้อนระอุอ้าวเห้ย!!!!!! นี่มันเรื่องจริงนี่!!!!
    โถๆๆๆๆๆ น้อนจะรอดได้ไหมนะ น่าฉงฉาน

    error loaded
    พิมพ์คำอธิบายที่นี่