จากตำแหน่งที่นั่ง กังหลงกวาดมองไปรอบๆ มองเห็นสายตาทุกผู้คนทั้งวัยหนุ่มและวัยชราภายในห้องประมูล ล้วนจับจ้องไปยังสตรีงามกลางเวทีด้วยสายตาที่ลุ่มหลงทั้งสิ้นแม้กังหลงจะเยาว์วัยแต่ด้วยพลังจิตวิญญาณอันกล้าแข็งเกินวัย ถึงจะโดนเสน่ห์หญิงงามเพียงชั่วครู่ก็สามารถควบคุมจิตใจได้ และด้วยสายตาอันแหลมคมกังหลงสามารถมองออกได้คนส่วนใหญ่ในห้องนี้ล้วนมาที่นี่เพราะนางแทบทั้งสิ้น
สายตากังหลงมองสินค้าในมือเฟิ่งหลานแต่ละชิ้นเมื่อทราบราคาที่ตั้งไว้เบื้องต้น ก็เลิกสนใจเนื่องจากขณะนี้ตนยังไม่มีเงินพอที่จะซื้อหา และของเหล่านี้ก็ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ นั่งมองดูหลายหลายคนที่พยายามเยื้อแย่งของที่มองดูไร้ค่ายามปกติ แต่ตอนนี้เมื่อมาอยู่ในมือหญิงงามกลับล้ำค่าในสายตาของคนเหล่านั้น
เมื่อกลางเวทีไม่มีสิ่งน่าสนใจกังหลงจึงกวาดมองสายตาไปรอบ ๆ ทันใดสายตาได้ไปสะดุดเข้ากับบุคคลที่นั่งแถวหน้า บุคคลที่ตนเคยพบพานมาในระยะเวลาอันใกล้นี้ "หม่าซาน" "เยี่ยนซื่อ" "เยี่ยนซาน"
เบื้องหลังนั่งไว้ด้วย "หม่าเทียนหลง" ผู้นำตระกูลหม่า "เยี่ยนต้าหยวน" ผู้นำตระกูลเยี่ยน เมื่อเป็นเช่นนี้กังหลงเริ่มเอะใจ หลับตาสำรวมจิตแผ่สำรวจออกรอบ ๆ
ภายในห้องประมูล พบมีผู้มีพลังฝีมือระดับปราณขุนพลระดับห้าจำนวนห้าคน ในห้าคนนี้นับรวมหม่าเทียนหลงผู้นำตระกูลหม่าและเยี่ยนต้าหยวนผู้นำตระกูลเยี่ยนอยู่ในนี้ด้วย อีกสามคนตนไม่รู้จัก
ในนี้ยังมีผู้มีระดับปราณยุทธระดับปราณขุนพลระดับหกเพียงหนึ่งคนคือปรมาจารย์หลิวกู่และมีผู้ที่ระดับปราณสูงสุดอยู่ที่ปราณขุนพลระดับเจ็ดหนึ่งคนอยู่ในสำนักประมูลบุคคลนี้คงเป็นนักสู้ที่เฝ้าประตูด้านหน้าเป็นแน่แท้ ส่วนคนอื่น ๆล้วนมีระดับปราณที่ต่ำกว่าปราณขุนพลระดับห้าทั้งสิ้น
กังหลงแผ่ปราณจิตสำรวจไปยัง หม่าซาน เยี่ยนซื่อ เยี่ยนซานคู่อริทั้งสาม หม่าซานยังอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นสุดเยี่ยนซื่อและเยี่ยนซานเลื่อนไปอยู่ที่ปราณขุนพลระดับสองขั้นห้าแล้ว กังหลงครุ่นคิดขึ้น
"บุคคลเหล่านี้ล้วนอยู่กันพร้อมหน้าในสำนักประมูลแห่งนี้หรือที่นี่กำลังจะเปิดประมูลสิ่งของใดที่ดึงดูดความสนใจของหลายคนเหล่านี้"
"อะไรกันถึงได้ดึงดูดผู้ฝึกยุทธน้อยใหญ่รวมทั้งผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนให้มาที่นี่ได้..!!หรือจะเป็นเพราะสตรีงามผู้นี้เป็นสาเหตุ ?" กังหลงครุ่นคิดอย่างใคร่รู้
นั่งดูลีลาการแสดงของสาวงามบนเวที กังหลงไม่อาจไม่ยอมรับว่าสตรีงามที่มีนามว่าเฟิ่งหลานนางนี้เป็นมือดีในการสร้างบรรยากาศผู้หนึ่งสำเนียงอันไพเราะเพราะพริ้งที่กระชากจิตวิญญาณ รอยยิ้มอันชวนลุ่มหลง กิริยาอาการต่าง ๆที่ผสมผสานกันของนางล้วนส่งผลให้ราคาสิ่งของในห้องประมูล พุ่งทะยานขึ้นสูงพรวดพราด
และทุกครั้งที่นางส่งยิ้มอันพราวเสน่ห์ไปยังบริเวณที่เสนอราคาสูงขึ้นผุู้เสนอราคาที่สูงถึงกับลืมเลือนความเสียดายไปสิ้นกลับกลายเป็นฮึกเหิมต้องการเอาชนะและแสดงกำลังความสามารถของตนให้สตรีงามประทับใจ
บรรยากาศการประมูลภายใต้การดำเนินการของโฉมสะคราญชุดแดงสดอึกทึกครึกโครมตลอดเวลา
"อื้อ ..ทุกท่านเมื่อสักครู่สำนักประมูลเพิ่งได้รับสินค้าชิ้นใหม่ข้าคิดว่าท่านแขกผู้มีเกียรติทุกท่านต้องสนใจมากเป็นแน่"
ดำเนินการประมูลสินค้าก่อนหน้านี้เสร็จสิ้นเฟิ่งหลานพลันกล่าวกลั้วหัวเราะกระซิกอย่างน่ารักมือเรียวงามกลมกลึงขาวผ่องโบกขึ้นวูบ ผู้รับใช้ชราผมสีขาวรีบประคองถาดหยกใบหนึ่งออกมาบนถาดวางไว้ด้วยขวดแก้วใบเล็กใบหนึ่ง
"นี่เป็นโอสถยกระดับปราณ"มือขาวผ่องเรียวงามหยิบขวดโอสถขึ้นมาอย่างทะนุถนอมเสียงหวานหยดย้อยได้สะกดฝูงชนเงียบไปชั่วขณะแต่เพียงครู่เดียวเมื่อผู้คนต่างทราบว่ากล่าวถึงอะไรหลังจากนั้นก็เกิดเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นอย่างอึกทึกครึกโครม ทั่ววงนักเลง ทั่วทุกเมืองและทุกอาณาจักรสิ่งที่เป็นที่เทิดทูนสูงสุดก็คือโอสถแต่ละชนิดที่ปรุงโดยนักปรุงโอสถระดับต่าง ๆ
"สิ่งนี้สามารถยกระดับปราณของผู้คนสามารถยกระดับได้ทันทีหนึ่งถึงสามขั้นย่อย โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆเมื่อใดที่ผู้ฝึกยุทธกลืนกินโอสถวิเศษนี้ จะสามารถทำให้คนที่อยู่ระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งถึงระดับสามเลื่อนระดับขั้นทันทีถึงสามขั้นย่อย "
"คนที่อยู่ระดับปราณขุนพลระดับสี่ถึงระดับหกหากได้กลืนกินสามารถเลื่อนขั้นทันทีสองขั้นย่อย"
"คนที่อยู่ระดับปราณขุนพลระดับเจ็ดถึงระดับเก้าหากได้กลืนกินสามารถเลื่อนขั้นทันทีหนึ่งขั้นย่อย"
เมื่อได้ยินสรรพคุณเช่นนี้ต่างเกิดความโกลาหลขึ้น ผู้คนต่างลุกขึ้นสอบถามกันเซ็งแซ่จนฟังไม่ได้ศัพท์
"เป็นโอสถวิเศษระดับใดมิเคยได้ยินมาว่ามีโอสถแบบนี้!!"
"โอ้ !!ด้วยคุณอันวิเศษนี้ข้าต้องเอามันมาให้ได้ !!"
"มันจะเป็นจริงเช่นที่กล่าวรึ?"
"ใครเป็นผู้คิดค้นและปรุงขึ้นมาข้าอยากเชิญท่านไปพำนักที่ตระกูลชองข้า !!"
"........."
"........."
เสียงอึ่งหมี่ดังไปทั่วห้องประมูลจนเฟิ่งหลานต้องยกมืออันขาวผ่องเรียวงามกวัดแกว่งไปมาทำสัญญาณมือให้ทุกคนเงียบและนั่งลง
"ทุกท่านมิต้องกังวลหรือสงสัยโอสถเม็ดนี้ได้รับการตรวจรับรองและยืนยันจากปรมาจารย์หลิวกู่นักปรุงโอสถของสำนักประมูลเชียงหยางเป็นที่เรียบร้อยแล้วทุกท่านก็ทราบกฎของสำนักประมูลแล้ว..สินค้าใดเมื่อทางสำนักประมูลเชียงหยางเป็นผู้รับรองและจัดประมูลขึ้นหากมีปัญหาใดหรือใช้งานไม่ได้จริงตามที่สำนักประมูลกล่าวทางสำนักประมูลย่อมยินดีชดใช้คืนเงินให้เป็นสองเท่า"
"นี่เป็นโอสถระดับห้าระดับต่ำมีชื่อว่าโอสถโสฬส คิ.คิ..หากทุกท่านต้องการยกระดับปราณให้สูงขึ้นและประหยัดเวลาในการฝึกปรือเช่นนั้นก็อย่าได้ปล่อยให้หลุดมือไปเชียว !! "
"โอสถระดับห้า ?" สามารถยกระดับปราณได้หนึ่งถึงสามขั้นย่อย ? โอสถโสฬส !! แม่นางเฟิ่งหลาน โอสถนี้สามารถกลืนกินได้ไม่จำกัดหรือไม่?!!
มีผู้สอบถามขึ้นมา เสียงต่าง ๆ ได้เงียบลงทันทีเมื่อได้ยินคำถามนี้ หากโอสถนี้มีข้อจำกัดในการกินที่ทำให้ไม่คุ้มค่าความต้องการโอสถก็จะลดถอยลงอย่างแน่นอนสตรีงามนามเฟิ่งหลานเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็แย้มยิ้มและกล่าวตอบด้วยเสียงอันไพเราะสะกดทุกผู้คนให้เงียบสนิททันที
"โอสถนี้ไม่มีข้อจำกัดในการกินเพื่อยกระดับขั้นย่อยของปราณขุนพลแต่ละระดับแต่ไม่สามารถช่วยให้ก้าวผ่านระดับปราณจากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่งได้"
ได้ยินเช่นนั้นทุกผู้คนคล้ายยากจะต้านทานสรรพคุณของโอสถเม็ดนี้ได้ ต่างปรารถนาจะเป็นเจ้าของ เพราะด้วยสรรพคุณที่แม่นางเฟิ่งหลานกล่าวมาจะช่วยย่นระยะเวลาในการฝึกปรือลงได้หลายปี
กังหลงเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูท่าโอสถเม็ดนี้น่าจะทำเงินให้ตนพอสมควรสงบใจแล้วรอดูวิธีการประมูลของสตรีงามชุดแดงต่อไป
"คิ..คิ ราคาเริ่มต้นของโอสถเม็ดนี้อยู่ที่สามหมื่นเหรียญทองเชิญทุกท่านเสนอราคาได้"
เฟิ่งหลานประกาศออกมาด้วยรอยยิ้มสายตากลอกมองไปโดยรอบ วนมาจนไปหยุดที่ผู้นำตระกูลหม่าและผู้นำตระกูลเยี่ยนและจอมยุทธแถวหน้าหลายท่านที่ดูท่าทางภูมิฐาน นางชัดเจนยิ่งว่า กลุ่มคนด้านหน้านี้คือบุคคลสำคัญของการแข่งขันประชันกันในวันนี้
"สามหมื่นหนึ่งพัน" สิ้นเสียงเฟิ่งหลานมีคนตะโกนขึ้นมา
"สามหมื่นหนึ่งพันห้าร้อย"เสียงเสนอราคาเพิ่มตามหลังมาติด ๆ