มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 47 ประมูลโอสถ

            จากตำแหน่งที่นั่ง กังหลงกวาดมองไปรอบๆ มองเห็นสายตาทุกผู้คนทั้งวัยหนุ่มและวัยชราภายในห้องประมูล ล้วนจับจ้องไปยังสตรีงามกลางเวทีด้วยสายตาที่ลุ่มหลงทั้งสิ้นแม้กังหลงจะเยาว์วัยแต่ด้วยพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็งเกินวัย ถึงจะโดนเสน่ห์หญิงงามเพียงชั่วครู่ก็สามารถควบคุมจิตใจได้  และด้วยสายตาอันแหลมคมกังหลงสามารถมองออกได้คนส่วนใหญ่ในห้องนี้ล้วนมาที่นี่เพราะนางแทบทั้งสิ้น

     

           สายตากังหลงมองสินค้าในมือเฟิ่งหลานแต่ละชิ้นเมื่อทราบราคาที่ตั้งไว้เบื้องต้น ก็เลิกสนใจเนื่องจากขณะนี้ตนยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อหา และของเหล่านี้ก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้  นั่งมองดูหลายหลายคนที่พยายามเยื้อแย่งของที่มองดูไร้ค่ายามปกติ แต่ตอนนี้เมื่อมาอยู่ในมือหญิงงามกลับล้ำค่าในสายตาของคนเหล่านั้น

     

           เมื่อกลางเวทีไม่มีสิ่งน่าสนใจกังหลงจึงกวาดมองสายตาไปรอบ ๆ ทันใดสายตาได้ไปสะดุดเข้ากับบุคคลที่นั่งแถวหน้า บุคคลที่ตนเคยพบพานมาในระยะเวลาอันใกล้นี้ "หม่าซาน" "เยี่ยนซื่อ" "เยี่ยนซาน"

     

            เบื้องหลังนั่งไว้ด้วย "หม่าเทียนหลง" ผู้นำตระกูลหม่า   "เยี่ยนต้าหยวน" ผู้นำตระกูลเยี่ยน  เมื่อเป็นเช่นนี้กังหลงเริ่มเอะใจ หลับตาสำรวมจิตแผ่สำรวจออกรอบ ๆ

     

            ภายในห้องประมูล พบมีผู้มีพลังฝีมือระดับปราณขุนพลระดับห้าจำนวนห้าคน ในห้าคนนี้นับรวมหม่าเทียนหลงผู้นำตระกูลหม่าและเยี่ยนต้าหยวนผู้นำตระกูลเยี่ยนอยู่ในนี้ด้วย  อีกสามคนตนไม่รู้จัก

     

            ในนี้ยังมีผู้มีระดับปราณยุทธระดับปราณขุนพลระดับหกเพียงหนึ่งคนคือปรมาจารย์หลิวกู่และมีผู้ที่ระดับปราณสูงสุดอยู่ที่ปราณขุนพลระดับเจ็ดหนึ่งคนอยู่ในสำนักประมูลบุคคลนี้คงเป็นนักสู้ที่เฝ้าประตูด้านหน้าเป็นแน่แท้ ส่วนคนอื่น ๆล้วนมีระดับปราณที่ต่ำกว่าปราณขุนพลระดับห้าทั้งสิ้น 



            กังหลงแผ่ปราณจิตสำรวจไปยัง หม่าซาน เยี่ยนซื่อ เยี่ยนซานคู่อริทั้งสาม หม่าซานยังอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นสุดเยี่ยนซื่อและเยี่ยนซานเลื่อนไปอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นห้าแล้ว  กังหลงครุ่นคิดขึ้น

     

           "บุคคลเหล่านี้ล้วนอยู่กันพร้อมหน้าในสำนักประมูลแห่งนี้หรือที่นี่กำลังจะเปิดประมูลสิ่งของใดที่ดึงดูดความสนใจของหลายคนเหล่านี้"

     

            "อะไรกันถึงได้ดึงดูดผู้ฝึกยุทธน้อยใหญ่รวมทั้งผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนให้มาที่นี่ได้..!!หรือจะเป็นเพราะสตรีงามผู้นี้เป็นสาเหตุ ?" กังหลงครุ่นคิดอย่างใคร่รู้

     

           นั่งดูลีลาการแสดงของสาวงามบนเวที กังหลงไม่อาจไม่ยอมรับว่าสตรีงามที่มีนามว่าเฟิ่งหลานนางนี้เป็นมือดีในการสร้างบรรยากาศผู้หนึ่งสำเนียงอันไพเราะเพราะพริ้งที่กระชากจิตวิญญาณ รอยยิ้มอันชวนลุ่มหลง กิริยาอาการต่าง ๆที่ผสมผสานกันของนางล้วนส่งผลให้ราคาสิ่งของในห้องประมูล พุ่งทะยานขึ้นสูงพรวดพราด

     

           และทุกครั้งที่นางส่งยิ้มอันพราวเสน่ห์ไปยังบริเวณที่เสนอราคาสูงขึ้นผุู้เสนอราคาที่สูงถึงกับลืมเลือนความเสียดายไปสิ้นกลับกลายเป็นฮึกเหิมต้องการเอาชนะและแสดงกำลังความสามารถของตนให้สตรีงามประทับใจ       



            บรรยากาศการประมูลภายใต้การดำเนินการของโฉมสะคราญชุดแดงสดอึกทึกครึกโครมตลอดเวลา

     

           "อื้อ ..ทุกท่านเมื่อสักครู่สำนักประมูลเพิ่งได้รับสินค้าชิ้นใหม่ข้าคิดว่าท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านต้องสนใจมากเป็นแน่"

     

           ดำเนินการประมูลสินค้าก่อนหน้านี้เสร็จสิ้นเฟิ่งหลานพลันกล่าวกลั้วหัวเราะกระซิกอย่างน่ารักมือเรียวงามกลมกลึงขาวผ่องโบกขึ้นวูบ ผู้รับใช้ชราผมสีขาวรีบประคองถาดหยกใบหนึ่งออกมาบนถาดวางไว้ด้วยขวดแก้วใบเล็กใบหนึ่ง

           

           "นี่เป็นโอสถยกระดับปราณ"มือขาวผ่องเรียวงามหยิบขวดโอสถขึ้นมาอย่างทะนุถนอมเสียงหวานหยดย้อยได้สะกดฝูงชนเงียบไปชั่วขณะแต่เพียงครู่เดียวเมื่อผู้คนต่างทราบว่ากล่าวถึงอะไรหลังจากนั้นก็เกิดเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครม  ทั่ววงนักเลง ทั่วทุกเมืองและทุกอาณาจักรสิ่งที่เป็นที่เทิดทูนสูงสุดก็คือโอสถแต่ละชนิดที่ปรุงโดยนักปรุงโอสถระดับต่าง ๆ

     

           "สิ่งนี้สามารถยกระดับปราณของผู้คนสามารถยกระดับได้ทันทีหนึ่งถึงสามขั้นย่อย โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆเมื่อใดที่ผู้ฝึกยุทธกลืนกินโอสถวิเศษนี้ จะสามารถทำให้คนที่อยู่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งถึงระดับสามเลื่อนระดับขั้นทันทีถึงสามขั้นย่อย "

     

           "คนที่อยู่ระดับปราณขุนพลระดับสี่ถึงระดับหกหากได้กลืนกินสามารถเลื่อนขั้นทันทีสองขั้นย่อย"

     

           "คนที่อยู่ระดับปราณขุนพลระดับเจ็ดถึงระดับเก้าหากได้กลืนกินสามารถเลื่อนขั้นทันทีหนึ่งขั้นย่อย"

     

           เมื่อได้ยินสรรพคุณเช่นนี้ต่างเกิดความโกลาหลขึ้น ผู้คนต่างลุกขึ้นสอบถามกันเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์

     

           "เป็นโอสถวิเศษระดับใดมิเคยได้ยินมาว่ามีโอสถแบบนี้!!"

     

           "โอ้ !!ด้วยคุณอันวิเศษนี้ข้าต้องเอามันมาให้ได้ !!"

     

           "มันจะเป็นจริงเช่นที่กล่าวรึ?"

     

           "ใครเป็นผู้คิดค้นและปรุงขึ้นมาข้าอยากเชิญท่านไปพำนักที่ตระกูลชองข้า !!"

     

           "........."

     

           "........."

     

           เสียงอึ่งหมี่ดังไปทั่วห้องประมูลจนเฟิ่งหลานต้องยกมืออันขาวผ่องเรียวงามกวัดแกว่งไปมาทำสัญญาณมือให้ทุกคนเงียบและนั่งลง

     

           "ทุกท่านมิต้องกังวลหรือสงสัยโอสถเม็ดนี้ได้รับการตรวจรับรองและยืนยันจากปรมาจารย์หลิวกู่นักปรุงโอสถของสำนักประมูลเชียงหยางเป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกท่านก็ทราบกฎของสำนักประมูลแล้ว..สินค้าใดเมื่อทางสำนักประมูลเชียงหยางเป็นผู้รับรองและจัดประมูลขึ้นหากมีปัญหาใดหรือใช้งานไม่ได้จริงตามที่สำนักประมูลกล่าวทางสำนักประมูลย่อมยินดีชดใช้คืนเงินให้เป็นสองเท่า" 

     

           "นี่เป็นโอสถระดับห้าระดับต่ำมีชื่อว่าโอสถโสฬส  คิ.คิ..หากทุกท่านต้องการยกระดับปราณให้สูงขึ้นและประหยัดเวลาในการฝึกปรือเช่นนั้นก็อย่าได้ปล่อยให้หลุดมือไปเชียว !! "

     

           "โอสถระดับห้า ?"  สามารถยกระดับปราณได้หนึ่งถึงสามขั้นย่อย ? โอสถโสฬส !!  แม่นางเฟิ่งหลาน โอสถนี้สามารถกลืนกินได้ไม่จำกัดหรือไม่?!!

     

           มีผู้สอบถามขึ้นมา เสียงต่าง ๆ ได้เงียบลงทันทีเมื่อได้ยินคำถามนี้  หากโอสถนี้มีข้อจำกัดในการกินที่ทำให้ไม่คุ้มค่าความต้องการโอสถก็จะลดถอยลงอย่างแน่นอนสตรีงามนามเฟิ่งหลานเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็แย้มยิ้มและกล่าวตอบด้วยเสียงอันไพเราะสะกดทุกผู้คนให้เงียบสนิททันที

     

           "โอสถนี้ไม่มีข้อจำกัดในการกินเพื่อยกระดับขั้นย่อยของปราณขุนพลแต่ละระดับแต่ไม่สามารถช่วยให้ก้าวผ่านระดับปราณจากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่งได้"

     

           ได้ยินเช่นนั้นทุกผู้คนคล้ายยากจะต้านทานสรรพคุณของโอสถเม็ดนี้ได้ ต่างปรารถนาจะเป็นเจ้าของ  เพราะด้วยสรรพคุณที่แม่นางเฟิ่งหลานกล่าวมาจะช่วยย่นระยะเวลาในการฝึกปรือลงได้หลายปี

     

           กังหลงเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก  ดูท่าโอสถเม็ดนี้น่าจะทำเงินให้ตนพอสมควรสงบใจแล้วรอดูวิธีการประมูลของสตรีงามชุดแดงต่อไป

     

           "คิ..คิ ราคาเริ่มต้นของโอสถเม็ดนี้อยู่ที่สามหมื่นเหรียญทองเชิญทุกท่านเสนอราคาได้"

     

           เฟิ่งหลานประกาศออกมาด้วยรอยยิ้มสายตากลอกมองไปโดยรอบ วนมาจนไปหยุดที่ผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนและจอมยุทธแถวหน้าหลายท่านที่ดูท่าทางภูมิฐาน  นางชัดเจนยิ่งว่า กลุ่มคนด้านหน้านี้คือบุคคลสำคัญของการแข่งขันประชันกันในวันนี้

     

           "สามหมื่นหนึ่งพัน"  สิ้นเสียงเฟิ่งหลานมีคนตะโกนขึ้นมา

     

           "สามหมื่นหนึ่งพันห้าร้อย"เสียงเสนอราคาเพิ่มตามหลังมาติด ๆ