มหาศึกแห่งจักรวาล

    ภาค 2 ตอนที่ 35.โลกใบใหม่

    ตอนที่ 1 — โลกที่สอง

    แสงแรกของวันค่อย ๆ ส่องผ่านช่องหน้าต่างไม้บานใหญ่เข้ามาในห้อง

    นัทขยับเปลือกตาอย่างช้า ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นเต็มที่

    สิ่งแรกที่เขาเห็นคือเพดานไม้สีขาวนวล

    ไม่มีรอยร้าว

    ไม่มีคราบน้ำ

    ไม่มีหลอดไฟเก่า ๆ ที่เคยกระพริบเป็นบางครั้งและที่สำคัญ...

    ไม่ใช่ห้องของเขา นัทนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าความทรงจำเมื่อคืนค่อย ๆ ไหลกลับมา

    จุดวาป การเดินทาง โลกใบใหม่ เมืองที่ไม่เคยเห็นและในที่สุด...

    เขาก็มาอยู่ที่นี่จริง ๆ นัทค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง

    เตียงไม้ที่รองรับร่างกายอยู่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก มันนุ่มกว่าที่พักราคาถูกที่เขาเคยนอนในโลกเดิมหลายเท่า จนเกือบทำให้เขาอยากนอนต่อ

    นัทหันไปมองหน้าต่างม่านสีอ่อนพลิ้วไหวตามสายลมเขาลุกจากเตียง เดินเข้าไปใกล้ แล้วค่อย ๆ เปิดม่านออกภาพเบื้องล่างทำให้เขาหยุดนิ่งเมืองขนาดมหึมาปรากฏอยู่ตรงหน้า ถนนกว้างทอดยาวออกไปสุดสายตา อาคารจำนวนมากสร้างจากหิน ไม้ และวัสดุที่เขาไม่รู้จัก บางแห่งมีผลึกเรืองแสงฝังอยู่ตามกำแพง บางแห่งมีอักษรแปลก ๆ ลอยอยู่เหนือประตู

    ผู้คนกำลังเริ่มออกมาเดินบนถนนและคนเหล่านั้น... ไม่เหมือนมนุษย์ทั้งหมด มีคนตัวสูงใหญ่กว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่าบางคนมีหูแหลม บางคนมีเขา บางคนมีผิวสีแปลกประหลาด บางคนมีรอยเรืองแสงตามแขน บางคนสวมเกราะเต็มตัวบางคนสะพายดาบ บางคนถือไม้เท้า บางคนแบกธนูขนาดใหญ่จนแทบสูงเท่าตัวเอง

    นัทมองภาพนั้นเงียบ ๆ

    “นี่มัน...”

    เขาหรี่ตา

    “แฟนตาซีเกินไปแล้วมั้ง”

    ทันใดนั้น เงาหนึ่งก็เคลื่อนผ่านหน้าต่างนัทเงยหน้าขึ้นชายคนหนึ่งกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ไม่ใช่บนพาหนะ ไม่ใช่เครื่องบิน ไม่ใช่เชือก ชายคนนั้นกำลังบินด้วยตัวเอง ร่างในชุดเกราะลอยผ่านหน้าต่างไปอย่างสง่างาม ก่อนจะหายลับไปหลังอาคารอีกหลัง

    นัทยืนนิ่ง

    สองวินาที

    สามวินาที

    สี่วินาที

    “...เอาจริงดิ”

    เสียงหัวเราะดังขึ้นจากด้านหลัง

    “เพิ่งตื่นก็เจอของหนักเลยนะ”

    นัทหันกลับไป

    มาร์โกกำลังนั่งอยู่บนเตียงอีกฝั่งของห้อง เขากำลังจัดเสื้อผ้าของตัวเองด้วยท่าทางสบาย ๆ

    “เมื่อกี้นายเห็นไหม”

    “เห็น”

    “คนบินผ่านหน้าต่าง”

    “เห็น”

    “แล้วไม่ตกใจ?”

    มาร์โกเงียบไปครู่หนึ่ง

    “เมื่อคืนฉันก็เห็น”

    นัทนิ่ง

    “...จริงด้วย”

    มาร์โกหัวเราะ

    “ฉันคิดว่านายคงลืมไปแล้ว”

    “ก็เมื่อคืนมันมีเรื่องให้ตกใจเยอะ”

    “งั้นวันนี้อย่าตกใจทุกอย่างที่เห็นก็แล้วกัน”

    นัทเดินกลับมานั่งที่เตียง

    “พูดง่ายนะ”

    “ก็จริง”

    มาร์โกยักไหล่

    “แต่เรามาที่นี่เพื่อเริ่มต้นใหม่อยู่แล้ว”

    คำพูดนั้นทำให้นัทเงียบลง เริ่มต้นใหม่

    ใช่

    โลกเดิมที่เขาเคยรู้จักอยู่ข้างหลังแล้ว โลกนี้คือสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้ตั้งแต่ศูนย์ และที่สำคัญ... พวกเขายังไม่มีเงิน

    ไม่มีบ้าน

    ไม่มีงาน

    ไม่มีชื่อเสียง

    ไม่มีใครรู้จัก

    นัทถอนหายใจ

    “งั้นวันนี้เริ่มจากสำรวจเมือง”

    “ถูกต้อง”

    “หาเงิน”

    “ถูกต้อง”

    “หาที่ทำงาน”

    “ถูกต้อง”

    “หาโลหะ”

    มาร์โกหันมามอง

    “...อันนี้ฉันรู้ว่านายต้องพูด”

    นัทยิ้ม

    “เรามีเรื่องต้องทำ”

    มาร์โกพยักหน้า

    “เรื่องปืนสินะ”

    รอยยิ้มของนัทหายไปชั่วครู่

    ก่อนจะกลับมาอีกครั้ง

    “ใช่”

    ทั้งสองมองหน้ากัน พวกเขาคุยเรื่องนี้กันมาตั้งแต่ก่อนมาถึงโลกใบนี้แล้ว ไม่ใช่ความคิดที่เพิ่งเกิดขึ้น ไม่ใช่ความฝันเล่น ๆ พวกเขาตั้งใจจะสร้างอาวุธจากความรู้ที่นำมาจากโลกเดิม แต่มีปัญหาอยู่ข้อหนึ่ง พวกเขายังไม่รู้เลยว่า...

    โลกนี้จะมีวัสดุแบบไหนให้ใช้หลังจากกินอาหารเช้า ทั้งสองจึงออกจากที่พัก ทันทีที่เท้าก้าวลงบนถนน นัทก็รู้สึกว่าภาพจากหน้าต่างเมื่อครู่นั้นยังห่างไกลจากความจริงมาก เมืองใหญ่กว่าที่คิด ถนนกว้าง ผู้คนมากมายเสียงพูดคุยหลายภาษา ร้านค้าเรียงรายตลอดสองข้างทาง และสิ่งที่ทำให้นัทต้องเหลียวมองแทบทุกสิบก้าวคือจำนวนเผ่าพันธุ์ที่เดินปะปนกันอยู่

    “คนพวกนั้นคืออะไร”

    “ไม่รู้ทั้งหมด”

    “แล้วคนนั้น?”

    “ไม่รู้”

    “แล้ว—”

    “นัท”

    “อะไร”

    “นายถามฉันมาเจ็ดครั้งแล้ว”

    “ก็ฉันอยากรู้”

    “ฉันก็ไม่ได้เป็นสารานุกรมเดินได้นะ”

    นัทหัวเราะ

    “แต่นายอยู่ที่นี่ก่อนฉัน”

    “ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันรู้ทุกอย่างฉันมาเดินแถวนี้ก่อนนายได้ 1 วัน”

    ทั้งสองเดินต่อไป จนกระทั่งนัทเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังฝึกยิงธนูอยู่ที่ลานฝึก คันธนูของเธอใหญ่กว่าธนูธรรมดาหลายเท่า เธอง้างสาย 

    ปล่อย

    ลูกธนูพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง ก่อนจะกระแทกเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไปจนแตกกระจาย นัทหยุดเดิน

    “...ปืนของเราจะสู้ไหวไหม”

    มาร์โกมองหญิงสาวคนนั้น

    “ตอนนี้?”

    “อืม”

    “ไม่รู้”

    “คำตอบมั่นใจมาก”

    “ก็ฉันไม่โกหก”

    นัทหัวเราะเบา ๆ

    “อย่างน้อยนายก็ตรงดี”

    พวกเขาเดินต่อ ไม่ไกลจากนั้น นักเวทคนหนึ่งกำลังฝึกใช้เวทมนตร์ เปลวไฟสีฟ้าลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพุ่งชนก้อนหินขนาดใหญ่จนแตกออก

    นัทมองภาพนั้นอยู่พักหนึ่ง

    “ถ้าคนยิงธนูแรงขนาดนั้น”

    “อืม”

    “นักเวทก็ทำแบบนั้นได้”

    “อืม”

    “แล้วเราจะสร้างปืนไปทำไม”

    มาร์โกหันมามอง

    “เพราะเราไม่มีธนูแบบนั้น และนายก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้”

    นัทเงียบ

    “ฟังดูเหมือนนายกำลังด่าฉัน”

    “ฉันกำลังพูดความจริง”

    “ก็ยังเหมือนด่าอยู่ดี”

    มาร์โกหัวเราะ

    ทั้งสองเดินต่อไป แต่ในใจของนัทกลับเริ่มเห็นภาพชัดขึ้น

    ปืนไม่จำเป็นต้องเป็นอาวุธที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องยิงแรงที่สุด ไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุด มันเพียงต้องเป็น...

    สิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นเองได้

    ตลอดช่วงสาย ทั้งสองพยายามหางาน ผลลัพธ์ไม่ดีนัก ร้านแรกถามว่าพวกเขามีใบรับรองหรือไม่

    ไม่มี

    ร้านที่สองถามว่ามีประสบการณ์เฉพาะทางอะไร มี... แต่ประสบการณ์ส่วนใหญ่ของนัทไม่ตรงกับโลกนี้

    ร้านที่สามต้องการคนที่มีพลังเวท

    มีน้อย

    โรงตีเหล็กแห่งหนึ่งรับคนช่วยงาน แต่หลังจากเจ้าของร้านเห็นทั้งสองคน เขาก็ส่ายหน้า

    “ถ้าไม่มีประสบการณ์กับวัสดุของที่นี่ จะต้องเริ่มเรียนใหม่”

    นัทพยักหน้าเขาไม่ได้เถียง เพราะมันเป็นความจริงโลหะของโลกนี้ไม่เหมือนโลหะที่เขาเคยรู้จัก

    แร่บางชนิดมีพลังงานอยู่ในตัวบางชนิดเปลี่ยนคุณสมบัติเมื่อสัมผัสพลังเวท

    บางชนิดแข็งอย่างไม่น่าเชื่อและบางชนิดกลับเปราะกว่าที่เห็นทุกอย่างใหม่หมด

    ก่อนออกจากร้าน นัทมองแร่ก้อนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ

    เขาลองใช้สกิลตรวจสอบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    “...”

    นัทลองอีกครั้ง ยังไม่มีอะไร เขาขมวดคิ้ว มองก้อนแร่

    แล้วลองกับมาร์โก ข้อมูลปรากฏขึ้นทันที นัทชะงัก

    “อ้าว”

    มาร์โกหันมา

    “อะไร?”

    “ไม่มีอะไร”

    นัทมองก้อนแร่อีกครั้ง

    ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจกฎบางอย่างของสกิลแล้ว

    มันตรวจสอบสิ่งมีชีวิตได้ แต่สิ่งของไม่ใช่สิ่งที่มันตอบสนอง

    นั่นหมายความว่า... ต่อจากนี้เขาต้องเรียนรู้โลกใบนี้ด้วยตัวเอง

    เมื่อกลับถึงที่พักในช่วงเย็น นัทวางก้อนแร่ที่เก็บมาได้ลงบนโต๊ะ

    มาร์โกตามมานั่งข้าง ๆ ทั้งสองมองก้อนหินหลายชนิดตรงหน้า

    “พรุ่งนี้ออกไปหาเพิ่ม”

    นัทพูด

    “แล้วจากนั้น?”

    “ทดลอง”

    มาร์โกพยักหน้า

    “แล้วสร้างต้นแบบ”

    นัทมองเขา

    “คิดว่าไหวไหม”

    มาร์โกยิ้ม

    “ไม่รู้”

    “อีกแล้ว?”

    “แต่ถ้าไม่ลอง เราก็ไม่มีวันรู้”

    นัทหัวเราะ

    เขาหยิบก้อนแร่ขึ้นมา

    แสงจากหน้าต่างสะท้อนบนผิวมัน

    “งั้นเริ่มจากตรงนี้”

    มาร์โกพยักหน้า

    “เริ่มจากศูนย์”

    นัทมองก้อนแร่ในมือ

    ก่อนจะยิ้ม

    “ก็ดี”

    เขาวางมันลงบนโต๊ะ

    “อย่างน้อยศูนย์ของโลกนี้ก็น่าสนใจกว่าโลกที่ 1 อยู่นะ”

     

    จากผู้เขียน 

    ภาคนี้ จะมีการเปลี่ยนแบบการเขียนนิดหน่อยนะครับ มีเว้นจังหวะหายใจ เป็นประสบการณ์จากภาคแรก

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกแห่งจักรวาล ที่คุณอ่าน